หญิงสาวผู้งมงาย
เย่กู่เฉินล้มตัวลงนอนสักพัก แต่เขากลับนอนไม่หลับ เรื่องภารกิจแน่นอนว่าเป็นต้นเหตุ เขาพลันตัดสินใจที่จะไปทำภารกิจที่ระบบสุนัขมอบให้
เมื่อตัดสินใจเช่นนี้แล้ว เย่กู่เฉินก็ไม่ลังเลที่จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาเปลี่ยนมาใส่ชุดจีนที่ค่อนข้างจะโบราณหน่อย
ชุดนี้เย่กู่เฉินคนเก่า จะใส่เฉพาะช่วงที่มีงานเทศกาลต่างๆ เท่านั้น เหตุผลที่เขาเลือกใส่ชุดนี้ ไม่ใช่ว่ามันไม่มีเหตุผล มันมีเหตุผลอยู่
และก็เป็นเหตุผลที่สำคัญมากด้วย ซึ่งเหตุผลที่ว่าก็คือหนึ่งในนางเอกของเรื่องที่เขากำลังจะไปหานี้ เป็นพวกงมงาย งมงามเรื่องความรักจากชาติก่อน
ตอนเด็กๆ มีหมอดูดูดวงให้เธอว่าคนรักชาติก่อนจะนำแสงสว่างมาให้ แสงสว่างที่ว่านี้ก็คือแสงสว่างจริงๆ เพราะเธอสูญเสียการมองเห็นตั้งแต่ยังเด็ก
ตามเนื้อเรื่องนิยายผลงานต้นฉบับ หวางเฟิงที่รู้เรื่องนี้เข้า ไม่ลังเลที่จะแอบอ้างเป็นคนรักในชาติก่อนของเธอ จากนั้นก็รักษาดวงตาให้ นับแต่นั้นเธอก็กลายเป็นผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งของหวางเฟิง
ฐานะทางตระกูลของเธอไม่ธรรมดา เพราะตระกูลของเธอเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่เช่นเดียวกันกับตระกูลเย่
ตระกูลของเธอคือตระกูลถัง ตระกูลที่ขึ้นชื่อเรื่องเงินหนาที่สุดในสี่ตระกูลใหญ่ เมื่อเป็นแบบนี้ เธอย่อมเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สุดของหวางเฟิง แต่เรื่องนี้แน่นอนว่ามันจะเกิดขึ้นอีกหนึ่งเดือนต่อมา
“ถ้าจำไม่ผิด ตอนนี้หวางเฟิงน่าจะได้พบกับผู้ฝึกตนแล้ว และกำลังเริ่มฝึกตนอยู่ จากนั้นก็จะเรียนแพทย์แผนจีนด้วย”
เย่กู่เฉินพูดกับตัวเอง ซึ่งมันเป็นโอกาสเหมาะพอดีที่เขาจะแอบอ้างเป็นคนรักในชาติก่อนของเธอก่อน พร้อมทั้งรักษาดวงตาให้เธอกลับมามองเห็นอีกครั้ง
ด้วยสองเรื่องนี้ เขาไม่เชื่อว่าเธอจะไม่ยอมมอบจูบอันดูดดื่มให้กับเขาด้วยความยินยอมพร้อมใจ!
“แต่จะไปในร่างตัวเองตอนนี้ไม่ได้” เย่กู่เฉินย่อมไม่อยากจะพบกับนางเอกคนนี้ในภายหลังแล้วเธอจำเขาได้ เขาครุ่นคิดสักพัก จากนั้นก็มีความคิดที่น่าสนใจขึ้นมา
เขาลองใช้พลังปราณเปลี่ยนให้ตัวเองมีอายุขึ้นมาเป็นสามสิบปี เขาเดินไปยืนหน้ากระจก มองตัวเองด้วยความประหลาดใจ รู้สึกว่ายิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งหล่อ
“ต่อให้บังเอิญเจอกัน เธอก็คงไม่น่าที่จะจำได้” เขาเลือกใช้รูปลักษณ์ที่ตัวเองอายุสามสิบปีอย่างไม่ลังเล
จากนั้นเขาก็ลอบออกจากคฤหาสน์อย่างเงียบเชียบ ตรงไปยังคฤหาสน์ของตระกูลถัง ที่อยู่ห่างออกไปไม่มากนัก
คฤหาสน์ตระกูลถังใหญ่โตและสวยงามเท่ากับของตระกูลเย่ ผู้คุ้มกันเองก็มีอยู่เต็มไปหมดรอบๆ คฤหาสน์
แต่ต่อให้มีมากกว่านี้ ก็ไม่มีทางที่จะสัมผัสหรือรับรู้ถึงการมาของเย่กู่เฉินได้
เย่กู่เฉินลอบเข้าไปภายในคฤหาสน์ตระกูลถังได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งกวาดผ่านจิตสัมผัสออกไปค้นหาว่าหญิงสาวผู้งมงายถังม่านหยาอยู่ที่ไหน
ถังม่านหยานี้ แน่นอนว่าเป็นชื่อของเธอ ในปีนี้ เธอสมควรมีอายุยี่สิบปี
เพียงไม่นาน เย่กู่เฉินก็พบว่าเธออยู่ห้องไหน เขาไม่ลังเลที่จะไปหาเธอ
ห้องของเธออยู่ชั้นสองของคฤหาสน์ เย่กู่เฉินเดินทะลุผ่านกำแพงเข้าไปในห้องของเธอได้อย่างง่ายดาย
เพียงเข้ามาในห้อง เขาก็ได้พบกับผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง เธอมีผมสั้นสีดำอยู่ในชุดนอน ดวงตาขุ่นมัวไร้ประกาย เธอตาบอดอย่างสิ้นเชิง
‘สมกับเป็นหนึ่งในนางเอก’ เย่กู่เฉินอดไม่ได้ที่จะพูดในใจ ถังม่านหยาสมกับเป็นหนึ่งในนางเอกห้าคนอย่างแท้จริง เธอสวยมาก ถ้าให้คะแนน เธอเป็นสาวสวยระดับเก้าสิบแปดคะแนนอย่างแน่นอน
ในตอนนี้ เธอกำลังนั่งคุยกับหญิงวัยกลางคนอยู่ที่เตียง ซึ่งหญิงวัยกลางคนคนนี้น่าจะเป็นแม่ของเธอ เพราะมีใบหน้าคล้ายเหมือนกันอยู่หลายส่วน
“ม่านหยา ลูกยังคงรอคอยอยู่เหรอ?” แม่ของถังม่านหยาถาม เธอมีชื่อว่าถังหนี่ ตั้งแต่เธอแต่งงานเข้าตระกูลถัง เธอก็เปลี่ยนมาใช้แซ่ถัง
ถังม่านหยายิ้มอย่างสดใส “ค่ะแม่ หนูยังคงรอคอยวันที่เขาจะปรากฏตัวและมอบแสงสว่างกลับคืนมาให้หนู”
ถังหนี่อดไม่ได้ที่จะลอบหลั่งน้ำตา ลูกสาวของเธองมงายยิ่ง แต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรเพื่อลูกสาวได้เลย
ดวงตาของลูกสาวของเธอบอดสนิทไปนับตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ หมอไม่มีทางรักษา จะหาดวงตาคู่ใหม่มาเปลี่ยน ก็ไม่มีดวงตาคู่ไหนที่เข้ากับเบ้าตาของลูกสาวเธอได้เลย หมอบอกว่าเคสนี้พันปีจะมีสักคน
แน่นอนว่าเธอคงจะไม่รู้ว่าไม่ใช่เคสนี้พันปีจะมีสักคน แต่เป็นผู้เขียนสุนัขเขียนไว้แบบนี้ต่างหาก
“เอาล่ะ ลูกพักผ่อนได้แล้ว อย่านอนดึกล่ะเข้าใจไหม?” ถังหนี่พูดพลางเช็ดน้ำตา ก่อนออกไปจากห้องหลังจากที่ลูกสาวของเธอรับคำ
“ไม่รู้ว่าวันไหน เขาจะปรากฏตัว” ภายในห้องหลงเหลือเพียงถังม่านหยา เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงของเธอฟังดูเศร้าอย่างไรไม่รู้
เย่กู่เฉินย่อมไม่อยากที่จะเสียเวลา เขาปรากฏตัวต่อหน้าของเธอในทันที
เพื่อให้เหมือนว่าเขาเป็นคนรักในชาติก่อนของเธอมากขึ้น เขาไม่ลังเลที่จะทำให้ร่างกายของตัวเองจืดจางลง สามารถมองทะลุได้ ราวกับเป็นเพียงวิญญาณ
“ม่านหยา เจ้ารอข้านานหรือไม่?” เย่กู่เฉินพลันพูดออกมา เสียงของเขาทำให้ถังม่านหยาตกใจ จนร้องออกมา “ใคร?”
“ไม่ใช่ว่าเจ้ารอคอยข้ามาตลอดหรือ ข้าเองก็ใช้เวลาค้นหาเจ้ามาเป็นเวลานาน...นานจนนับไม่ถ้วน!” เย่กู่เฉินพูดตามผลงานต้นฉบับเป๊ะ ไม่มีผิดเพี้ยนไปเลยสักนิด
ร่างกายของถังม่านหยาพลันสั่นสะท้าน พร้อมกับหัวใจเริ่มเต้นแรง เธออดคิดไม่ได้ว่า หรือว่าคนรักในชาติก่อนที่เธอรอคอยจะปรากฏตัวแล้วจริงๆ!
“คุณเป็นใคร?” เธอถาม แน่นอนว่าเธอยังไม่เชื่อว่าเขาเป็นคนรักในชาติก่อนของเธอ
“ลองหลับตาลง แล้วลืมขึ้น เจ้าจะมองเห็นข้า” เย่กู่เฉินพูด ขณะเดียวกันก็เริ่มใช้พลังปราณรักษาดวงตาให้เธอ เมื่อเธอหลับตาลงและลืมอีกครั้ง เธอจะกลับมามองเห็นได้อย่างแน่นอน
ร่างกายของถังม่านหยาสั่นสะท้านแรงยิ่งกว่าเดิม เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะหลับตาลง จากนั้นก็ลืมขึ้นมา
และในวินาทีที่เธอลืมตาขึ้นมานี้เอง ภาพที่เธอเห็นไม่ใช่ความมืดอย่างที่เคยเป็น แต่เป็นแสงสว่าง!
เธอสามารถมองเห็นได้อีกครั้ง!
‘คะ...คำทำนายเป็นความจริง!’ เธอร่ำร้องในใจ น้ำตาไหลออกมา เธอรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ยังมีชีวิต โชคดีที่ยังรอคอยมาจนถึงวันนี้ วันที่ได้เห็นแสงสว่างอีกครั้ง!
“อย่าหลั่งน้ำตา น้ำตาของเจ้ามีค่านัก” เย่กู่เฉินปลอบเธอ
ถังม่านหยาพลันเช็ดน้ำตาออก และก็เพิ่งจะมองเห็นว่าตรงหน้าของเธอมีชายหนุ่มอายุสามสิบปี ใบหน้าหล่อเหลายืนอยู่ แต่เขากลับโปร่งใสเป็นอย่างยิ่ง เรื่องนี้ทำให้เธอตกใจ
“คะ...คุณคือคนรักในชาติก่อนของฉัน?”
เย่กู่เฉินพยักหน้า เผยรอยยิ้มอันอ่อนโยน “ถูกแล้ว เป็นข้า ข้ากับเจ้ามีรักมั่นต่อกัน น่าเสียดาย ท่ามกลางยุคสมัยที่เต็มไปด้วยสงคราม พวกเราไม่อาจครองรักกันได้นาน ข้าไม่อาจปกป้องเจ้าได้ เจ้าถูกทหารฝ่ายศัตรูฆ่า นับแต่นั้นข้าก็สาบานว่าจะตามหาเจ้าทุกชาติภพ!”
จบบทที่ 22