…กฤษ…
ในงานเลี้ยงรุ่น ณ ห้องอาหารแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งกำลังทะเลาะ(??)กัน
“นายคนเมื่อคืน!!”หญิงสาวตรงหน้าร้องลั่นพลางชี้หน้าผมก่อนต้องย่อตัวลงไปกุมข้อเท้าที่เข้าเฝือกอ่อนของตนด้วยความเ็ป …สม… แต่แล้วเสียงถอนหายใจยาวก็ออกจากปากของผมพร้อมกับที่ผมนั่งลงข้างๆเธอและพยามแกะมือของเธอออกจากข้อเท้าเพื่อดูอาการ
“ทะ ทำอะไรของนายหน่ะ”เธอพูดรอดไรฟันแต่ก็ยอมให้ผมดูอาการข้อเท้าของเธอแต่โดยดี …บวมเป่ง…เสียงถอนหายใจออกจากปากผมอีกรอบ
“นี่คุณ เมื่อคืนผมไม่ได้บอกหรือไงว่าให้ไปเข้าเฝือกอ่อนไห้ดีๆและถ้าเป็ไปได้ให้พยายามหลีกเลี่ยงการเดิน” ผมว่าเสียงเรียบพลางจ้องหน้าเธอ และถ้าผมตาไม่ฝาดไป คนตรงหน้ามีท่าทีหงอยลงไปนิดๆ
“แล้วไง จะให้ไม่ไปทำงานด้วยเื่แค่นี้เนี่ยนะบ้านเราไม่ได้เป็โรงงานพิมพ์ธนบัตรนะ ถึงได้สามารถไปทำงานเป็งานอดิเรกได้”เธอเถียงอย่างไม่ลดละทำเอาผมต้องถอนหายใจอีกรอบ …3 รอบ… คนตรงหน้าเป็คนแรกที่ทำเอาผมต้องถอนหายใจต่อกัน3 รอบ ขนาดคนไข้น่ารำคาญๆที่ผมเจอยังไม่มีใครเคยทำให้ผมต้องถอนหายใจต่อเนื่องกันมากขนาดนี้ถ้าไม่หัดรักษาตัวเองก็เป๋ต่อไปแล้วกัน ผมอยากจะพูดคำนี้กับเธอมาก แต่เพราะผมเป็เหตุหนึ่งที่ทำให้เธอเป็แบบนี้จะให้พูดแบบนั้นออกไปคงไม่ดีเท่าไหร่
“มาสิ”ผมว่าเสียงเรียบพลางยันตัวขึ้นและส่งมือให้เธอ “เดี๋ยวพาไปรักษา”แต่เธอกลับนิ่ง
“เห ใครบอกนะว่าให้พยายามหลีกเลี่ยงการเดิน”เธอว่า ใบหน้าปรากฎรอยยิ้มยียวน
“จะให้อุ้มไปหรือไง โทษทีนะ ยังไม่อยากแขนหัก” ผมว่าเสียงเรียบเธอมองค้อนผม ก่อนจะพยายามลุกขึ้นมาด้วยตัวเอง ซึ่งผมช่วย…ยืนดู…ก็ใน
เมื่อเธออยากลุกขึ้นเองผมก็แค่ไม่อยากขัดศรัทธา ไม่นานเธอก็ลุกขึ้นมาได้ ผมจึงออกเดินไปด้านหน้าแต่ก่อนที่ผมจะเดินออกจากงานเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ผมจึงหันไปมองภาพชายหนุ่มผิวแทนหุ่นนักกีฬาหรือประธานรุ่นปรากฎเข้ามาในสายตา
“กฤษอยู่นี่เอง เตรียมตัวพร้อมรึยังถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวขึ้นเวทีได้เลยนะ จะได้เริ่มงานกันเลย”นนว่า
“นน โทษทีนะ วันนี้เราขอโดดการทำหน้าที่โฆษกรุ่นซักวัน พอดีมีธุระแทรกหน่ะ”ผมว่าพลางยกมือไหว้ใช่ผมต้องรีบพายัยนี่ไปรักษาเื่จะได้จบๆ
“อ้าวหรอ แย่จัง แต่ช่วยไม่ได้นี่เนอะ ครั้งหน้าห้ามเบี้ยวนะกฤษ”นนว่าผมพยักหน้ารับ เขาจึงบอกลาและรีบเดินไปหาคนอื่นแทนเมื่อเห็นนนไปแล้วผมเลยจะออกเดินบ้างแต่กลับรู้สึกถึงแรงดึงที่แขนเสื้อจึงหันไปมอง หน้าต้นเหตุความวุ่นวายในชีวิตผมใน่สองวันนี้ปรากฎเข้ามาในสายตาแต่เธอมีท่าทีต่างออกไปจากเดิม…มาก
“มีอะไร”ผมถามเสียงเรียบ
“นายคือกฤษอย่างนั้นเหรอ”เธอถามเสียงเบา
“ใช่ แล้วนี่เราจะไปกันได้รึยัง ไปช้าเดี๋ยวร้านหมอก็ปิดกันพอดี”ผมถามเธอพยักหน้าและปล่อยมือจากแขนเสื้อผม…ผู้หญิงคนนี้มันจะอะไรกันนักหนา แต่เดี๋ยวนะ การที่ผมมาเจอเธอที่นี่แปลว่าเราเคยเรียนด้วยกันมาก่อนอย่างนั้นเหรอ…ผมเหลือบมองหน้าเธอด้วยความสงสัยพักหนึ่งก่อนส่ายหัวเบาๆการที่ผมจำเธอไม่ได้ คงจะแปลว่าเธอคงไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับชีวิตผมมากนัก แต่ …
“ยัยเขม อยู่นี่นี่เองตามหาตั้งนาน”อยู่ๆเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างๆผม ทำเอาเท้าผมหยุดชะงัก และหันไปทางต้นเสียงภาพที่เห็นทำเอาผมสะอึกเมื่อเสียงเรียกไม่ได้ดังมาจากบริเวณอื่นนอกจากข้างหลังของผม...อย่าบอกนะว่าผู้หญิงคนนี้คือเขม …เขม …เขมณัฏ์ฐ…ผู้หญิงจืดจางแต่มากความสามารถจนน่าหมั่นไส้
“อ้าววิ มีอะไรเหรอ”เธอถามคนที่มาใหม่
“ก็จะอะไรซะอีกหล่ะยัยเขม นี่เธอได้เจอกฤษรึยัง ให้ตายสิฉันคิดว่าไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องได้เจอกฤษแน่ เพราะเขาจะเป็พิธีกรในงานคืนนี้แต่อยู่ๆก็ติดธุระซะงั้น น่าเสียดายเป็บ้า” วิว่าไม่หยุด และท่าทางเธอจะไม่ได้เห็นหัวผมเลยซักนิด…แต่ทำไมเขมต้องอยากเจอผมด้วยหล่ะ?...
“เจอแล้วหล่ะวิ”เขมว่าพลางเหลือบตามองผม
“จริงหรอ”วิพูดด้วยท่าทางตื่นเต้น “แล้วยังไง เขาจำเธอได้ไหม ได้คุยกันรึเปล่า”…ไอ้ท่าทางน่ารำคาญพวกนี้มันคืออะไรกัน…เขมมีท่าทีอึกอักผมไม่อยากเสียเวลามากไปกว่านี้เลยตอบแทน
“เจอกันแล้ว คุยกันแล้ว อยากรู้อะไรอีกไหมครับ เพราะถ้าไม่อยาก พวกเราคงต้องขอตัวก่อนนะครับ”ผมว่าด้วยเสียงเนือยๆวิจึงหันมามอง พอเธอเห็นผมดวงตาที่ปกติจะโตอยู่แล้วก็เบิกกว้างออกอีก
“กฤษ!!”เธอว่าด้วยท่าทางกึ่งใ
“ไงวิ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ แต่ขอโทษทีเราคงต้องขอตัวก่อนนะพอดีเราต้องพาเขมไปหาหมอ”ผมว่าเนือยๆ เธอมองผมเขมที ผมทีแล้วก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย…เพื่อ…ก่อนจะบอกลาและเดินจากไป ผมถอนหายใจยาว …สองวันนี้มันจะอะไรกันนักหนาเนี่ย…ก่อนจะออกเดินไปที่รถโดยมีเขมตามมา
ระหว่างทางที่ผมขับรถไป เราสองคนต่างนั่งเงียบคราวนี้ผมรู้แจ่มแจ้งแล้วว่าผู้หญิงข้างๆผมคือใครและทำไมผมถึงรู้สึกรำคาญเธอมากกว่าผู้หญิงทั่วไปที่ผมเคยเจอ แต่ที่ผมไม่เข้าใจคือทำไมผมถึง…ชั่งมันเถอะ…แต่ที่ผมยังคงติดใจคือท่าทีที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงของเธอเมื่อเธอรู้ว่าผมเป็ใครแต่ที่แน่ๆคือความกวนส้นที่ผมััได้จากเธอเป็ตัวยืนยันว่าเธอคือเขมที่ผมเคยรู้จักจริงแท้แน่นอนไม่นานผมก็ขับรถมาถึงร้านหมอ จากนั้นเราก็เดินเข้าไปในร้านจัดการลงทะเบียนและนั่งรอ…ด้วยความเงียบ…
“อ้าวกฤษ เป็อะไรหรอถึงมาหาหมอ”เสียงคุ้นหูดังขึ้นเหนือหัวผมเรียกให้ผมเงยหน้าขึ้นมองสาวร่างเล็กผมยาวถักเปียปรากฎเข้ามาในสายตาทำเอาผมแทบหยุดหายใจ…ดาว…ผมเหลือบตามอง‘คนไข้’ที่ผมพามาด้วย…จะอธิบายยังไงดี
“อ้าวคนรู้จักของคุณกฤษหรอคะ สวัสดีค่ะชื่อเขมนะคะพอดีเขมสะดุดล้มขาแพลงหน่ะค่ะ คุณกฤษไปเจอเข้าเลยพามาหาหมอที่นี่”เขมพูดขึ้นทำเอาผมแอบสะอึก …ยัยนี่จะเล่นอะไร… แต่แล้วเธอก็ขยับตัวออกราวกับจะเว้นช่องว่างให้ดาวนั่ง
“คุณเขมณัฏ์ฐเชิญพบแพทย์ค่ะ”เสียงพยาบาลดังขึ้นพร้อมกับที่ผมลุกขึ้นอย่างอัตโนมัติ
“ไม่ทราบว่าจะไปไหนคะคุณกฤษ”เขมว่าเสียงเข้มทำเอาผมชะงักและมองหน้าเธออย่างงงๆ …จะไปไหน มันก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง…แต่แล้วเธอก็ยิ้มและพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง“อยู่คุยกับคนรู้จักต่อเถอะค่ะ แค่นี้เขมก็เกรงใจจะแย่แล้ว”เธอว่าและเดินเข้าห้องไปทำเอาผมแอบค้างอยู่ตรงนั้น แรงสะกิดเบาๆทำเอาผมแอบสะดุ้งและหันไปมองภาพของดาวปรากฎเข้ามาในสายตา
“ไม่ต้องตามไปหรอกฤษ”เธอถามพลางมองผมด้วยดวงตากลมโตของเธอที่ทำเอาผมแทบละลาย
“ไม่ต้องหรอก”ผมว่าและทิ้งตัวลงตรงนั้น …ใช่เพราะยังไงที่ที่ตรงนี้คือที่ที่ผมอยากอยู่มากกว่า…