กลางดึกคืนนั้น ท่ามกลางความเงียบงันและแสงจันทร์สลัวสีเงินสาดส่องเข้ามา ในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์หรู ลินินนอนหลับใหลอย่างสงบอยู่ในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นและเสถียรของกวินทร์ ทว่าจู่ๆ เธอก็สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางค่ำกะทันหันด้วยสัญชาตญาณเตือนภัยที่แหลมคมผิดปกติ ความรู้สึกหนาวเหน็บอย่างรุนแรงและฉับพลันแล่นลิ้วจากปลายเท้าพุ่งตรงเข้าสู่กระดูกสันหลังจนฟันกระทบกันเบาๆ อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนลินินมองเห็นลมหายใจของตนเองกลายเป็ไอขาว
กระจกแก้วหน้าต่างบานั์ริมระเบียงเริ่มปรากฏแผ่นน้ำแข็งใสเกาะตัวขึ้นเป็ลวดลายเฟินสีดำแปลกประหลาดอย่างรวดเร็ว เสียงกระจกลั่นเปรี๊ยะๆ จากความเย็นจัดที่บีบตัว
ลินินใช้ประสาทััพิเศษที่แหลมคมผิดมนุษย์ (ระดับพลังงานสะสมตื่นรู้ 85% เรียบร้อยแล้ว) กวาดสายตาเพ่งมองผ่านความมืดมิด เธอพยายามจับจังหวะการเต้นของหัวใจของบอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่หน้าประตูห้องโถงด้านนอก ทว่าเธอกลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย มีเพียงความเงียบสะกดและเสียงลมพัดผ่านช่องลม ลินินตระหนักทันทีว่าทีมการ์ดด้านนอกถูกทำให้หมดสติหรือกำจัดเงียบๆ ไปแล้ว
กลิ่นเหม็นไหม้ของกำมะถันผสมกับกลิ่นดินอับชื้นและกลิ่นสาบของซากศพโบราณลอยโชยรอดผ่านใต้ประตูระเบียงเข้ามา มันลอยม้วนตัวโอบล้อมรอบเตียงนอนไหมสีดำไว้ช้าๆ ดุจงูพิษที่เตรียมจะรัดเหยื่อ พร้อมกันนั้น บนพื้นหินอ่อนสีดำก็ปรากฏตัวอ่อนเงาขนาดเล็กคล้ายหนอนและงูสีดำทมิฬจำนวนนับร้อยตัว ที่เรียกกันว่า "แมลงเงามรณะ" (Shadow Crawlers) พวกมันเลื้อยยั้วเยี้ยน่าขนลุกมุ่งตรงมาที่เตียงนอน ลินินเตะเท้าหลบเมื่อแมลงเงาตัวหนึ่งพยายามเลื้อยขึ้นมา ััออร่าสีทองที่ผิวกายของเธอทำปฏิกิริยาสลักล้างจนแมลงเงาสลายตัวกลายเป็ไอสีขาวทันควัน
"กวินทร์! ตื่นเร็วค่ะ! มีบางอย่างบุกเข้ามาในห้องเรา!" ลินินร้องเรียกเสียงสั่นระรัวพลางเขย่าร่างสูงใหญ่ของกวินทร์ที่นอนหลับอยู่ข้างๆ อย่างแรง
กวินทร์สะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นทันควัน ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างเมื่อััได้ถึงกลิ่นไอเวทมนตร์มืดที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยประสงค์ร้ายระดับลึก เขาดีดตัวลุกขึ้นยืนบนเตียงทันที "กลิ่นไอพลังแบบนี้... ลัทธิมืด! พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด"
*เพล้ง...!*
เสียงกระจกหน้าต่างบานั์แตกสลายกระจายะเิออกเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงปืนใหญ่ เศษกระจกแหลมคมนับพันชิ้นสะท้อนแสงจันทร์ปลิวกระจัดกระจายว่อนไปทั่วห้องดุจสายฝนแก้วมรณะ พร้อมกับการก้าวเดินเข้ามาของอสุรกายขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง มันก้าวผ่านกรอบหน้าต่างเข้ามาในห้องนอน
มันคือ 'อสูรเงา' (Shadow Striker) อสุรกายรูปร่างคล้ายสุนัขล่าเนื้อขนาดั์ผสมกับเสือดาว สูงกว่าสองเมตร ร่างกายของมันสร้างขึ้นมาจากกลุ่มควันสีดำสนิทที่แผ่ไอเย็นะเืตลอดเวลา ดวงตาของมันแดงฉานประดุจกองไฟนรกที่ลุกโชน น้ำลายพิษสีม่วงเข้มไหลย้อยหยดลงบนพื้นหินอ่อนสีดำจนส่งเสียงฉี่ ควันกรดแผดเผาพื้นหินอ่อนจนขึ้นรอยไหม้เกรียมสีน้ำตาลเข้ม
อสุรกายเงาส่งเสียงขู่คำรามก้องะเืเลื่อนลั่นจนหูลินินอื้ออึง มันไม่รอช้า พุ่งตัวตรงเข้าจู่โจมทำร้ายลินินที่เตียงนอนทันทีตามคำสั่งสะกดจิตของอาจารย์เดช
"ลินิน! หลบไปข้างหลังฉัน!" กวินทร์คำรามลั่น ร่างสูงใหญ่ก้าวขึ้นขวางหน้าปกป้องเธอไว้ทันทีโดยไม่ลังเล แม้ว่าเขาจะเพิ่งฟื้นตัวและพลังคำสาปมืดที่เป็แกนหลักในร่างเพิ่งโดนลินินดูดซับฟอกออกไปถึง 60% ทำให้พลังงานมืดของเขาอ่อนแอลงอย่างมาก กวินทร์พยายามรวบรวมไอพลังเงามืดที่เหลืออยู่มาสร้างเป็ดาบเงาสองเล่มในมือ ทว่าพลังเวทย์ของเขากลับผันผวนและอ่อนกำลังเกินกว่าจะต้านทานแรงปะทะของอสุรกายเงาตัวนี้ได้
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงปืนลูกซองดังะเิขึ้นจากประตูห้องนอน วัชระวิ่งนำทีมรักษาความปลอดภัยพังประตูบุกเข้ามาในห้องทันที พวกเขาใช้ะุปืนเคลือบโลหะเงินบริสุทธิ์ยิงใส่ร่างอสุรกายเงาอย่างบ้าคลั่ง ะุเงินปะทะร่างควันของมันเกิดเสียงะเิดังเปรี้ยงปร้างและทำให้ควันดำแหว่งไปชั่วขณะ บอดี้การ์ดสองคนชื่อ "สิทธิ์" และ "กร" ช่วยกันโยนผงเงินสะกดิญญาสาดฟุ้งกลางอากาศเพื่อชะลอะุและการเคลื่อนไหวของมัน วัชระชักดาบสั้นเงินแท้ที่สลักรูนป้องกันิญญาออกมาฟันฟาดไล่ล่าแมลงเงาที่เลื้อยยั้วเยี้ยบนพื้นจนสลายตัวไปหลายสิบตัว
ทว่าอสุรกายเงาตัวหลักกลับมีกลยุทธ์เหนือชั้น ร่างกายควันดำของมันจมหายลงไปในเงามืดใต้เฟอร์นิเจอร์ ก่อนจะโผล่พวยพุ่งขึ้นมาจากเงาใต้เตียงด้านหลังกวินทร์อย่างกะทันหัน
*ฉูด...!*
กรงเล็บเงามืดแหลมคมของอสุรกายตวัดวาดผ่านไหล่กว้างและหน้าอกด้านซ้ายของกวินทร์อย่างรวดเร็วและรุนแรง เสื้อเชิ้ตของเขาฉีกขาดกว้างเป็แนวสามทางพร้อมโลหิตสีแดงเข้มหลั่งรินไหลนองออกมา กวินทร์ครางต่ำทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นหินอ่อนด้วยความเ็ปแสนสาหัส พิษเงามืดสีม่วงดำเริ่มแล่นพล่านเข้าทำลายกระแสพลังงานชีวิตของเขาจนร่างกายสั่นสะท้าน ิัของเขาเริ่มเกิดรอยเส้นใยสีม่วงดำ crawling ลามขึ้นสู่ลำคอและแก้มอย่างน่ากลัว กวินทร์สั่นสะท้านพยายามส่งเสียงเตือนเธอเป็ครั้งสุดท้าย "ลินิน... หนี... หนีไป..."
"กวินทร์!" ลินินกรีดร้องเสียงหลงด้วยความใและหวาดกลัวต่อการสูญเสียคนรักเป็ครั้งแรกในชีวิต ดวงตาคู่สวยจับจ้องร่างของชายคนรักที่ล้มทรุดสั่นเทาอยู่ตรงหน้า
อสุรกายเงาส่งเสียงขู่หอนสะใจในชัยชนะ ขยับอุ้งเท้าใหญ่เตรียมจะตวัดกรงเล็บซ้ำอีกรอบเพื่อปลิดชีพกวินทร์ที่กำลังอ่อนแอลง มันตะกุยปีนขึ้นบนเตียงจนผ้าปูเตียงขาดวิ่น
ณ วินาทีแห่งความเป็ตายนั้น ความกลัวในใจของลินินพลันมลายพังทลายเปลี่ยนเป็พลังโทสะที่ทรงพลังและศักดิ์ศรีของ Harmonizer ที่ตื่นตัวอย่างเต็มพิกัด ลินินก้าวขึ้นมาขวางหน้าร่างของกวินทร์ไว้ เธอจับกุมตราประทับแห่งสุริยะที่ห้อยคอไว้แน่น สูดลมหายใจลึกรวบรวมพลังสีทองทั้งหมดที่มี (พลังพุ่งขึ้นถึง 85% ชั่วขณะ)
"แก... ออกไปจากตัวเขาซะ!" ลินินตวาดลั่น
*วิ้ง...!*
คลื่นแสงออร่าสีทองสว่างไสวะเิออกรอบตัวเธอ แผ่ขยายกลายเป็บาเรียรังผึ้งหกเหลี่ยมสีทองขนาดใหญ่โอบล้อมปกป้องร่างของเธอและกวินทร์ไว้ทันที อุ้งเท้ากรงเล็บของอสุรกายเงาที่ฟาดลงมาปะทะเข้ากับเกราะสีทองดังเปรี้ยงใหญ่ แรงกระแทกส่งผลให้เกิดควันสีขาวโพยพุ่งขึ้นจากอุ้งเท้าของมัน มันตะกุยเกราะจนเกิดรอยร้าวสีม่วงอ่อนและส่งเสียงแสบหู ลินินรวบรวมความรักในอกเพื่อประสานและฟื้นฟูเกราะให้หนาแน่นยิ่งขึ้น
ลินินไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย เธอผลักฝ่ามือทั้งสองออกไปข้างหน้า ปล่อยคลื่นพลังงานเพลิงสุริยะสีทองกระจายออกจากบาเรียเป็วงกว้าง แรงะเิสีทองกวาดล้างแมลงเงาทั้งหมดบนพื้นห้องจนสูญสิ้น และสับกระแทกร่างของอสุรกายเงาั์จนกระเด็นลอยทะลุหน้าต่างกระจกที่แตกวิ่นร่วงลงสู่ภายนอกตึกสูง สลายตัวหายไปในอากาศก่อนจะถึงพื้นดิน
ทว่าความอันตรายยังไม่จบลง ห้องนอนใหญ่ยามนี้อยู่ในสภาพพังยับย่น ลมหนาวพัดพาสายฝนสาดซัดเข้ามาตามรอยแตกของหน้าต่าง พื้นหินอ่อนเปรอะเปื้อนด้วยแก้วแตก เขม่าควันสีดำ และหยดเืแดงฉาน ลินินรีบทรุดตัวลงประคองร่างของกวินทร์ขึ้นมานอนบนตัก ร่างแกร่งของเขาเย็นเฉียบปานน้ำแข็งและใบหน้าซีดเผือด รอยเส้นใยพิษสีม่วงลามขึ้นถึงแก้มขวา ลมหายใจแ่เบาจนน่ากลัว วัชระรีบวิ่งเข้ามาดูอาการด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
ลินินพยายามส่งพลังสีทองเข้าสู่ร่างกายของเขาโดยตรง ทว่ามันกลับสะท้อนและไหลทะลักออกมาด้านนอกโดยไม่อาจเข้าสู่ร่างแกร่งได้เลย
"คุณลินินครับ พิษอสุรกายเงาโบราณมันแช่แข็งชีพจรเวทมนตร์ของคุณกวินทร์จนปิดตายหมดแล้วครับ! การส่งพลังงานดิบเข้าไปตรงๆ จะทำให้แกนพลังงานของเขาแตกสลายทันที" วัชระเอ่ยเสียงเครียด "หนทางเดียวที่จะช่วยเบิกชีพจรที่ถูกแช่แข็งของอสุรกายเงาได้ คือผู้ประสานพลังต้องใช้การประสานกายขั้นสูงสุดร่วมรักเพื่อเปิดระบบไหลเวียนจากภายใน เราต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามชั่วโมงก่อนที่พิษจะแล่นขึ้นถึงสมองครับ!"
ลินินเงยหน้าขึ้น สบสายตาเด็ดเดี่ยว "วัชระ พยุงการ์ดที่เจ็บออกไปข้างนอก ล็อกประตูและคอยเฝ้าระวังไว้ อย่าให้ใครเข้ามาขัดขวางฉันเด็ดขาด!"
วัชระพยักหน้าโค้งรับอย่างแข็งขัน "รับทราบครับ ผมจะปกป้องประตูนี้ด้วยชีวิต!"
วัชระและบอดี้การ์ดที่เหลือช่วยกันแบกและพยุงการ์ดสองคนที่าเ็ออกจากห้อง ทิ้งกองเืเจือปนควันสีดำจางๆ ไว้เื้ั ประตูบานั์ปิดตัวลงเสียงดังลั่นตามด้วยเสียงไขกลอนลงล็อกอย่างแ่า
ลินินละสายตาจากประตู มองร่างอันสั่นเทาของกวินทร์ที่นอนกอดอกหนาวสั่นอยู่บนเตียงปูผ้าไหมสีดำที่ขาดวิ่น ลมฝนพัดโบกผ้าผ้าม่านสลัดว่อนพัดพาน้ำฝนเย็นเฉียบเกาะกระจายเข้ามาเปียกปอน ลินินพยุงร่างแกร่งของเขาขึ้น นอนเบียดชิดกับตัวเธอ เธอถอดเสื้อเชิ้ตที่ขาดวิ่นและเปื้อนเืของกวินทร์ออกช้าๆ เผยให้เห็นรอยแผลสามแถวบวมช้ำพิษสีม่วงเข้ม ลินินปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเองออกจนเปลือยกาย แววตาของเธอหาใช่ความอ่อนแอไม่ ทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยวของนักรบที่จะเอาชนะความมรณะเบื้องหน้าด้วยความรักและร่างกายของเธอเอง
เธอก้มลงประทับร่างกายอุ่นชื้นไร้สิ่งปกปิดเบียดแนบชิดเข้ากับแผ่นอกแกร่งที่หนาวสั่นราวหิมะของเขา ลินินััได้ถึงกระแสไอความเย็นของพิษคำสาปที่พยายามต่อต้าน ทว่าความอบอุ่นสีทองในร่างกายของเธอก็เริ่มตื่นตัวส่องสว่างเรืองรองขึ้นมาล้อมรอบทั้งสองร่างไว้ทันที
"กวินทร์... แข็งใจไว้นะคะ... ฉันจะดึงพิษมรณะนี่ออกไปจากตัวคุณเอง..." ลินินกระซิบเบาๆ ย้ำความตั้งใจอันแข็งแกร่งของเธอ