รวิสายอมทำตามคำขอของภาคิน โดยยอมขึ้นมาบนเวทีกับเขาเพราะอยากจะรู้เหมือนกันว่าภาคิน้าจะทำอะไรกันแน่
“เอาละครับทุกท่านตอนนี้ทุกคนคงกำลังสงสัยว่าหญิงสาวคนสวยที่ยืนอยู่ข้างกายผมในตอนนี้แท้จริงแล้วเป็ใครกันแน่สินะครับ ผมขอแนะนำตัวเธออย่างเป็ทางการเลยก็แล้วกันเธอคือ คุณรวิสา วรรณศิลป์ บุตรสาวเพียงคนเดียวของคุณขจรวรรณศิลป์หุ้นส่วนธุรกิจคนสำคัญของผมนะครับ ตามที่ผมได้กล่าวไว้แล้วผมขอมอบหยดน้ำตาแห่งท้องทะเลชุดต้นแบบนี้ให้กับคุณรวิสาซึ่งเป็ตัวแทนของคุณพ่อเธอ เพื่อเป็การระลึกถึงท่านนะครับ เนื่องจากคุณขจรเป็บุคคลสำคัญที่ทำให้ผมได้ค้นพบแหล่งกำเนิดเพชรน้ำงามแห่งท้องทะเลจนกระทั่งได้ออกแบบสร้างผลงานชุดนี้ขึ้นด้วยความร่วมมือและคำแนะนำของคุณขจรซึ่งท่านเป็ทั้งนักคิดนักสำรวจและนักธุรกิจที่เก่งมากคนหนึ่งขอให้คุณรวิสาช่วยรับไว้เพื่อเป็เกียรติให้กับคุณขจรด้วยนะครับ ขอบคุณครับ”ภาคินรับสร้อยคอและชุดต่างหูที่ถอดออกมาจากนางแบบเตรียมไว้แล้วนำมันมาสวมให้กับรวิสาด้วยตัวเองส่วนรวิสาเมื่อได้ฟังเื่ราวที่ภาคินพูดถึงพ่อของเธอแล้ว จึงได้นึกย้อนไปก่อนที่เธอจะเรียนจบและไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศนั้นพ่อของเธอเคยเล่าให้ฟังถึงธุรกิจเหมืองแร่ที่ได้ร่วมหุ้นกับบริษัทแห่งหนึ่งว่าท่านได้ค้นพบสายแร่ชนิดหนึ่งซึ่งจะสร้างผลกำไรมหาศาลให้กับบริษัทพ่อของเธอเล่าให้ฟังว่านอกจากแร่ดีบุกที่ทางฝ่ายสำรวจซึ่งพ่อของเธอดูแลอยู่ได้ขุดพบแล้วยังเจอสายแร่ที่มีค่ามากมายมหาศาลท่ามกลางพื้นที่ใต้ท้องทะเลลึกซึ้งทางบริษัทได้รับสัมปทานและอนุญาตให้ขุดค้นสำรวจรวมทั้งมีกรรมสิทธิ์ในสินแร่ธรรมชาติณ.พื้นที่แห่งนั้นขณะนั้นพ่อของเธอไม่ได้บอกให้เธอรู้ว่าสายแร่ที่ค้นพบเป็สายแร่ชนิดไหนเพราะ้าจะทำให้เธอประหลาดใจด้วยการนำสายแร่ชนิดนั้นมาทำเครื่องประดับที่ท่านมั่นใจว่าเธอจะต้องชอบแน่ๆแล้วมันก็จริงตามที่ท่านเคยพูดเอาไว้เครื่องเพชรชุดสวยที่ทำจากเพชรแท้สีน้ำเงินเข้มสีที่เธอชอบและพ่อของเธอรู้ดีที่สุด มันสวยมากจริงๆแต่คงจะดีกว่านี้มากถ้าคนที่มอบเครื่องประดับชุดนี้ให้คือพ่อของเธอไม่ใช่คนที่อาจจะเป็ฆาตกรที่ฆ่าพ่อและแม่ของเธอแบบนี้เธอตั้งใจจะปฏิเสธแต่ยังไม่ได้กล่าวอะไรออกมา ภาคินก็ชิงเธอพูดขึ้นมาก่อน
“เครื่องประดับชุดนี้ทำจากสายแร่ชุดแรกที่ขุดขึ้นมาจากท้องทะเลมันมีความหมายกับคุณขจร คุณพ่อของคุณมากนะครับท่านเคยบอกผมไว้ว่าอยากจะมอบเครื่องประดับที่ทำจากสายแร่ชุดแรกเป็ของขวัญให้กับลูกสาวคนเดียวของท่านหลังเรียนจบกลับมาจากต่างประเทศท่านให้ผมช่วยออกแบบโดยได้รับการแนะนำจากท่านจนเครื่องประดับชุดนี้เสร็จสมบูรณ์ออกมาได้ แต่น่าเสียดายที่ท่านยังไม่ทันได้เห็นแต่ผมคิดว่าคุณรวิสาจะเป็ตัวแทนของท่านได้ดีที่สุด ผมได้ทำตามความปรารถนาอีกอย่างนึงของท่านแล้วนะครับ”ภาคินพูดเปรยออกมาพลางมองขึ้นไปบนฟ้าราวกับ้าจะบอกกล่าวแก่บุคคลผู้ล่วงลับไปแล้วให้รับรู้ถึงสิ่งที่เขาได้กระทำตามที่รับปากไว้รวิสาไม่ได้พูดอะไรอีกเนื่องจากมันเป็เจตนารมณ์โดยตรงของคุณพ่อเธอที่ตั้งใจจะมอบเครื่องประดับชุดนี้ให้แก่เธอนั่นเอง
“ทำไมเครื่องประดับชุดต้นแบบไม่เห็นเหมือนชุดที่จะนำมาขายเลยละครับคุณภาคิน”แขกที่มาในงานคนหนึ่ง
กล่าวถามขึ้นเมื่อเห็นว่าชุดหยดน้ำตาแห่งท้องทะเลที่ทางพนักงานจัดโชว์ไว้พร้อมกับภาพที่มีอยู่ในโบรชัวร์สินค้าและแค็ตตาล็อกไม่เหมือนกับชุดที่ภาคินมอบให้กับรวิสา
“อย่างที่ผมกล่าวไว้แล้วละครับเครื่องประดับชุดต้นแบบถูกทำขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์หลักในการที่คุณขจรตั้งใจจะมอบเป็ของขวัญให้กับลูกสาวของท่านดังนั้นเครื่องประดับชุดนี้จึงได้ถูกออกแบบมาตามความ้าของคุณขจรซึ่งเป็รูปแบบเฉพาะสำหรับลูกสาวเพียงคนเดียวของท่านเท่านั้นเครื่องเพชรชุดนี้จึงมีเพียงแค่ชุดเดียวแต่ทางผมและทางทีมงานออกแบบเครื่องประดับก็ได้ใช้แิในการออกแบบเครื่องประดับชุดแรกมาสร้างเครื่องประดับชุดต่อๆมา ถึงแม้จะไม่เหมือนกันแต่ก็มีความเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เหมือนกันนะครับ ขอให้ทุกท่านได้ลองชมและเลือกหาของขวัญล้ำค่าให้กับตัวเองและคนที่คุณรักดูนะครับ”ภาคินอธิบายจนบรรดาแขกที่มาในงานเข้าใจดีแล้วจึงพากันแยกย้ายไปดูตามจุดต่างๆที่จัดแสดงเครื่องเพชรชุดหยดน้ำตาแห่งท้องทะเลเอาไว้
“คุณนี่เข้าใจหาประโยชน์จากครอบครัวฉันจริงๆนะแิที่พ่อคนหนึ่งตั้งใจจะมอบของขวัญล้ำค่าให้กับลูกสาว เล่นเอาฉันอึ้งไปเลยหยดน้ำตาแห่งท้องทะเลนี่ความหมายลึกซึ้งจนฉันน้ำตาแทบจะตกในเลยล่ะ”รวิสาประชดเมื่อคิดว่าภาคินฉวยโอกาสสร้างภาพและหาจุดขายให้กับเครื่องประดับชุดนี้เมื่อบรรดาพ่อแม่ ซึ่งเป็แขกที่มาในงานพากันซื้อเครื่องประดับชุดนี้เพื่อเป็ของขวัญให้กับบุตรสาวของตนกันถ้วนหน้าหยดน้ำตาแห่งท้องทะเล ของขวัญจากพ่อผู้ล่วงลับที่เตรียมมอบไว้ให้กับลูกสาว
“ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะครับถ้าคุณจะโกรธผมไม่หายก็เื่ของคุณแต่กรุณาอย่านำเจตนาบริสุทธิ์ของผมไปปนกับความคิดร้ายๆแบบนั้น”ภาคินเริ่มโมโหเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าช่างมีอคติและมองเขาในแง่ร้ายซะเหลือเกิน
“ถ้าไม่คิดแบบนั้นก็ดีแต่ถ้าคิดก็หยุดหาผลประโยชน์จากครอบครัวฉันได้แล้วเพราะตอนนี้เหลือแค่ฉันเพียงคนเดียวเท่านั้นคงไม่มีอะไรให้คุณหาประโยชน์ได้อีก”
“ถ้าผมคิดแบบนั้นจริงๆคุณเพียงคนเดียวก็ทำประโยชน์ให้ผมได้เยอะแยะนะครับอย่าประเมินตัวเองด้อยค่าแบบนั้นสิครับ” ภาคินโต้ตอบ
“งั้นเหรอคะแต่ฉันไม่ขอเลือกที่จะทำประโยชน์ให้กับคุณจะดีกว่า” รวิสารีบปฏิเสธ
“ถ้าอย่างงั้นอย่างน้อยคุณก็ควรจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ซึ่งเป็สิทธิ์โดยชอบธรรมของตัวคุณเองนะครับ”
“คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”
“ก็สิทธิ์ความเป็เ้าของหรือผู้ถือหุ้นส่วนหนึ่งของบริษัทเหมืองแร่ที่เพิ่งได้กรรมสิทธิ์สินแร่ชนิดใหม่ที่ขุดค้นพบขึ้นมายังไงละครับผมคงไม่ต้องบอกนะว่าเป็แร่ชนิดไหน คุณช่วยมารับผลประโยชน์ต่างๆ ที่คุณควรจะได้รับไปซะผมจะได้ไม่ต้องถูกคุณกล่าวหาว่าเอาแต่ได้เพียงฝ่ายเดียว แบบนี้ยุติธรรมดีไหมครับ”ภาคินอธิบาย
“แล้วฉันต้องทำยังไงบ้างละที่จะรักษาสิทธิ์ที่คุณพ่อฉันควรจะได้จากคุณ”รวิสาเริ่มคิดแผนการที่จะเข้าไปสืบเื่ราวต่างๆ เกี่ยวกับภาคินเริ่มจากบริษัทเหมืองแร่คงจะดีที่สุดเพราะมันเป็จุดเชื่อมต่อระหว่างพ่อของเธอและนายภาคินวงศ์บริรักษ์
“อย่างแรกเลยคุณควรลาออกจากที่ทำงานตอนนี้ซะ”
“นี่นายพูดแบบนี้หมายความว่าไง”
“ฟังผมพูดต่อให้จบซะก่อนคุณควรจะมาเริ่มงานบริหารในบริษัทเหมืองแร่หรือจะมาฝึกงานกับผมในส่วนของร้านจิวเวอรี่ก่อนก็ได้ผมจะให้คุณรับผิดชอบงานบางส่วนที่คุณพ่อของคุณเคยทำเพราะผมได้ยินมาว่าคุณเรียนจบด้านการบริหารธุรกิจกลับมาคุณมาเรียนงานกับผมไม่กี่ปีก็ขึ้นมาช่วยบริหารงานต่อได้เลย”
“ไม่น่าเชื่อนะว่าคุณจะใจกว้างขนาดนี้ฉันยอมรับว่าข้อเสนอของคุณน่าสนใจมาก แต่คงต้องขอกลับไปคิดดูก่อน”รวิสาพูดจบก็ขอตัวกลับไปตั้งหลักทันที ส่วนภาคินก็ไม่ได้ตามรบเร้าอะไรอีกเพราะคิดว่าเื่ในวันนี้ก็ทำให้หญิงสาวตรงหน้าตั้งตัวแทบไม่ติดแล้ว
“นี่สา นายภาคินนั่นพูดอะไรกับเธอบ้างน่ะ”ไมค์ถามขึ้นทันทีเมื่อกลับถึงห้องพัก
“นายนั่นเสนอให้ฉันไปฝึกงานกับเขาและเริ่มบริหารงานในส่วนที่พ่อของฉันเคยรับผิดชอบในฐานะหุ้นส่วนของบริษัท” รวิสาบอกอย่างไม่อ้อมค้อม
“บ้าจริงนั่นมันเสี่ยงมากเลยนะสา นายนั่นต้องมีแผนอะไรแน่ อยู่ดีๆ ถึงยอมเสียผลประโยชน์ที่เคยได้รับมาให้กับลูกสาวของหุ้นส่วนที่จากไปแล้วขอโทษนะสาที่ต้องพูดเื่นี้ขึ้นมาแต่เธอว่ามันไม่แปลกเหรอแทนที่เขาจะขอซื้อหุ้นที่พ่อของเธอถืออยู่กลับคืนมาเพื่อให้ได้สิทธิ์ในบริษัทและผลประโยชน์มากมายแต่ดันเสนอผลประโยชน์กลับคืนมาให้เธอทั้งยังเสนอจะสอนงานให้แล้วยังจะให้เข้าไปอยู่ในบริษัทในฐานะผู้บริหารอีก”ไมค์ตั้งข้อสังเกตและแจกแจงให้หญิงสาวตรงหน้าเข้าใจในสิ่งที่เขาคิด ซึ่งจริงๆแล้วแทบไม่ต่างจากที่รวิสาคิดไว้เช่นกันแต่รวิสาตัดสินใจแล้วว่าเธอยอมทุ่มเทและเสี่ยงทุกอย่างเพื่อจะได้สาวไปถึงตัวการฆาตกรตัวจริงที่ฆ่าพ่อกับแม่ของเธอ
“ฉันยอมเสี่ยงนะไมค์ไม่ว่าต้องเจอกับอะไร ฉันพร้อมเอาชีวิตตัวเองเป็เดิมพันยังไงฉันต้องจับคนร้ายตัวจริงให้ได้ระหว่างนี้ฉันขอความร่วมมือจากนายช่วยสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับนายภาคินเพิ่มเติมหน่อยฉันจำเป็ต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับนายนั่นให้มากที่สุดแล้วคงต้องศึกษาข้อมูลอีกหลายเื่ในงานที่พ่อของฉันเคยทำตอนที่อยู่ในบริษัทนั่นดูเหมือนว่าฉันจะมองข้ามอะไรบางอย่างไป บางอย่างที่สำคัญมากๆซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัทเหมืองแร่นั่น” รวิสารู้สึกว่ามีอะไรเชื่อมโยงกันอยู่ดูเหมือน่เวลาที่พ่อและแม่ของเธอเสียชีวิตจะเป็่เวลาไม่นานหลังจากการค้นพบสายแร่พิเศษซึ่งก็คือเพชรสีน้ำเงินที่มีค่ามหาศาลนี้แต่มันจะเกี่ยวกับการตายของครอบครัวเธอจริงหรือไม่นั้นเธอคงต้องลองสืบดู
“ฉันรู้ว่าอะไรที่เธอตัดสินใจไปแล้วยากที่จะเปลี่ยน แต่ไมค์เป็ห่วงสานะ”
“ฉันขอบใจนายมากนะไมค์นายคือเพื่อนที่ดีที่สุดและเข้าใจฉันมากที่สุด ฉันขอรับรองว่าฉันจะระวังตัวเองไม่ให้ใครมาทำอะไรได้ง่ายๆแน่” รวิสากล่าวอย่างหนักแน่นไมค์เองรู้ดีว่าต่อให้เขางัดวิธีไหนมาพูดก็ไม่สามารถทำให้เธอเปลี่ยนใจได้แน่เขารู้จักรวิสาดีลองตั้งใจทำอะไรแล้วต้องทำให้ถึงที่สุดเสมอขนาดจบปริญญาโทด้านบริหารมาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในต่างประเทศทั้งยังมีทรัพย์สินเงินทองมากมายล้นฟ้าแต่ก็ยอมมาเป็นักข่าวเพื่อที่จะสืบหาความจริงเกี่ยวกับการตายของครอบครัวเธอให้ได้เวลานี้เธอคงไม่ลังเลเมื่อเป้าหมายมาเผยตัวอยู่ตรงหน้าแถมยังเสนอโอกาสดีให้ได้ไปสาวไส้อีกต่างหากถ้าเป็เขาเองก็คงตัดสินใจอย่างเดียวกับเธอแน่
“แล้วเธอจะเริ่มไปฝึกงานกับนายภาคินนั่นเมื่อไหร่”
“ต้นเดือนหน้า”
“ไม่เร็วไปเหรอสาอีกแค่สองอาทิตย์เองนะ”ไมค์ใ และรู้สึกใจหายขึ้นมาทันทีเมื่อหญิงสาวที่เขาแอบหลงรัก แต่ต้องแอบซ่อนไว้ในฐานะเพื่อนสนิทตอนนี้เธอกำลังจะก้าวออกจากกรอบซึ่งเขาวางไว้เพื่อปกป้องเธอแล้ว
“ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีนะไมค์นายก็รู้ว่าฉันเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์มานานแค่ไหนแล้ว” รวิสาพูดถูกทุกอย่างจนไมค์ไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้อีก เพียงแต่รับปากจะช่วยเหลือเธอในทุกเื่ที่เธอ้าเท่านั้น
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณสาตื่นเช้าจังนะครับ” ภาคินที่ออกมาจากห้องพักซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรวิสาทักทายเมื่อเห็นรวิสาออกมาจากห้องของเธอพอดี
“ทำไมฉันก็ตื่นเช้าแบบนี้เป็ปกติอยู่แล้วนายเองนั่นแหละดูท่าทางน่าจะเป็พวกชอบตื่นสายนะขอตัวก่อนละ” พูดจบรวิสาที่อยู่ในชุดออกกำลังกายก็เดินเลี่ยงไปทันที แต่ภาคินเหรอจะยอมปล่อยโอกาสได้กวนประสาทคนตรงหน้าไปง่ายๆที่สำคัญเขาอยากจะรู้คำตอบเื่ที่เขาได้ยื่นข้อเสนอให้เธอไปเมื่อคืนด้วย
รวิสาวิ่งออกกำลังกายริมชายหาดสูดอากาศยามเช้าซึ่งไม่ต่างจากตอนที่อยู่บ้านริมหาดของเธอเท่าไหร่นักเธอย้อนคิดถึงเื่ในอดีต ่เวลาที่เธอมีความสุขที่สุดเมื่อได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับคนที่เธอรักเธออดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกย้อนไปถึงตอนที่พ่อกับแม่ของเธอคะยั้นคะยอให้เธอตื่นมาออกกำลังตอนเช้าด้วยกันทุกวันหลังจากนั้นก็ร่วมกันใส่บาตรที่บริเวณหน้าบ้านก่อนที่จะส่งพ่อของเธอออกไปทำงานแล้วเธอจึงจะไปอาบน้ำทานข้าวเตรียมตัวไปโรงเรียนแรกๆ เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องตื่นขึ้นมาทำกิจกรรมแบบนี้ทุกเช้าจนกระทั่งวันหนึ่งเธอทนไม่ไหว เอ่ยถามแม่ของเธอหลังจากส่งพ่อของเธอไปทำงานแล้วตอนนั้นแม่ของเธอส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้และถามเธอว่า‘หนูไม่ดีใจเหรอลูกที่เราได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทุกวัน’ แม้จะเป็่สั้นๆในเวลาเช้าก็ตาม รวิสายังคงไม่เข้าใจในคำถามของแม่เธอ จึงถามอย่างไม่เข้าใจว่า‘เราก็อยู่ที่บ้านด้วยกันทุกวันไม่ใช่เหรอคะแม่ มีหนู มีคุณพ่อแล้วก็คุณแม่ด้วย’แม่ของเธอจึงตั้งคำถามต่อไปว่า ‘แล้วหนูได้คุยกับคุณพ่อเมื่อไหร่บ้างละลูก’รวิสายังคงตอบตามความจริงที่เธอไม่เข้าใจว่าแม่เธอถามคำถามแบบนี้ทำไม‘ก็ทุกเช้าไงละคะ หลังจากนั้นหนูแทบจะไม่ได้เห็นหน้าคุณพ่อด้วยซ้ำ”แล้วเด็กฉลาดอย่างเธอก็รู้คำตอบในความหมายที่แม่ของเธอพยายามสื่อออกมาได้ในทันทีทุกเช้าเป็่เวลาที่มีค่าที่สุด ที่เธอจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาพูดคุยทำกิจกรรมร่วมกัน ส่วนเวลาอื่นเธอแทบจะไม่ได้เห็นหน้าพ่อของเธอเลยตอนนั้นพ่อของเธอต้องไปทำงานที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็ธุรกิจหลักของครอบครัวขณะนั้นเป็่เวลาที่ค่อนข้างยากลำบากเมื่อคุณปู่ของเธอล้มป่วยลง และพ่อของเธอซึ่งเป็ลูกชายคนโตของตระกูลต้องทำงานทุกอย่างแทนปู่ของเธอพ่อเธอแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน กลับถึงบ้านมาเธอก็หลับไปแล้วมีเฉพาะ่เวลาเช้าก่อนไปทำงานเท่านั้นซึ่งแม้พ่อของเธอจะเหนื่อยล้าขนาดไหนก็พยายามตื่นมาวิ่งออกกำลังกายด้วยกันทุกเช้าพูดคุยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา พอคิดได้ดังนั้นั้แ่นั้นมาเธอก็ตื่นเช้าขึ้นมาเองโดยไม่ต้องให้ใครปลุกอีกทั้งยังมาช่วยแม่ของเธอเตรียมสำรับใส่บาตรด้วยบางครั้งเธอยังช่วยแม่ของเธอเตรียมอาหารเช้าให้กับพ่อของเธอได้ทานก่อนออกไปทำงานด้วยซ้ำครอบครัวของเธอปฏิบัติอย่างนี้มาโดยตลอดจนกระทั่งเธอโตขึ้นและต้องย้ายครอบครัวไปอยู่ที่กรุงเทพฯเพื่อจะไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยซึ่งเป็สถานที่ก่อเกิดความรักของพ่อแม่เธอนั่นเองตอนนั้นฐานะครอบครัวเธอมั่นคงมากขึ้น บรรดาอาๆทั้งหลายของเธอก็โตพอที่จะมาช่วยเหลือ แบ่งปันกันบริหารกิจการต่างๆ ของครอบครัวแล้วพ่อของเธอจึงวางมือจากการบริหารธุรกิจต่างๆทำหน้าที่เป็เพียงที่ปรึกษาหลักเท่านั้น บรรดาญาติพี่น้องของพ่อเธอก็ช่างดีนักพวกเขารู้ว่าพ่อของเธอต้องลำบากแค่ไหนกว่าจะผ่านวิกฤตการณ์ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจของครอบครัวมาได้พอเรียนจบกลับมาจึงร่วมมือร่วมใจบริหารงานกันอย่างเต็มที่เพื่อให้พ่อของเธอได้พักในที่สุดแต่เนื่องจากพ่อของเธอเป็คนเก่งและมีความสามารถมากมายจึงถูกเชิญให้ไปเป็หุ้นส่วนและที่ปรึกษาให้กับหลายบริษัทรวมทั้งบริษัทเหมืองแร่ของนายภาคิน วงศ์บริรักษ์ซึ่งก็เป็หนึ่งในนั้นพ่อของเธอเข้าไปช่วยเหลือบริษัทแห่งนั้นในยามที่เกิดวิกฤตการณ์ฟองสบู่ช่วยเหลือสนับสนุนเงินร่วมเป็หุ้นส่วนค้ำจุนและคอยให้คำปรึกษาจนกระทั่งบริษัทนั้นพ้นวิกฤติมาได้และใหญ่โตมั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้ คิดๆไปแล้วก็สมควรอยู่หรอกที่นายภาคินจะให้ความเคารพนับถือพ่อของเธอมากแต่ถ้านายภาคินคือฆาตกรที่อยู่เื้ัการตายของคนในครอบครัวเธอจริงก็นับว่านายนั่นเืเย็นแล้วก็ชั่วร้ายมากที่ทำร้ายได้ แม้กระทั่งผู้มีพระคุณกับครอบครัวตัวเอง
รวิสาเหม่อคิดถึงเื่ราวต่างๆจนไม่รู้ตัวว่ามีคนเข้ามายืนอยู่ข้างหลังตนั้แ่เมื่อไหร่เธอกำลังจะหันหลังกลับไปยังโรงแรมที่พักแต่ก็ต้องใจนเกือบจะหงายหลังล้มลงไปถ้าคนๆ นั้นไม่คว้าตัวเธอเอาไว้ก่อน
“นี่นายตามฉันมาเหรอคิดจะทำอะไร ปล่อยฉันได้แล้ว” รวิสาพยายามสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนของคนตรงหน้าแต่ไม่เป็ผลเพราะชายหนุ่มกอดเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“คุณต่างหากคิดจะทำอะไรกันแน่ผมเห็นคุณเหม่อลอยและกำลังจะเดินลงไปในน้ำ ผมก็เลยรีบมาคว้าตัวคุณเอาไว้ก่อน”ภาคินวิ่งตามเธอมาั้แ่ออกจากที่พักแล้วและก็เห็นเธอมายืนหยุดเหม่อมองออกไปไกลในท้องทะเลกว้างอยู่นานและทำท่าราวกับว่าจะเดินลงไปยังไงอย่างงั้นเลยรีบเข้ามาคว้าตัวเธอไว้ก่อน เพราะกลัวว่าเธอจะคิดถึงครอบครัวมากจนตัดสินใจทำอะไรบ้าๆ
“นี่นายคิดว่าฉันจะทำอะไรคิดว่าฉันจะฆ่าตัวตายรึไง ฉันบอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่คิดอะไรสั้นๆ แบบนั้นหรอกฉันยังมีเื่อะไรให้ทำอีกเยอะแยะ อีกอย่างฉันจะใช้ชีวิตของฉันให้คุ้มค่าที่สุดคุณพ่อคุณแม่ของฉันจะได้ไม่ต้องเป็ห่วงที่สำคัญฉันจะอยู่ทวงสิทธิ์ทุกอย่างที่เป็ของคุณพ่อฉันจากนายมาให้หมด”รวิสาพูดจบก็สะบัดตัวออกจากอ้อมแขนของคนตรงหน้าอีกครั้งคราวนี้เขายอมปล่อยตัวเธอโดยดีและส่งยิ้มมาให้หญิงสาวตรงหน้า
“แสดงว่าคุณตัดสินใจยอมรับข้อเสนอของผมแล้วสินะครับ”
“แน่นอนสิ ฉันไม่ยอมให้นายเสวยสุขอยู่คนเดียวหรอกอย่ามานึกเสียใจทีหลังก็แล้วกันที่ปล่อยให้ฉันเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งของธุรกิจนายน่ะ”
“ผมไม่มีทางเสียใจหรอกครับในเมื่อมันเป็สิ่งที่ผมตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่าแต่คุณพร้อมจะมาฝึกงานกับผมเมื่อไหร่ละครับ”
“ต้นเดือนหน้า ฉันจะเริ่มงานทันที จะให้ฉันไปพบนายที่ไหนก็บอกมาได้เลยที่กรุงเทพฯ หรือภูเก็ตว่ามาได้เลย” รวิสาตอบรับอย่างหมายมาด