ตอนที่ 6 ฮูหยินผู้เฒ่าป่วย
ฮูหยินใหญ่กัดฟันพูดเสียงดุ “เงียบเดี๋ยวนี้! เ้ากล้าทำเื่น่าอายเช่นนี้ ยังจะมีหน้ามาร้องไห้อีกอย่างนั้นหรือ!”
แค่นางตะคอกออกมาทีเดียวกู้เซิงโหรวก็ไม่กล้าส่งเสียงอีก ทำได้แค่กล้ำกลืนเอาไว้ นางสะอึกสะอื้นขณะพูดออกมาเบาๆ “ท่านแม่ ท่านแม่โปรดช่วยข้าด้วย...”
“ถึงตอนนี้เ้าเพิ่งจะรู้ว่าควรให้ข้าช่วยอย่างนั้นหรือ เ้ามันหน้าไม่อาย! ทำให้พ่อแม่ขายขี้หน้ามากรู้หรือไม่! เ้า! ช่างเป็หญิงสาวที่หน้าไม่อาย หน้าไม่อายเสียจริง! ใครสั่งใครสอนเ้ากัน พูดออกมา ใครมันสอนเ้าเช่นนี้?!” ฮูหยินใหญ่ด่าพลางใช้นิ้วจิ้มลงไปแรงๆ บนหน้าผากของกู้เซิงโหรวที่ไม่รู้ว่าข้างในยังมีสมองอยู่หรือไม่
กู้เซิงโหรวร้องไห้แล้วพยายามหลบ ตอนนี้ฮูหยินใหญ่โกรธจนหน้ามืดตาลายไปหมด แรงที่ใส่เข้าไปจึงมิใช่น้อย บวกกับเล็บที่ยาว เมื่อจิ้มลงมากู้เซิงโหรวรู้สึกเจ็บจึงได้แต่ร้อง “เจ็บ ท่านแม่ ข้าเจ็บ...”
“ตอนนี้เพิ่งจะมาเจ็บอย่างนั้นหรือ ภายหลังจะต้องเจ็บยิ่งกว่า! กล้าทำเื่น่าอับอายเช่นนี้แล้วจะมีหน้าไปเจอใครได้อีก ศักดิ์ศรียังจำเป็อยู่หรือไม่ ยัง้าชีวิตนี้อยู่หรือไม่! ถ้าเื่นี้ถูกแพร่งพรายออกไป ชั่วชีวิตนี้เ้าจะแต่งกับใครได้อีก ในจวนมีคุณหนูตั้งกี่สิบคน ชื่อเสียงไม่จำเป็แล้วอย่างนั้นหรือ?!”
กู้เซิงโหรวใจนขวัญหนีดีฝ่อ นางทรุดตัวลงนั่งร้องไห้อยู่กับพื้น ฮูหยินใหญ่ยังคงใช้นิ้วชี้จิ้มลงไปด้วยความโมโห นางกริ้วโกรธจนสั่นไปหมดทั้งตัว!
บริภาษอยู่นาน ผสานกับความโมโหที่อัดแน่นทำให้ตอนนี้นางแทบจะไม่เหลือแรง จึงเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ ชี้นิ้วไปที่กู้เซิงโหรวแล้วพูดขึ้นอย่างดุดัน “บอกข้ามาตามตรง! ตัวอัปมงคลที่อยู่ในท้องเ้าคือลูกของใครกัน”
กู้เซิงโหรวร้องไห้จนล้มลงไปกับพื้น
ตอนนี้ฮูหยินใหญ่โกรธจนน้ำตาไหลออกมา “ั้แ่เ้าเยาว์วัย ข้าสั่งสอนเ้าเช่นไร ไม่ว่าอย่างไรเ้าก็เป็บุตรสาวของครอบครัวขุนนางผู้สูงส่ง ไม่ว่าอย่างไรเ้าก็ได้รับการศึกษาอบรมมารยาท! พวกคุณหนูสิบกว่าคนที่อยู่ในจวนทั้งสี่เรือนนี้ต่างก็เติบโตมาด้วยกันทั้งสิ้น มีเพียงเ้าคนเดียว...เพียงเ้าคนเดียว! ในเมืองหลวงนี้มีบุตรสาวของขุนนางมากมาย แต่ก็มีเพียงเ้าคนเดียว! คนที่ทำเื่น่าอับอายได้เช่นนี้มีแค่เ้าคนเดียวเท่านั้น! แล้วหลังจากนี้เ้าจะให้บิดาของเ้าออกไปพบหน้าผู้คนได้อย่างไร! จวนจงจิ้งโหวจะยังเป็ศูนย์กลางของเหล่าตระกูลขุนนางผู้สูงส่งได้เช่นไร ชื่อเสียงที่จวนโหวมีมากว่าร้อยปีกำลังจะถูกเ้าทำลายในชั่วพริบตา! แล้วจะยังไปมาหาสู่กับจวนฉู่กั๋วกงได้อย่างไรกันเล่า จะยังไปมาหาสู่กับพวกคุณหนูทั้งหลายได้อย่างไรกัน!
“ในเรือนหลังนี้ หากเป็คุณหนูที่มีสมบัติผู้ดีในตัวสักนิด นอกจากบิดาและพี่น้องแล้วแม้แต่ชายอื่นก็ไม่มีทางได้เห็นหน้า! แม้แต่ญาติพี่น้องร่วมสายเืแค่เห็นก็ยังต้องหลีกออกมาให้ไกล แต่เ้าช่างกล้านัก กล้ามากจริงๆ!”
เมื่อโดนไต่สวนติดต่อกันอย่างหนักหน่วง กู้เซิงโหรวก็ตระหนกเสียจนไร้เรี่ยวแรง นางเฝ้าแต่ร้องไห้จนแทบไม่มีเสียงจะพูด
ฮูหยินใหญ่ตะคอกถาม “เป็ลูกของใครกัน?! สองเดือนก่อนหน้านี้ คุณชายสามของฉู่กั๋วกงยังอยู่ที่ชังโจวด้วยซ้ำ!”
กู้เซิงโหรวถูกทำให้ใจนกลัวไปหมดแล้ว ดังนั้นมีหรือที่จะไม่กล้าพูดออกมา นางจึงเอ่ยตอบด้วยลำคอที่ตีบตัน “คือ คือท่านพี่ ท่านพี่...”
“ท่านพี่คนไหน?!” ฮูหยินใหญ่ตะคอกถาม
กู้เซิงโหรวร้องไห้ “ฉี...ฉีจิ่ง...” ยังพูดไม่ทันจบนางก็สลบไปเสียแล้ว
“ฉีจิ่งงั้นหรือ ฉีจิ่งเฮ่า!” ความฉุนเฉียวของฮูหยินใหญ่เพิ่มขึ้นเสียจนตาแทบถลน ได้ยินแค่สองคำนั้นก็รู้แล้วว่าต้องเป็คนที่มักจะมาเที่ยวเล่นในจวนอยู่บ่อยครั้ง ชายที่มีนิสัยสะเพร่าเลินเล่อและเอาแต่สำมะเลเทเมาผู้นั้น
เดิมทีถังชิงหลวนกำลังพักผ่อนอยู่ในห้อง แต่แล้วก็เกิดยุ่งขึ้นมาเสียอย่างนั้น
จู่ๆ ด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าที่ฟังดูวุ่นวาย สาวใช้นางหนึ่งเลิกม่านขึ้นแล้วมองเข้ามาภายในห้อง พอเห็นว่านางอยู่ที่นี่ก็ร้องเรียกเสียงดัง “เร็วเข้าเ้าค่ะ! คุณหนูถัง ท่านรีบไปดูเถิด ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าเจ็บหน้าอกมากเลยเ้าค่ะ!”
ถังชิงหลวนรีบลุกขึ้น ติงเซียงเองก็รีบยกกล่องยาตามนางไป พอออกมาจึงพบว่ามีคนวิ่งขวักไขว่เต็มจวนไปหมด สาวใช้วิ่งนำนางไปยังสวนดอกไม้ คงจะไปที่โถงละครของฮูหยินผู้เฒ่าเป็แน่
นางเดินตามไปได้ไม่เท่าไรก็มีสาวใช้สูงวัยเดินเข้ามาหา พอเห็นหน้านางก็เอาแต่ท่อง ‘อมิตาภพุทธ’ ไม่หยุดขณะเข้ามาช่วยนางและติงเซียงถือกล่องยาไป
คนสองสามคนวิ่งล้อมหน้าล้อมหลังนางไปเป็กลุ่มก่อนจะมาถึงที่สวนใหญ่อย่างรวดเร็ว เป็บริเวณโถงละครจริงๆ ตอนนี้ละครหยุดการแสดงลงแล้ว เหล่าคุณชายของตระกูลก็อยู่กันครบ นายท่านผู้เป็เ้าของจวนถามขึ้นเสียงดัง “ท่านหมอหลวงซ่งที่ให้ไปเชิญมาแล้วหรือยัง?!”
“ยังไม่มาเลยขอรับ นายท่าน” คนรับใช้ตอบ
คุณชายอายุราวสิบหกสิบเจ็ดคนหนึ่งเห็นว่าถังชิงหลวนกำลังเดินมาทางนี้ก็รีบเข้าไปรับ “คุณหนูถัง เ้ามาก็ดีแล้ว ช่วยไปดูท่านย่าของข้าที”
คนผู้นี้คือบุตรชายคนโตของฮูหยินใหญ่ หรือก็คือบุตรคนโตของภรรยาหลวงแห่งจวนจงจิ้งโหว นามกู้เย่ว์ซี ถึงแม้ถังชิงหลวนจะมีหน้าที่ตรวจรักษาโรคให้กับเหล่าคุณหนูที่อยู่เรือนหลัง แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพบปะเจอะเจอกับเหล่าคุณชายภายในจวน โดยเฉพาะกับคุณชายที่ยังไม่ได้สมรสและยังวนเวียนอยู่กับฮูหยินผู้เฒ่าและมารดาของตนเช่นคุณชายท่านนี้ เพราะอยู่มานานแล้วจึงไม่ต้องสงสัยอะไรอีก
กู้เย่ว์ซียังเข้าไปช่วยยกกล่องยาจากสาวใช้สูงวัยด้วยตัวเอง เขานำถังชิงหลวนมาถึงห้องรับแขกกลางสวนดอกไม้ ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังนอนอยู่บนตั่งในห้อง ล้อมรอบไปด้วยฮูหยินของจวนหลายคน ยังมีบรรดาแขกเครือญาติ นายท่านสอง นายท่านสาม นายท่านสี่ อีกทั้งคุณชายและท่านยายต่างก็อยู่กันพร้อมหน้า
ถังชิงหลวนรีบเอ่ย “ขอทุกท่านโปรดออกไปก่อนนะเ้าคะ ในห้องมีคนน้อยเท่าไรยิ่งดีเ้าค่ะ”
คนในจวนต่างรู้ว่านางคือหมอ บรรดาแขกที่เป็ญาติฝ่ายหญิงจึงพากันออกไปก่อน จากนั้นก็ตามด้วยคุณชายและท่านยายทั้งหลาย ถังชิงหลวนเดินเข้าไปดู ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังขมวดคิ้วและเปลือกตาก็คล้ายจะปิดไม่สนิท ฝ่ามือยังคงกดอยู่ที่หน้าอกตลอด เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เป็ลม
นางก้าวเข้าไปแล้วนำมือฮูหยินผู้เฒ่าที่วางไว้บนหน้าอกออกเป็สิ่งแรก นอนหงายเช่นนี้ ยิ่งเอามือไปวางไว้บนอกก็ยิ่งเป็การเพิ่มแรงกดทับ นางตรวจการหายใจของฮูหยินผู้เฒ่าแล้วเอ่ยเรียกเบาๆ “ฮูหยินผู้เฒ่า ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ”
ฮูหยินผู้เฒ่านิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพึมพำตอบกลับ
ถังชิงหลวนยื่นมือไปจับชีพจร พบว่าเส้นชีพจรเต้นเร็วมาก มีความสม่ำเสมอเล็กน้อย ไม่มีความผิดปกติ นางจึงถอนมือกลับแล้วหยิบเครื่องช่วยฟังของแพทย์ที่ทำเองออกมา เครื่องช่วยฟังนี้ทำจากไม้ รูปลักษณ์ภายนอกดูเหมือนแตร โดยที่อันหนึ่งหัวใหญ่ส่วนอีกอันหนึ่งหัวเล็ก นางวางอันใหญ่ลงบนตำแหน่งหัวใจของฮูหยินผู้เฒ่าและแนบหูกับอันเล็กเพื่อฟังเสียง
หัวใจของฮูหยินผู้เฒ่าเต้นเร็วมากแต่ไม่มีเสียงเต้นที่ผิดปกติ ฟังอยู่ครู่หนึ่งนางจึงนำออกแล้วตรวจสอบอุณหภูมิสีผิว ลิ้นฝ้า หนังตาอย่างละเอียดอีกรอบ
ถังชิงหลวนตรวจร่างกายให้กับฮูหยินผู้เฒ่าอยู่เป็ประจำ เบื้องต้นร่างกายฮูหยินผู้เฒ่านับว่ายังแข็งแรงมาก ไม่มีโรคหัวใจ ผลการตรวจในครั้งนี้ก็มิได้มีอะไรร้ายแรง คาดว่าน่าจะเป็เพราะสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมเสียมากกว่า
นางหันไปถาม “ก่อนหน้านี้แสดงละครเื่อะไรหรือเ้าคะ?”
คำถามนั้นทำให้ทุกคนชะงักไปในทันที เหล่าฮูหยินและนายท่านยังไม่ทันจะได้ตอบ กู้เย่ว์ซีก็ชิงตอบขึ้นเสียก่อน “เื่ ‘ชื่อซิงเจิ้น[1]’”
ถังชิงหลวนเข้าใจในทันที ละครเื่ชื่อซิงเจิ้นนั้นใช้ฆ้องและฉาบประกอบการแสดงเป็ส่วนใหญ่ เครื่องดนตรีทั้งสองชนิดให้จังหวะเร็วและยังมีเสียงดัง อากาศร้อนเช่นนี้บวกกับ่เช้าที่ต้องพบเจอผู้คนมากมาย แล้วยังต้องมาฟังละครที่ส่งเสียงดังอึกทึกเช่นนี้อีก ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจฮูหยินผู้เฒ่าเร็วขึ้นจนเกิดอาการไม่สบาย
“ฮูหยินผู้เฒ่ามิได้เป็อะไรร้ายแรงเ้าค่ะ แค่ให้พักผ่อนอยู่ตรงนี้เงียบๆ สักครู่ก็จะดีขึ้นเ้าค่ะ” ถังชิงหลวนเอ่ย
ฮูหยินสองเดินเข้ามา “ไม่ร้ายแรงงั้นหรือ หรือว่าเป็ไข้แดดกัน”
ถังชิงหลวนตอบ “มิใช่เ้าค่ะ น่าจะเป็เพราะเสียงที่ดังเกินไปประกอบกับอากาศร้อน ผู้คนแออัด ทำให้หัวใจของฮูหยินผู้เฒ่าเต้นเร็วเกินไป จึงทำให้รู้สึกไม่สบายเ้าค่ะ ให้อยู่ในที่เงียบๆ เย็นๆ ก็พอแล้วเ้าค่ะ”
ฮูหยินสองตอบ ‘อ้อ’ ออกมาหนึ่งคำ แล้วหันไปมองนายท่านสอง นายท่านสองทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงสาวใช้สูงวัยดังขึ้นมาจากด้านนอกเสียก่อน “มาแล้วเ้าค่ะ! หมอหลวงซ่งมาถึงแล้วเ้าค่ะ!”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/8892e502b7dd0f501cb1819d83b32a83
[1] ชื่อซังเจิ้นหรือตำบลหม่อนแดง เป็ชื่อละครงิ้วปักกิ่ง