แผนการของนางนั้นไม่ได้มีสิ่งใดซับซ้อน เพียงแต่นางจะจัดส่วนให้กับกลุ่มลูกค้าที่เข้าพักทั้งระยะยาวและจัดทำสัญญาเข้าพักเป็ครั้งคราว เพียงแต่ต้องเข้าพักให้ครบตามจำนวนที่กำหนดเอาไว้
กลุ่มพ่อค้าเร่นั้นมักจะเข้าเมืองหลวงมาเป็ครั้งคราวแต่สม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละสองครั้ง แต่ละครั้งก็เข้าพักที่โรงเตี๊ยมครั้งละ 2-3 วัน เป้าหมายของนางในตอนนี้ของนางคือกลุ่มคนเ่าั้นั่นเอง
นางเพียงแค่จัดทำสัญญาเข้าพักเป็ระยะยาว หากเข้าพักครบ 10 ครั้งก็จะมีส่วนลดให้และแน่นอนว่ามีอาหารเช้ามอบให้เช่นกัน ในเมื่อคุ้มกว่าเข้าพักที่อื่นมากมายขนาดนี้มีหรือจะไม่มีคนสนใจ ดังนั้นหลังจากประกาศไปเพียงไม่กี่วันเหล่าพ่อค้าก็ล้วนมาติดต่อเข้าพักทั้งสิ้น
จริงๆแล้วแผนการเช่นนี้นางตั้งใจจะทำอยู่หลายครั้งแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสที่เหมาะสมเพียงเท่านั้น นี่จึงถือว่าเป็การขยับแผนการเข้ามาให้เร็วกว่าเดิมเพียงเท่านั้น
“คุณหนูเ้าค่ะ หากทำเช่นนี้จะไม่เกิดปัญหาหรือเ้าคะ” ลี่ถังถามขึ้นด้วยสีหน้าเป็กังวล เมื่อเห็นว่ามีลูกค้าเข้ามาติดต่อที่โรงเตี๊ยมมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้นางเป็กังวลมากขึ้น
“เงินส่วนที่ลดไปนั้นไม่ได้มากมายถึงขั้นที่ทำให้เราเกิดปัญหาหรอกนะ แม้ว่าจะได้เงินน้อยกว่าเดิมสักเล็กน้อย แต่การที่ลูกค้ามากขึ้นขนาดนี้จะไม่ทำให้เราได้เงินเยอะกว่าเดิมหรอกหรือ อีกอย่างการทำเช่นนี้ถือเป็การซื้อใจของลูกค้าได้อีกเช่นกัน”
ที่นางอธิบายออกมาเสียยืดยาวเช่นนี้ ไม่ใช่เพราะจะอธิบายให้ลี่ถังเข้าใจเพียงคนเดียว แต่้าให้เหล่าคนงานที่อยู่ในโรงเตี๊ยมได้เข้าใจตรงกันเสียด้วยเลย นางเข้าใจดีว่าการที่นางทำเช่นนี้เหล่าคนงานล้วนเป็กังวล เพราะหากมีอะไรผิดพลาดนั่นจะส่งผลถึงงานที่พวกเขากำลังทำอยู่นั่นเอง
“บ่าวเข้าใจแล้วเ้าค่ะ”
“อืม หากเข้าใจแล้วก็ดี พวกเ้าเองก็เช่นกันทำตามที่ข้าบอกเถิด หากมีสิ่งใดผิดพลาดข้าจะเป็คนรับผิดชอบเอง”
“เ้าค่ะ”
“หากครบกำหนดก็ปิดรับไปก่อน เมื่อมีลูกค้าเข้ามาได้ถึงจำนวนหนึ่งก็เปิดเพิ่มอีกครั้ง จำเอาไว้ว่าเราจะเปิดเพิ่มอีกแค่ครั้งเดียว อย่าลืมเตือนลูกค้าด้วย”
“เ้าค่ะ เข้าใจแล้วเ้าค่ะ”
หลังจากจัดการปัญหาต่างๆโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้วนางก็ต้องไปจัดการกิจการใหม่อย่างการเปิดสถานที่ให้เช่า แม้ว่าตอนนี้ยังคงอยู่ใน่ปรึกษาวางแผนงานแต่ก็เป็่ที่วุ่นวายและยุ่งยากไม่น้อย นอกจากนั้นนางยังต้องติดต่อช่างและคิดกลยุทธ์การหาลูกค้าเองทั้งหมด
ในตอนนี้นางยังไม่ได้ปล่อยข่าวออกไปจึงทำให้ยังไม่มีเื่วุ่นวายเข้ามามากนัก นางจึงยังพอมีเวลาจัดการเื่ต่างๆให้เรียบร้อยเสียก่อน นางตั้งใจเอาไว้ว่าเมื่อจบเื่ของโรงเตี๊ยมแล้วจะเริ่มปล่อยข่าวให้คนที่สนใจเช่าเข้ามาติดต่อ
หลังจากผ่านไปเพียง 5 วัน กิจการของโรงเตี๊ยมก็คึกคักมากขึ้นอย่างทันตาเห็น เหล่าพ่อค้า ขบวนคาราวานต่างๆ ต่างตบเท้าเข้ามาติดต่อจับจองห้องพักกันอย่างคับคั่ง เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่ลูกค้าจากโรงเตี๊ยมตระกูลมู่เพียงที่เดียว ลูกค้าจากโรงเตี๊ยมอื่นๆก็ถูกดึงดูดมาเช่นกัน
ดีที่ตระกูลเซี่ยนั้นมีเส้นสายมากมาย จึงทำให้แม้จะมีหลายคนที่ไม่พอใจแต่ก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้มากนัก เซี่ยเหยาฮวาเองก็เคยเกรงกลัวปัญหานี้ แต่เมื่อพูดคุยกับบิดาแิของบิดาก็ทำให้นางตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้น
บิดาสอนนางว่าหากมัวแต่หวาดกลัว จะสามารถเติบโตได้อย่างไร การทำการค้าล้วนต้องมีความเสี่ยงด้วยกันทั้งสิ้น ไม่มีใครที่มัวแต่กลัวแล้วสามารถขยับขยายได้แน่นอน
“คุณหนูเ้าค่ะ คุณชายมู่มาอีกแล้วเ้าค่ะ”
“ให้เข้าเข้ามา” นี่ไม่ได้เหนือความคาดหมายของนางท่าไหร่นัก นางจึงอนุญาตให้เขาเข้ามาได้ทันที
“แต่ว่า……” แม้ว่าในใจอยากจะขัดคุณหนูของตนมากเท่าไหร่ แต่ลี่ถังเองก็ไม่กล้าจึงได้แต่อึกๆอักๆอยู่อย่างนั้น
“ไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอก เ้าคิดว่าข้าโดนหลอกมาถึง 2 ครั้งแล้วจะยังหลงเชื่อเขาอยู่อีกหรือ”
“บ่าวเข้าใจแล้วเ้าค่ะ บ่าวจะรีบไปเชิญคุณชายมู่มาเดี๋ยวนี้”
เซี่ยเหยาฮวานั้นรู้อยู่แล้วว่าคนอย่างมู่อี้หานจะต้องอดทนรอได้ไม่นานอย่างแน่นอน ผ่านมาหลายวันเช่นนี้ถือว่านานมากสำหรับผู้ชายคนนั้นแล้ว ยิ่งนางปรับเปลี่ยนแนวทางของโรงเตี๊ยมด้วยแล้วยิ่งกระตุ้นเขาได้มากกว่าเดิมเสียอีก
โรงเตี๊ยมของตระกูลมู่นั้นอยู่ในระแวกเดียวกันกับโรงเตี๊ยมตระกูลเซี่ยจึงได้รับผลกระทบมากกว่าที่อื่นๆ นี่คงเป็เหตุผลที่ทำให้เขามาหานางในวันนี้
“คารวะคุณชายมู่เ้าค่ะ ไม่ทราบว่าที่มาในวันนี้จะมาติต่อธุรกิจอะไรหรือเ้าคะ” เมื่อเขานั่งเรียบร้อยแล้ว นางก็เข้าเื่ทันที ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดเื่อื่นเลยแม้แต่น้อย
“เหยาฮวา เหตุใดจึงพูดกับข้าเช่นนั้น ไม่ใช่ว่าครั้งก่อนเราคุยกันรู้เื่แล้วหรือ”
“คุยอะไรรู้เื่หรือ เหตุใดข้าไม่เ้าใจในสิ่งที่เ้าพูดเลยสักนิด” นางพูดพร้อมเผยรอยยิ้มนิดๆออกมาบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็ใครก็ดูออกว่านางกำลังท้าทายเขาอยู่
“เหยาฮวา คราวก่อนเราคุยกันไว้ว่าจะกลับไปเป็เหมือนเดิมไม่ใช่หรือ” แม้ว่าสีหน้าของมู่อี้หานจะเศร้าสร้อย แต่ร่างกายที่เกร็งขึ้นเล็กน้อยนั้นมีหรือจะคลาดจากสายตาของเหยาฮวาที่คอยสังเกตอยู่เสมอ
“ฮ่าๆๆๆ ดูท่าคนที่เ้าคุยด้วยจะไม่ใช่ข้ากระมัง ครั้งก่อนข้าคิดเอาไว้ว่าจะให้อภัยเ้าก็จริง แต่ใช่ว่าจะกลับไปจมปลักกับผู้ชายอย่างเ้า ดังนั้นอย่าสำคัญตัวเองมากเกินไปนัก”
“เซี่ยเหยาฮวา อย่าให้มากเกินไป ความอดทนของข้านั้นมีจำกัด” มู่อี้หานนั้นได้รับแรงกดดันมาจากครอบครัวก่อนแล้ว เมื่อได้รับการท้าทายจากเซี่ยหยาฮวาเข้าไปอีกก็ทำให้เขาแทบจะคุมสติไม่อยู่
ในใจของมู่อี้หานนั้นเต็มไปด้วยความโกรธ ทั้งบิดาที่บีบบังคับให้เข้ามาขอร้องผู้หญิงคนนี้ ทั้งเซี่ยเหยาฮวาที่ไม่ยอมไว้หน้าเขาสักนิด ถึงอย่างไรนางก็เคยเป็ผู้หญฺงของเขามาก่อน กล้าดีอย่างไรถึงได้ท้าทายเขาเช่นนี้
แค่นางยอมลดราคาจนเรียกลูกค้าได้มากขึ้นเพียงไม่กี่วัน ท่านพ่อก็เกรงกลัวจนต้องให้เขามาทำอะไรเช่นนี้อีกครั้ง คิดหรือว่าเซี่ยเหยาเฉิงจะยอมเสียเงินจำนวนมากไปกับความคิดเล่นๆของเซี่ยเหยาฮวา เขามั่นใจว่าอีกไม่กี่วันตระกูลเซี่ยก็ต้องหยุดเื่นี้แน่
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโหจนแทบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ หากไม่ใช่เพราะว่าท่านพ่อเอาตำแหน่งผู้นำตระกูลมาขู่ เขาคงไม่ใจเย็นมาถึงตอนนี้
“ฮ่าๆๆ ไม่ใช่ว่าคราวก่อนท่านมาขอข้าคืนดีหรอกหรือ ใครกันที่พูดว่าตนเองนั้นรู้สึกผิด ใครกันที่พูดว่ารู้แล้วว่าคนที่รักเ้ามากที่สุดคือใคร แล้วอย่างไรมาวันนี้ความคิดของเ้าเปลี่ยนไปอีกแล้ว หรือว่าธาตุแท้ของเ้ามันโผล่ออกมาแล้ว”
“นี่มัน….ไม่ใช่อย่างนั้น ข้าเพียงแค่มีเื่ให้คิดนิดหน่อย”
“อย่างนั้นหรือ เช่นนั้นข้าจะไม่นำมาใส่ใจ เ้าก็รีบพูดธุระของเ้ามาเถิด”
นางที่ตอนนี้เข้าใจเป้าหมายที่แท้จริงของมู่อี้หานแล้วก็ไม่ได้เก็บคำโกหกของเขามาใส่ใจอีกต่อไป ต่อให้เขาพูดอะไรออกมานางก็ไม่เชื่ออยู่แล้ว
“เอาล่ะ ข้าจะมาคุยเื่โรงเตี๊ยมของเ้า เ้าของโรงเตี๊ยมแห่งอื่นเองก็มาปรึกษาหารือกับข้าแล้วจึงได้ข้อสรุปว่าควรมาคุยกับเ้า” เื่นี้เองก็เป็อีกเื่ที่ทำให้เขาโมโห พวกนั้นอ้างว่าเป็เพราะเขาที่ทำให้เซี่ยเหยาฮวาลงดาบกับตน จึงขอร้องแกมบังคับให้เขามาคุยกับนาง
“โรงเตี๊ยมของข้ามีปัญหาอะไรหรือ แต่ข้าว่าตอนนี้กิจการของข้าก็เป็ไปได้ดีเป็อย่างยิ่ง”
“เพียงแต่การที่เ้าทำเช่นนี้ส่งผลให้พวกเราเดือดร้อน”
“การที่เ้าเดือดร้อน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้ากัน” นางตอบเขากลับทันทีโดยไม่ได้คิดแม้แต่น้อย
“นี่เ้า!!”
“เ้ากลับไปเสียเถิด ข้าไม่มีอะไรจะพูดกับเ้าแล้วหากยังไม่มีความจริงใจกับผู้อื่น แน่นอนว่าเ้าจะไม่มีทางได้ความจริงใจกลับไปเช่นกัน”
“ดี แล้วเราจะได้เห็นดีกัน”
มู่อี้หานกลับออกได้ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เข้าโมโหมากเสียจนอย่างทำลายข้าวของที่ขวางทางไปเสียให้หมด แต่แน่นอนว่าเขาไม่กล้าทำเช่นนั้น เพราะข้าวของของตระกูลเซี่ยนั้นมีมูลค่าไม่น้อย และแน่นอนว่าหากมีสิ่งใดเสียหายเซี่ยเหยาฮวาต้องเรียกเก็บจากเขาแน่
เมื่อวานไม่ได้มา เดี๋ยวจะหาโอกาสมาลงชดเชยให้นะคะ ่นี้ฝึกงานหนักมากกกก
ปล. น้องฝากมาบอกว่าจะเลิกโง่ถาวรแล้วค้าบบบบบบบบบ