ศรัณย์ก้าวลงจากรถยนต์คันหรู พลางกวาดตามองคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านตรงหน้า
มันใหญ่โตเกินไป…
ไม่ใช่แค่เื่ขนาด แต่เป็เพราะบรรยากาศของมันต่างหาก
กำแพงสูงล้อมรอบอาณาเขตกว้างขวางเหมือนปราสาทยุโรป ด้านหน้ามีสวนกว้างที่ได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพิถัน แต่สิ่งที่ทำให้ศรัณย์รู้สึกอึดอัด ไม่ใช่ความหรูหราเ่าั้
แต่เป็… ความเงียบ
ไม่มีเสียงหัวเราะของคนในบ้าน ไม่มีความอบอุ่นเหมือนบ้านทั่วไป มีเพียงเงาของชายชุดดำที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ
พวกเขาต่างเฝ้ามองอย่างเงียบเชียบ ราวกับกำลังจับตามองคนแปลกหน้า
และแน่นอนว่า… สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามา ศรัณย์ก็คือคนนอก
“คุณผู้ชายคะ ดิฉันชื่อพิมล เป็แม่บ้านใหญ่ที่นี่ค่ะ”
เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้น ศรัณย์ละสายตาจากบรรยากาศรอบตัวแล้วหันไปมองแม่บ้านที่ก้มหัวให้เขาเล็กน้อย ใบหน้าของเธอเรียบเฉย แต่มือของเธอกำลังบีบชายผ้ากันเปื้อนแน่น
“ฉันจะพาคุณไปที่ห้องนะคะ”
ศรัณย์พยักหน้ารับเงียบ ๆ ก่อนจะเดินตามเธอเข้าไปในคฤหาสน์
ภายในคฤหาสน์ดูหรูหรายิ่งกว่าที่เขาคิด พื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ โคมไฟระย้าประดับประดาให้แสงสีทองอ่อน ๆ ทุกอย่างดูไร้ที่ติ ราวกับผ่านการคำนวณอย่างแม่นยำ
แต่ถึงอย่างนั้น… มันก็ยังรู้สึกว่างเปล่า
เมื่อเดินขึ้นไปถึงชั้นสอง แม่บ้านพิมลก็หยุดอยู่หน้าห้องหนึ่งก่อนจะหันมาหาเขา
“นี่คือห้องของคุณค่ะ”
ศรัณย์เลิกคิ้วขึ้นนิด ๆ ก่อนจะถาม “หมายความว่าผมไม่ได้พักห้องเดียวกับภาคินเหรอ?”
พิมลเม้มปากนิดหน่อยก่อนจะตอบ “คุณภาคินให้จัดห้องนี้ไว้ให้ค่ะ”
ศรัณย์ไม่ได้แปลกใจ เขาไม่คิดว่าภาคินจะเปิดทางให้พวกเขาต้องนอนร่วมเตียงกันอยู่แล้ว แต่การที่อีกฝ่ายจัดห้องแยกให้ชัดเจนแบบนี้ก็เหมือนเป็การประกาศไปในตัวว่า…
‘เราเป็แค่คนที่ถูกบังคับให้แต่งงานกัน’
และเขาก็โอเคกับมัน
“ขอบคุณครับ” ศรัณย์ตอบสั้น ๆ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป
คืนนั้น ศรัณย์ใช้เวลาจัดของในห้องเงียบ ๆ ทุกอย่างเป็ไปอย่างเรียบง่าย จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อก.. ก๊อก..
เขาเดินไปเปิดประตู ก็พบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือภาคิน
อีกฝ่ายอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นเล็กน้อย คอเสื้อปลดกระดุมบนออกสองสามเม็ดให้ดูสบายขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังแผ่รังสีเ็าออกมาเหมือนเดิม
“คุณมีเื่อะไรจะคุยกับผมหรือเปล่า?” ศรัณย์เอ่ยถามตรง ๆ
ภาคินมองเขานิ่ง ๆ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ฉันมาบอกกฎของบ้านนี้”
ศรัณย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ได้พูดแทรก
“หนึ่ง—อย่าก้าวก่ายเื่ของฉัน ไม่ว่าฉันจะทำอะไร คุยกับใคร หรือไปที่ไหน”
“สอง—อย่าหาเื่ให้ฉันต้องมาปกป้องนาย”
“สาม—อย่าคิดว่านายมีสิทธิ์มากกว่าที่ควรจะมี”
ศรัณย์พ่นลมหายใจเบา ๆ พลางพยักหน้าอย่างเข้าใจ “แล้วผมมีสิทธิ์อะไรบ้างล่ะ?”
ภาคินกระตุกยิ้มเย็น ๆ ก่อนจะตอบสั้น ๆ
“สิทธิ์ในการอยู่เงียบ ๆ และทำหน้าที่ ‘ภรรยาในนาม’ ให้ดี”
คำพูดนั้นทำให้ศรัณย์หัวเราะในลำคอเบา ๆ ไม่ได้
เขาสบตากับภาคินโดยไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ “คุณคิดว่าผมอยากเข้ามายุ่งกับเื่ของคุณนักหรือไง?”
ภาคินไม่ตอบอะไร เขาแค่จ้องศรัณย์นิ่ง ๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไป ปล่อยให้บรรยากาศเ็าแผ่ปกคลุมไปทั่วห้อง
ศรัณย์มองแผ่นหลังของอีกฝ่ายที่หายไปอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา
‘ฉันเองก็หวังให้เป็แบบนั้นเหมือนกัน’
แต่ในโลกแห่งความเป็จริง… บางครั้ง สิ่งที่หวังก็ไม่ได้เป็อย่างที่คิดเสมอไป