เช้าวันรุ่งขึ้นพลอยกำลังจัดโต๊ะอาหารด้วยอารมณ์ยิ้มแย้มแจ่มใสส่วนส้มให้ความสนใจกับแผงควบคุมที่อยู่บนกำแพงด้านหนึ่งมีจอมอนิเตอร์สั่งการด้วยระบบััหรือใช้เสียงพูดก็ได้
“ไอ้เจน!! นี่แกจะอาบน้ำนานไปป่ะเนีย...ออกมาได้แล้ว”พลอยะโเรียกด้วยน้ำเสียงดังมาก
“เสร็จแล้วๆๆ กูสระผมด้วยๆๆ”
“รับอาหารเช้าได้แล้วค่ะ...กรุณากดปุ่มEnter เพื่อรับทราบ อาหารจะมาถึงห้องของท่านใน 1 นาที 43วินาที ไฟสีเขียวที่ช่องด้านข้าง หมายถึงอาหารมาถึงแล้วท่านสามารถใช้ระบบอุ่นอัตโนมัติโดยการกดปุ่มสีส้มหรือกดปุ่มสีเขียวเพื่อกดรับอาหารทันที...ขอบคุณค่ะ”ข้อความและคำพูดดังขึ้นมาจากแผงควบคุมพร้อมกับการนับเวลาถอยหลัง
“พี่พลอยหนูกดรับเลยนะ”
“อืมๆ อาหารไม่ต้องมีคนส่งแต่ใช้ช่องส่งเข้ามาที่ห้องโดยตรงเหรอเนีย!...โครตล้ำอ่ะ”
“พลอย...ตกลงวันนี้เอางัยดีแก?”เจนตั้งคำถามในขณะส่องกระจกใช้ผ้าเช็คหัวไปด้วย
“กินข้าวเสร็จไปเดินชายหาดด้วยกันก่อนก็ได้มีเวลาอีก 2-3 ชั่วโมงแน่ะ...สัก 11 โมงออกจากโรงแรมก็แล้วกัน ถึงบ้านน้องประมาณ11 โมงครึ่ง...แล้วก็ไปหาหลวงตา่บ่ายๆ อยู่สักแป๊บหนึ่งแล้วก็กลับมานี่น่าจะสัก 4-5 โมงเย็น”
ใน่เวลาเดียวกันวรวิทย์กำลังนั่งประชุมทางไกลกับวินัยภายในที่พักแห่งหนึ่ง“ผมเพิ่งประชุมกับคุณคริส ดริมสันเสร็จผลการเจรจายังมีประเด็นต้องพิจารณาเพิ่มเติม ผมส่งเข้าระบบไปแล้วนะวินัยให้ฝ่ายกฏหมายกับฝ่ายวางแผนรีเช็คอีกรอบว่ามีตรงไหนที่ผมตกหล่นไปบ้าง”
“ครับนายท่าน...มีประเด็นไหนที่ต้องให้ความสำคัญเป็พิเศษไหมครับนาย?”
“คงต้องรอตัวแทนจากกรรมาธิการของสหรัฐกับยุโรปด้วยผมไม่แน่ใจว่าติดขัดอะไรหรือเปล่า น่าจะต้องรอผลการพิจารณาอย่างเป็ทางการก่อน...ผมคิดว่าจะบินไปซานฟรานฯต่อ”
“รับทราบครับนายเดี๋ยวผมจะให้เลขานุ่นจัดการเื่ไฟลท์บินให้ครับ”
“ไม่ต้องๆผมจัดการไฟลท์บินเองแล้ว...อีก 6 ชั่วโมงเครื่องออก”
“นายท่านจะพักที่โรงแรมหรือบ้านที่โน่นครับ?ผมจะได้ให้แม่บ้านทำความสะอาดไว้ให้ครับ”
“ไม่ต้องดีกว่าวินัยยุ่งยากเปล่าๆ...ผมไปยื่นเอกสารแค่วันเดียว วันรุ่งขึ้นก็กลับไทยเลย”
“ครับนาย”
“วินัยคุณรู้เื่ที่ลูกเจนไปประจวบฯ ไหม? เห็นมุกบอกว่าไปวันศุกร์กลับเย็นๆวันอาทิตย์ ผมโทรไปก็ไม่ยอมรับสาย ลูกคนนี้หัวดื้อจริงๆ อ่านแชทก็ไม่ยอมตอบ!!”
“คุณหนูบอกว่าจะไปหาข้อมูลทำวิจัยส่งอาจารย์ครับนายท่าน”
“อืมๆๆ เดี๋ยวกลับไปรอบนี้ผมคงต้องเรียกคุยหน่อยละ”
พระอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าในยามเช้าท้องทะเลกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แสงอาทิตย์ส่องกระทบผืนน้ำเปล่งประกายระยิบระยับเสียงจากคลื่นเบาๆซัดเข้าหาฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้เกิดเสียงที่สร้างความผ่อนคลาย ความงดงามของทะเลยามเช้าไม่ต่างอะไรกับ์บนดินช่างเป็ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ไม่มีใครสร้างขึ้นมาได้
แสงแดดอ่อนๆยามเช้าสาดส่องไปทั่วบริเวณชายหาด เสียงคลื่นทะเลดังสลับกับเสียงลมพัดท่ามกลางผู้คนที่กำลังมีความสุขกับบรรยากาศสดชื่นทำให้ 3 สาวรู้สึกอิ่มเอมเป็อย่างมาก
“โอ๊ยยยยๆๆอากาศดีจังเลยยย ไม่อยากกลับกรุงเทพแล้วววว”เจนใช้มือป้องปากะโลั่นไปยังท้องทะเลไกลสุดตา “อากาศเย็นกำลังดีเลยอ่ะ...วี๊ดวิวววววววววยาฮู้ๆๆๆๆ คุณพี่ทะเลเ้าคะ หนูอยากมีผัวค๊าๆๆๆๆๆๆ”
“อะไรของมึงวะเนีย!! มาทะเลกับอยากมีผัว มันเกี่ยวกันด้วยเหรอวะมึง!!??!! อากาศดีมากจนอยากเสียตัวว่างั้นเหอะ!”พลอยะโแซวกลับจนทำให้เจนกับส้มหัวเราะออกมาดังลั่น“ไอ้เจนตอนนี้มึงยังหาผัวไม่ได้! มึงก็นอนให้คลื่นทะเลซัดที่ง่ามขาแก้ขัดไปก่อน!!”
“น่าสนใจว่ะมึง กูอยากลองๆๆๆ...ส้มๆๆมานอนข้างๆ พี่ นอนรับคลื่นทะเลซัดหน่อยๆๆๆๆ”
“กูไม่เคยคิดเลยว่ามึงกับไอ้ส้มจะโรคจิตขนาดนี้!!!”
“ไอ้พลอย! มึงมาลองด้วย มึงก็ไม่มีผัวนานแล้วนี่...มาๆๆๆๆ”
“หนูชอบบรรยากาศแบบนี้ที่สุดเลยค่ะพี่เจนพี่พลอย!”
“ถ้าสมมติว่าตอนนี้กูมีแฟนแล้วแฟนขอมีอะไรกับกูในบรรยากาศแบบนี้ กูยอมจริงๆ นะ อยากจะทำอะไรตัวกู เชิญตามสบายเลยค่ะกูคงมีความสุขมาก”
“ข้ามิเคยนึกมิเคยฝันเลยว่าข้ารู้จักกับเอ็งมาั้แ่เรียนอนุบาล พอเอ็งเติบโตมาเป็แม่หญิง เอ็งกลับมักมากในกามอารมณ์และหื่นเยี่ยงนี้!!” พลอยพูดไปพล่างก็ตีหน้าเศร้าส่ายหัวไป-มา
“เอ่อๆๆกูมันเป็ผู้หญิงบ้ากามและหื่น ทำงัยได้อ่ะ กูไม่เคยมีผัวนี่! คิดเื่นี้แล้วกูก็น้อยใจนะมึง…ั้แ่เกิดมาจนถึงตอนนี้กูไม่เคยเดินจับมือผู้ชายด้วยซ้ำ” เจนเอ่ยปากด้วยอาการน้อยใจ “กูอยากรู้จริงๆว่ามือผู้ชายมันเป็ยังงัยอ่ะ”
“จริงๆ มึงก็หน้าตาดีรูปร่างมึงก็ดี แต่มึงอ่ะต้องปรับปรุงการแต่งตัวหน่อย มึงเล่นใส่ชุดไซส์ M ไซส์ L ทั้งๆ ที่ตัวมึงไซส์เดียวกับไอ้ส้มยังแถมติดกระดุมเม็ดแรกกับเสื้อแขนยาวถึงข้อมือ...ไอ้ส้มมันใส่ชุดนักศึกษาน่ารักจะตายไม่น่าเกลียดด้วย”
“มึงจะให้กูใส่ไซส์ sss (อ่านว่า 3 เอสแทนเสื้อตัวเล็กมาก) เนียนะ...มันรัดแน่นเกินไป ไม่ไหวหรอก กูอึดอัด มึง 2 คนก็เห็นนี่ว่ากูก็สลับมาใส่สั้นบ้างนิดหน่อยแต่มึงจะให้กูใส่ทุกวันเหมือนไอ้ส้ม กูไม่เอา กูอาย กูไม่รู้จะโชว์อะไร”
“มึงต้องใส่ให้กระดุมมันดูแน่นๆหน่อย นมมึงก็มีอ่ะ”
“พี่เจนหนูดีไซน์ให้พี่ป่ะคะ?...จริงๆ พี่เจนใส่ชุดของหนูได้นะคะ มันก็ไม่อึดอัดมากหรอกพี่ถ้าพี่ใส่กระโปรงยาวได้ถึงตาตุ่ม หนูว่ากระโปรงสั้นใส่ง่ายกว่าเยอะ ของพี่ใส่สัก20 นิ้วกำลังดี ประมาณเหนือหัวเข่านิดๆ ค่ะพี่เจน หนูเคยใส่กระโปรงยาวครั้งเดียวหนูเดินไม่ถนัดจริงๆ เดินเหยียบกระโปรงตัวเองหกล้มหลายครั้ง หนูเลิกใส่เลยค่ะ...ส่วนเสื้อsss มันแค่ดูรัดรูปแต่จริงๆ รู้สึกแน่นนิดหน่อยค่ะนมของพี่เจนใหญ่กว่าของหนู คิดว่าไซส์สัก ss กำลังดีค่ะลองนึกดูนะคะว่า ใส่เสื้อ ss กับกระโปรงทรงเอยาวสัก 20นิ้วบวกกับพี่เจนหน้าตาดีกับหุ่นดีอยู่แล้ว ลุคนี้ของพี่เจนดูดีมากนะคะ”
“กูว่าใส่แบบที่ไอ้ส้มบอกนั่นแหละกลับไปกรุงเทพรอบนี้ไอ้ส้มเอาชุดมาให้มันด้วย...มึงลองเอาชุดไอ้ส้มมาใส่ก่อนเผื่อมึงติดใจ ตัวมึงเล็กนิดเดียวใส่กระโปรง 20 นิ้ว กูว่ามึงใส่กำลังน่ารักอ่ะ”
สามสาวเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งคุยบริเวณโขดหินริมหาดทรายท่ามกลางแดดเริ่มออกนิดๆ“คิดไม่ผิดจริงๆ ที่มาประจวบ วิวสวยมากกก สวยที่สุด...พวกเรามาผลัดกันถ่ายรูปดีกว่ากูจะถ่ายให้พวกมึง 2 คนก่อน...มาๆๆ เจนกับส้ม พวกแกไปตั้งท่ารอเลย ขอหลายๆ ท่าหลายๆ Action ด้วยอ่ะ”
เจนกับส้มไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปกอดกันกลมเปลี่ยนท่าทางถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน “พี่เจน พี่กอดหนูหลายท่าละ คราวนี้หนูขอกอดพี่บ้าง...ขอแก้มตุ่ยๆ เลยนะพี่เจน!”
“คราวนี้หนูขอถ่ายบ้างพี่เจนกับพี่พลอยตั้งเลย เดี๋ยวหนูรัวไม่ยั้งเอง”เสียงกดชัตเตอร์ของส้มรัวมากจนเจนกับพลอยตั้งท่าไม่ทัน
“ไอ้ส้ม!!! แกจะรัวเร็วไปไหมเนีย!!!!!!”
คราวนี้ฉันถ่ายเอง รอบนี้แกกับส้มไปถ่ายคู่กันส้มเดินเข้าไปโอบเอวพลอย ชู 2 นิ้วยิ้มแฉ่ง.......แต่เจนกลับไม่ยอมกดถ่ายรูปจนทำให้พลอยกับส้มแปลกใจมาก“ไอ้เจน นี่แกถ่ายยังเนียยย...พวกกูยิ้มจนเหงือกแห้งแล้วนะ!!!!!!!”
สีหน้าของเจนซีดลงอย่างเห็นได้ชัดจนทำให้พลอยรู้สึกผิดสังเกตไม่นานนักเจนมีอาการตาเหลือกทรุดลงมาที่พื้นชายหาดอย่างรวดเร็วจนพลอยกับส้มวิ่งเข้ามาประคองเจนไม่ทัน“ไอ้เจนๆๆ แกเป็อะไร!!!! แกเป็อะไร!!!....ไอ้เจน มึงเป็อะไร!!!!”
เจนยังคงตาค้างผิดวิสัยของคนทั่วไป“พี่เจนๆๆ ทำใจดีๆ ไว้ พี่เจนเป็อะไรๆๆ…พี่เจน ส้มเองๆๆๆๆ”
“มันมาอีกแล้ว มันตามพวกเรามา...มะ...มา...มาที่นี่...มาอีกแล้ว” เจนพูดติดขัดจนทำให้พลอยกับส้มใมากมือสั่นจนทำให้กล้องตกลงไปที่พื้นทราย “มันตามมาที่นี่!!!!!!!!”
“ใครมาๆๆ เกิดอะไรขึ้นใครๆๆ” พลอยรีบใช้ 2มือไปประคองที่ใบหน้าของเจนจนเริ่มรู้สึกตัว “มีอะไรมึงใครมา...เมื่อกี้มึงพูดว่า...มันมาอีกแล้ว!” พลอยหันไปสังเกตฝ่ามือเจนซีดขาวจนน่ากลัว“นี่กูเองๆๆ”
“กล้องๆๆๆ...ในกล้อง” เจนชี้ไปที่กล้องด้วยความหวาดกลัวเป็อย่างมาก “มันอยู่ในกล้อง...มา...มะมาอีกแล้ว!”
ส้มรีบหยิบกล้องขึ้นมาดูทันทีพร้อมกับสังเกตทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็ย้อนดูรูปที่ถ่ายเซ็ตใหม่,เช็คค่าต่างๆ ด้วยความรวดเร็ว
“ส้ม!!!! ดูรูปถ่ายล่าสุด...ดูหน่อยสิ!!!!”พลอยหันไปบอกส้มทันที “ดูดีๆ มีอะไรผิดปกติป่ะ?”
ส้มรีบเช็ครูปที่เจนถ่าย มีรูปส้มโอบกอดพลอยหลายรูปเธอรีบซูมทุกรูปพร้อมกับสังเกตอย่างละเอียด “ไม่มีค่ะพี่พลอย...รูปถ่ายปกติค่ะ...พี่เจนกดถ่ายหนูกับพี่พลอยไป5 รูปเองค่ะ”
พลอยรีบเข้าไปกอดเจนพร้อมกับใช้มือตบที่หลังเบาๆส่วนส้มยื่นมือไปจับมือเจนด้วยความห่วงใยเป็อย่างมาก “พี่เจนบอกพวกเราหน่อยว่า พี่เจนเห็นอะไร?...ตอนนี้พวกเรา2 คนอยู่ข้างๆ พี่เจนแล้ว ไม่ต้องกลัวอะไร ไม่มีใครทำอะไรพี่เจนได้หรอกค่ะ”
คำปลอบโยนของส้มทำให้เจนมีอาการผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด“ไอ้เจน แกบอกมาสิว่า แกเห็นอะไร?...มึงเป็อะไร?”
“ตัวจับโฟกัส...ตัวจับโฟกัสกล้องมันจับพวกมึง...จับโฟกัสพวกมึงได้…จับได้ 3 คน...มันมี 3 คน!!!!!!!!!” เจนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออารมณ์หวาดกลัวเป็อย่างมาก “ในกล้อง...มันยืนข้างหลังพวกมึง..ด้านหลังพวกมึงจริงๆ”
คำพูดของเจนทำให้พลอยกับส้มใเป็อย่างมากจนต้องเอามือป้องปาก“3 คนเหรอวะ?...มึงดูไม่ผิดแน่นะ”
“3คนจริงๆ...อีกคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังพวกมึง 2 คน”เจนยังคงยืนยันคำพูดตัวเองด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เฮ้ย...มาได้งัยวะ?...แล้วเห็นตัวป่ะหรือว่าแค่จับโฟกัสได้?”
“ไม่ๆๆ...แค่จับโฟกัสได้เฉยๆๆ”
“แต่พวกเราก็กำลังจะไปอุทิศส่วนกุศลให้นี่น่าก็ไม่น่าจะตามมารังควานอีกแล้ว!!!!!!!”
“หรือว่าพวกเขาไม่รู้หรือเปล่า?....หนูว่าพวกเขาอาจจะไม่รู้ก็ได้ว่า พวกเรามาที่นี่มาหาพวกเขา...มาขออโหสิกรรมทุกอย่างที่ได้ล่วงเกินไป!”
“ถ้าคิดในแง่ดีแบบที่ส้มพูดพวกเขาอาจจะมาขอบคุณพวกเราก็ได้...ไม่เป็ไรหรอก เอางี้ละกัน พี่ว่าพวกเราไปหาน้องเค้าเลยดีกว่าแกจะได้พ้นเื่นี้สักที!!”
วรวิทย์ยังคงนอนพักผ่อนอยู่ในห้องส่วนตัวเพียงลำพังเขากำลังครุ่นคิดเื่ราวของตัวเองย้อนกลับไปใน่เวลาที่วิไลพรยังมีชีวิตอยู่ความทรงจำที่มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะในครอบครัวตามประสาพ่อแม่ลูก แม้ว่าเจนในวัยเยาว์ยังพูดไม่ได้แต่ก็สร้างบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นทำให้เขายิ้มมุมปากออกมาด้วยความไม่ตั้งใจ
ไม่นานนักเสียงแห่งความสุขในอดีตกลับกลายเป็การถอนหายใจเฮือกใหญ่เสียงทะเลาะอย่างรุนแรงระหว่างตัวเขาเองกับเจนในวัยมัธยมปลายแทรกเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็วความโกรธของเจนพุ่งถึงขีดสุด ขยำกระดาษใบหนึ่งแล้วปาใส่หน้าวรวิทย์ด้วยความไม่พอใจอย่างมากเธอเดินกระแทกเท้าลงที่พื้นเสียงดังทุกฝีก้าวจากออกไป
“พ่อขอโทษ...พ่อไม่ได้ตั้งใจ...”
ส้มรับหน้าที่ขับรถตามหาอาคารพาณิชย์ส่วนพลอยนั่งอยู่เบาะด้านหลัง “ไอ้เจน!!!แกนี่ก็หลับง่ายเหลือเกิน หลับเหมือนเด็กน้อยจริงๆ”
“พี่พลอย! หนูว่าปลุกพี่เจนตื่นได้แล้วค่ะ ดูจากโลเคชั่นที่ได้มาร้านเค้าน่าจะอยู่ด้านขวามือแถวๆ เนียแหละค่ะ แต่ไม่รู้ว่าเป็หลังไหน”
“นั่นงัยๆๆๆ ร้านขายอาหารตรงนั้นๆๆๆ ร้านเหมือนในรูปเป๊ะ ใช่แน่นอน...ส้มชิดข้างทางๆๆๆ”
“ถึงแล้วเหรอ...พวกแก?” เจนตื่นขึ้นมายังงัวเงียไม่ได้สติสักเท่าไร
“นั่นงัยน้องตั้ม...โตขึ้นจากรูปเยอะเหมือนกัน”
ส้มจอดรถข้างๆ ร้านขายอาหารตามสั่งเป็อาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ด้านล่างทำเป็ร้านขายก๋วยเตี๋ยวเล็กๆมีโต๊ะตั้งอยู่ด้านใน 4 โต๊ะ สามสาวเห็นตั้มนั่งอยู่ภายในร้านเดินตรงเข้ามาทักทายทันที
“ไม่ทราบว่าพวกพี่จะรับอะไรดีครับ?”ตั้มเอ่ยปากถาม
“เอ่อ...คือพวกเราไม่ได้เข้ามากินอาหารค่ะ พวกเราเป็พนักงานจากบริษัทซีคอร์ปอยากจะเข้ามาสอบถามความเป็อยู่นะคะว่า คุณตั้มเป็อย่างไรบ้าง?” เจนรีบแนะนำตัวทันที
“อ๋อจากซีคอร์ปเหรอครับ...สวัสดีครับพี่ๆ”
“เจนค่ะ, พลอยค่ะ, ส้มค่ะ”
“เชิญๆๆ นั่งก่อนครับไม่ทราบว่าจะรับอะไรดีครับ?”
“ขอเป็น้ำส้ม 3แก้วละกันค่ะ”
“น้าทิพย์ๆๆๆ ขอน้ำส้ม 3แก้วครับ...มีแขกจากซีคอร์ปมาเยี่ยมครับน้าทิพย์”
“พวกเราจะมาสอบถามความเป็อยู่ค่ะว่าคุณตั้มตอนนี้เป็อย่างไรบ้าง?... แล้วก็อยากจะมาไหว้คุณพ่อกับคุณแม่ด้วยค่ะ”
“หลังจากเกิดเหตุคุณวรวิทย์ก็ดูแลผมเป็อย่างดีเลยครับ...คุณท่านให้ทุนผมมาก้อนหนึ่งแล้วก็ซื้ออาคารนี้ให้ผมผมพอจะมีวิชาติดตัวมาบ้าง ก็ใช้ทุนส่วนหนึ่งมาเปิดร้านขายอาหาร ่เวลาที่ผ่านมาผมอยู่กับน้าทิพย์แค่2 คน”
“แล้วตอนนี้ขาดเหลืออะไรบ้างหรือเปล่าคะ?”เจนตั้งคำถามต่อเนื่อง
“ไม่แล้วครับคุณเจนเงินช่วยเหลือที่คุณวรวิทย์ให้มา ผมทำตามคำแนะนำของท่านทุกอย่างครับท่านมักจะให้คนมาสอบถามอยู่เสมอว่า ผลการเรียนผมเป็อย่างไรบ้าง”
“ได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจขึ้นเยอะเลยค่ะ...พี่ทั้ง3 คนขอเข้าไปเคารพคุณพ่อกับคุณแม่ได้ไหมคะ?พวกเราอยากจะมาอุทิศส่วนกุศลให้ด้วยค่ะ”
“ได้ครับ...ตามผมมาได้เลยครับ”
ตั้มเดินนำพาทั้งสามสาวขึ้นไปชั้น 2 พื้นที่ถูกแบ่งออกเป็สัดส่วนอย่างพอเหมาะเดินเข้ามาในห้องหนึ่งมีโต๊ะบูชาพระและมีที่ใส่อัฐิ 2 อันตั้งอยู่ที่ด้านล่างมีดอกไม้สดวางกับเทียน
“ก่อนที่คุณวรวิทย์จะกลับกรุงเทพท่านแนะนำว่าให้ผมซื้อดอกไม้สดมาไหว้ทุกวันพระและวันเกิดของพ่อกับแม่ผม...ผมทำตามคำแนะนำของท่านเสมอมาทุกวันนี้ผมยังคงระลึกถึงพ่อแม่ตลอดเวลา ไม่ว่าผมจะทำอะไรก็ตามผมมักจะมาอวดพ่อกับแม่ บอกให้รู้ว่าผมกำลังจะทำอะไร”
“พวกพี่ขออนุญาตไหว้คุณพ่อกับคุณแม่นะคะ”
ทั้ง 3 คนคุกเข่าจุดธูปเทียนกราบไหว้และอธิฐานด้วยความสงบ“หนูในฐานะเป็ลูกของคุณพ่อวรวิทย์ ขอให้ดวงิญญาของคุณพ่อกับคุณแม่ไปสู่สุขคติหนูมาครั้งนี้เพื่อจะมาขออโหสิกรรมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...สิ่งใดที่พวกหนูหรือคุณพ่อล่วงเกินหรือขาดตกบกพร่องไปบุญกุศลที่หนูเคยทำมา ขอยกให้กับคุณพ่อกับคุณแม่ด้วยความเคารพอย่างยิ่งค่ะ”
“เดี๋ยวพวกพี่จะไปที่วัดในตัวเมืองอยากจะอุทิศส่วนกุศลให้คุณพ่อกับคุณแม่ด้วยค่ะ”
“ขอบคุณพี่ๆ ทั้ง 3คนมากครับ...ผมดีใจมากๆ ที่พี่มา”
“แม่ๆๆเมื่อกี้นายท่านโทรมามีอะไรเหรอ?”ลุงหมูพูดด้วยท่าทีร้อนใจเป็อย่างมาก
“นายท่านบอกว่าต้องไปซานฟรานฯอาจจะกลับช้าสัก 1-2 วัน”
“เป็แบบนี้อีกแล้ว...นายท่านแทบไม่ได้หยุดพัก!” ลุงหมูไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่ถอนหายใจ “สงสารนายท่านจริงๆนายท่านไม่มีใครจริงๆ...นายท่าน”
“วี” สถาปนิกฟรีแลนซ์หนุ่มวัย 30 ปีรูปร่างสมส่วนน่าเกรงขามในชุดนุ่งขาวห่มขาวกำลังกวาดลานวัดที่เต็มไปด้วยใบไม้แห้งด้วยท่าทีสงบอยู่ๆ ก็เกิดลมพัดแรงมากพอที่จะทำให้กิ่งไม้ขนาดใหญ่ไหวไป-มา
“เกิดอะไรขึ้น? อยู่ๆ ก็มีลมพัดแรงขนาดนี้...”
เขาไม่ทันสังเกตว่าหลวงตาเดินเข้ามาถึงตัวแล้ว“โยมวีวันนี้ว่างเหรอ? อาตมามัวแต่ไปดูการก่อสร้างกุฏิใหม่ที่ด้านหลัง...แล้วนี่โยมวีมาั้แ่เมื่อไร?”
“ผมมาั้แ่เช้าแล้วครับหลวงตา...กุฏิใหม่ใกล้จะเสร็จยังครับ? ผมไม่ได้มานานเลยครับ”
“เห็นนายช่างใหญ่บอกว่าไม่น่าเกิน 1 เดือน”
“ครับหลวงตา”
“ถ้าอย่างนั้นอาตมาขอกลับกุฏิก่อน...โยมหลานส้มบอกว่าวันนี้จะมาเยี่ยม ใกล้จะถึงแล้ว”
“อ้าว! วันนี้น้องส้มมาเหรอครับ? ดีจัง ผมไม่ได้เจอน้องส้มนานแล้วครับ...”
“โยมวีหยุดกวาดลานวัดก่อนก็ได้ตามอาตมามา” หลวงตากับวีออกจากลานวัดตรงเข้ามาทางเดินเล็กๆเลาะกำแพงอ้อมมาด้านหลังอาคารหลังหนึ่ง มองข้ามสนามหญ้าขนาดเล็กๆ เห็นหญิงสาว 3 คนแต่ไกลเดินไปอีกทางหนึ่ง
วีเพ่งมองไม่นานก็รู้ได้ทันทีว่าเป็ส้มรีบะโเรียก“ส้มๆๆ ทางนี้ๆๆๆ อยู่นี่ๆๆ”
เสียงะโของวีดังมากจนทำให้ส้ม,เจนและพลอยต้องหันกลับมามองตามทิศทางเสียง...3 สาวกึ่งวิ่งกึ่งเดินลัดสนามหญ้าตรงเข้ามาพร้อมกับยกมือไหว้หลวงตา“เจริญพร...โยมทั้ง 4 เอ้ยยๆๆ...โยมทั้ง 3 คน”
“อ้าว! พี่วีก็อยู่กับหลวงตาด้วยเหรอคะ...หนูไม่ได้เจอพี่วีนานแล้วนะคะ” ส้มพูดตอบรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “มีอะไรเหรอคะหลวงตา?” คำพูดของหลวงตาทำให้ส้มสงสัยเป็อย่างมาก
“ไม่มีอะไรหรอกโยมหลานส้ม...อาตมาแค่ทักผิดไป!!” หลวงตากับวียิ้มตอบรับ
“พี่ว่าพวกเราไปที่กุฏิหลวงตากันดีกว่าเดินทางกันมาไกลคงเหนื่อยกันแย่เลย...ส้มพาเจนกับพลอยล่วงหน้าไปก่อนเดี๋ยวพี่คุยกับหลวงตาแป๊บหนึ่ง แล้วจะตามไป”
ส้มจูงมือเจนเดินนำหน้า ส่วนพลอยเดินตามหลังไม่ห่างนักลับหลัง 3 สาวได้ไม่นาน สีหน้าของหลวงตากับวีเปลี่ยนไปทันที มีเงาจางๆ ปรากฎขึ้นมาแล้วกลายร่างคล้ายหญิงสาวผมยาวทันใดนั้นเองเฉพาะส่วนหัวหันกลับมามองด้วยความอาฆาต ดวงตาค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีแดงพร้อมกับเปล่งลำแสงออกมาน้ำตาไหลเป็สายเืนอง 2 แก้มเลอะบริเวณลำตัวจนแดงฉานเสียงคำรามผสมกับเสียงหายใจดังสลับกันจนแยกไม่ออก
“เ้าเป็ใคร?...เหตุใดเ้าจึงตามเด็กๆ มาที่นี่!!!!!!!!” หลวงตาถามด้วยน้ำเสียงขึงขังไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ส่วนวีจ้องเขม้งไปที่เงาจางๆ ทันที
“ข้าถามว่าเ้าเป็ใคร?...เหตุใดเ้าจึงตามเด็กๆ มาที่นี่!!!” หลวงตาถามย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ขึงขังและดังมากขึ้นจนทำให้วีต้องหันมามองหลวงตา
เงาปริศนาลอยพุ่งตรงจู่โจมเข้ามาที่หลวงตาและวีด้วยความรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัวและค่อยๆสลายหายไปทำให้ทั้ง 2 คนใกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็อย่างมาก