“จะลงมาจริงๆ เหรอ” เสียงใสถามคนในสายอย่างดีใจ
“ก็จริงฉันจะโกหกแกทำไมละรัก” คนในสายบอกมาทั้งเสียงขบขัน
“น้ำฟ้าอย่าโกหกฉันนะ” ถามย้ำอีกครั้งเพราะกลัวจะถูกหลอกให้รอ น้ำฟ้าที่อยู่ในสายทำเพียงหัวเราะก่อนจะบอกลารัก
รักมองโทรศัพท์ในมืออย่างปลงตกกับเพื่อนแสนซนคนนี้ ก็ดีใจอยู่หรอกที่น้ำฟ้าจะลงมาชุมพรแต่น้ำฟ้ามีเรียนซัมเมอร์จะมาได้ไงมันเลยทำให้รักอดกังวลไม่ได้เพราะกลัวว่าเพื่อนตัวดีจะหลอกเอา แต่ก็นะเ้าตัวบอกจะมาก็คงจะมาจริงๆถ้าอยากให้แน่ใจก็คงต้องให้ถึงสิ้นเดือนนี้ละนะเพราะเ้าตัวบอกจะมาวันนั้น ถึงจะคิดอย่างนั้นก็อดกังวลไม่ได้เพราะเสียงหัวเราะของเพื่อนสาวทำให้รักษ์ไม่แน่ใจไม่รู้จะเล่นอะไรพิเรนอีกหรือเปล่าพอมาคิดก็กังวลไปเสียเปล่าเลยกลับเข้าไปช่วยป้าอุ่นเตรียมอาหารเช้าต่อพอได้เวลาเจ็ดโมงก็ขึ้นไปปลุกสองแฝดอย่างทุกวัน
“น้องจันทร์หล่อกว่าพ่อยังครับอารรัก” ขุนจันทร์ที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยพร้อมปะแป้งจนหน้าขาว ยืนเก๊กหล่อบนเตียงถามขึ้น รักยิ้มขึ้นทันทีก่อนจะนึกถึงคำถามของเด็กน้อย อยู่ๆ ภาพของลมเลที่ใส่เสื้อผ้ากลางเก่ากลางใหม่พร้อมกับเคาะจมูกลอยเข้ามาทำให้รักต้องสายหน้าระรัวเพื่อสลัดความคิดออกไป ‘คนแบบนี้หรือหล่อ’ แต่ถึงจะคิดแบบนั้นแต่จริงๆแล้วก็แค่ไม่อยากยอมรับก็เท่านั้นความคิดมันเลยชอบขัดแย้งกับความรู้สึกทุกครั้ง รักก็แค่นึกหมั่นไส้อีกคนก็เท่านั้นที่ดูดีได้แม้จะยืนเคาะจมูกนิ่งๆแต่แล้ว…อยู่ๆภาพเมื่อสองวันก่อนก็ฉายขึ้นมาเรียกให้หัวใจดวงน้อยๆ ต้องเต้นแรง ใบหน้าของลมเลที่ห่างไม่ถึงคืบนั้นััได้ถึงลมหายใจของอีกคนที่รดลงบนใบหน้าเธอ อุบัติเหตุแสนน่าอายที่สวนปาล์มน้ำมันวันนั้นมันทำให้ต้องใจเต้นทุกครั้งที่พบหน้าลมเล
“อารักเป็ไรเหรอ ตกลงน้องจันทร์หล่อกว่าพ่อไหม” เสียงเจี้ยวจ้าวของเด็กแสบเรียกให้รักต้องหลุดจากความคิด
“หล่อค่ะน้องจันทร์หล่อที่สุดเลยยยย” รักบอกพร้อมกับจี้พุงกะทิอย่างเมามันจนเด็กนอนหอบตัวโยน แต่ยังคงหัวเราะเสียงดังไปทั่ว
“อารัก” ขุนอินทร์ที่พึ่งออกจากห้องน้ำเรียกรักเสียงดังพร้อมกับะโกอดคอรักแน่น
“แล้วพี่อินทร์ล่ะหล่อกว่าพ่อกับจันทร์เปล่าาาา” จบคำรักยิ้มทันทีสองแฝดนี้ไม่ยอมน้อยหน้ากันจริงๆ
“หล่อค่ะ พี่อินทร์ก็หล่อที่สุดเลย” ร้องบอกเด็กที่กำลังกอดคอก่อนจะยกตัวแสบคนพี่ให้มานั่งข้างๆตัวแสบคนน้องที่นอนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่
“เป็อะไรกันค่ะน้องจันทร์” รักถามขึ้นอย่างสงสัย
“อารักไหนบอกน้องจันทร์หล่อสุดไง” เสียงเล็กๆ ของแฝดคนน้องถามขึ้น คนฟังอย่างรักนี้ถึงบางอ้อเลย
“ก็หล่อที่สุดทั้งสองคนเลยไงค่ะ” รักบอกแก้ทั้งรอยยิ้ม
“พี่อินทร์ต้องหล่อกว่า”
“น้องจันทร์ต่างหาก อินทร์นะอย่ามามั่ว”
“จันทร์นั้นแหละมั่วเกิดหลังเค้า เค้าก็ต้องหล่อกว่าสิ”
“คนเกิดก่อนไม่หล่อ”
“หล่อ”
“ไม่หล่อ อารักอินทร์กับจันทร์ใครหล่อกว่ากันนนน” พอเถียงกันไม่ได้ข้อสรุปต้องเป็รักทุกครั้งที่ต้องค่อยตัดสิน รักมองสองแสบสลับไปมาอย่างครุนคิดทั้งที่ไม่ต้องคิดอะไรมากแต่เพราะอยากแกล้งสองแฝดก็เท่านั้น ใครใช้ให้หน้าตอนรอคำตอบน่ารักขนาดนี้
“อืมมมมม” ผ่านไปสักพักรักยังเงียบ สองแสบสีหน้าเริ่มคิดหนัก รักก็ไม่เข้าใจว่าทำมันต้องจริงจังขนาดนั้น แต่ก็อย่างที่บอกหน้าสองแฝดตอนนี้ทั้งตลกทั้งน่ารักจนรักเก็บรอยยิ้มไม่อยู่
“อารัก” สองเสียงเล็กร้องขึ้นทันที อารักชอบแกล้ง แฝดคิด
“โอเคๆ ไม่แกล้งล่ะ อืม” บอกทั้งรอยยิ้มก่อนจะกลับมาครุนคิดอีกครั้ง สองแฝดเห็นก็หน้ายู้ทันทีเพราะคิดว่าอารักจะแกล้งอีก
“ตกลงน้องจันทร์หล่อที่สุดใช่ไหม” ขุนจันทร์บอกอย่างภูมิใจ
“อย่ามามั่วนะจันทร์ ต้องพี่อินทร์สิ ก็บอกแล้วว่าเค้าเกิดก่อน” พอไม่ได้คำตอบสักที่ศึกฝีปากระหว่างพี่น้องก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง รักคิดว่าคงต้องหยุดการแกล้งเพียงเท่านี้ เดี๋ยวประเด็ดเกิดก่อนเกิดหลังมันจะพุดขึ้นมาอีก ก็ไม่เข้าใจขุนอินทร์เหมือนกันว่ามันเกี่ยวอะไรกับเกิดก่อน
“เอาล่ะๆๆ ไม่เถียงกันนะสรุปแล้วหล่อที่สุดทั้งสองคนเลย” รักห้ามศึกก่อนที่มันจะลากยาว
“ไม่ได้ ๆ ต้องมีคนที่หล่อที่สุดคนเดียวน่าาาา” ขุนจันทร์ร้องทวงขึ้นมา
“ใช่ๆๆๆๆๆ” ขุนอิทร์เสริมอีกแรง ถ้าสองแฝดจะไม่ยอมกันขนาดนี้เป็รักก็หนักใจนะ เอาไงดีล่ะมองสองแสบไปก็นึกหาคำตอบเพื่อยุติคำถามนี้ แต่แล้วภาพของใครคนหนึ่งก็ฉายเข้ามาในความคิดรักยิ้มขึ้นมาทันทีหวังว่าจะเป็คำตอบที่หยุดสองแฝดได้นะ
“อารักรู้แล้วว่าใครหล่อสุด” รักบอกทั้งยิ้มกว้างสองแสบก็ตั้งตารอคำตอบอย่างจดจ่อ อยากรู้จริงเื่อื่นสนใจเท่านี้หรือเปล่า
“คนที่หล่อที่สุดก็…พ่อของพี่อินทร์กับน้องจันทร์ไง”
“ขอบคุณที่ชมผม จะลงไปกินข้าวกันได้หรือยัง”
“พ่อ” ขุนอินทร์ขุนจันทร์เอ่ยเรียกอย่างใ ผิดกับรักที่นั่งตัวนิ่งไม่กล้าขยับ ไม่รู้ว่าลมเลมาตอนไหนเพราะไม่ได้ยินเสียงประตู แล้วแบบนี้จะกล้ามองหน้าอีกคนได้ไงเื่เก่าไม่จบเื่ใหม่ก็ดันมาให้ตายเถอะรัก
ทางลมเลก็ไม่คิดหรอกว่าจะมาได้ยินใครอีกคนกำลังชมเขาอยู่ก็แค่จะมาตามให้ไปกินข้าวเพราะถึงเวลามานานแล้วทั้งสามก็ยังไม่ยอมลงกันมาเสียที
“เอ่อ…คือ…ขอโทษค่ะ” รักเอ่ยบอกทั้งไม่ยอมมองหน้าอีกคน
“เรียบร้อยแล้วก็ลงไป” ลมเลบอกสองแสบก็รีบลงจากเตียงลงไปด้านล่างทันที ยังเหลือก็แต่รักที่นั่งนิ่งๆ ไม่ยอมขยับ ก็หัวใจมันเต้นแรงจนกลัวว่ามันจะหลุดออกมา ใบหน้านั้นก็รับรู้ได้ถึงแรงสูบฉีดของเืได้เป็อย่างดีตอนนี้หน้าคงแดงไปหมด
“ไม่ลงไปหรือไง” เพราะเห็นว่ารักยังนั่งนิ่งเลยร้องถามขึ้น
“ปะ…ไปค่ะ คุณลงไปก่อนเลย” ถ้าไปตอนนี้มีหวังลมเลต้องเห็นหน้าแดงๆนี้แน่
“ก็ไปพร้อมกันสิ” รักอยากจะบอกเหลือเกินถ้าไม่มีอาการแปลกๆแบบนี้ก็อยากลงไปพร้อมกันอยู่หรอก แต่นี้ไม่ใช่
“เอ่อ…”
“ลีลาอยู่ได้เร็วๆ ฉันหิว” จะไปก่อนอีกคนก็ได้แต่เพราะเห็นท่าทางแปลกๆของรักเลยไม่อยากทิ้งอีกคนไว้ ไม่รู้ว่าไม่สบายหรือเปล่าเพราะสังเกตเห็นใบหน้าของรักแดงผิดปกติ
“ค่ะ…งั้นไปกัน” รักบอกพร้อมกับรีบลุกจากเตียงเดินมุ่งไปที่ประตูทันทีแต่พอจะก้าวเดินออกไปกลับมีท่อนแขนใหญ่ของลมเลมากั้นเอาไว้
“ไม่สบายหรือเปล่า” ลมเลถาม รักรีบสายหน้าทันที
“แล้วทำไมต้องก้มหน้าขนาดนั้น”ถามขึ้นอย่างสงสัยเพราะั้แ่เข้ามารักเอาแต่ก้มหน้าตลอด คำตอบของอีกคนก็คือการสายหน้าอีกครั้ง ลมเลถอนหายใจเฮือกใหญ่มือหนาละจากขอบประตูมากอดอกจ้องมองคนตรงหน้านิ่ง
“ฉันขอตัวนะคะ” บอกจบก็รีบก้าวเดินทันทีแต่ก็ต้องหยุดเพราะถูกรังมือไว้จากคนตัวใหญ่ข้างๆ ตอนนี้หัวใจของรักยิ่งเต้นเร็วมากนึกสงสัยตัวเองว่าเป็อะไร คงจะต้องหาเวลาไปหาหมอแล้วล่ะทำไมพออยู่ใกล้ลมเลทีไรหัวใจถึงทำงานผิดปกติแบบนี้
“ตัวก็ไม่ร้อน” ลมเลว่าพร้อมกับมือหนาที่เลื่อนออกห่างจากหน้าผากมนตอนไหนกันลมเลไปแตะตอนไหนกันพอมาคิดตอนนี้ใบหน้าขาวที่ขึ้นสีแดงระเรืองอยู่แล้วก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นหัวใจก็เต้นรัว เป็อะไร คำถามนี้ได้แต่วนไปวนมาในหัวของรัก
“ทำไมหน้าแดงขนาดนั้นเป็อะไรมากหรือเปล่า” ถามด้วยความห่วงใยเห็นว่ารักหน้าแดงมากขึ้น
“ฉันไม่เป็อะไร ไปกันเถอะค่ะ” กว่าจะรวบรวมสติเพื่อตอบอีกคนไปก็นานพอดู ทางลมเลก็ไม่อยากเซ้าซี้อีกคนมากเลยปล่อยไป
รักพอถูกปล่อยก็รีบลงมาด้านล่างทันทีแต่ที่หมายไม่ใช่โต๊ะทานข้าวแต่เป็แปลงดอกไม้ข้างบ้านแทน
ระหว่างทางก็เจอป้าอุ่นแกเรียกให้ทานข้าวก็บอกปัดไปจะให้ไปทานพร้อมกับลมเลตอนนี้คงไม่ดีแน่ๆ เลยหันมารดน้ำดอกไม้ที่ปลูกไว้ข้างบ้าน ทางลมเลลงมาก็ไม่พบอีกคนก็อดสงสัยไม่ได้
“หนูรักแกไปรดน้ำดอกไม้จ๊ะ เห็นบอกว่ายังไม่หิว” ป้าอุ่นไขข้อสงสัยให้เมื่อเห็นว่านายหัวลมของแกเที่ยวมองหาใครอีกคน ลมเลเพียงพยักหน้าแล้วหันมาจัดการข้าวเช้าที่อยู่ตรงหน้า
“เล่นอะไรกันทำไมไม่ยอมลงกันมาไอ้แสบ” ลมเลเอ่ยถามลูกชายทั้งสองที่ตั้งหน้าตั้งตากินไม่ยอมพูดจา
“แข่งกันว่าใครหล่อกว่ากัน พ่อว่าพี่อินทร์กับจันทร์ใครหล่อที่สุด” ขุนอินทร์บอกพร้อมคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบที่พอใจสักที
“ก็พ่อไงหล่อสุด” ลมเลว่าพร้อมกับท่าเก๊กหล่อข่มลูกชาย
“พ่อมั่ว อารักก็มั่ว น้องจันทร์สิหล่อสุด”ขุนจันทร์เถียงขึ้นอย่างไม่ยอม
“ใครมั่วอะไร พวกเอ็งสิมั่ว เป็เด็กเป็เล็กจะรีบหล่อไปไหน” ลมเลว่า
“ที่พ่อยังหล่อได้เลย” ขุนอินทร์
“ใช่ๆๆๆ อารักยังบอกพ่อหล่อ” ขุนจันทร์เสริม
“หึหึ” ลมเลทำเพียงยกยิ้มมุมปาก ที่บอกว่าเขาหล่อเพราะสองแสบสินะ ถึงไม่รู้ว่าทำไมรักบอกสองแสบแบบนั้นแต่เื่นี้มันทำให้ลมเลหยุดยิ้มไม่ได้จริงๆ
ทั้งโต๊ะอาหารตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งคงมีก็แต่เสียงช้อนที่กระทบกับจานดังมาเป็ระยะๆ แต่แล้วการกินอาหารเช้านี้ก็ต้องจบลงเพราะเสียงร้องดังของคนที่ไม่ได้มาร่วมโต๊ะในวันนี้
ว๊ากกกกกกกกก
ลมเลรีบวางช้อนแล้วลุกไปตามเสียงร้องทันที ขุนอินทร์ขุนจันจันทร์ก็เช่นกันวิ่งตามหลังคนเป็พ่อไปติดๆ
“รัก !” ลมเลเรียกเสียงดังอย่างใก่อนจะรู้สึกถึงแรงกอดรัดที่คอแน่น หัวเล็กๆซุกที่ซอกคอจนลมเลรู้สึกจั๊กจี้
“ว๊ากก คุณๆ มะ…มันมาๆๆๆ” เสียงเล็กบอกอย่างตื่นกลัวมือขาวก็ชี้ไปตรงข้างกระถางต้นไม้ ลมเลมองตามมือไปก็ต้องใไม่ใช่ใกับสิ่งที่เห็นแต่ใกับอาการของคนที่กอดคอเขาแน่นกลัวตัวนี้หรือ
“กิ้งกือ?” เสียงขุนอินทร์พูดขึ้นมาอย่างงงๆ มองสัตว์ตัวยาวสีดำที่มีขาเยอะเกินสัตว์ปกติกำลังเคลื่อนมาทางพวกเขา แต่แล้วสัตว์ตัวน้อยก็ต้องมวนกลมเพราะถูกไม้ในมือขุนจันทร์แหย่เอาก่อนจะเขี่ยก้อนกลมๆนั้นมาทางลมเลและรัก
“ว๊ากกกกกกก” รักร้องเสียงดังเมื่อเห็นสัตว์ก้อนกลมนั้นกำลังมาทางนี้ เท้าน้อยๆเคลื่อนตัวอัตโนมัติขึ้นเกี่ยวตัวของลมเลแน่นราวกับลูกลิงเกาะแม่ลิง
“ฮาๆๆๆ อารักกลัวกิ้งกือ” ขุนจันทร์ร้องขึ้นอย่างขบขัน ขุนอินทร์ก็สมโรงด้วยเช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่ลมเลที่ยังขำอีกคน กลัวจนเกาะเขาแน่นเลย ทางรักเพราะกลัวมากๆเลยไม่ได้สนใจว่าตัวเองอยู่สภาพไหนขอแค่ให้พ้นจากตัวน่าขนลุกนั้นได้ก็พอ
“อะ…เอามันออกไปไกลๆ น้องจันทร์” รักร้องบอกทั้งยังไม่ยอมมองเอาแต่ซุกหน้ากับคอของลมเลแน่น ขาที่กำลังจะร่วงหล่นก็ยกไปขึ้นเกี่ยวอีกจนลมเลต้องช่วยจับไว้เพราะกลัวอีกคนตกถึงจะรู้สึกว่ามันจะแปลกๆก็เถอะ เหมือนมีลูกตัวโตๆเลยลมเลคิด
“หึหึ ขุนจันทร์เอามันออกไป” เพราะเห็นใจเลยบอกให้ขุนจันทร์ช่วยเขี่ยไปไกลๆ ขุนจันทร์ก็ไม่รอช้ารีบเอาไม้เขี่ยไปจนก้อนสัตว์กลมๆนั้นออกไปไกลและมีขุนอินทร์วิ่งไปเขี่ยอีกทีจนมองไม่เห็นตัวนั้นอีก
“อารักมันไปแล้ว” ขุนอินทร์บอกทั้งรอยยิ้ม คนที่ซุกหน้าอยู่ขยับนิดหน่อยเพราะยังกลัวอยู่
“ไม่มีแล้วจริงๆอารัก ฮาๆๆ” ขุนจันทร์ช่วยเสริมอีกแรงแต่ก็อดขำอารักไม่ได้ กลัวสัตว์ตัวเล็กนิดเดียว
“จะ…จริงเหรอ” เสียงเล็กที่ยังสั่นอยู่ถามออกมาเพื่อความแน่ใจก่อนจะกวาดสายตามองไปทั่วเพื่อให้แน่ใจว่ามันไม่มีแล้วจริงๆ “เฮ้อออออ” ถอดหายใจเอย่างโล่งอกที่ไม่เห็นสัตว์น่าขนลุกนั้นแล้ว ไม่อยากจะบอกสิ่งที่กลัวที่สุดก็มันนี้แหละ
“เธอจะลงได้ยังฉันหนัก” อยู่ๆ เสียงนิ่งๆของลมเลก็เอ่ยดังอยู่ข้างหู รักหันมองทันทีก่อนจะใรีบปล่อยมือออกจากคอของลมเล ขาเล็กสองข้างก็เช่นกันทุกกอย่างถูกปล่อยออกอย่างไม่ระวังทำให้รักเสียหลักลงไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนพื้นอะไรมันจะน่าอายซ้ำซ้อนขนาดนี้พอคิดได้ใบหน้าขาวก็แดงขึ้นมาทันที
“เอ่อ…ฉะะ…ฉันขอโทษ” พูดไปทั้งไม่ยอมมองหน้าอีกคน
“ก็ไม่ได้ว่าอะไร หึหึ” ลมเลว่า รักเหลือบมองทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะของอีกคน สองแฝดก็เช่นกันหัวเราะอยู่ได้ก็คนมันกลัวจะให้ทำไงได้ เธอรู้สึกอายจนแถบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ใกลัวไม่พอยังไปะโเกาะเขาอีกจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกันทีนี้
“หึหึ ไม่ยักจะรู้ว่าเธอจะกลัวสัตว์ตัวนิดเดียวขนาดนี้ ตัวมันยาวๆออกจะน่ารัก หึหึ” ลมเลเอ่ยแซวอีกคนก็เข้าใจว่าคนเรามันต้องมีสิ่งที่กลัวแต่ไม่คิดว่ารักษ์จะกลัวจนสติหลุดขนาดนี้ ก็ตลกดี
“ฉันไม่ใช่แม่นาคนะที่จะพิษวาสมัน” ตัวอะไรน่าขนลุกชะมัดตัวก็ยาวขาก็เยอะยิ่งกว่าล้อรถไฟ
**********************************
ลูกคู่มาแล้ววววว
รักคนอ่านน่าาาาาาาา