12 ธันวาคม 1450
เสียงเพลงดาบที่ฟาดฟันกันนับครั้งไม่ถ้วนเคล้าคลอไปด้วยเสียงร้องระงมของร่างมนุษย์และุ์ที่าเ็สาหัสจนจวนเจียนจะเดินทางเข้าสู่ปรโลก บ่งบอกได้ว่าสมรภูมิรบแห่งนี้ใกล้ปิดฉากลงทุกชั่วขณะโดยเฉพาะเหล่าอัศวินจากเซเนียที่ต่างล้มตายกันเป็เบือเพียงเพราะถูกแผนล้อมสังหารของฝ่ายฏแวมไพร์
ผู้นำเพียงหนึ่งเดียวในครานี้ไม่พ้นหัวหน้ากองอัศวินประจำองค์จักรพรรดิอย่างเดล เทอร์ลิงตันองค์ชายสามแห่งเซเนีย สีหน้าของเขาดูอิดโรยจนเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาต่างพากันกังวลว่าหัวหน้ากองจะไม่สามารถต่อสู้กับเหล่าฏได้อีกต่อไป
“กระหม่อมเกรงว่าร่างกายของฝ่าาจะถึงขีดจำกัดแล้ว พวกเรารีบถอยกันก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะ อย่างน้อยอาบรีซก็ยังไม่ถูกพวกมันยึดในเร็ววัน”
เสียงเรียกของอัศวินในกองทำให้องค์ชายสามฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเขาควรจะถอยกลับไปตั้งหลักเสียก่อน ก่อนที่จะสูญเสียกำลังพลไปมากกว่านี้
“เช่นนั้นสั่งถอยทัพกลับไปยังอาบรีซ แต่กระจายกันไปตามแผนที่วางไว้ก่อนหน้านี้”
เสียงทุ้มที่เจือปนไปด้วยความเหนื่อยล้าเอ่ยออกมาด้วยความแ่เบา พลันมือหนาก็ค่อย ๆ ลดดาบลง ในตอนนั้นเดลรู้แล้วว่าร่างกายของตนใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มทีแต่เขาก็ทำได้เพียงแค่อดทนอดกลั้นเพื่อไม่ให้เสียขวัญกำลังใจกันไปมากกว่านี้
กระทั่งสิ้นสุดคำสั่งการ อัศวินทั้งกองที่เหลือเพียงไม่กี่คนก็ค่อย ๆ แยกตัวกระจายกันออกไปคนละทิศละทาง โดยเฉพาะองค์ชายสามที่สั่งห้ามไม่ให้ผู้ใดติดตาม เขาค่อย ๆ ล่าถอยออกไปอย่างระแวดระวังก่อนที่จะเริ่มออกวิ่งให้พ้นจากเขตอันตรายที่พวกศัตรูเริ่มมาเสริมทัพ
“แฮ่ก แฮ่ก…”
หยาดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมลามไปถึงแผ่นหลังถึงแม้ว่าเวลานี้เป็่ของฤดูหนาวแล้วก็ตามที เดลผ่อนฝีเท้าลงพลางหันกลับไปมองศัตรูที่กำลังวิ่งตามมาติด ๆ เสียงฝีเท้าของพวกมันช่างหนักแน่นราวกับ้าที่จะปลิดชีพเขาให้ได้และเขาเองก็คงจะคิดผิดที่สั่งห้ามไม่ให้ผู้ใดติดตามมาด้วย
“มันอยู่ทางนั้น!!”
เสียงะโที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ช่วยให้องค์ชายสามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อเร่งความเร็วสุดชีวิต หมายว่าจะหลุดพ้นจากการถูกพวกฏแวมไพร์ไล่ล่า แต่ทว่าสุดท้ายแล้ว…
ตุบ!
ร่างสูงกลับล้มลงอย่างหมดเรี่ยวแรงข้างหินโขดใหญ่อันเย็นเฉียบ ดวงตาสีอำพันเหลือบมองภาพของเหล่าศัตรูที่อยู่ไกล ๆ ด้วยความเลือนราง เขาเริ่มจะมองเห็นไม่ถนัดเสียแล้ว อาการาเ็จากการต่อสู้ของค่ำคืนอันยาวนานที่ผ่านมาก็ไม่อาจจะทุเลาลง หากไม่รีบเข้ารักษาในตอนนี้ เดล เทอร์ลิงตัน องค์ชายที่สามแห่งเซเนียก็คงจะสิ้นชีพอยู่ท่ามกลางป่าสนของอาบรีซ
“หึ…”
ใบหน้าได้รูปชวนหลงใหลแค่นยิ้มออกมาด้วยความสมเพชกับเส้นทางที่ตนเองเลือก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน่ก่อนหน้านี้ล้วนเกิดขึ้นเพราะเขาตัดสินใจกระทำการต่อต้านพวกฏแวมไพร์โดยไม่สนคำคัดค้านขององค์รัชทายาท
‘เ้ามันหยิ่งยโส’
‘จองหองยิ่งนัก’
‘ท่านคิดดีแล้วหรือเดล…’
บทสนทนาของใครหลายคนล้วนแต่ส่งผ่านเข้ามาในความทรงจำ ราวกับ้าย้ำเตือนถึงวาระสุดท้ายของเดล ดวงตาสีอำพันจึงค่อย ๆ หรี่ลงก่อนที่เ้าของร่างสูงจะกระอักเืออกมา เขาหวังเพียงแต่ว่าหากมีปาฏิหาริย์ให้ตนเองได้รอดกลับจากสมรภูมินี้ เขาจะหาทางที่ดีกว่านี้ เขาจะไม่ให้ราชวงศ์หรือองค์จักรพรรดิต้องทุกข์ใจ เขาจะ…
เพียงชั่วครู่แหวนโกเมนที่ถูกสวมตรงนิ้วกลางข้างซ้ายก็กลับเปล่งประกายระยับขึ้นมา สีของมันช่างสวยงามราวกับภาพที่เห็นในตอนนี้เป็เพียงภาพแห่งความฝัน และท้ายที่สุดแล้วเขาก็คงจะไม่สามารถช่วยอาณาจักรเซเนียได้อีกต่อไป สิ้นแล้วชีวิตของเดล เทอร์ลิงตัน
ไรต์: อ่านบทนำตอนนี้จบแล้วแนะนำให้อ่านบทที่หนึ่งต่อเลยนะคะมันเชื่อมโยงกันนิดนึงค่ะ