กลุ่มขบวนยอดยุทธ์ทั้งสามต่างหยุดตรึงกันและกัน อุทัยเจ้าธรรมและราชิตถูกกักเอาไว้ตรงกึ่งกลาง .. สถานการณ์ตึงมือยิ่ง
ราชิตทำการประเมินกำลังของผู้มา มันหันไปสอบถามอุทัย “สองขบวนนั้นเป็นผู้ใด?”
อุทัยตอบเร่งตอบ “หนึ่งคือสามโจรโฉดนามว่า ‘สามสมิงภูทมิฬ’ .. อีกหนึ่งคือยอดยุทธ์จาก ‘สำนักตักสิลา’ นำขบวนโดย ‘ชัยยะ’ และ ‘สุรินทร์’ ที่ประมือกับท่านเมื่อคืนก่อน ทั้งหมดต่างเป็นโจทก์เก่าของข้า”
อุทัยกล่าวถามบ้าง "แล้วกลุ่มคนเหล่านั้น .." พร้อมหันหน้ามองกลุ่มยอดยุทธ์ตำหนักเทพยุทธ์
ราชิตกล่าว "พวกมันมาเพราะตัวข้า .."
อุทัยปาดเหงื่อบนใบหน้ากล่าวว่า "ช่างมากันได้เหมาะเจาะยิ่งนัก .." แล้วยังกล่าวต่อ “.. ยังมีอีกสองขบวนแอบซุ่มอยู่หนา .. ท่านลุง”
“ฮืออออ ..” ราชิตทำตาโต แล้วจึงทำการแยกแยะผู้มาเยือนทั้งหมด .. หนึ่งนั้นคือกองกำลังของ ‘ตำหนักเทพยุทธ์’ พวกมันมาทวงถามสิ่งของจากมัน .. อีกสองนั้นมาด้วยเหตุความขัดแย้งกับอุทัย และหากยังมีอีกสองกลุ่มตามที่อุทัยกล่าว .. คืนนี้คงต้องวุ่นวายใหญ่แล้ว
ราชิตเร่งกล่าวกับเจ้าธรรมและอุทัย “หากเกิดเหตุชุลมุนให้ไปเจอกันหลังรูปองค์สุริยเทพภายในอารามประธาน .. เข้าใจหรือไม่?”
อุทัยพยักหน้าตอบรับ ส่วนเจ้าธรรมหน้าซีดเหงื่อแตกชุ่มเต็มแผ่นหลัง มันไม่เคยผ่านเหตุการณ์ความเป็นความตายเช่นนี้มาก่อน
ราชิตหยิบสิ่งหนึ่งออกมาส่งมอบให้เจ้าธรรมกล่าวว่า “สวมใส่เสีย .. อาจช่วยชีวิตเจ้าไว้ได้”
ที่มันยื่นส่งให้คือ ‘เกราะฟ้าเกร็ดมังกร’ ที่ทำการยึดมาจากสุรินทร์ เจ้าธรรมรับสวมใส่ไว้ภายในอย่างรวดเร็วแล้วนำเสื้อตัวนอกทับไว้อีกชั้น
คนของตำหนักเทพยุทธ์เกาะกุมสถานการณ์ไว้ ด้วยจำนวนที่มากกว่าทั้งมีพลังยุทธ์ที่สูงล้ำทำสมิงภูทมิฬและเหล่าปรมาจารย์สำนักตักสิลาไม่กล้าเคลื่อนไหวโดยวู่วาม
มังคละ “!!!” สายตาของมันจดจ้องเจ้าธรรมกลางลานโล่ง หัวใจมันหล่นวูบเอ่ยอุทานลืมตัวอย่างแผ่วเบา “นั่นนนน ... เจ้าเด็กน้อยนั่น .. ช่างเหมือน .. ช่างเหมือนยิ่งนัก ..”
สติมันรั้งคืนมาด้วยเสียงของผู้นำขบวนองครักษ์เทพผู้หนึ่ง วาจากล่าวด้วยพลังวัตรสุดกล้าแกร่ง
“จอมเวทมนตราพิสุทธิ์หากรู้สถานการณ์ก็ส่งมอบสิ่งของออกมา .. เรารับประกันพวกท่านจะไม่ได้รับอันตรายแม้สักปลายเส้นขน”
ราชิตเงยหน้ามอง แล้วกล่าวตอบ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ที่แท้ยกขบวนกันมามากมาย ก็แค่มาทวงถาม ‘คัมภีร์พลิกสวรรค์’ .. เล่มนี้”
ราชิตหยิบฉวยสิ่งหนึ่งออกมาจากช่องลับภายในเสื้อคลุมแล้วจึงยกชูขึ้น สิ่งนั้นลักษณะเป็นคัมภีร์เล่มหนึ่งจัดทำด้วยหนังมังกรทั้งเล่ม ประกายรัศมีศักดิ์สิทธิ์แผ่กระจายออกโดยรอบ
.. คัมภีร์พลิกสวรรค์ !!!
ขบวนองครักษ์เทพอ้าปากค้าง .. ไม่คิดว่าสิ่งที่ตามหาจะถูกแสดงออกมาง่ายดายเพียงนี้ จากรัศมีที่แผ่กระจายออก คัมภีร์เล่มนั้นต้องเป็นของแท้อย่างแน่นอน
นาม ‘คัมภีร์พลิกสวรรค์’ ทำทั้งหมดตื่นตะลึง ในภาคพื้นทวีปมีตำนานเรื่องราววิเศษอยู่มากมาย ‘คัมภีร์พลิกสวรรค์’ ก็เป็นอีกตำนานหนึ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ทุกผู้ทุกนามเฝ้าเสาะแสวงหา
กล่าวกันว่า ‘คัมภีร์พลิกสวรรค์’ ถูกสร้างโดยเทวาบรรพกาล มอบให้กับเผ่าพันธุ์มนุษย์ผู้จงรักภักดี .. มนุษย์คนแรกที่ได้รับคัมภีร์ ฝึกฝนจนมีวิชายุทธ์สูงล้ำจนสามารถรวบรวมแผ่นดินก่อตั้งเป็นมหาอาณาจักรโบราณแห่งหนึ่ง
คัมภีร์ได้รับการส่งผ่านมาทางทายาทของยอดมนุษย์ผู้นั้น .. เมื่อเวลาล่วงเลยมา .. ในที่สุดทั้งคัมภีร์และวิชายุทธ์ได้สาบสูญไปตามกาลเวลา .. บ้างก็ว่ามหาอาณาจักรโบราณที่ได้รับสืบทอดมาก็คือ ‘รามาเมฆาลัย’ ในปัจจุบัน
มีปรมาจารย์ยอดยุทธ์ของแผ่นดินเคยกล่าวไว้ว่า .. มนุษย์ผู้ใดที่ฝึกวิชายุทธ์ของคัมภีร์นี้แม้เพียงบทแรก ยังสามารถสร้างปาฏิหาริย์จนแทบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
แต่นั้นก็คือตำนานที่มีมาแต่โบราณ ไม่มีผู้ใดได้เคยเห็นกับตา แต่ผู้คนทั้งหมดในสถานที่นี้กำลังได้พบเห็นของจริง .. เป็นของแท้แน่นอนมิใช่ของทำเหมือนเพื่อมาหลอกขายกัน
สามสมิงภูทมิฬจ้องมองตาเป็นมัน ความละโมบในกมลสันดานของโจรโฉดมีอยู่เต็มปริ่ม ถึงแม้ภูมิปัญญาของพวกมันจะต่ำต้อยและไม่รู้เรื่องราวมากมาย แต่ก็รับรู้ว่านั้นคือของวิเศษที่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินมากมายสุดคณานับ
สมิงจยองกล่าว “เป็นวาสนาของพวกเราโดยแท้ มาพบเจอของวิเศษเช่นนี้ .. ฮ่า ฮ่า”
สมิงเย้าลีกล่าวตอบ “ผีภูฟ้า !!! นำเรามาเจอของวิเศษแล้ว .. ฮี ฮี”
สมิงจยองตาโต “คืออันใด ??? แผ่นหนังเล่มนั้นคืออันใด ??? ใช่ลายแทงสมบัติหรือไม่ ???" .. โฮ๊กกกกก .. มันคำรามด้วยความตื่นเต้นยินดี
สมิงเย้าลีกล่าว “เจ้าสาม ... สิ่งนั้นมีค่ายิ่งนัก พวกเราจะได้เสวยสุขไปชั่วชีวิต ฮ่า ฮ่า”
สมิงจยองกล่าวออกคำสั่ง “.. ไม่ว่าอย่างไรต้องแย่งชิงของวิเศษมาให้จงได้ ส่วนเจ้าลูกเต่านั้น ... ยังไม่ต้องรีบร้อนฆ่ามัน ฮี ฮี”
ผู้เป็นพี่ใหญ่หัวเราะอย่างชั่วช้า โจรโฉดอีกสองตัวก็พลอยพยักหน้าเห็นด้วย .. แม้ไม่ต้องบอกพวกมันก็คิดเช่นนี้อยู่แล้ว .. ฮึ ฮึ
ไม่ต่างจากฝ่ายสำนักตักสิลา .. ปรมาจารย์ทั้งสามจ้องมายังคัมภีร์จนตาแทบหลุด .. นาม ‘คัมภีร์พลิกสวรรค์’ ทำทุกผู้คนจิตใจสั่นสะท้าน จนลืมนามของ ‘จอมเวทมนตราพิสุทธิ์’ ไป
ชัยยะกล่าวอย่างตระหนก “อาจารย์ !!! ใช่คัมภีร์พลิกสวรรค์ในตำนานหรือไม่?”
สุรินทร์กล่าวด้วย “ศิษย์พี่ !!! เป็นบรรพชนแห่งสำนักอำนวยพรแล้ว .. ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
บุรุษอีกผู้หนึ่งที่มาด้วยคือ ‘ปรมาจารย์อารีย์’ เจ้าสำนักตักสิลาคนก่อนนั่นเอง .. มันคืออาจารย์ของชัยยะ .. และศิษย์ผู้พี่ของสุรินทร์
“อ๋า .. ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงหัวเราะของปรมาจารย์อารีย์ .. “วิเศษ ... วิเศษแท้ ... ได้มาพบเจอสิ่งของล้ำค่าเช่นนี้ ชั่วชีวิตข้าไม่เคยคาดคิดมาก่อน .. อ๋า .. ฮ่า ฮ่า”
อารีย์กล่าวต่อ “ที่เจ้าเด็กโล้นนั้นเก่งกาจถึงเพียงนี้ ต้องเป็นเพราะคัมภีร์เล่มนั้นแน่นอน ฮี ฮี”
ชัยยะและสุรินทร์พยักหน้าคล้อยตาม นั้นเป็นเหตุผลเดียวที่มันคิดออกตอนนี้ .. เหตุผลที่อุทัยใช้เวลาเพียงสองเดือนก็บรรลุสู่ระดับ ‘มัธยะปราณ’ .. ทั้งพลังฝีมือและสภาพร่างกายก็แปรเปลี่ยนราวชุบกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็นมาใหม่
อารีย์ออกคำสั่ง “เพื่อสำนักเรา .. ไม่ว่าอย่างไรต้องแย่งชิงคัมภีร์นั้นมาให้จงได้”
ชัยยะและสุรินทร์ตาเป็นประกาย พวกมันต่างเป็นผู้ละโมบในวิชาฝีมืออยู่แล้ว เมื่อประสบเหตุการณ์เช่นนี้ไม่มีเหตุผลใดที่จะปล่อยของวิเศษชิ้นนั้นหลุดมือไป
เมื่อ ‘คัมภีร์พลิกสวรรค์’ ถูกเปิดเผย .. กลุ่มบุคคลที่แอบซุ่มอยู่ก็เปิดเผยตัวออกมาเช่นกัน กองกำลังชุดดำราวห้าสิบคนที่ซุ่มรอคอยอยู่รอบนอกจึงปรากฏกายขึ้น .. พวกมันยืนเรียงรายรอบเทวสถาน ทุกคนสวมชุดอำพรางแยกไม่ออกว่ามาจากสังกัดหรือสำนักใด ต่างมีอาวุธครบมือพร้อมลงมือจู่โจมได้ทุกเมื่อ
บนหลังคาตึกสูงตาเฒ่าปักษาวายุตาเป็นประกายวับวาม บุคคลกลุ่มนี้มีความเกี่ยวข้องกับ ‘สหพันธ์ปักษาเทวา’
เฒ่าปักษาวายุหัวเราะ “ฮี ฮี ฮี .. มิเสียเที่ยวจริงๆ คัมภีร์วิเศษอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือแล้ว”
บุรุษด้านข้าง “ท่านผู้เฒ่าปัญญาเทียมฟ้า .. ผู้น้อยนับถือยิ่งนัก ..”
เฒ่าปักษาวายุกล่าว “หวังว่ากลุ่มนักสังหารเหล่านั้น จะไม่ทำให้ข้าผิดหวังหนา .. ท่านเลขาวิหคสวรรค์ .. ฮ่า ฮ่า”
บุรุษด้านข้างที่ถูกเรียกว่า ‘เลขาวิหคสวรรค์’ กล่าวตอบ “ท่านผู้เฒ่ามิต้องเป็นห่วง .. มือสังหารทูตรัตติกาลมิเคยทำงานพลาด .. ด้วยค่าจ้างกว่าพันตำลึงทอง มันจะชำระสถานที่โดยหมดจดไม่เหลือหลักฐานใดให้สืบสาวถึงสมาพันธ์เรา ฮี ฮี” .. มันหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์
เฒ่าปักษาวายุกล่าว “ดี .. หวังว่าจะเป็นเช่นนนั้น” .. มันแสดงสีหน้าพึงพอใจอย่างยิ่ง
.. เป็นสหพันธ์ปักษาเทวาส่งมือสังหารเข้ามาแย่งชิงของวิเศษชิ้นนี้ด้วย .. มันสืบทราบอยู่แล้วว่าตำหนักเทพยุทธ์ต้องการสิ่งใดจากตัวราชิต จึงว่าจ้างกลุ่มนักฆ่ากลุ่มหนึ่งมาร่วมขบวนเพื่อแย่งชิงสิ่งของ
กลุ่มมือสังหาร ‘ทูตรัตติกาล’ เป็นกลุ่มนักฆ่าทำงานตามการว่าจ้าง ผู้ใดทุ่มเททองคำคนผู้นั้นก็คือนายจ้าง สั่งสังหารได้ทุกผู้คน .. แม้แต่คนที่ตายไปแล้วพวกมันยังตามไปสังหารวิญญาณให้ได้อีก
บรรยากาศตึงเขม็งเกลียว .. ไม่คิดว่าจะมีผู้คนมากมายหลายขบวนเช่นนี้ .. อุทัยค้นพบว่ายังมีบุคคลอีกคนหนึ่งแอบซุ่มรออยู่ แต่ความสนใจของคนผู้นั้นไม่ได้อยู่ที่ ‘คัมภีร์พลิกสวรรค์’ พลังจิตที่อุทัยสัมผัสมาจดจ่ออยู่ที่ตัวมัน .. บุคคลผู้นั้นจะเปิดเผยตัวออกมาเมื่อไร?
ราชิตถือคัมภีร์อยู่ภายในมือ ปากร่ำร้องด้วยพลังปราณได้ยินกันโดยทั่ว
“พวกท่านติดตามข้ามา สาเหตุเนื่องด้วยคัมภีร์วิเศษเล่มนี้ .. ใช่หรือไม่?”
ดังถูกมนตร์สะกด .. สายตาทุกผู้คนต่างจ้องมองคัมภีร์วิเศษอย่างไม่วางตา .. เสียงราชิตกล่าวต่อ
“ข้าครอบครองของวิเศษมานานปี .. แต่ด้อยปัญญาวาสนา .. ไม่พบเจอผลสำเร็จใด”
“คัมภีร์วิเศษอยู่กับข้านานเกินไปแล้ว .. หวังว่าจะได้พบเจอกับผู้มากบุญบารมี สามารถไขความลับของสวรรค์ได้”
“ข้าขอมอบคัมภีร์พลิกสวรรค์ให้ .. ผู้ใดอยากได้เชิญมารับไปเถิด ..”
แล้วจึงใช้พลังปราณเหวี่ยง ‘คัมภีร์พลิกสวรรค์’ ขึ้นสู่อากาศ คัมภีร์กำลังลอยลิ่วเฉียงขึ้นสูงกว่าสิบวา
ราชิตเจ้าปัญญายิ่งนักกล่าววาจาจนผู้คนทั้งหมดคล้อยตาม สมาธิจิตใจจดจ่ออยู่กับคัมภีร์วิเศษ .. ลำพังมันผู้เดียวต้องคอยคุ้มกันเด็กน้อยทั้งสองจากยอดยุทธ์มากมาย .. นั่นเป็นภารกิจที่แทบเป็นไปไม่ได้ หนทางรอดคือดึงพวกมันออกมาจากความสนใจของผู้คนเหล่านั้น
มันตัดใจสละ ‘คัมภีร์พลิกสวรรค์’ ทิ้ง .. ถึงแม้นเป็นสิ่งของวิเศษของพิภพนี้ อย่างไรเสียมันถือเป็นทรัพย์สมบัตินอกกายสิ่งหนึ่ง .. จะมีประโยชน์อันใดหากได้เป็นผู้ครอบครองแต่ไม่อาจรักษาชีวิตตนเอาไว้ได้
“เข้าไปยังอารามหลัก !!!” ราชิตกล่าวอย่างรีบเร่ง
“ครับ !!!” อุทัยเจ้าธรรมตอบกันอย่างพร้อมเพรียง
อุทัยฉวยดึงแขนเจ้าธรรมวิ่งออกไป .. กองกำลังทั้งหมดเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว สามสมิงภูทมิฬและกลุ่มปรมาจารย์ตักสิลาพุ่งตัวออกโดยทันที
องครักษ์เทพตำหนักเทพยุทธ์แบ่งกำลังเป็นออกเป็นหลายส่วน หนึ่งคนพุ่งเข้าหาสามสมิงภูทมิฬ สองคนพุ่งเข้าหากลุ่มสำนักตักสิลา สองคนกระโจนเข้ามาที่กลุ่มของอุทัย และที่เหลือพุ่งลอยตัวเข้าหาคัมภีร์วิเศษ
ส่วนกลุ่มมือสังหารทูตรัตติกาลกระจายกำลังออกโดยรอบเป้าหมายคือสังหารทุกชีวิตในสถานที่นี้
คัมภีร์วิเศษถูกขว้างไปด้านหลังเทวสถาน .. สามสมิงภูทมิฬพุ่งตัวด้วยความเร็วขีดสุด .. แต่เบื้องหน้าปรากฏเงาดำวูบวาบ เป็นองครักษ์เทพผู้หนึ่งเข้ามาสกัดพวกมันไว้
ด้วยความโลภโมโทสัน .. สติความยั้งคิดของพวกมันถูกปิดกั้นแล้ว พวกมันทั้งสามมิใช่คู่มือบุคคลที่อยู่เบื้องหน้านี้
สมิงจยองกระชับดาบใหญ่ด้วยมือทั้งสอง คนแผ่พลังยุทธ์ดำทะมึนดังภูตร้ายหมายชีวิต ใบดาบเป็นเหลี่ยมยาวกำลังเงื้อฟันลงกลางกบาลผู้มาขวางทาง
โฮ๊กกกกกกก !!! สมิงเหยียนคำรามเสียงดังชักดาบใหญ่ขึ้นมา ปราณประกายดาบวาบฟาดฟันลงมายังไหล่ซ้ายของคนผู้นั้น
สมิงเย้าลีอยู่ตรงกลางซัดขว้างออกด้วยอาวุธลับรูปลิ่มห้าดอก คนดึงดาบคู่จากกลางหลังพุ่งตรงเข้าหา ส่งประกายดาบเย็นเยียบเข้ากดดัน
สมิงจยอง “!!!”
สมิงเหยียน “!!!”
.. ทั้งสองมีสีหน้าตื่นตระหนก .. สภาวะดาบของพวกมันถูกบางสิ่งหยุดชะงักไว้กลางทาง
เป็นองครักษ์เทพผู้นั้นใช้มือขวาจับรั้งดาบใหญ่ของสมิงจยอง มือซ้ายจับรั้งดาบของสมิงเหยียนไว้ .. ทั้งคู่รู้สึกพลังปราณที่ใส่ไปพร้อมตัวดาบสูญสลายหายไป คนเกิดอาการเวิ้งว้างว่างเปล่าไร้พลังจะส่งออก ดาบถูกผนึกค้างไม่สามารถดึงออกมาได้
ขณะเดียวกันอาวุธลับทั้งห้าเล่มกำลังพุ่งตรงมา องครักษ์เทพผู้นั้นยกเท้าซ้ายขึ้นมาปัดป่าย
.. ปุกกก ! .. ปุกกก ! .. ปุกกก ! .. ปุกกก ! .. ปั๊กกก ! .. ลิ่มพิษทั้งห้าถูกเตะกระเด็นกระดอนออกพ้นทางไป สมิงเย้าลีพุ่งกายเข้าหาฟาดฟันดาบคู่ออกอย่างรวดเร็ว
แต่ที่เร็วกว่าคือฝ่าเท้าขวาขององครักษ์เทพผู้นั้น พลังรุนแรงดังขุนเขากดทับโถมเข้าหาสมิงเย้าลี
.. อ๊ากกก ! เสียงร้องของสมิงเย้าลี .. แค่ถูกพลังปราณขององครักษ์เทพผู้นั้นกดทับมันถึงกระอักโลหิตคำโต คนยังมีไหวพริบนำดาบคู่วางพาดขวางเป็นกากบาทรับบาทาที่กำลังพุ่งเข้ามา
บุคคลเพียงหนึ่งเข้ากลุ้มรุมบุคคลสามคน เกิดเป็นภาพองครักษ์เทพยืนมือซ้ายขวารั้งดาบของสองโจรโฉด และยื่นเท้าขวาเข้าถีบใส่โจรตรงกลางอีกผู้หนึ่ง
.. โครมมมมมมมมมม !
สมิงเย้าลีถูกฝ่าเท้าถีบใส่จนเลือดเข้มข้นพุ่งออกจากปากจมูก คนลอยปลิวละล่องดังว่าวสายป่านขาด .. องครักษ์เทพผู้นั้นปล่อยพลังปราณสุดเข้มข้นกระแทกใส่ดาบที่อยู่ในมือทั้งสอง
.. โอ๊กกกกกก ! .. สมิงเหยียนร้องเสียงดัง
.. อ๊ากกกกก ! .. เสียงสมิงจยองร้องด้วยความเจ็บปวด
พลังปราณผ่านจากตัวดาบเข้ากระแทกทำร้ายสมิงจยองและสมิงเหยียนโดยทันที .. ทั้งคู่ถูกกระแทกจนมือหลุดจากดาบ ร่างปลิวกระเด็นเลือดทะลักออกทวารทั้งเจ็ด
ทันใดนั้นที่เบื้องหน้าขององครักษ์เทพปรากฏมือสังหารทูตรัตติกาลสองคนฟาดฟันดาบยาวเข้าหา ที่เบื้องหลังยังมีมือสังหารอีกหนึ่งคนบังคับโซ่ดาวตก เหวี่ยงลูกตุ้มเหล็กพุ่งแหวกอากาศส่งเสียงดั่งยมทูตร่ำร้องทวงคืนวิญญาณ ..