“คนต่อไป! อู๋ฉือ!”
ณบันได์ทั้งแปดสิบเอ็ดขั้นของเมืองจันทราเงิน
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งในอาภรณ์หงส์เงินสวมหมวกผ้าไหมสีคราม เปล่งเสียงประกาศก้อง เสียงนั้นมิได้ดังอื้ออึงหากแต่แผ่ซ่านไปทั่วทุกสารทิศดุจคลื่นสมุทรอันเชี่ยวกรากซัดเข้ากระทบโสตประสาทของผู้คน
เบื้องล่างบันได์ผู้ชมต่างเฝ้ามองอย่างมิอาจกะพริบตา มิกล้าเอื้อนเอ่ยสิ่งใด
เบื้องบนบันได์บรรดาผู้เข้าแถวต่างเงยหน้าขึ้นมอง
ณหัวแถว
เด็กหนุ่มผู้หนึ่งก้าวพ้นจากแถวเดินมาหยุดตรงหน้าชายวัยกลางคน
เขามีใบหน้าคมสันผมสั้น ทว่าแฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่น ดวงตาเรียบเฉยดุจผืนน้ำนิ่ง
ชายวัยกลางคนเหลือบมองเด็กหนุ่มแวบหนึ่งแล้วก้มมองม้วนคัมภีร์ในมือ ก่อนเอ่ยว่า “โรงเรียนมัธยมเทพธาราชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 ห้อง 5 อายุ 16ปี อู๋ฉือ! ถูกต้องไหม?”
“ครับ” อู๋ฉือพยักหน้า
ชายวัยกลางคนเปิดทางให้พร้อมผายมือเชิญเด็กหนุ่ม
เื้ัของเขาคือแท่นบูชาลอยฟ้า!
แท่นบูชานี้เก่าแก่โบราณมากเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา ดูทรุดโทรมผุพังทว่ากลับแฝงไว้ซึ่งกลิ่นอายแห่งเทพเ้า ราวกับเคยเป็สถานที่ที่เซียนเทพได้บรรลุ
อู๋ฉือสูดลมหายใจลึกก้าวขึ้นสู่แท่นบูชา
ชายวัยกลางคนเห็นอู๋ฉือก้าวเข้าไปแล้วก็ไม่รอช้า รีบกางแผ่นผ้าไหมออก และเริ่มท่อง “บทสรรเสริญ์”ด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม!
วันนี้...
คือวันทำพิธีก้าวขึ้นสู่์
ชายผู้นี้คือ“ผู้นำทาง” แห่งพิธีก้าวขึ้นสู่์ของเมืองจันทราเงินมีหน้าที่นำทางเยาวชนรุ่นใหม่ใน “การสรรเสริญ์” เพื่อรับ “ดวงใจแห่งลอร์ด” และก้าวขึ้นเป็“ลอร์ด”!
บริเวณลานกว้างใจกลางเมืองเต็มไปด้วยผู้คนหนาแน่นเบียดเสียดส่วนใหญ่เป็ญาติของผู้ที่มาต่อแถว และมีเพียงส่วนน้อยที่มาเพื่อชมความคึกคัก
ในพิธีสำคัญเช่นนี้ไม่มีใครเอ่ยปากพูดจาใดๆทว่าสายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มบนแท่นบูชาด้วยแววตาที่แตกต่างกันไป
อู๋ฉือฟังเสียงของ“ผู้นำทาง” และััได้ถึงสายตานับไม่ถ้วนที่พุ่งตรงมายังตนเองหัวใจเขารู้สึกสับสนระคนเปี่ยมไปด้วยความหวัง
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง...
เขาคือผู้ข้ามภพ!
ทว่าอดีตชาติอันเลือนรางดุจควันไฟเอ่ยถึงไปก็ไร้ประโยชน์เปล่าๆ
ทันทีที่ข้ามภพมาเป็ทารกแรกเกิดในหัวของอู๋ฉือก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจและยินดี
เขาประหลาดใจที่เื่ข้ามภพเช่นนี้เกิดขึ้นกับตนเอง!
แต่ก็ยินดีที่ได้รับชีวิตใหม่ได้รับอายุขัยที่ยืนยาว แถมยังมีความทรงจำจากชาติก่อนอีกด้วยชาตินี้จึงอาจจะน่าตื่นเต้นเป็พิเศษ!
หากข้ามภพไปยังยุคประวัติศาสตร์เขาก็จะคัดลอกบทกวี สร้างซีเมนต์ ทำกระจก ผลิตดินปืน ปรับปรุงข้าวพันธุ์ผสมค้นหามันเทศและมันฝรั่ง ไม่แน่ว่าอาจจะได้เป็ฮ่องเต้ มีสนมสามพันคน!
หากข้ามภพไปยังยุคปัจจุบันเขาก็สามารถเป็นักเขียนที่คัดลอกผลงาน เปิดบริษัทใหญ่โตเดินตามรอยโอกาสทางธุรกิจของชาติก่อน กลายเป็มหาเศรษฐีและได้พูดในรายการโทรทัศน์ว่า “ผมไม่สนใจเงินหรอกครับ!”
..........
ทว่าเมื่ออู๋ฉือโตขึ้นและเข้าใจถึงบริบทของยุคสมัยนี้ความคิดเ่าั้ก็พลันสลายไปสิ้น
ชาตินี้คือยุคสมัยแห่งลอร์ด!
มนุษย์โลกทุกคนสามารถขึ้นเป็ลอร์ดได้ก้าวเข้าสู่ “มิติว่างเปล่าไร้ขอบเขต” เพื่อสร้างดินแดนของตนและได้รับทุกสิ่งทุกอย่างจากการพัฒนาดินแดนเ่าั้!
นี่คือยุคที่ลอร์ดมีศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด!
ทุกคนสามารถกลายเป็เทพได้ทุกคนสามารถกลายเป็เซียนได้!
เป็ธรรมดาที่การเป็ลอร์ดคือเส้นทางเดียวในการดำเนินชีวิตการคัดลอกผลงานทางวรรณกรรมและการค้าขายล้วนไร้ความหมาย
เมื่อข้ามภพมายังยุคอันยิ่งใหญ่นี้อู๋ฉือย่อมปรารถนาที่จะเป็ลอร์ดเช่นกัน
ทว่า“การสรรเสริญ์” เพื่อรับ “ดวงใจแห่งลอร์ด” นั้นจำเป็ต้องมีความแข็งแกร่งของจิติญญาถึงระดับมาตรฐานที่กำหนดไว้
บุคคลทั่วไปจะมีความแข็งแกร่งของจิติญญาผ่านเกณฑ์ใน่อายุสิบหกถึงสิบแปดปี!
ด้วยเหตุนี้...
อู๋ฉือจึงเฝ้ารอจนกระทั่งหนึ่งเดือนก่อน
เมื่ออายุครบสิบหกปีและความแข็งแกร่งของจิติญญาผ่านเกณฑ์แล้ว เขาก็สามารถลงทะเบียนเข้าร่วม“เทศกาลแห่งการก้าวสู่สรวง์” ในปีนี้ได้สำเร็จ
ส่วน“เทศกาลแห่งการก้าวสู่สรวง์” นั้น
ความหมายของมันก็คือ…
ก้าวเดียวสู่์!
ใน่เวลานี้ของทุกปีรัฐบาลจะจัด “พิธีก้าวขึ้นสู่์” บนบันได์ในแต่ละเมืองเพื่อให้มนุษย์ทุกคนที่ผ่านเกณฑ์ได้สรรเสริญ์และได้รับดวงใจแห่งลอร์ด
ดวงใจแห่งลอร์ดคือหัวใจสำคัญของลอร์ดและเป็รากฐานของการพัฒนาดินแดน!
ดวงใจแห่งลอร์ดที่คนทั่วไปได้รับนั้นแตกต่างกันไปแต่จะมีคุณสมบัติของดินแดนอย่างน้อยหนึ่งอย่าง!
ซึ่งคุณสมบัติที่แตกต่างกันย่อมกำหนดศักยภาพที่แตกต่างกันของลอร์ด
แม้ว่ายุคนี้จะมีศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดแม้แต่คุณสมบัติที่แย่ที่สุดก็อาจจะนำไปสู่การเป็เซียนหรือเทพได้
ทว่าในหมู่มนุษย์ผู้คนประเภทนี้มีน้อยนัก อาจจะหาไม่พบแม้แต่คนเดียวในล้านคน
ในสถานการณ์ปกติย่อมเป็ธรรมดาที่ยิ่งมีคุณสมบัติแข็งแกร่งเท่าไร ก็ยิ่งดีเท่านั้น
อู๋ฉือรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยคาดหวังว่าจะได้รับดวงใจแห่งลอร์ด แต่ก็กังวลว่าคุณสมบัติของดินแดนจะแย่เกินไปทำให้ความรู้สึกภายในใจสลับซับซ้อนยิ่งนัก
คุณสมบัติของดินแดนที่แตกต่างกันสีของดวงใจแห่งลอร์ดก็จะแตกต่างกันตามไปด้วย!
ดวงใจแห่งลอร์ดสีเทาคือคุณภาพ “ต่ำต้อย”!
ดวงใจแห่งลอร์ดสีขาวคือคุณภาพ “ทั่วไป”!
ดวงใจแห่งลอร์ดสีเขียวคือคุณภาพ “หายาก”!
ดวงใจแห่งลอร์ดสีฟ้าคือคุณภาพ “ยอดเยี่ยม”!
ดวงใจแห่งลอร์ดสีม่วงคือคุณภาพ “เลิศล้ำ”!
ดวงใจแห่งลอร์ดสีทองคือคุณภาพ “ตำนาน”!
ผู้คนส่วนใหญ่ที่ได้รับดวงใจแห่งลอร์ดจะเป็คุณภาพ“ต่ำต้อย” หรือ “ทั่วไป”หากไม่มีโชคชะตายิ่งใหญ่หรือวาสนาสูงส่งก็คงได้แต่ใช้ชีวิตอย่างเปล่าเปลี่ยวไม่มีทางที่จะสร้างดินแดนให้ก้าวหน้าไปได้มากนักตลอดชีวิต
ผู้คนส่วนน้อยที่ได้รับดวงใจแห่งลอร์ดคุณภาพ“หายาก” หรือ “ยอดเยี่ยม”หากพยายามอย่างหนัก ก็ยังมีโอกาสที่จะกลายเป็ผู้แข็งแกร่งได้แต่ผู้ที่สามารถะโข้ามขีดจำกัดได้ มีเพียงหนึ่งในหมื่นเท่านั้น
ดวงใจแห่งลอร์ดคุณภาพ“เลิศล้ำ” ที่หาได้ยากยิ่งนั้นมีโอกาสสูงมากที่จะกลายเป็เซียนหรือเทพ มีชีวิตะ ไม่เสื่อมสลายไม่ใช่เพียงความเพ้อฝัน!
ส่วนดวงใจแห่งลอร์ดคุณภาพ“ตำนาน” ที่หายากที่สุดนั้นหากผู้ใดได้รับไปแล้วไม่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรย่อมต้องได้เป็เซียนเทพอย่างแน่นอนและเส้นทางของพวกเขาจะก้าวหน้าไปได้ไกลกว่านั้นมาก!
ในประวัติศาสตร์บุคคลผู้มีดวงใจแห่งลอร์ดสีทองล้วนกลายเป็ตำนานเล่าขานอันโด่งดังไปทั่วทุกหนแห่ง
ราชันเซียน“จางไป๋เริ่น” ผู้เปิดแดนเซียน์เก้าชั้นฟ้าสร้าง “วิมาน์” ดินแดนที่เหล่าเซียนมาน้อมสักการะ!
มหาปราชญ์เต๋า“หลี่เอ๋อร์” ผู้ก่อตั้งลัทธิเต๋า สร้าง“ถ้ำ์ซ่างชิง” ดินแดนที่ธรรมะแผ่ขยายไปทั่วภพ!
มหาโพธิสัตว์“ถันไถเสวียน” ผู้ปกครองดินแดนพุทธะ สร้าง“อาณาจักรพุทธะมหายาน” ดินแดนที่โปรดสัตว์โลกให้พ้นทุกข์!
มหาเทพ“เยโฮวาห์” ผู้สร้างสรรค์สวนเอเดน เนรมิต“สรวง์” ดินแดนที่ผู้ศรัทธาสามารถขึ้นสู่เทพสถานได้รับชีวิตะ!
มหาเทพี“อาร์เทมิส” ผู้ประทับบนเขาโอลิมปัส ปกครอง“วังจันทรา” ดินแดนที่กุมอำนาจแห่งดวงดาว!
จ้าวแห่งสัจจะ“คาริน่า” ผู้ท่องไปในมิติว่างเปล่า สร้าง“หอคอยแห่งสัจธรรม” ดินแดนแห่งการล่าสังหาร!
..........
ในยุคสมัยนี้
ตำนาน...มิใช่เพียงเื่เล่าขานอีกต่อไป!
เซียนเทพ...อยู่ตรงหน้าท่านแล้ว!