ในโลกใบนี้ 'บรรดาศักดิ์' นั้นแตกต่างจากตำแหน่งขุนนาง
เพราะบรรดาศักดิ์นั้นล้วนมาจากความชอบทางการทหาร ความพึงพอใจอย่างยิ่งยวดของกษัตริย์ และยังต้องนับอีกอย่างในโลกใบนี้ การปราบปรามภัยร้ายจากสัตว์อสูร ปีศาจ ิญญาร้ายและความประหลาด
ผู้ถือครองบรรดาศักดิ์นั้นแม้จะเป็ระดับที่ต่ำที่สุดเช่น 'ขุน' แต่ก็มีกฏที่ว่าทหารและตำรวจธรรมดาไม่สามารถจับผู้มีบรรดาศักดิ์ได้
สองการจะจับผู้มีบรรดาศักดิ์ต้องมีหลักฐานชัดเจน และต้องมีผู้ร้องเรียน
สามแม้จับผู้มีบรรดาศักดิ์สำเร็จ ความชอบในอดีตก็สามารถลดโทษได้หลายส่วน หลายครั้งเข้าคุกก้นยังไม่ทันร้อนผู้มีบรรดาศักดิ์ก็ออกมาได้แล้ว
และเป็เวลานี้เองที่ นายตำรวจาุโปรากฏตัว
"เก็บปืน เก็บปืนกันให้หมด พวกเ้าไม่รู้จักท่านขุนิ 'ขุนด่านคลั่ง' กันหรือไง อยากตายกันหมดใช่ไหม" นายตำรวจาุโวิ่งมาแนวหน้าก่อนโค้งตัว นายตำรวจหนุ่มปรับตัวแทบไม่ทัน
เห็นคนจำตัวเองได้ิเค่อยิ้ม
"ไม่ทราบว่าท่านขุนิมาที่นี่ได้อย่างไร และเื่ที่เกิดขึ้นนี่อะไรหรือขอรับ"
"ข้าไม่มีอะไรจะพูดมากนัก แต่บอกท่านรองผู้ว่าการเมืองให้ดูแลลูกชายดีๆ หน่อย กล้าดีอย่างไรกล้าฉุดหญิงสาวกลางเมืองแบบนี้ ข้าเห็นเหตุการณ์จึงยื่นมือ ไม่เช่นนั้น หึ" ิเค่อแสยะยิ้ม
นายตำรวจชรากลืนน้ำลายใบหน้าลำบากใจ
แต่ในฐานะผู้าุโผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการนี้มามากเข้ารู้ว่าต้องเอาใจใครเป็หลัก
ท่านขุนผู้นี้อาจจะไม่รู้จักท่านรองผู้ว่าการเมือง
แต่ท่านรองผู้ว่าการเมืองต้องรู้จักท่านขุนตัวเล็กๆ ผู้นี้ที่อาศัยในเขตการดูแลของหัวเมืองแห่งนี้ นั่นเพราะเื้ัท่านขุนผู้นี้แม้ตอนนี้จะไร้ตำแหน่งทางการไปแล้ว แต่เขาเป็น้องชายร่วมสาบานขององค์ชายสามผู้นั้น ซึ่งว่ากันว่าอาจจะ... ได้เป็กษัตริย์พระองค์ใหม่ของแคว้นวาสนาม่วงแห่งนี้
คนในวงการย่อมข่าวสารว่องไวกว่าคนภายนอก
สำหรับคนธรรมดาย่อมคิดว่าองค์รัชทายาทคือผู้ที่จะได้เป็กษัตริย์พระองค์ใหม่มากที่สุด
แต่เหล่าขุนนางและคนทำงานเื้ัทั้งหลายต่างรู้ ตอนนี้องค์รัชทายาทหมดสิ้นอำนาจแล้ว เพียงแค่จะถูกกำจัดด้วยวิธีไหน ตอนไหน เวลาไหนก็เท่านั้น
ส่วนคนที่มีโอกาสเป็กษัตริย์องค์ใหม่ของแผ่นดินนี้มากที่สุด อันดับหนึ่งคือองค์ชายสาม ส่วนอันดับสองคือองค์ชายสี่
แต่ด้วยขุมอำนาจและทิศทางลมต่างๆ คนส่วนใหญ่ต่างคิดว่าองค์ชายสามมีสิทธิ์สืบทอดราชบัลลังก์มากที่สุด
หลายปีมานี้องค์ชายสามสร้างชื่อเสียงมากมาย เขาคบมิตรสหายไปทั่วแดน นอนจากนั้นพ่อตาก็ยังเป็ถึงจอมคาถาขอบเขตที่สองขั้นสูงสุด
หากองค์ชายสี่้าพลิบกลับมาครองบัลลังก์อย่างน้อยๆ เขาก็ต้องหาคนหนุนหลังที่เป็นักยุทธ์ขั้นเจ็ดให้ได้ แต่บนแผ่นดินนี้รู้ดี นักยุทธ์ระดับเจ็ดนั้นปรากฏตัวแต่ในดินแดนของจักรพรรดิสิบทิศซึ่งมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ที่สุดเท่านั้น
"ขอรับ" นายตำรวจาุโพยักหน้า
คณะที่ตำรวจกำลังวุ่นวายเก็บกวาดสถานที่
"นี่นี่ลุงท่านพาข้าออกจากที่นี่ได้ไหม" หญิงสาวใบหน้าเยาว์วัยดูเขินอาย ระหว่างพูดนางเอาเสื้อโค้ทปิดบังใบหน้าส่วนใหญ่ไว้ มีเพียงสายตารอดออกมา
ิเค่อมองเหล่าตำรวจเขาถอนหายใจ เขาก็ไม่อยากอยู่ต่อเหมือนกัน
เขาค่อนข้างสนิทกับผู้ว่าของที่นี่ ถ้าเจอกันคงได้พูดคุยกันถึงเช้า และชายคนนั้นต้องถามแน่ๆ ว่าิเค่อมาทำอะไรที่นี่ จะให้เขาตอบเหรอว่าเขามาเที่ยวผู้หญิงงั้นเหรอ!!! บ้าเถอะ ถึงตายก็ให้คนอื่นรู้ไม่ได้
"ข้าจะไปจากที่นี่ อย่าทำให้เื่นี้เป็จุดสนใจ..." พูดจบประโยคนี้ิเค่อกำลังเดินไปกับหญิงสาวใบหน้าเยาว์วัย แต่เดินไปได้สองสามก้าวเขาหันหลังกลับ "แม้คดีนี้จะต้องไม่เป็จุดสนใจ แต่การลงโทษควรมี อย่างน้อยๆ ข้าต้องเห็นไอ้คุณชายนี่เข้าคุกปีสองปี ไม่งั้นข้าไปเยี่ยมท่านรองผู้ว่าการเมืองสักครั้ง"
ตำรวจาุโร่างเหงื่อซึกหลังหนัก เขารีบพยักหน้ารัว
หญิงสาวใบหน้าเยาว์วัยที่ซ่อนตัวใต้เสื้อโค้ก นางดูตื่นเต้นมาก ในใจนางได้แต่คิด ลุงหน้าแก่คนนี้มีอำนาจมากขนาดนี้เลยเหรอ นั่นรองผู้ว่าการเมืองเลย เขายังกล้าไม่ไว้หน้า
นอกจากนั้น ดวงตากลมใสราวไข่มุกของนางจ้องมองใบหน้าิเค่อ พอเห็นแผลที่ตาขวา ไม่รู้ทำไม นางจึงหัวใจเต้นแรง ในหัวคล้ายถูกกระตุ้นด้วยบางสิ่ง อยู่ๆ ก็รู้สึกอบอุ่นและไว้ใจลุงผู้มีอำนาจมากขึ้นไม่รู้ตัว
นางกอดแขนเขาแน่น
ิเค่อเหลือบตามอง เขาไม่พูดอะไร เพราะตรงนี้คนเยอะ
...
หนึ่งชายหน้าแก่ กับหญิงสาวใบหน้าเยาว์วัย เดินไปถึงจุดที่คนพลุกพล่านน้อย
โครกครากกกก!!! โครกคราาาาาก!!!
ิเค่อและหญิงสาวใบหน้าเยาว์วัยหันหน้ามองกันทันที แก้มของหญิงสาวใบหน้าเยาว์วัยแดงมาก มือข้างหนึ่งของนางจับท้อง
พอสบสายตามองกันตรงนี้
อาจจะเพราะอยู่ใต้โครมไฟถนนพอดี และนี่เป็จุดที่สว่างมากที่สุด
ิเค่อพบว่าหญิงสาวใบหน้าเยาว์วัยผู้นี้ ตอนแรกมองผ่านๆ ในความมืดก็รู้สึกว่านางค่อนข้างหน้าตาดี
แต่เมื่อได้แสงไฟและมองชัดๆ ิเค่อพบว่านางงดงามมากจริงๆ แม้ไม่อาจจะพูดว่านางงดงามระดับมัจฉาจมวารี ปักษาตกนภา จันทร์หลบโฉมสุดา มวลผกาละอายนาง...
แต่นางก็งดงามยิ่ง คล้ายเพียงแค่... ขาดอีกนิด ิเค่อคงเป็หญิงงามล่มเมืองแน่
แต่นางขาดอะไริเค่อก็บอกไม่ถูก มันเหมือนกับว่าดอกไม้งดงาม แต่ยังไม่บานสะพรั่งถึงที่สุด หรือเบ่งบานไม่ถูกที่อย่างไรก็ไม่รู้
แต่เพราะิเค่อก็เคยเห็นหญิงงามระดับนี้ พี่ร่วมสาบานคนที่สองของเขา นางก็งามไม่ด้อยกว่า และอาจจะเรียกได้ว่าเมื่อนางแต่งแต้มใบหน้า และแต่งกายเป็สตรี นางก็นับว่าเป็สตรีที่งามล่มเมืองเช่นกัน ไม่ใช่นั้นคงไม่ถูกจัดเป็หญิงงามในหนึ่งยุคสมัยของตัวเองของอาณาจักรแห่งนี้ได้
พอคิดได้แบบนี้ิเค่อก็คล้ายรู้สึกว่าหญิงสาวเยาว์วัยตรงหน้าขาดอะไร ดูเหมือนแม้นางจะแต่งแต้มใบหน้า แต่คล้ายว่ามันจะขาดๆ เกินๆ ดูจัดจ้านมากเกินไป ไม่เหมาะกับตัวเอง
เป็ที่ตรงนี้นี่เองที่ทำให้นางหมองไป นางแต่งหน้าไม่เข้ากับตัวเอง
จ้องกันอยู่หลายอึดใจ
หญิงสาว้าพูดว่าท่านจะจ้องข้าอีกนานไหม หลงเสน่ห์ข้าแล้วสิ แต่นางก็ไม่พูดออกมา
เป็ิเค่อที่ทำลายความเงียบ
"เ้าหิว เราไปกินอะไรด้วยกันไหม" หญิงสาวใบหน้าเยาว์วัยยิ้มและพยักหน้า ในใจนางคิด วันนี้ต้องได้กินของดีๆ แน่นอน นางดีใจจนปกปิดใบหน้าประหลาดที่ดูหิวโหยของตัวเองไม่ได้
"เห่อๆๆ" เสียงหัวเราะน่ารังเกียจดัง หลังมือหญิงสาวเช็ดน้ำลายของตัวเอง
ิเค่อขมวดคิ้ว มุมปากกระตุก เขาไม่เคยเห็นสตรีงามกิริยาแบบนี้มาก่อน
เพียงแต่สิ่งที่หญิงสาวไม่คิด ร้านอาหารที่ิเค่อพานางไป เป็ร้านอาหารกลางคืนที่แสนเรียบง่าย
มันคือร้ายก๋วยเตี๋ยวเนื้อข้างทาง เมื่อไปถึงร้านิเค่อส่งเสียอย่างชำนาญ
"เฒ่าแก่ก๋วยเตี๋ยวเนื้อพิเศษสองสาม ชามหนึ่งเพิ่มเส้น"
"ลุงอีกชามท่านสั่งให้ข้าใช่ไหม" หญิงสาวถามอย่างไม่มีความละอายใจ โดยที่ิเค่อไม่รู้ ปกตินางก็เป็สายกินฟรีอยู่แล้ว
"ใช่" ิเค่อตอบ
"งั้นข้าเพิ่มเส้นด้วย นอกจากนั้นที่นี่ดูเหมือนจะขายซาลาเปาและเนื้อย่างด้วย ข้าขอไส้หมูสามลูกเอามันมาก่อนเลย นอกจากนั้น..." เป็ตอนนี้แล้ว นางไม่สนใจิเค่อ หันมองเฒ่าแก่เ้าของร้าน "เฒ่าแก่ร้านท่านมีจานเด็ดอะไรแนะนำไหม ถ้ามีเอามาให้หมด ข้าไม่ได้จ่ายเงินเอง!!!"
ิเค่อหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกไปชั่วขณะ เขาไม่เคยเห็นสตรีหน้าด้านแบบนาง!
ที่มากินฟรีแต่หมั่นหน้าเหลือเกิน