เฮนรี่มองไปทางโต๊ะเขียนหนังสืออีกครั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในที่ทางของมันรวมทั้งเหรียญทองโบราณของคลีโอพัตรานั่นด้วย...เร็วเข้า หยิบมาอันหนึ่งสิ...เขาคว้ามันขึ้นมาอันหนึ่งและรีบยัดมันลงกระเป๋ากางเกง ความละอายใจทําให้ใบหน้าร้อนผ่าวแต่มูลค่ามหาศาลของเหรียญทองอันนี้มีความหมายมากสําหรับเขา ถึงแม้ถูกตราหน้าว่าเป็ขโมยเฮนรี่ก็ยอม
เอาล่ะ เมื่อเรียบร้อยแล้วออกไปจากห้องนี้เสียที...ออกไปเดี๋ยวนี้เลย...แต่ไม่ได้ เขายังคิดอะไรไม่ออก ยังไม่สามารถระงับอาการเต้นระทึกของหัวใจได้...ะโเรียกซาเมียร์สิ...นั่นเป็วิธีการที่ถูกต้องที่สุด เขาต้องบอกให้ซาเมียร์รู้ว่าบัดนี้มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นกับลอว์เรนซ์ อาจจะเกิดอาการหัวใจวายอย่างกะทันหันขึ้นมาก็ได้นี่นา...ใครจะรู้ล่ะว่าจริงๆ แล้วเป็เพราะอะไร และในคุกนี้อากาศยังร้อนอบอ้าวเหมือนเตาอบ ถึงอย่างไรเขาก็ควรสั่งให้ซาเมียร์ไปตามหมอมาโดยด่วน
“ซาเมียร์” เฮนรี่ะโโดยแต้มแต่งเสียงให้ฟังดูเหมือนใสุดขีด สีหน้าท่าทางของเขาเหมือนกับกําลังจะช็อคตายในวินาทีนั้น
แต่เขาอดหันไปมองมัมมี่ในโลงไม่ได้คล้ายกับมีพลังอํานาจลึกลับบังคับให้เขามองไปทางนั้น
แต่เป็ไปได้หรือที่มัมมี่ในโลงกําลังจ้องตอบเขา...เป็ไปไม่ได้...แต่กระนั้นภาพลวงตาที่เกิดขึ้นทําให้เขาหนาวเยือกขนลุกซู่ทั้งตัวอย่างช่วยไม่ได้ ที่สําคัญคือมันสร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้นกับเขาเป็ที่สุดและความหวาดกลัวนี่กระมังทําให้เขาเปล่งเสียงะโเรียกชื่อซาเมียร์ออกไปสุดเสียงอีกครั้ง...
เสมียนหยิบหนังสือพิมพ์ ‘ลอนดอน เฮอรัลด์’ ซึ่งแอบไว้ให้พ้นจากสายตาของคนอื่นออกมาอ่านอีกครั้ง ขณะนี้ห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบเนื่องจากกำลังมีการประชุมคณะกรรมการบริหาร เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงพิมพ์ดังมาจากห้องทํางานถัดไป พาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้มีข้อความว่า :
“คําสาปแช่งของมัมมี่เป็ผลให้สแตรทฝอร์ด มหาเศรษฐีเ้าของบริษัทเดินเรือถึงแก่ความตาย ‘รามเสส...ผู้เป็ะจัดการกับผู้ที่รบกวนพระศพของพระองค์แล้ว’
ไม่มีใครมองผ่านพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งที่สร้างความใและตื่นตะลึงให้เกิดขึ้นทั่วทุกวงการ หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวเสนอรายงานข่าวโดยละเอียดทําให้ผู้อ่านมองเห็นภาพพีระมิดและขบวนอูฐ มองเห็นภาพมัมมี่ที่อยู่ในโรงไม้และร่างของมิสเตอร์สแตรท ฝอร์ดนอนตายอยู่แทบเท้า
มิสเตอร์สแตรทฝอร์ดเป็บุคคลที่น่าสงสารที่สุด เขาเป็คนดีที่ทุกคนอยากทํางานร่วมด้วย ในที่สุดเขาก็จบชีวิตลงเพราะงานที่เขารัก
แต่ข่าวแรกยังไม่ทันจางหายไปข่าวใหม่เกิดตามมาอีก
“ทายาทสาว...ท้าทายคําสาปแช่ง”
มัมมี่ของรามเสสผู้เป็ะกําลังจะเดินทางมาถึงลอนดอน
เสมียนพับหน้าหนังสือพิมพ์ให้เหลือแต่เฉพาะข่าวที่ตน้าอ่าน เขาแทบไม่อยากเชื่อเลยว่ามิสสแตรทฝอร์ดกําลังจะนํามัมมี่และทรัพย์สมบัติที่อยู่ในคูหาแห่งนั้นมาตั้งแสดงให้ประชาชนชมในบ้านของเธอที่เมย์แฟร์ แต่นั่นเป็สิ่งที่บิดาของเธอเคยทําอยู่เสมอมา
เขาหวังแต่เพียงว่าตัวเองจะได้รับเชิญให้ไปร่วมงานดังกล่าวด้วย แต่ดูเหมือนคงไม่มีโอกาสถึงแม้ว่าเขาทํางานกับบริษัทเดินเรือสแตรทฝอร์ดมาเป็เวลาถึงสามสิบปีแล้วก็ตาม
แต่เมื่อคิดถึงรูปสลักหินอ่อนครึ่งตัวของพระนางคลีโอพัตราซึ่งอยู่ในสภาพสมบูรณ์และเหรียญกษาปณ์ที่มีทั้งรูปและนามของพระนางทําให้เขาอยากเห็นสิ่งของที่ตั้งแสดงภายในห้องสมุดของคฤหาสน์สแตรทฝอร์ดเสียเหลือเกิน แต่เขาคงต้องรอเวลาจนกว่าทางบริติชมิวเซี่ยมจะอ้างสิทธิในการเก็บรักษาให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะหลังจากนั้นแล้วทางสถาบันดังกล่าวก็จะนําออกแสดงให้ประชาชนชมกันอย่างทั่วถึงอยู่ดี และยังมีอะไรอีกหลายสิ่งที่เขาจําเป็จะต้องบอกให้มิสสแตรทฝอร์ดรับรู้ไว้ซึ่งเขาตัดสินใจจะต้องบอกทันทีที่มีโอกาสและนั่นเป็สิ่งที่มิสเตอร์ลอว์เรนซ์เองก็อยากให้เธอรับรู้เช่นกัน
ทุกคนในบริษัทรู้ว่าเฮนรี่ สแตรทฝอร์ดไม่ได้มานั่งประจําทํางานที่บริษัทเป็ปีแล้วแต่ยังได้รับเงินเดือนเต็มเดือนรวมทั้งโบนัส ยิ่งกว่านั้นมิสเตอร์แรนดอล์ฟถึงกับสั่งจ่ายเช็คในนามบริษัทเพื่อช่วยชำระหนี้สินให้กับลูกชายอีกด้วย
แต่บางทีมิสสแตรทฝอร์ดอาจจะรู้เื่ราวเหล่านี้ด้วยตัวเองในไม่ช้าทั้งนี้เพราะในพินัยกรรมที่ผู้บิดาทำไว้ล่วงหน้าทําให้เธอมีอํานาจในการควบคุมดูแลกิจการเดินเรือของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว และด้วยเหตุนี้เองที่ทําให้เธอต้องเข้าไปนั่งในห้องประชุมพร้อมทั้งอเล็กซ์ ซาวาเรลล์คู่หมั้นและไวท์เคาน์ ซัมเมอร์ฟิลด์อยู่ในตอนนี้
แรนดอล์ฟแทบทนไม่ได้เมื่อเห็นหลานสาวร่ำไห้อย่างน่าเวทนา เรือนร่างของสาวน้อยดูบอบบางเหลือเกินเมื่ออยู่ในชุดไว้ทุกข์สีดํา ใบหน้าเผือดซีดอาบด้วยคราบน้ำตา ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายประหลาดอย่างที่เขาเพิ่งเห็นเป็ครั้งแรกเมื่อเธอบอกเขาว่าพ่อของเธอตายแล้ว
คณะกรรมการที่เข้าร่วมประชุมนั่งนิ่งเงียบตามองกับพื้นห้อง อเล็กซ์จับแขนเธอไว้อย่างอ่อนโยน สีหน้าของเขาในยามนี้เหมือนคนกําลังอับจนปัญญาอย่างที่สุด ราวกับเขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าความตายหมายถึงอะไร แต่ทุกสิ่งที่เขาทําลงไปก็เพียงเพราะไม่อยากเห็นจูลี่มีความทุกข์มากจนเกินไปเท่านั้นเอง
แต่กระนั้นเขาอดรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเองเป็เพียงคนแปลกหน้าคนหนึ่งเมื่อเข้ามานั่งอยู่ในท่ามกลางกลุ่มพ่อค้าวานิชและนักธุรกิจ เขามีหน้าที่เพียงอารักขาคู่หมั้นสาวสวยผู้เป็แกนกลางของการประชุมครั้งนี้เท่านั้น
ทําไมเราจะต้องมาเผชิญกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ด้วย? ทําไมพวกเขาไม่เปิดโอกาสให้เราได้อยู่กันตามลําพังและอยู่กับความโศกเศร้าเสียใจนั้นนะ?
แต่กระนั้นแรนดอล์ฟก็ยังต้องทําต่อไปเพราะมันเป็สิ่งที่เขาพึงกระทําแม้ว่าสิ่งที่ทําจะไม่มีความหมายอะไรเลยเช่นเดียวกับการพยายามสั่งสอนอบรมให้ลูกชายเป็คนดีนั่นแหละ
“หนูเห็นจะยังตัดสินใจอะไรลงไปไม่ได้หรอกค่ะลุงแรนดอล์ฟ” จูลี่กล่าวกับเขาอย่างสุภาพ
“ลุงเข้าใจ” เขาตอบ “และไม่มีใครหวังว่าหลานจะลงมือทําอะไรได้ทันทีด้วย สิ่งที่หลานต้องทําตอนนี้คือเซ็นดราฟท์เพื่อเราจะได้เบิกเงินจากงบฉุกเฉินออกมาใช้จ่ายแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนเท่านั้น ส่วนเื่ที่เหลือทั้งหมดเราจะช่วยกันจัดการคนละไม้ละมือเอง มันไม่ใช่เื่ยากอะไรนักหรอก”
“หนูอยากขอเวลาตรวจเอกสารทุกชิ้น-อยากรู้จักงานพวกนั้นเสียก่อนค่ะ” จูลี่บอก “หนูรู้ว่าพ่อ้าให้หนูทําอย่างนั้นแน่ แล้วนี่เรายังต้องเจอกับปัญหาเื่โกดังเก็บสินค้าในอินเดียอีก ไม่เข้าใจเลยว่าทําไมเื่มันถึงได้เกิดขึ้นพร้อมๆ กันอย่างนี้” เธอถอนใจออกมาเบาๆ น้ำตาเอ่อไหลเป็ทางลงมาอีกครั้ง
“เื่ทั้งหมดนั้นปล่อยให้เป็ธุระของลุงเถอะจูลี่” เขาพูดอย่างอ่อนใจ “ลุงจัดการกับปัญหาในอินเดียมาตั้งหลายปีแล้ว”
เขาเลื่อนแฟ้มเอกสารมาให้ตรงหน้า...เซ็นสิ...ได้โปรดเถอะ...เซ็นชื่อลงไปในเอกสารนั่นเสียทีและโปรดอย่าได้ขอคําอธิบายอะไรอีกเลย แค่ที่เป็อยู่ทุกวันนี้มันก็เ็ปพออยู่แล้ว
ออกจะเป็เื่น่าแปลกใจไม่น้อยที่เขาบังเกิดความอาวรณ์ในตัวน้องชายขึ้นมามากถึงเพียงนี้ เราไม่มีทางรู้เลยว่าตัวเองนั้นมีความรู้สึกต่อบุคคลที่เรารักอย่างไรจนกว่าจะถึงวันที่ต้องพรากจากกัน ตลอดคืนที่ผ่านมาแรนดอล์ฟนอนไม่หลับเฝ้าครุ่นคํานึงถึงชีวิตเมื่อครั้งที่เขากับลอว์เรนซ์ยังอยู่ด้วยกัน เมื่อครั้งเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด การเดินทางไปเที่ยวอียิปต์ครั้งแรกพร้อมกันทั้งสามคนคือแรนดอล์ฟ,ลอว์เรนซ์และเอลเลียต ซาวาเรลล์ และการตลุยราตรีในกรุงไคโรอีก
เมื่อเช้าเขาลุกจากเตียงแต่เช้าตรู่แล้วลงมือค้นหารูปถ่ายและบันทึกความทรงจําเก่าๆ ที่น้องชายเคยทําไว้ออกมาดู มันเป็ความทรงจําที่น่าะเืใจอะไรเช่นนั้น
และขณะนี้ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจเขาก็ยังพยายามหลอกลวงลูกสาวคนเดียวของลอว์เรนซ์อีก เขาพยายามปิดบังความชั่วร้ายของการหลอกลวงที่ทำมาตลอดเวลาสิบปี ลอว์เรนซ์เป็คนสร้างบริษัทเดินเรือนขึ้นเพราะความที่เป็คนไม่เห็นแก่เงิน มันเป็งานที่เสี่ยงต่อฐานะอันมั่งคั่งอย่างมากแต่เขาก็ทำจนสําเร็จ ส่วนตัวแรนดอล์ฟล่ะ เขาเคยทําอะไรเพื่อบริษัทบ้างนับแต่วันที่ลอว์เรนซ์มอบอํานาจให้จัดการบริหารงานมอบหมายความไว้วางใจให้อย่างไม่เคยระแวงสงสัยในพฤติกรรม เขากุมบังเหียนบริษัทเดินเรือสแตรทฝอร์ดไว้ก็จริงแต่พยายามยักยอกฉ้อฉลเงินทุกเซ็นต์เข้ากระเป๋าตัวเองกับลูกชาย
และภาพที่เขากําลังมองเห็นอยู่ในตอนนี้คือจูลี่หยิบปากกาแล้วเซ็นชื่อของเธอลงไปในเอกสารฉบับต่างๆ โดยไม่สนใจจะอ่านด้วยซ้ำ นี่ไม่ใช่เพราะความไว้เนื้อเชื่อใจในตัวลุงของเธอหรอกหรือ? แต่กระนั้นแรนดอล์ฟก็ดีใจที่เขาปิดบังความลับของตัวเองไว้ได้อย่างน้อยอีกระยะหนึ่ง
ขอโทษด้วยนะ ลอว์เรนซ์...แรนดอล์ฟนึกในใจ บางทีแกอาจจะรู้เื่ทั้งหมดนี่แล้วก็ได้