เมษาเงียบไปอึดใจใหญ่หลังจากที่ผมพูดจบ เงียบเสียจนผมเริ่มใจคอไม่ดี "อ้าว ทำไมเงียบไปล่ะเมษา?"
"เปล่าค่ะพี่... คือ เอ่อ..." เธออึกอักเหมือนไม่กล้าพูด ก่อนจะรวบรวมความกล้าโพล่งออกมา "ถ้าเกิด... ถ้าเกิดว่าพี่หาได้ขึ้นมาจริงๆ หนูขอสัก... สามใบ จะเป็นไปได้ไหมคะ?"
เมษาหัวเราะแห้งๆ ตามหลังเหมือนรู้ตัวว่าคำขอของตัวเองมันดูโลภเกินหน้าเกินตาราวกับว่าบัตรคอนเสิร์ต มันหามาได้ง่ายๆ "แหะๆ หนูแค่อยากได้สักสามใบน่ะค่ะพี่วายุ"
ผมหลุดหัวเราะออกมากับท่าทีเลิกลักของน้องสาวที่ฟังดูออกชัดเจนผ่านสายมา ก่อนจะเอ่ยดักคออย่างรู้ทัน
“ขอตั้งสามใบ จะไปกับใครบ้างล่ะ ถ้าให้พี่เดา อีกสองใบที่เหลือก็คงเป็นปันปันกับทาม หรือไม่ก็....เกล..ใช่ไหม”
“เอ่อ...” เมษาอึกอัก ตอบกลับเสียงแผ่วเหมือนคนทำความผิด “ใบที่สองเป็นปันปันอยู่แล้วค่ะพี่... แต่ใบที่สามน่ะ คือ... คือพี่เอลลี่ค่ะ”
“เมษา! พูดอะไรออกมาน่ะ!” เสียงเอลลี่โพล่งแทรกขึ้นมาทันควัน แต่น้ำเสียงนั่นกลับฟังดูสั่นเครือและเขินอายอย่างเห็นได้ชัดจนเสียอาการ
เมษาหัวเราะแห้งๆ อย่างสำนึกผิด ก่อนจะยอมสารภาพความจริงผ่านสายกลับมา “คือ... พี่เอลลี่แอบฟังอยู่ตั้งแต่แรกแล้วค่ะ ขอโทษด้วยนะคะพี่วายุที่หนูโกหก”
ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางยกยิ้มให้กับความไร้เดียงสาและคำขอโทษที่แสนจริงใจของเมษา
“ไม่เป็นไรๆ พี่ไม่ว่าอะไรหรอก” ผมตอบเมษาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะจงใจปรับโทนเสียงให้จริงจังและดังพอที่จะให้คนข้างๆ เธอได้ยินชัดๆ “ส่วนคุณ... ในเมื่อได้ยินหมดแล้วและยังใช้น้องของผมเป็นเครื่องมือ ก็...ฝากดูแลน้องสาวผมด้วยแล้วกันนะครับคุณเอลลี่...”
“ใช้เป็นเครื่องมือตอนไหนกัน...อีกอย่างนะไม่บอกฉันก็ทำอยู่แล้วย่ะ!” เสียงเอลลี่สวนกลับมาทันควัน แม้คำพูดจะฟังดูเหวี่ยงวีนตามสไตล์ แต่โทนเสียงกลับปิดความตื่นเต้นดีใจไว้ไม่มิด
“อ้อ... เมษา ดูแลของในห้องดีๆ ด้วยล่ะ บางทีคนเราก็รู้หน้าไม่รู้ใจน่ะ” ผมแกล้งทิ้งระเบิดลูกใหญ่ด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง กะจะแหย่ให้คนทางนั้นฟิวส์ขาดเล่นๆ
“โอ๊ย! พูดดีๆ สักครั้งมันจะตายไหมฮะคุณ!” เอลลี่โวยวายลั่นคราวนี้เสียงเธอฟังดูเดือดปุดๆ “คนอย่างฉันเนี่ยนะจะขโมยของ? ฉันมีเงินหรอกย่ะ ไม่ใช่พวกหัวขโมย พูดซะฉันเสียหายหมดเลย ไอ้คนนิสัยเสีย!”
“ก็คนแปลกหน้าที่มาอ้อนวอนขออยู่ห้องผมแบบงงๆ ผมก็ต้องระวังตัวไว้ก่อนไงครับ... ก็ถูกแล้วนี่นา” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงลอยหน้าลอยตาแบบที่คนปลายสายคงอยากจะทะลุหน้าจอมากระชากคอผมแน่นอน
“ชิ! ฉันไม่คุยด้วยแล้ว ตาบ้า!”
สิ้นเสียงตวาดประโยคสุดท้าย เอลลี่ก็เงียบกริบไปทันที ครั้งนี้ดูเหมือนเธอจะโกรธจริงๆ เพราะแม้แต่เสียงบ่นพึมพำที่มักจะได้ยินตามหลังก็เงียบหายไปจากปลายสายด้วย
“พี่เป็นอะไรไปเนี่ย ปกติก็ไม่เห็นขี้แกล้งขนาดนี้นี่นา หนูวางสายแล้วนะ ดูสิ...พี่เอลลี่งอนไปนู่นแล้ว!”
เสียงของเมษาฟังดูระอาปนขำทิ้งท้าย ก่อนที่การสนทนาจะตัดจบลงด้วยเสียงสัญญาณเตือนดังลั่น
ตู๊ด...! ตู๊ด...!
ผมลดโทรศัพท์ลงพลางส่ายหัวน้อยๆ รอยยิ้มยังคงค้างอยู่บนใบหน้า ความจริงผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะร้ายใส่เธอนักหรอก แต่มันอดไม่ได้จริงๆ
“ค่อยซื้อบัตรคอนเสิร์ตไปง้อแล้วกัน”
ผมพึมพำออกมาหน้าตาเฉยอย่างมีความสุขที่ได้แกล้งคน ก่อนจะละสายตาจากโทรศัพท์แล้วหันไปสื่อสารกับระบบ
“ว่าไงระบบ... ในร้านค้ามีบัตรคอนเสิร์ตที่ฉันต้องการไหม จัดมาให้หน่อยสิ”
ทันทีที่ผมเอ่ยจบ จอภาพโปร่งแสงสีฟ้าก็ผุดขึ้นตรงหน้า พร้อมกับน้ำเสียงไร้อารมณ์ที่คุ้นเคย
[ระบบได้ทำการตรวจสอบหน้าเว็บไซต์หลักแล้ว ผลปรากฏว่าบัตรจำหน่ายหมดเกลี้ยง ทุกที่นั่งครับ]
ผมขมวดคิ้วมุ่นทันที แต่ก่อนที่จะได้โวยวาย ระบบก็ดูเหมือนจะรู้ใจและรีบขึ้นข้อความเพิ่มเติม
[แต่หากคุณต้องการจริงๆ ระบบสามารถเข้าถึงบัตรที่ไม่ได้วางจำหน่ายทั่วไปในหน้าเว็บหลักได้ แต่ราคาจะค่อนข้างสูงกว่าราคาปกติหลายเท่าตัว และราคาจะเปลี่ยนไปตามระดับความพรีเมียมของโซนที่นั่งครับ]
“เรื่องราคาฉันไม่สนหรอก” ผมตอบกลับไป “แต่ที่ฉันต้องการคือ... มีที่นั่งโซนไหนไหมที่เมษาจะได้เจอกับจีอาแบบใกล้ชิดที่สุด หรือมีสิทธิพิเศษอะไรที่มันดีๆ บ้างไหม?”
[มีครับ... สำหรับที่นั่งระดับ VVIP พร้อมสิทธิพิเศษแบบจัดเต็ม ปกติราคาหน้าเว็บจะอยู่ที่ 8,900 บาท แต่เนื่องจากเป็นบัตรที่ไม่ได้วางขายทั่วไป ราคาในตลาดมืดตอนนี้จึงพุ่งไปที่ 10,000 ถึง 15,000 บาท แต่ข้อเสียคือจะได้ที่นั่งแบบแยกกันครับ]
ระบบเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะแสดงตัวเลขที่ทำให้ผมต้องเลิกคิ้ว
[แต่หากคุณต้องการบัตรที่นั่งติดกันทั้ง 3 ใบ เพื่อให้กลุ่มของเมษาได้รับประสบการณ์ร่วมกัน ราคาจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 21,000 ถึง 25,000 บาทต่อใบครับ...]
“อือ...” ผมลากเสียงยาวอย่างใช้ความคิดเพียงครู่เดียว ก่อนจะยกไหล่อย่างไม่ยี่หระ “ก็ไม่ได้แพงอะไรนี่นา”
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก “งั้นก็ช่วยจัดการให้ฉันที เอาแบบสามที่นั่งติดกันนะ”
[รับทราบ...]
หน้าจอระบบกะพริบถี่ๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะขึ้นสรุปยอดเงิน
[การดำเนินการเสร็จสิ้น บัตร VVIP ที่นั่งติดกัน 3 ใบ ราคาต่อใบคือ 25,000 บาท รวมยอดชำระทั้งสิ้น 75,000 บาท]
[ชำระเงินเรียบร้อย...]
...
“ตอนนี้เราใกล้จะถึงสถานีแล้วนะครับ”
ผมเอ่ยทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบภายในรถขึ้นมาเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณให้คนข้างหลังเตรียมตัว จีอาและจองมินที่นั่งอยู่เบาะหลังไม่ได้ตอบรับเป็นคำพูดอะไรมากนัก พวกเธอต่างวุ่นวายอยู่กับการจัดการธุระส่วนตัวและตรวจสอบความเรียบร้อยของตัวเอง พลางสนทนากันด้วยภาษาเกาหลีเพียงเล็กน้อย
ผมประคองพวงมาลัยผ่านการจราจรที่เริ่มหนาแน่น จนกระทั่งไม่กี่นาทีต่อมา รถอัลพาร์ดก็เคลื่อนตัวมาจอดเทียบสนิทที่บริเวณหน้าประตูทางเข้าของอาคารสูงตระหง่านใจกลางเมือง
และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือเหล่าแฟนคลับที่มารอกันอย่างเนืองแน่น เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีที่รถของผมเคลื่อนเข้ามาจอด ในขณะที่พนักงานรักษาความปลอดภัยจากบริษัทต้นสังกัดของผมต่างยืนเรียงแถวคลุมเชิงคอยกันพื้นที่อย่างตั้งใจ ดูเท่ไม่เบาเหมือนกันที่เห็นเพื่อนร่วมงานกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันแบบนั้น
“คุณวายุคะ คุณจะยังไงต่อเหรอคะ จะตามเข้าไปทีหลังหรือเปล่า?” จีอาหันมาถามผมขณะที่มือของเธอเริ่มเอื้อมไปจับที่เปิดประตูรถเพื่อเตรียมจะลงรถ
ผมมองกระจกหลัง สบสายตากับจีอาแวบหนึ่งก่อนจะตอบคำถาม
“ผมจะตามเข้าไปตอนนี้เลยครับ เดี๋ยวเพื่อนร่วมงานของผมจะมารับช่วงต่อเพื่อนำรถไปเก็บให้เอง”
ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จีอาและจองมินพยักหน้าตอบรับพร้อมกับส่งรอยยิ้มบางๆ ให้เป็นการขอบคุณ
ทันทีที่ประตูรถถูกเลื่อนเปิดออก เสียงกรี๊ดและเสียงเรียกชื่อจีอาก็ดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วหูแทบแตก แฟนคลับนับร้อยต่างเบียดเสียดกันเข้ามาหวังจะได้เห็นหน้าชัดๆ บ้างก็ยื่นสมุดขอลายเซ็น บ้างก็ชูโทรศัพท์ขึ้นเพื่อหามุมถ่ายรูปที่ดีที่สุด
ผมรีบก้าวลงจากรถฝั่งคนขับพลางขยับสูทให้เข้าที่ แล้วเพื่อนร่วมงานในชุดรักษาความปลอดภัยเต็มยศก็เดินเข้ามาแตะบ่าผมเป็นสัญญาณรับไม้ต่อ ก่อนที่ผมจะรีบแทรกตัวเข้าไปยืนประกบด้านหลังจีอาในทันที