
สายธารในหิมพานต์นี้มีด้วยกันเจ็ดสาย มาจากน้ำตกทิพย์สี่แห่ง
ณ สารธารใสลึก ทางฝั่งทิศเหนือบางครา ก็บินมาชมความสวยงาม ของสุริยายามพลบค่ำที่ฝั่งตะวันตก เฉกเช่นครุฑ ชั้นกลาง 3 ตนที่ มาชมแมกไม้และแสงอาทิตย์อ่อนๆยามอัสดง
ริมสายน้ำด้านล่างจากชั้นเขาลงมา เป็สารสายไหลริน กระแสไม่เชี่ยวเหมือนธาร้านัก สายธารนี้ตื้นเขินเพียงศอกครึ่ง มีครุฑหนุ่มยืนนิ่ง มีมักรีผลน้อยคอยชำระ ทำความสะอาดร่างกายให้ ในขณะที่ดวงตายังถูกปิดไว้เช่นเดิม
" การมองเห็น แตกต่างจากการดมกลิ่น การััหรือไม่ เหมือนข้ารู้ทุกอย่าง แต่ข้ายังไม่รู้สึก" ไตรยวายุเอ่ยถาม
" ข้าก็ไม้รู้จะอธิบายอย่างไร แต่การมองเห็น ทำให้เราอยู่ในตำแหน่งที่้าได้ " มักรีผลตัวน้อยอธิบาย
" อย่างไร... "
" เ้าลองเดินมาหาข้า ให้ถึงเบื้องหน้าข้า "
......
ไตรยวายุค่อยๆขยับเท้า ก้างย่างได้เพียงหนึ่งก้าว กำลังจะก้าวย่างครั้งที่ 2 กลับััถึงวัตถุขวา
" เมื่อท่านปิดตา ท่านก็เดินมาหาข้าไม่ถึง ไม่ใช่เท่านั้น แต่ท่านยังเดินไปทางที่ผิดเสียด้วย "
ไตรยวายุ " .......... "
" หากท่านมีดวงตามองเห็นแล้ว ท่านก็จะก้าวได้อย่างต่อเนื่อง ก้าวหลีกสิ่งขวาง ที่สำคัญทานยังเดินไปยังทิศเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง" มักรีผลชมพู
" เป็อย่างนี้... " ไตรยวายุนึกในใจ
สายธารเคลื่อนไหว คลื่นที่มี สั่นไหวผิดปกติ ด้วยแรงลมกระพือปีกของครุฑกลุ่มหนึ่ง
เหินลงมาสู้ด้านล่าง ชวนสงสัย 2 ชีวิตที่อยู่ตรงหน้า
" เ้ามีกลิ่นดั่งนก เ้ามิใช่พวกเรารึ แล้วเหตุใดร่างเ้าจึงเหมือนมนุษย์สามัญ เ้าจำแลงแปลงกายด้วยเหตุอันใด" ครุฑตนหนึ่งเอ่ยถาม
มักรีผลแสดงอาการกลัวโดยทันที มุดน้ำไปอยู่เื้ัขาของไตรยวายุ
มันทำสีหน้าไม่สบอารมณ์ ที่ไตรยวายุยังยืนนิ่งเงียบ
" ไม่มีรังสีแห่งการทำลาย ดวงตาก็บอดมิดสินะ เ้าโดนสัตว์ใด หรือกึ่งเทพตนใดกลั่นแกล้ง "
" ข้าเป็เพียงนกธรรมดาตัวหนึ่ง ผู้ทรงศีลท่านหนึ่งได้ลวงกายครุฑเราไว้ " ไตรยวายุ
ฮ่ะ.. ฮ่า!!???
" ตาก็มืดบอด แถมยังคบหากับมนุษย์ ครุฑตนใดไม่ทำตัวประหลาดอย่างเ้า ถึงพวกเราทั้งสามตน จะเป็ครุฑที่ไม่กินนาค แต่เราก็ยังมีสัญชาตญาณแห่งการทำลายอยู่ในสายเื พวกมนุษย์กิเลสหนา สักวันเ้าจะมีภัย " ครุฑตัวหนึ่งเอ่ย
ภาณุวายุ หนึ่งในสามครุฑ เดินไปสู่ด้านหน้าไตรย ยื่นเล็บที่แหลมคมจงใจแทงเข้าไปที่หน้าอก
" เป็อย่างไร เจ็บหรือไม่ เ้านกตาบอดอย่างเ้าไร้วาสนาสิ้นดี แม้แต่โลหิตของตน ยังไม่วันได้เห็น ช่างน่าขัน มนุษย์น่ะ มันจะทำให้เ้าเจ็บ มากกว่าที่ข้าแน่นอน"
เขาถอนเล็บออกจากอกของไตรย แล้วนำเืที่อยู่ปลายเล็บ มาโลมเลียอย่างยียวน
" ร่างของเ้าอ่อนแอ เหมือนพวกครุฑชั้นต่ำอยู่ในป่านี้จะอันตราย ตายเสียเปล่า สู้ติดตามมารับใช้พวกข้า เ้าจะปลอดภัยกว่า " ภาณุวายุเอ่ย
" พวกเ้าเป็ครุฑชั้นกลาง ทำตัวอันธพาลอย่างนี้ ผู้ใดปกครองเ้ารู้เข้า เขาคงระอายแทน อีกอย่าง เพื่อนข้า ไม่ได้ตาบอด เขาแค่... " มักรีผลชมพูเอ่ย พร้อมเข้าไปแอบหลบดังเดิม
" แค่อะไร... " ภาณุเอ่ยถามด้วยความสงสัย
......
....
" อย่าเสียเวลาเลย ภาณุ เราต้องไปสมทบเพื่อเป็กำลังรบในศึกเร็ววันนี้ วันนี้เราแวะมาชมควาทสวยงามก่อนการรบ อย่าทำเสียบรรยากาศเลยนะ " ไพศลวายุ หนึ่งในครุฑสามตนเอ่ย
" ว่าแต่เ้า เป็สิ่งมีชีวิตใด ประหลาดนัก ผลชมพู่ที่โลกนุษย์ก็มิใช่ คล้ายมักรีผล แต่คงเป็ไปไม่ได้ เพราะผลนั้นพ้นจากขั้วเมือไร จักสิ้นชีพทันที "
.....
" ข้าไม่บอก เ้าพวกคนพาล แบร่ๆๆๆ "
มักรีผลยั่วโมโหพวกครุฑกลุ่มนี้นัก ทำให้ภาณุวายุ เริ่มคล้ายจะจำกิริยา คำพูดเช่นนี้ได้จากเหตุการณ์ใดสักเหตุการณ์หนึ่ง แต่ก็นึกไม่ออก
ไพศลวายุ กล่าวอำลา เพื่อไม่ให้เสียอารมณ์
แล้วบินจากไปสู่้าเขาอีกลูกที่เป็หน้าผา
+++++++++++++
พอมาถึงบริเวณลานกว้างหน้าอาศรม มักรีผลนี้ก็ชี้นิ้วไปที่าแเล็กน้อยของไตรย จากนั้นก็มีหยดน้ำออกมารักษา เืไตรยหยุดไหลเวลาห้าครั้งกระพริบตา
ไม้เท้าของบัญชินบถเกาะเกี่ยวผ้าด้านหลังของครุฑหนุ่ม....
ผ้าถูกสลัดออก พริ้วไหวกลางอากาศ เหมือน่เวลาที่หยุดหมุน
ด้านข้างเป็มักรีผลน้อย
ด้านหลังคือเฒ่าบัญชินบถ ผู้เป็อาจารย์
... เบื้องหน้าห่างออกไปหกวา คือโฉมสอางค์นางสองนาง
พี่สาวนั่งด้านหลังนั่งพับเพียบหวีผมให้ผู้เป็น้องสาว
ปอยผมลอยพริ้วไหวอย่างแ่เบา
ไตรยวายุ ค่อยๆลืมตาขึ้นทีละน้อย
เสมอแขเหมือนหัวใจหยุดเต้นที่ แม้ยังไม่ลืมตาสนิท แต่ใบหน้าหนุ่มผู้นี้ช่างงดงามนัก
แสงแดดอ่อนๆยามใกล้พลบค่ำไม่เป็อุปสรรคต่อการลืมตาครั้งแรก
จากภาพเลือนลาง ค่อยๆชัดเจนขึ้นในเวลาไม่นาน เสมอแขก้มหน้าลงเล็กน้อย ปรางค์นารียิ้มเล็กน้อยที่เห็นน้องสาวเอียงอาย แม้รู้ว่าครุฑหนุ่มมองเธอไม่ชัดเจนนัก ที่อยู่ห่างออกไป ต่่งจากเธอที่เก็บภาพหนุ่มผู้นี้ได้อย่างชัดเจน
มือของบัญชิณบถแตะที่ไหล่ของเขา ทำให้เขามีสติมากขึ้น
ข้าจะให้เ้าดูของสิ่งหนึ่ง
เฒ่าบัญชินบถนำกริชอันนึงยกขึ้นมา แล้วค่อยๆเลื่อน ไปสู่เบื้องหน้าไตรยวายุ
เ้าเห็นสิ่งนี้เป็อย่างไร....
ไตรยวายุเห็นกริชอย่างชัดเจน แต่ความงามของเสมอแขที่อยู่ห่างออกไปหกวา อยู่ในภาพที่ชัดเจน ทำให้เขายิ้มอย่างเต็มหน้า
" เพียงเหล็กธรรมดาท่านปู่ ข้าไม่ปรารถนาจะมองมันในเวลานี้ "
" เห็นอาวุธกลับจิตใจอ่อนโยน ไม่สนใจใยดี จิตใจเ้ายังพอที่จะทำให้ข้าฝึกเ้าต่อไปได้ " เฒ่าบัญชินบถรำพึงในใจ และภูมิใจที่ตนสนับสนุนครุฑนี้มา
แต่หากรู้เหตุผลที่แท้จริงไม่ว่าทำไม่เวลานั้นเขาไม่ได้สนใจกริชนั้น เพราะเหตุผลใด
ด้วยความที่เป็เพียงร่างทิพย์ขององค์พระพรหม ที่พระองค์ทรงตั้งใจจะให้ใช้ความสามารถ และการบำเพ็ญในวิถีของมนุษย์ทั่วไป ดังนั้นการหยั่งรู้และฤทธาจึงมิอาจเท่าเทียมพระพรหมที่สมบูรณ์ได้
กลิ่นหอมเย้ายวนลอยตามลม
ผิวกายสีนวลเคล้าแสงดวงอาทิตย์ยามเย็นนี้
ทำให้บัญชิณบถค่อยๆเดินจากไป สู่อาศรม
ด้วยความอยากให้นางมาใกล้ เขาหลับคิดพิเรนท์คว้าจับมักรีผลด้านข้าง
เหวี่ยงออกไปด้านหน้าสามวา กินรีโฉมงามล่องลอยมาคว้ามักรีผลไว้
" ข้าๆๆๆ.. ข้าจะตายแล้ว มีคนจะฆ่าข้า พี่เสมอแขช่วยข้าด้วย " มักรีผลชมพู
" เ้าทำบ้าอะไร เ้าทำไปทำไม" เสมอแขเอ่ยถาม
.....
ครุฑหนุ่มยังตะลึงกับความงามของนาง
" ข้าไม้รู้จะก้าวอย่างไรไปหาเ้า ข้าอยากเห็นเ้าให้ชัดดวงตาของข้า" ไตรย
" เฮอะ... เ้าก็เลยขว้างผู้อื่นมาได้รับอันตรายอย่างนี้ เ้าเป็คนอันตรายนัก วิธีของเจเาแค่เื่เล็กน้อยยังป่าเถื่อน " เสมอแข
ไตรยวายุ ก้าวเท้าเข้ามาหานาง ตาสบประสาน เขามองเธออย่างตั้งใจ
สิ่งใดในใจของนาง แม้มีถ้อยคำอยากต่อว่ามากมาย ก็ไม่อาจพูดได้แม้สักคำ
" ข้าเดินมาแล้ว มาอยู่ต่อหน้าเ้าแล้ว
ข้ามิได้รังแกผู้ใดแล้ว "
..........
.....
+++++++++++++++
( ติดตามตอน 7 )