เสียงกระหน่ำซัดสาดของพายุฝนฤดูร้อนนอกหน้าต่างกระจกนิรภัยบานใหญ่ดังก้องไปทั่วอาณาบริเวณคลินิกส่วนตัวแพทย์เฉพาะทางเครือโรงพยาบาลเซนต์เบเนดิกต์ ฟ้าแลบแลบแปลบปลาบเป็สายยาวส่องสว่างสะท้อนผ่านไอหมอกฝน เข้ามายังห้องแล็บเคมีวิจัยสมุนไพรส่วนบุคคลที่ นพ. อัครวินท์ อนุญาตให้ใยไหมเข้ามาใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ราคาแพงเพื่อทำการวิจัยสมุนไพรรักษาโรคประจำตัวของเธออย่างเป็ระบบ
เวลาเดินเลยผ่านเที่ยงคืนไปแล้ว ภายในห้องมีเพียงแสงไฟสลัวสีส้มอุ่นจากโคมไฟตั้งโต๊ะทำงานและหน้าจอคอมพิวเตอร์วิเคราะห์โครงสร้างเคมีของพืชเท่านั้น ‘ใยไหม’ อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวบาง สวมเสื้อกาวน์แล็บสั้นสีขาวทับ และกางเกงขาสั้นเหนือเข่าสีครีมที่เผยเรียวขาขาวผุดผ่อง มือบางสองข้างกุมกระบอกตวงทดลองอย่างตั้งมั่น สายตาหวานจดจ้องอยู่กับการสกัดอัลคาลอยด์บริสุทธิ์จากกลีบดอกมะลิป่าสีขาวบริสุทธิ์ซึ่งเธอตั้งใจใช้บำรุงกล้ามเนื้อหัวใจที่อ่อนแอของเธอ
ทว่าในค่ำคืนพายุคะนองนี้ จิตใจของเธอกลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกและหวั่นไหวเป็จังหวะแปลกๆ ราวกับมีลางบอกเหตุบางอย่าง มือของเธอสั่นเทาจนเกือบทำหลอดแก้วทดลองหลุดมือ
*ตึง! ปัง!*
เสียงผลักประตูนิรภัยด้านหน้าห้องแล็บดังลั่นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาใยไหมสะดุ้งสุดตัวและหันขวับไปมองทันที ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของเธอแทบจะหยุดชะงัก
ร่างสูงใหญ่สง่าของ นพ. อัครวินท์ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทเนื้อหรูหรา บัดนี้เปียกปอนชุ่มไปด้วยหยาดน้ำฝนและหยาดเหงื่อที่ผุดพรายเต็มผิวกายสีน้ำผึ้งจนเกิดไอความร้อนลอยกรุ่นจาง ๆ เสื้อเชิ้ตของเขาหลุดลุ่ย กระดุมสามเม็ดบนถูกทึ้งจนขาดวิ่น เผยให้เห็นแผงอกแกร่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อตึงแน่นและรอยแผลเป็เก่าจางๆ จากการถูกยิงและคมมีดอันน่าเกรงขาม
ใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตรบิดเบี้ยวด้วยความทรมานแสนสาหัส ดวงตาคมกริบสีดำสนิทบัดนี้แดงก่ำด้วยเส้นเืฝอยระยิบระยับ และฉายแววดุดัน ร้อนแรง ราวกับสัตว์ร้ายในเงามืดที่กำลังสูญเสียสติควบคุมตนเอง
"คุณหมอวิน! คุณเป็อะไรคะ?" ใยไหมรีบวางหลอดทดลองแล้ววิ่งเข้าไปประคองร่างสูงใหญ่ของเขาทันที
แต่ทันทีที่มือนุ่มนิ่มของเธอััโดนท่อนแขนแกร่งที่ร้อนจัดราวกับเหล็กเผาไฟ หมอวินกลับกระชากร่างของเธอเข้าหาตัวอย่างแรง แผงอกนุ่มอวบหยุ่นเบียดชิดกระแทกอกแกร่งที่กำลังเต้นระรัวราวกับจังหวะกลองศึกจนใยไหมรู้สึกจุก ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่พ่นรดแก้มใสมีกลิ่นอายป่าฝนชื้นปนกลิ่นดินปืนและกลิ่นหวานฉ่าของสารเคมีแปลกประหลาด
"ออกไป... ใยไหม... หนีไปจากห้องนี้ซะ..." วินเซนต์ครามต่ำในลำคอ เสียงทุ้มแหบพร่าและสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ มือหนาบีบไหล่เธอแน่นจนเธอเจ็บ "พยัคฆ์ขาว... มันใช้พิษสกัดผสมยากระตุ้นหลอดเื... ตัวฉัน... มันกำลังจะทนไม่ไหว..."
ใยไหมเบิกตากว้างตระหนักได้ทันทีในฐานะนักเคมีสมุนไพร สารพิษที่เขาได้รับคือ 'อะโคนิทีน' (Aconitine) ที่ได้จากพืชตระกูลดิกิทาลิสผสมสารกระตุ้นหลอดเืระดับเข้มข้น ซึ่งส่งผลให้หัวใจบีบตัวรุนแรงเกินขีดจำกัดจนอาจหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน และผลข้างเคียงอีกอย่างคือการขยายหลอดเืส่วนปลายซึ่งจะปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศและความร้อนรุ่มในกายจนแทบคลั่งตาย
"ไม่ค่ะ! ฉันไม่หนี คุณกำลังจะตายถ้ายาพิษแล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจ!" ใยไหมปฏิเสธเสียงแข็ง ดวงตาหวานแสดงความเด็ดเดี่ยวสู้ยิบตา เธอพยุงร่างแกร่งที่สั่นเทิ้มให้ไปนอนพิงโซฟาหนังยาวส่วนตัวในมุมพักผ่อน ก่อนจะรีบวิ่งกลับมาที่เคาน์เตอร์ปรุงแล็บสกัดอย่างเร่งรีบที่สุด
มือบางสั่นระริกขณะตวงส่วนผสม สารสกัดอัลคาลอยด์จากมะลิป่าที่เธอเพิ่งกรองเสร็จเมื่อครู่มีคุณสมบัติบล็อกการทำงานของสารพิษตัวนี้ได้ถ้านำมาผสานกับสารสกัดโสมแดงป่าเข้มข้นในอัตราส่วนที่พอเหมาะ เธอรีบหยดสารด้วยความรวดเร็วและแม่นยำที่สุดในชีวิต ท่ามกลางเสียงขยับตัวครางต่ำอย่างทรมานและแสนดิบเถื่อนของัหนุ่มบนโซฟา เสื้อเชิ้ตของเขาถูกทึ้งจนขาดวิ่นไปหมดแล้ว
เมื่อปรุงเสร็จ ของเหลวสีเหลืองทองอุ่น ๆ อยู่ในหลอดแก้วทดลอง ใยไหมรีบวิ่งกลับมาที่โซฟา "หมอวินคะ ดื่มนี่เร็วเข้าค่ะ! มันคือยาแก้พิษ!"
ทว่าวินเซนต์ไม่มีสติพอจะกลืนกินได้อีกต่อไป ดวงตาคมปิดแน่น กัดฟันจนกรามขึ้นนูนสั่นเทิ้ม ใยไหมรู้ดีว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที เธอสูดลมหายใจลึก ตัดสินใจจิบของเหลวอุ่นหวานสีทองนั้นเข้าปากตัวเองจนเต็มกระพุ้งแก้ม แล้วโน้มใบหน้าหวานลงประทับริมฝีปากอิ่มบดเบียดกับเรียวปากหยักที่ร้อนจัดของชายหนุ่มทันที
เธอใช้ปลายลิ้นเล็กดุนดันเปิดเรียวปากของเขา สอดส่งน้ำยาถอนพิษอุ่นหวานไหลรินลงสู่ลำคอของชายหนุ่มจนหมดหลอดแก้ว วินเซนต์กลืนยาสมุนไพรลงคอตามสัญชาตญาณ ทว่าััจากเรียวลิ้นหวานและกลิ่นกายอันคุ้นเคยของใยไหมกลับกลายเป็ตัวกระตุ้นชั้นยอด
เมื่อยาถอนพิษทำปฏิกิริยากับสารพิษในกระแสเื อัตราการเต้นของหัวใจเขาเริ่มกลับมาทรงตัว ทว่าผลข้างเคียงจากการทำปฏิกิริยาส่งเสริมกัน ระหว่างสมุนไพรกระตุ้นหัวใจกับยากระตุ้นหลอดเื กลับทำให้ผิวกายสีน้ำผึ้งของเขาร้อนฉ่าแดงซ่านขึ้นมาทันที อารมณ์ดิบป่าเถื่อนและความ้าทางร่างกายที่อัดแน่นปะทุขึ้นมาถึงขีดสุด!
"อืม..." วินเซนต์กระชากร่างบางลงมาทับอยู่บนร่างแกร่งของเขาทันที ดวงตาเรียวคมลืมขึ้นสบประสาทตากับเธออย่างดุดัน ร้อนแรงราวกับจะเผาไหม้เธอให้เป็จลน์ สติของความเป็แพทย์สุภาพอ่อนโยนปลิวหายไปกับสายลมพายุ เหลือเพียง "วินเซนต์" หัวหน้าแก๊งมาเฟียผู้หิวโหยและคลั่งรักเหยื่อตัวน้อยตรงหน้า
"ยาถอนพิษของเธอ... มันทำให้ฉัน้าเธอจนแทบคลั่งตายแล้ว ยัยหนู..." เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นระริก มือหนาเอื้อมไปกุมท้ายทอยของใยไหมแล้วกดบดจูบลงมาอย่างป่าเถื่อนและเร่าร้อนทันที
"อื้อ!" ใยไหมครางแ่ จูบครั้งนี้รุนแรงดุดันจนริมฝีปากนุ่มรู้สึกเจ็บ เรียวลิ้นหนาแทรกซอนเข้ามากวาดชิมความหวานจากปากเธออย่างตะกรุมตะกราม ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานกันปนเปท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องนอกหน้าต่าง
วินเซนต์ใช้ฝ่ามือร้อนระอุกระชากเสื้อแล็บและเสื้อยืดบางของเธอออกอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นทรวงอกคู่งามอวบอิ่มขาวผ่องที่กระเพื่อมไหวรัวเร็วตามจังหวะการหอบหายใจ ยอดอกสีหวานชูชันต้อนรับลมหายใจร้อนผ่าวของเขา ผิวพรรณของใยไหมขาวเนียนละเอียดราวกับตุ๊กตากระเบื้องจนเขาอยากประทับตราแสดงความเป็เ้าของไปทุกตารางนิ้ว
"หมอวิน... อย่าค่ะ... อ๊ะ..." ใยไหมพยายามขัดขืนอย่างอ่อนแรง ทว่าความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านจากผิวกายแกร่งและการเล้าโลมลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและเอวคอดกิ่วกลับทำให้ร่างกายของเธอทรยศ ความรู้สึกเสียวซ่านรุนแรงแล่นริ้วลงสู่กึ่งกลางกายจนดอกไม้งามเริ่มหลั่งหยาดน้ำหวานชื้นแฉะ
"หนีไม่พ้นแล้วใยไหม... เธอปรุงยานี้เอง เธอต้องรับผิดชอบร่างกายของฉัน..." วินเซนต์กระซิบเสียงพร่าต่ำข้างหู ลากไล้ริมฝีปากลงมาตามลำคอระหงก่อนจะอ้าปากยอดอกคู่งาม ดูดดึงและขบเม้มระรัวจนใยไหมบิดกายสั่นเทิ้มด้วยความกระสันซ่าน สองมือบางจิกเกร็งเข้าไปในกลุ่มผมหนาของเขาเพื่อระบายความเสียวกระสัน
"อ๊ะ... หมอวิน... เสียว... อื้อ..." เสียงครางหวานสั่นเครือยิ่งปลุกอารมณ์ดิบในกายมาเฟียหนุ่มให้พุ่งพล่าน
วินเซนต์ปลดเปลื้องกางเกงขาสั้นและชั้นในตัวจิ๋วของเธอออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจัดการถอดกางเกงของตัวเองจนร่างแกร่งเปลือยเปล่า ลำลึงค์ร้อนระอุขนาดั์ขยายตัวเต็มที่ชี้ตรงมายังกึ่งกลางกายสาว ขาแกร่งแยกเรียวขาขาวผุดผ่องของเธอออกกว้าง เผยความอ่อนนุ่มชุ่มชื้นเยิ้มฉ่ำต้อนรับความแข็งแกร่ง
"ลืมตาขึ้นมองฉันใยไหม..." วินเซนต์สั่งเสียงทุ้มต่ำสะกดใจ "ฉันชื่อวินเซนต์... และเธอต้องเป็ของฉันคนเดียวเท่านั้น"
"วิน... วินเซนต์..." ใยไหมครางชื่อมาเฟียหนุ่มอย่างยอมจำนน
วินเซนต์กดสะโพกสอบสอดแทรกแก่นกายร้อนระอุเข้าสู่ช่องทางรักที่คับแน่นและบริสุทธิ์อย่างช้าๆ รอยฉีกขาดของเยื่อบางทำให้ใยไหมสะดุ้งสุดตัวและเจ็บแปลบจนน้ำตารื้นเบียดแก้มใส เธอข่วนแผ่นหลังกว้างจนเกิดรอยเล็บยาวแดงจางๆ
"อึ๊ก... เจ็บ... ฉันเจ็บ..."
"ชู่ว... เด็กดี คับแน่นและอุ่นเหลือเกินคนสวย... ผ่อนคลายนะ หมอจะช่วยรักษาให้เอง" เขาปลอบประโลมเธอด้วยเสียงกระซิบข้างหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยเสน่หาที่บ้าคลั่ง เขารอให้ร่างกายเธอปรับตัวครู่หนึ่ง จูบซับน้ำตาที่แก้มใสอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกสอบเข้าออกเป็จังหวะเน้นหนักและรวดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
*พั่บ! พั่บ! พั่บ!*
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องสลับกับเสียงพายุฝนกระหน่ำด้านนอก ยิ่งช่องทางรักของเธอตอดรัดแก่นกายแ่า วินเซนต์ยิ่งครางต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด เขายกร่างบางขึ้นมานั่งบนตักกว้างขณะที่ส่วนเชื่อมต่อยังคงสอดประสานกันแ่า บังคับให้เธอขยับโยกคลึงรับความแข็งแกร่งของเขาตามจังหวะที่เขาคุมเกมอย่างดุดันและเร่าร้อน
"หมอวิน... วินเซนต์... จะไม่ไหวแล้ว... อ๊ะ อ๊า..." ใยไหมครางลั่นห้องแล็บ ร่างกายบิดเร่า ความเสียวซ่านรุนแรงกระตุ้นหัวใจดวงน้อยที่เต้นระรัวและปะทุอารมณ์ขึ้นสู่ขีดสุด
"ตอดรัดดีเหลือเกินยัยหนู... แตกข้างในนะ... อือ..." วินเซนต์ครามต่ำ สองมือหนาบีบเค้นเอวคอดกิ่วแล้วกระแทกกระทั้นความแข็งแกร่งเน้นย้ำความป่าเถื่อนครั้งสุดท้าย ฉีดพ่นน้ำรักอุ่นร้อนเข้าไปในส่วนลึกของมดลูกของเธอจนไหลทะลักออกมาตามซอกขาขาวผุดผ่อง
ทั้งคู่หอบหายใจกอดก่ายกันบนโซฟาหนังนุ่มท่ามกลางพายุฝนภายนอกที่เริ่มสงบลง หมอวินกระชับร่างบางเข้ามาแนบในอ้อมอกแกร่ง จูบลงบนขมับชื้นเหงื่อของเธออย่างรักใคร่และหวงแหนอย่างที่สุด โดยตระหนักดีว่า... ตราประทับในค่ำคืนนี้จะผูกมัดชีวิตของเธอกับโลกสีเทาของเขาไปชั่วนิรันดร์.