บทที่ 14 ฮั่นเหยียน
ผู้เฒ่าซูยิ้มให้ลู่เฉิงเฟิงขณะรำไทเก๊ก
ลู่เฉิงเฟิงเดินมาร่วมวงกับผู้เฒ่าซู
“มาหาอี้จวินเหรอ?”
“อี้จวินบอกว่าเธอมีงานจะต้องไปหารือและขอให้ผมไปด้วยครับ”
ซูอวิ๋นเฉียวมองดูการรำไทเก๊กตลก ๆ ของลู่เฉิงเฟิงแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เธอกำลังทำอะไรอยู่”
“รำไทเก๊กไงครับ ดูสิ เหมือนแบบแตงโมลูกใหญ่ ผ่ากลางครึ่งหนึ่งให้คุณปู่ และอีกครึ่งหนึ่งสำหรับผม”
ผู้เฒ่าซูรู้สึกขบขันและหัวเราะ
แต่ทันใดนั้น จู่ ๆ ชายชราก็สำลัก ชายผมสั้นที่อยู่ข้าง ๆ ก็รีบก้าวมาข้างหน้าและยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
ผู้เฒ่าซูปาดเหงื่อแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวลู่ ฉันขอแนะนำให้เธอรู้จัก นี่คือหลานชายของเพื่อนเก่าของฉัน เขาชื่อฮั่นเหยียนมาจากหน่วยรบพิเศษ เขามีทักษะมาก ก่อนหน้านี้มีหน้าที่รับผิดชอบในการปกป้องความปลอดภัยพ่อของอี้จวิน “
“แต่หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้เสี่ยวฮั่นกลับถูกจัดมาให้อยู่กับฉันแทน แต่ฉันมันเป็แค่ตาแก่คนหนึ่งจะต้องมาปกป้องอะไรมากมาย ดังนั้นฉันจะปล่อยให้เสี่ยวฮั่นไปกับคุณหลังจากนี้”
ลู่เฉิงเฟิงมองไปที่ฮั่นเหยียนยิ้มและพยักหน้าทักทาย
ฮั่นเหยียนทำเป็ไม่สังเกตเห็น ใบหน้าของเขาไร้ความรู้สึกและเขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองด้วยซ้ำ
ลู่เฉิงเฟิงขมวดคิ้วสงสัยว่าเขาทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองั้แ่ตอนไหน?
ผู้เฒ่าซูพูดด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวฮั่นอยู่ในกองทัพมาทั้งชีวิตดังนั้นเขาจึงมีบุคลิกแบบนี้อย่าคิดมากเลย”
ลู่เฉิงเฟิงพ่นลมหายใจโดยคิดว่าคนบุคลิกแบบนี้ไม่น่าเอ็นดูเท่าไหร่และอาจถูกเขากระทืบได้ง่าย ๆ
แต่ทันใดนั้นดวงตาของลู่เฉิงเฟิงก็สั่นไหว หากงูแบล็กแมมบามา อีกฝ่ายจะมองหาเบาะแสเกี่ยวกับเขาจากซูอี้จวินอย่างแน่นอน ฮั่นเหยียนคนนี้สามารถใช้เป็แพะรับบาปที่สมบูรณ์แบบได้ไม่ใช่เหรอ?
เมื่อไหร่ที่งูแบล็กแมมบาตระหนักว่าเดาคนผิด ฮั่นเหยียนจะไม่ถูกฆ่าแน่นอนเพราะนักฆ่าจะไม่ลงมือโดยไม่มีผลประโยชน์ แต่การทุบตีชายคนนี้เป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
‘ฮั่นเหยียนเอ๋ย โชคดีนะจ๊ะ…’ ลู่เฉิงเฟิงเยาะเย้ยในใจอย่างเงียบ ๆ
สักพักซูอี้จวินก็ออกมา
วันนี้ซูอี้จวินจงใจแต่งตัวสวยทำให้มองเธอแล้วดูตื่นตาตื่นใจ
“เสี่ยวจวินไปรถของผมไหม”
ซูอี้จวินไม่มีข้อโต้แย้ง
เมื่อไปถึงรถ ลู่เฉิงเฟิงก็ยื่นกุญแจรถให้ฮั่นเหยียน
โดยไม่คาดคิดฮั่นเหยียนไม่ตอบสนอง เขาเปิดประตูหลังรถและรอให้ซูอี้จวินเข้าไปจากนั้นก็ปิดประตูแล้วเขาก็เดินอ้อมมาเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับและเข้าไปในที่นั่งผู้โดยสาร
มุมปากของลู่เฉิงเฟิงกระตุก ไอ้ผู้ชายคนนี้มันกวนบาทาไปหน่อยไหม?
‘แต่เป็ไรเนื่องจากนายกำลังจะเป็แพะรับบาปของฉัน ฉันจะทำเป็ไม่สนใจนายก็แล้วกัน แต่เมื่อไหร่ที่งูแบล็กแมมบามา นายได้ร้องไห้หาแม่แน่’ ลู่เฉิงเฟิงบ่นสองสามคำในใจของเขา
หลังจากขึ้นรถแล้วลู่เฉิงเฟิงก็ถามว่า “เสี่ยวจวินคุณจะไปไหน?”
“ูเาไคหยวน โรงแรมเกอหง”
ลู่เฉิงเฟิงสตาร์ทรถและขับไปยังจุดหมายปลายทางที่เธอบอก
เมื่อพวกเขาไปถึงสถานที่ซูอี้จวินพูดว่า “ฮั่นเหยียนรอฉันอยู่ที่นี่ ให้เฉิงเฟิงไปกับฉันก็พอ”
ฮั่นเหยียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “คุณปู่ซูบอกผมว่าข้างนอกตอนนี้ไม่ปลอดภัย ดังนั้นผมต้องติดตามคุณไปทุกย่างก้าว”
“ไม่เป็ไร มีเฉิงเฟิงอยู่กับฉันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน”
ซูอี้จวินพูดด้วยรอยยิ้ม
ฮั่นเหยียนเหลือบมองลู่เฉิงเฟิงอย่างดูถูก ด้วยแขนและขาที่ผอมบางเช่นนี้หากตกอยู่ในอันตรายจริง ๆ คงจะวิ่งเร็วกว่าใคร ๆ ซะมากกว่า
ลู่เฉิงเฟิงเลิกคิ้ว ไอ้นี่มันมองเขาอย่างดูถูกนี่หว่า
ซูอี้จวินสังเกตเห็นดวงตาของฮั่นเหยียน อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่า กลัวว่าเขาอาจทำให้ลู่เฉิงเฟิงขุ่นเคืองโดยไม่ได้ตั้งใจ
เธอรู้ดีว่าวิธีการของลู่เฉิงเฟิงช่างโเี้เพียงใด
เธอมองไปที่ลู่เฉิงเฟิงด้วยกลัวว่าเขาจะโกรธ เมื่อคนส่วนใหญ่โกรธพวกเขามักจะทะเลาะกันเป็ส่วนใหญ่ ความโกรธของลู่เฉิงเฟิงสามารถฆ่าผู้คนได้
ลู่เฉิงเฟิงััใบหน้าสวยของเธออย่างเสน่หาและส่ายหัวบอกเธอเป็นัยว่าเขาไม่ใช่คนที่โกรธง่ายขนาดนั้น
หากแค่นี้เขายังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ เขาก็คงเป็แค่นักฆ่าระดับต่ำไปตลอดชีวิต
ซูอี้จวินหน้าแดงเมื่อเห็นท่าทางใกล้ชิดของลู่เฉิงเฟิง อันธพาลตัวเหม็นคนนี้พยายามเอาเปรียบเธออยู่เสมอเลย!
“ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเลยมั้ย?”
ลู่เฉิงเฟิงพยักหน้า
ทั้งสามคนเดินเข้าไปในอาคาร
คนที่ซูอี้จวิน้าพบในครั้งนี้คือคนจากเจี้ยนหงกรุ๊ป
เจี้ยนหงกรุ๊ปเป็หนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเหยียนเฉิงโดยมีมูลค่าตลาดนับหมื่นล้าน มีการลงทุนที่หลากหลายทั้งวงการก่อสร้าง ยารักษาโรค และความบันเทิง พูดง่าย ๆ ก็คือพวกเขาทำอะไรก็ตามที่ทำเงินได้
จุดประสงค์หลักของซูอี้จวินในการมาที่นี่ครั้งนี้คือการหาแหล่งเงินทุนเพิ่ม
ซูกรุ๊ปเกือบจะหมดเงินไปกับยาต้านมะเร็งนี้ ขณะนี้บริษัทมีเงินทุนไม่เพียงพอและการทดสอบรวมถึงการส่งเสริมการขายในระยะสุดท้ายต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก
คนจากเจี้ยนหงกรุ๊ปได้รออยู่แล้ว
พนักงานพาลู่เฉิงเฟิงและคนอื่น ๆ ไปที่ห้องรับรองหรูหราที่สามารถรองรับคนได้หลายสิบคน
ทันทีที่เข้าไป ชายที่หน้าตาอ่อนโยนในวัยสามสิบสวมชุดสูทเข้ารูปและแว่นตาขอบทองลุกขึ้นยืนทักทายพวกเขาด้วยรอยยิ้ม
“คุณหนูซูเราเจอกันอีกแล้วนะ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันหลายวันคุณหนูสวยขึ้นอีกแล้วรึเปล่าครับ?”
ชายหนุ่มยื่นมือออกไปจับมือทักททายกับซูอี้จวินแล้วรีบปล่อยมือ เขาแสดงมารยาทอย่างไม่เอาเปรียบและเหมาะสม
ลู่เฉิงเฟิงมองไปที่ชายหนุ่ม ดวงตาของเขาสั่นไหว เขารู้สึกว่าบุคคลนี้ดูคุ้นเคย แต่เขาจำไม่ได้ว่าเคยพบอีกฝ่ายที่ไหนมาก่อน
“คุณเหยียนชมกันเกินไปแล้ว คุณรอมานานแล้วเหรอคะ?”
ชายคนนี้นามสกุลเหยียนเหรอ? นามสกุลนี้ทำให้ดวงตาของลู่เฉิงเฟิงเฉียบคม แต่เขากลับไปเป็ปกติอย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครสังเกตเห็น
“ผมเพิ่งมาถึงเอง คุณหนูซูเชิญนั่งลงก่อนเถอะ”
ชายหนุ่มทำท่าทางเชื้อเชิญ
“ก่อนที่เราจะพูดคุยกัน ให้ฉันแนะนำคุณเหยียนก่อน นี่คือแฟนของฉันลู่เฉิงเฟิง”
“เฉิงเฟิง นี่คือคุณเหยียนโย่วเว่ยจากเจี้ยนหงกรุ๊ป”
เหยียนโย่วเว่ยสะดุ้งครู่หนึ่งมองดูลู่เฉิงเฟิง ใบหน้าของเขามืดหม่นทันที จากนั้นเขาก็พูดในลักษณะเก็บอารมณ์ “ดูเหมือนว่าข่าวของผมจะช้าไปสักหน่อย ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณหนูซูมีแฟนแล้ว?”
ซูอี้จวินขมวดคิ้ว คำพูดเหล่านี้ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดมาก เธอคิดกับตัวเองว่า ‘ฉันมีแฟนแล้ว แล้วมันเกี่ยวข้องกับนายยังไงล่ะ?’
เหยียนโย่วเว่ยหัวเราะแปลก ๆ “คุณหนูซู คุณทำให้ผมผิดหวัง”
ซูอี้จวินขมวดคิ้ว “คุณเหยียน คุณหมายถึงอะไร”
“คุณหนูอาจไม่รู้ว่าเหตุผลที่ผมมาที่นี่วันนี้เื่ธุรกิจคือเื่รอง ผมมาที่นี่เพราะคุณซูเป็หลัก”
เหยียนโย่วเว่ยเดินมานั่งลงไขว่ห้างแล้วพูดต่อ “ผมเหยียนโย่วเว่ยมีผู้หญิงมากมายแต่ไม่มีใครที่มีความสามารถและสวยเท่าคุณ ั้แ่งานเลี้ยงค็อกเทลครั้งล่าสุดผมไม่เคยได้พบกับคุณอีกเลย ซึ่งั้แ่วันแรกที่ผมพบคุณ ผมหลงใหลและคิดถึงคุณทั้งวันทั้งคืน”
“ผมสาบานในใจตอนนั้นว่าคราวหน้าผมจะทำให้คุณเป็ผู้หญิงของผมไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม”
เหยียนโย่วเว่ยเป็คนที่บ้ามากและแน่นอนว่าเขาก็มีเงินทุนที่มหาศาลเช่นกัน เจี้ยนหงกรุ๊ปเป็หนึ่งในกลุ่มบริษัทชั้นนำในเมืองเหยียนเฉิง เขาดำรงตำแหน่งเป็ผู้จัดการทั่วไปของเจี้ยนหงกรุ๊ป เหยียนโย่วเว่ยทั้งหนุ่มและร่ำรวย อีกทั้งความสามารถของเขาเองก็ไม่เลวเลย ต่อให้เขาจะไม่อยากโด่งดังแต่ก็เป็การยากที่ผู้คนจะไม่รู้จัก
ทันใดนั้นใบหน้าที่สวยงามของซูอี้จวินก็มืดหม่นลง “คุณเหยียน โปรดมีมารยาทด้วย”
เหยียนโย่วเว่ยอดไม่ได้ที่จะหัวเราะแปลก ๆ จากนั้นสายตาของเขาก็จ้องมองไปที่ลู่เฉิงเฟิงด้วยความรังเกียจ “ผมก็แค่ทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นผู้หญิงที่มีความสามารถและงดงามเช่นคุณซูมองคนผิด!”
“คนชั้นต่ำเช่นนี้ไม่คู่ควรกับคุณเลย คุณหนูซูไม่คิดว่าผมเหยียนโย่วเว่ยเหมาะสมกับคุณมากกว่าเหรอ?”
ซูอี้จวินไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา และเธอก็พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มทันที “คุณเหยียน ฉันเลือกผู้ชายคนไหนมันก็เื่ของฉันซูอี้จวิน ดังนั้นฉันไม่จำเป็ต้องให้คุณมากังวลเกี่ยวกับเื่นี้”
“ขอบคุณสำหรับความหวังดีของคุณแต่ฉันไม่อยากได้ยินคำพูดแบบนี้อีก คุณเหยียน ฉันหวังว่าหากมีโอกาสเราคงได้ร่วมงานกัน แต่วันนี้ฉันขอตัวลา!”
หลังจากที่ซูอี้จวินพูดจบด้วยใบหน้าที่เ็า เธอก็จูงมือลู่เฉิงเฟิงออกไป
ในเวลานี้เหยียนโย่วเว่ยหัวเราะแปลก ๆ และพูดว่า “คุณซู คุณคิดว่าคุณจะออกไปได้หรือไง คุณซูอาจไม่รู้จักผมดีนักแต่ผมจะบอกให้รู้เอาไว้ว่าไม่มีผู้หญิงคนใดที่ผมเหยียนโย่วเว่ยหมายปองแล้วจะสามารถวิ่งหนีไปได้!”