“ใครจะเป็คนเริ่มก่อน” หัวหน้าหมู่บ้านถามขึ้นเสียงดัง แต่ก็ยังไม่มีใครตอบ เขาจึงชี้ไปที่แม่เฒ่าเฉา เพราะอย่างน้อยคนที่มีสิทธิ์ได้พูดก่อนก็น่าจะได้ประโยชน์มากกว่าไม่ใช่หรือ “แม่เฒ่าเฉาพูดมาก่อนก็แล้วกัน เื่ราวก่อนหน้านี้เป็มายังไง ท่านเล่ามาให้ละเอียด”
เมื่อเห็นหัวหน้าหมู่บ้านเปิดทางให้ตนเองก่อน แม่เฒ่าเฉาก็เริ่มร้องไห้ “ั้แ่ที่ลูกชายของข้าตายไป หม่าซื่อก็ไม่เคยคิดที่จะกตัญญูต่อข้ากับสามี ด้วยความที่สะใภ้ใหญ่สงสารนางกับหลานๆ จึงได้นำเงินเก็บของครอบครัวออกมาให้นางได้ใช้เพื่อประทังชีวิต ซึ่งนางก็รับปากเสียดิบดีว่าเงินจำนวนนี้นางขอยืม เมื่อก่อนพวกข้ายังไม่มีความจำเป็ต้องใช้เงิน แต่ตอนนี้พวกเราต้องเอาเงินนั้นไปเป็ค่าเล่าเรียนของหลานชาย ข้ากับสะใภ้ใหญ่จึงมาทวงถามกับนาง แต่นางก็เอาแต่บ่ายเบี่ยง ถึงขั้นคิดที่จะไม่คืนเงินด้วยซ้ำ คิดแล้วมันน่าโมโหจริงๆ”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นท่านแม่ก็ยังหวังดีกับนาง จึงเสนอให้นางส่งหงซิ่วเข้าไปทำงานที่บ้านของเศรษฐีในอำเภอ อย่างน้อยหงซิ่วก็จะได้มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว เผลอๆ หากหงซิ่วไปเข้าตานายท่านในบ้านหลังนั้นเข้า นางก็อาจจะได้ตบแต่งเข้าเป็อนุ ภายภาคหน้าชีวิตก็จะมีแต่ความสุขสบาย แต่ใครจะคิดว่าความหวังดีที่ท่านแม่หยิบยื่นให้จะกลายเป็ความอกตัญญู น้องสะใภ้ไม่คิดที่จะคืนเงินและยังกล้าถามถึงสัญญากู้ยืมอีก” สะใภ้ใหญ่ร้องไห้ออกมาเสียงดังและดังยิ่งกว่าแม่สามีเสียอีก “ด้วยความที่ข้ากับท่านแม่เห็นแก่ความเป็ญาติ หนังสือสัญญาอะไรนั่นพวกเราจะไปคิดถึงได้ยังไง”
ชาวบ้านบางส่วนต่างก็หันมามองหม่าซื่ออย่างนึกตำหนิ แต่บางส่วนก็ขมวดคิ้วอย่างสงสัย แต่ไหนแต่ไรหม่าซื่อก็เป็คนซื่อสัตย์มาตลอด และสภาพความเป็อยู่ของนางกับลูกๆ ก็ขัดแย้งกับคำพูดของแม่เฒ่าเฉานัก เพราะหากหม่าซื่อได้ยืมเงินก้อนนั้นมาจริง นางกับลูกยังจะมีชีวิตที่ลำบากต้องอดมื้อกินมื้อไปวันๆ เช่นนี้หรือ
“ที่แม่สามีกับพี่สะใภ้ของเ้าพูดมาเป็ความจริงหรือไม่หม่าซื่อ หากเป็เช่นนั้นก็เท่ากับว่าเ้าตั้งใจที่จะคดโกง เพื่อไม่ให้กลายเป็เื่ราวใหญ่โต เ้าก็เอาเงินมาคืนแม่เฒ่าเฉาเสีย ข้าจะออกหน้าให้เองว่าเป็แค่เื่เข้าใจผิด แม่เฒ่าเฉาก็อย่าได้เอาความกับลูกสะใภ้อีกเลย” หัวหน้าหมู่บ้านยิ้มกริ่มก่อนที่จะหันไปมองแม่เฒ่าเฉาอย่างมีความหมาย ช่างเป็การตัดสินที่ง่ายดายเสียจริง ในหัวของเขาเวลานี้คิดคำนวณเงินที่จะเรียกร้องจากแม่เฒ่าเฉาไว้เรียบร้อยแล้ว
“ท่านแม่ของข้ายืมเงินมาจากท่านย่าเท่าไหร่หรือเ้าคะ” หนานหงซิ่วถามขึ้น
“ยี่สิบตำลึง หากเ้าคืนเงินจำนวนนี้มา ข้าก็จะไม่เอาความกับพวกเ้าอีก และก็จะไม่ไปแจ้งต่อทางการด้วย” แม่เฒ่าเฉาตอบอย่างเร็ว‘เรียกสักยี่สิบตำลึงก็แล้วกัน สิบห้าตำลึงข้าจะเก็บไว้เอง ส่วนอีกห้าตำลึงก็ถือเป็ค่าน้ำร้อนน้ำชาให้หัวหน้าหมู่บ้านไป’
หัวหน้าหมู่บ้านเริ่มยิ้มอยู่ในใจเช่นกัน “หม่าซื่อ เ้าจะว่ายังไง ที่แม่เฒ่าเฉาพูดมาเป็ความจริงหรือไม่ หากว่าจริงเ้าก็รีบเอาเงินมาคืนนางเสีย แต่ถ้าเ้ายังไม่มีหนทางอื่น...ถึงยังไงหนานหงซิ่วก็เป็หลานของแม่เฒ่าเฉา เ้าก็ทำตามคำของแม่สามี ส่งหงซิ่วไปทำงานที่บ้านของเศรษฐีท่านนั้นเสียเถอะ ต่อไปเ้ากับลูกชายก็จะได้ไม่ต้องมาใช้ชีวิตอย่างยากลำบากอีกแล้ว”
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ข้าไม่เคยยืมเงินแม่สามีมาก่อน หรือแม้แต่เงินของพี่สะใภ้ข้าก็ไม่เคยยืม หากว่าข้ามีเงินยี่สิบตำลึงจริง ท่านคิดว่าข้ากับลูกๆ จะมีความเป็อยู่ที่ย่ำแย่เพียงนี้หรือเ้าคะ” หม่าหลันชี้ไปที่กระท่อมผุพังของตัวเอง
“แต่แม่เฒ่าเฉาบอกว่าเ้ายืม” หัวหน้าหมู่บ้านย้ำ
“เพราะอย่างนี้ข้าถึงขอดูหลักฐานอย่างไรล่ะเ้าคะ ท่านหัวหน้าหมู่บ้านจำไม่ได้แล้วหรือ ขนาดเงินแค่สองตำลึง แม่สามียังเคยให้สามีของข้าเขียนหนังสือสัญญากู้ยืมขึ้นมาเลย แล้วเงินตั้งยี่สิบตำลึงนางจะไม่ยอมเขียนหนังสือสัญญาขึ้นมาจริงๆ หรือเ้าคะ”
“เพราะข้าเห็นแก่ลูกชายข้าที่เพิ่งตายไปน่ะสิ” แม่เฒ่าเฉาเริ่มร้องไห้กลบเกลื่อน นางจะมีสัญญากู้ยืมได้ยังไง ในเมื่อเื่หนี้สินเป็เื่ที่นางกับสะใภ้ใหญ่กุขึ้นมาต่างหาก “ข้าไม่น่าหวังดีกับเ้าเลยจริงๆ ดูสิ่งที่เ้าตอบแทนข้าสิ มีแต่ความอกตัญญูทั้งนั้น”
“ท่านยายเ้าขา ท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้านกำลังจะเรียกดูหลักฐานแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ ข้าโชคดีจริงๆ ที่ได้มาเห็นการไต่สวนความผิดกับตาตัวเอง ข้าจะกลับไปเล่าให้ท่านตาฟังอย่างละเอียดเลยเ้าค่ะ” กู้เสี่ยวหรานถามขึ้นอย่างตื่นเต้น ถึงแม้เสียงของนางจะไม่ดังมาก แต่คนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ก็ได้ยินอย่างชัดเจน และคำพูดนั้นก็ช่วยเตือนสติและดับฝันหัวหน้าหมู่บ้านได้เป็อย่างดี
หัวหน้าหมู่บ้านกระแอมออกมาหนึ่งที ก่อนจะบอกกับแม่เฒ่าเฉาเป็นัย “แม่เฒ่าเฉา เ้ามีหนังสือสัญญากู้ยืมหรือไม่ หรือเ้าจะเอาหลักฐานอื่นมายืนยันคำร้องของเ้าด้วยก็ได้ ข้ารับรองว่าข้าจะให้ความเป็ธรรมกับทุกฝ่าย”
“หากไม่มีหลักฐานอย่างน้อยก็ต้องมีพยานใช่หรือไม่เ้าคะท่านลุง” กู้เสี่ยวหรานส่งยิ้มให้หัวหน้าหมู่บ้านอีกครั้ง
“มี...มีหรือไม่แม่เฒ่าเฉา หากไม่มีจะถือว่าเ้าได้ปรักปรำหม่าซื่อแล้วนะ” หัวหน้าหมู่บ้านเริ่มนั่งไม่ติด
“ข้าจะมีหนังสือสัญญาพวกนั้นได้ยังไงเล่า” แม่เฒ่าเฉาเสียงเบา
“แม่สามี ในเมื่อพยานและหลักฐานที่ท่านกล่าวหาข้าล้วนแต่ไม่เป็ความจริง เช่นนั้น...” หม่าหลันหันไปมองหัวหน้าหมู่บ้าน “ข้าฟ้องร้องแม่สามีกับพี่สะใภ้ข้อหาใส่ร้ายและปรักปรำได้หรือไม่เ้าคะ”
ทุกคนที่ได้ยินต่างก็ตกตะลึง ใครๆ ก็รู้ว่าหม่าซื่อนั้นเป็คนใจอ่อนขนาดไหน ที่ผ่านมาไม่ว่านางจะถูกแม่สามีหรือพี่สะใภ้กลั่นแกล้งอย่างไร นางก็ไม่เคยตอบโต้เลยสักคำ แต่คราวนี้นางถึงกับกล้าฟ้องร้องแม่สามี หรือว่าแม่เฒ่าเฉาจะปรักปรำลูกสะใภ้จริงๆ
หนานหงซิ่วบีบมือให้กำลังใจมารดา อันที่จริงนางเป็คนกระซิบบอกกับมารดาเื่นี้เอง และไม่ใช่ใครที่ไหนที่แนะนำ ต้องเป็กู้เสี่ยวหราน เพื่อนใหม่ตัวน้อยของนางอย่างไม่ต้องสงสัย
“เอ่อ...หม่าซื่อ...ข้าคิดว่าเื่นี้มันจะกลายเป็เื่ใหญ่ไปเปล่าๆ แค่ให้พี่สะใภ้ของเ้าขอโทษเ้าก็น่าจะเพียงพอแล้ว หากเื่ไปถึงที่ว่าการอำเภอ ชื่อเสียงของตระกูลเ้าคงไม่เหลือแล้วแน่ๆ เ้าต้องคิดถึงลูกสาวกับลูกชายของเ้าไว้ด้วย” หัวหน้าหมู่บ้านเริ่มเกลี่ยกล่อม หากเื่ไปถึงอำเภอ เขาต้องถูกตำหนิเื่การทำงานเป็แน่
“เ้ารีบขอโทษสะใภ้รองเดี๋ยวนี้เลย” แม่เฒ่าเฉามองเห็นสัญญาณจากหัวหน้าหมู่บ้านแล้วก็รีบหันไปตวาดสะใภ้ใหญ่ “ข้าไม่น่าเชื่อเ้าเลยจริงๆ ก่อนหน้านี้ข้าก็นึกสงสัยอยู่เชียวว่าสะใภ้รองไม่น่าใช่คนขี้โกงอย่างนั้น”
“เช่นนั้นเื่นี้ก็ให้แล้วกันไปเถอะเ้าค่ะ และข้าหวังว่าต่อไปจะไม่มีเื่อย่างนี้เกิดขึ้นอีก” หม่าหลันรีบพูดขึ้น
แม่เฒ่าเฉามองดูหม่าหลันอย่างโกรธเคือง แต่เมื่อนึกบางอย่างขึ้นได้ “ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ข้าอยากให้ท่านช่วยเขียนหนังสือหย่าให้ข้าสักฉบับ”
“ท่านแม่! ท่านจะให้ท่านพี่หย่ากับข้าหรือเ้าคะ เื่นี้น้องสะใภ้รองก็ไม่ติดใจเอาความกับข้าแล้วไม่ใช่หรือ แล้วทำไมท่านถึงยังจะให้สามีหย่ากับข้าอีก” สะใภ้ใหญ่มองหน้าแม่สามีอย่างใ
“หุบปากไปเลย! ข้าจะให้หัวหน้าหมู่บ้านเขียนหนังสือหย่าและตัดสัมพันธ์กับสะใภ้รองและเ้าเด็กพวกนั้นต่างหาก” แม่เฒ่าเฉาชี้มือไปที่หม่าหลันและลูกๆ “และที่ดินผืนนี้เป็สมบัติของสกุลหนาน เ้ากับลูกก็ย้ายออกไปแต่ตัวก็แล้วกัน”
“ท่านลุงโปรดทำตามความประสงค์ของท่านย่าด้วยเถอะเ้าค่ะ ข้ายินดีย้ายออกจากบ้านหลังนี้” หนานหงซิ่วบอกกับหัวหน้าหมู่บ้าน
“ไม่ได้!” หม่าหลันร้องห้ามลูกสาว “ทำอย่างนั้นไม่ได้ บ้านหลังนี้เป็สมบัติเพียงชิ้นเดียวของครอบครัวเรา ถ้าไม่มีบ้านหลังนี้แล้วเราสามแม่ลูกจะไปอยู่ที่ไหน”
“ท่านป้าหม่าก็ย้ายไปอยู่ที่บ้านท่านยายของข้าก่อนก็ได้นี่เ้าคะ” กู้เสี่ยวหรานหันไปยิ้ม “ถึงเวลาที่ท่านต้องเริ่มต้นใหม่แล้วเ้าค่ะ”