ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 บทที่ 121 บึงอัสนี

            ตอนที่หลินหยางกำลังเดินมาทางนี้อยู่นั้นจ้าวจื้อผิงก็รีบไปหาที่มุดแอบทันที

            ส่วนมู่หยงไป๋นั้นตอนนี้มีสีหน้าแข็งเกร่งแถมยังหายใจหนักหน่วงไม่รู้เลยว่าตัวเองควรจะเผชิญหน้ากับหลินหยางด้วยท่าทางแบบไหน

            แต่เดิมที่คิดว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงมดปลวกให้เหยียบย่ำเท่านั้นแต่อีกฝ่ายกลับแสดงให้เห็นว่าคนเขามีพลังที่แข็งกล้าและเด็ดขาดยิ่งกว่าอย่างชัดเจนหลินหยางต่างหากที่เป็นพญามังกรที่โบยบินอยู่บนสรวงสวรรค์

            หลินหยางเดินผ่านไปทั้งอย่างนั้น

            เหลือทิ้งไว้เพียงเงาหลังอันเยือกเย็นและสง่างามสุดขีด

            หากใช้คำพูดของตัวมู่หยงไป๋เองจะได้คำว่า ให้หาเรื่องกับคนแบบนี้?

            พวกมันไม่คู่ควร

            หลินหยางปิดประตูห้องพักตัวเองลงดังปังจากนั้นก็นั่งลงบนเตียงนอนอย่างสงบ

            ส่วนหั่วเอ๋อร์เองก็ถูกเขาลากกลับมาด้วย

            ชัดเจนว่าเขาไม่ได้กลับมาเพื่อพักผ่อนเพียงอย่างเดียวแต่มีเรื่องที่ต้องทำอยู่ด้วย

            “มีอะไร?” หั่วเอ๋อร์ที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้แตะอาหารทะเลสดๆของตัวเองที่เก็บรักษาไว้ในแหวนพระสุเมรุเลยนั้นในตอนที่มันกำลังเตรียมหาที่เหมาะเพื่อจะได้เริ่มกินข้าวอยู่นั้นมันก็ถูกหลินหยางเรียกตัวเอาไว้ก่อน

            “ช่วยข้าดูทางหน่อย” หลินหยางขอร้องอย่างตรงไปตรงมา

            “ดูทาง จะไปลักหลับรึ? จีหยูยี่หรือว่าแม่องค์หญิงน้อยเล่า?ข้าว่าแม่องค์หญิงน้อยน่าจะดีกว่านะ ผิวนางดูชุ่มชื้นกว่า...”

            “ลักป้าเจ้าสิ!” หลินหยางถึงกับหัวเสีย“ข้าจะลงน้ำ”

            เอ๋?

            คราวนี้กลายเป็นหั่วเอ๋อร์ที่ถูกหลินหยางทำให้ตกใจ

            “ลงน้ำ เมื่อกี้พวกนั้นเพิ่งบอกว่าตรงนี้เป็นเขตต้องห้ามของสิ่งมีชีวิตไม่ใช่หรือ?เห็นว่าสิ่งมีชีวิตทุกประเภทไม่สามารถลงน้ำได้ไม่อย่างนั้นจะถูกเผาจนไหม้เกรียมเลยนะ! ตอนที่เซวี่ยเทียนพูดอยู่เมื่อกี้เจ้าหูหนวกอยู่รึ?”

            หั่วเอ๋อร์ก็ยังคงเป็นพวกที่ถ้าไม่ได้พูดกวนบาทาก็คงจะนอนตายตาไม่หลับเหมือนเดิม

            ซึ่งหลินหยางนั้นเลิกสนใจปากหมาๆ ของมันไปนานแล้วจึงตอบกลับอย่างใจเย็นว่า

            “ข้าก็จะไปเพื่อให้โดนเผานี่แหละ...”

            ..................................

            ภายในห้องนั้นมีแต่เสียงเบาๆ ของหลินหยางที่กำลังกำชับฝากเรื่องอยู่

            หลังจากนั้นไม่กี่นาที เรือฉลามทมิฬก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง เพียงแต่ความเร็วในการเดินทางรอบนี้ช้าลงเป็นอย่างมากราวกับว่ากำลังหลบเลี่ยงอะไรบางอย่างอยู่

            ส่วนหลินหยางนั้น ก็ฉวยโอกาสที่คนอื่นๆ ยังไม่รู้สึกตัวมุดตัวออกจากเรือผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ บานหนึ่งลงสู่ผืนน้ำจากนั้นเขาก็แหวกว่ายเข้าไปภายในบึงอัสนีอย่างพลิ้วไหวดุจมัจฉาเข้าสู่พื้นที่ที่ถูกเรียกว่าเป็นเขตต้องห้ามของสิ่งมีชีวิต

            ..................................

            หลังจากที่ลงไปในน้ำแล้ว ทุกอย่างพลันมืดลง

            หลินหยางกระตุ้นพลังเนตรเพลิงสุพรรณขึ้น ทำให้มองเห็นภาพในโลกใต้ทะเลนี้ได้อย่างชัดเจน

            ตรงพื้นที่ด้านหน้าที่ห่างจากเรือฉลามทมิฬไปราวๆ พันเมตรนั้นหลินหยางมองเห็นลูกบอลแสงที่มีขนาดประมาณใบหน้าของมนุษย์ลูกหนึ่ง

            บอลแสงลูกนี้กำลังลอยอยู่เงียบๆ ในน้ำทะเล พอลองสังเกตดูดีๆ แล้วมันคือเปลวไฟสีน้ำเงินที่ถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยประกายสายฟ้าเป็นชั้นๆ อยู่รอบนอก

            เป็นภาพที่ดูงดงามและพิสดาร

            เปลวไฟสีน้ำเงินนั่นมันเหมือนกับบุปผาอัคคีที่เบ่งบานขึ้นใต้ห้วงทะเลลึกมันถูกห่อหุ้มโดยม่านพลังสายฟ้าที่โปร่งใสรูปวงกลม ดูเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต แต่ก็แฝงไว้ด้วยอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวด้วยเช่นกัน

            และเมื่อมองไปรอบๆ นั้นก็จะพบว่าโลกใต้ทะเลของพื้นที่ด้านหน้านั้น มีลูกบอลเพลิงอัสนีแบบนี้กระจายอยู่รอบๆ มากถึงหลายสิบลูกซึ่งระยะห่างระหว่างแต่ละลูกนั้นอยู่ไกลสุดขีด ดูคล้ายกับดาวฤกษ์ที่เปล่งประกายอยู่บนอวกาศส่องแสงสว่างจ้าจนรู้สึกแสบตา

            นั่นอย่างไรล่ะ!

            หลินหยางพลันแย้มยิ้มที่มุมปาก

            สิ่งที่เขาเฝ้าตามหาอย่างยากลำบาก “เพลิงอัสนีสีม่วง”

            ไฟพิเศษชนิดนี้เป็นไฟที่มีคุณสมบัติของธาตุไฟและธาตุสายฟ้าอุณหภูมิค่อนข้างสูง อานุภาพทรงพลังจนน่ากลัว อีกทั้งยังมีลักษณะพิเศษตามธรรมชาตินั่นก็คือมันสามารถไล่ตามความร้อนที่อยู่ในตัวของสิ่งมีชีวิตได้ราวกับแม่เหล็ก ไล่ตามอย่างไม่หยุดหย่อนจนกว่าจะระเบิด

            นั่นคือสาเหตุที่ทำให้บึงอัสนีตรงหน้านั้นกลายเป็นเขตต้องห้ามสำหรับสิ่งมีชีวิต

            เพราะว่าทันทีที่มีสิ่งมีชีวิตเข้าใกล้บอลเพลิงอัสนีเหล่านี้ก็จะต้องพบกับระเบิดติดตามที่ไร้ซึ่งความปรานีต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับอวิ้นหลิงขั้นท้ายก็ยังไม่สามารถต้านทานพลังของบอลสายฟ้าได้แม้แต่ลูกเดียว

            แต่หลินหยางรู้ว่าลูกบอลเพลิงอัสนีจำนวนนับไม่ถ้วนตรงหน้านี้เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวพลังที่ “เพลิงพิสดาร”นั่น ปล่อยออกมา

            แค่เศษพลังก็สามารถทำให้ยอดฝีมือระดับอวิ้นหลิงขั้นท้ายปวดหัวได้แล้วแล้วถ้าได้ตัวต้นกำเนิดมันมาหลอมรวมเข้าสู่ร่างกายเพื่อเพาะสร้างหั่วหลิงเซิ่งไท (แหล่งกำเนิดพลังฟ้าดิน)ขึ้นมาได้ละก็ พลังต่อสู้ของหลินหยางจะต้องแข็งแกร่งเหนือทุกสรรพสิ่งเป็นแน่ 

            เป้าหมายอยู่ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว!

            แววตาของหลินหยางเปล่งประกาย เขาพลันขยับร่าง มุ่งหน้าเข้าไปหาลูกบอลเพลิงอัสนีที่สามารถสังหารสิ่งมีชีวิตทุกชนิดเหล่านั้นโดยที่ยังไม่มีใครรู้สึกตัวถึงการหายไปของเขาเลย

            เขาไม่ได้ไปหาที่ตาย

            เขาที่มีร่างสถิตภูตอัคคีอยู่นั้นต้องการที่จะดูดกลืนพลังของเพลิงอัสนีม่วงล่วงหน้าก่อนจำนวนหนึ่งเพื่อเพิ่มพลังรบให้ตัวเองอีกครั้ง

            การต่อสู้อย่างรุนแรงในทะเลอสูรเมื่อครู่นี้นั้นทำให้หลินหยางได้เห็นพลังที่แท้จริงของเหล่ายอดฝีมือระดับบนสุดของกลุ่มสำรวจครั้งนี้

            คงไม่ต้องพูดถึงพลังของแส้ดาวตกสวรรค์ของหวงซางแล้ว

            ราชันวิชาหยินหยางผู้มีพลังจิตแข็งกล้าแห่งราชอาณาจักรเทียนฉางโม่เชาหยันแห่งเผ่าฝูโปที่สามารถใช้งานสัตว์อสูรในการต่อสู้ได้และหมาป่าโลหิตผู่อาหมานแห่งราชอาณาจักรเหมิงจี๋เลี่ย

            ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นยอดฝีมือระดับสุดยอดที่มีพลังแข็งแกร่งสุดขีดจนเป็นที่หวั่นเกรงในทวีปชี่อู่

            ถึงแม้ว่าตอนอยู่ในทะเลอสูรเหล่ายอดฝีมือทั้งหลายจะร่วมมือกันปราบศัตรูตัวเดียวกันเพื่อช่วยกันบุกฝ่าออกไปจากสถานที่สุดอันตรายนั่นให้ได้ก็ตามแต่ทันทีที่ไปถึงส่วนลึกสุดของทะเลสาบเมฆาอัสนีแล้วจะต้องกลายมาเป็นศัตรูที่ห้ำหั่นกันอย่างไร้ซึ่งความปรานีแน่นอน

            เพื่อที่จะต่อกรกับพวกนั้นแล้วนอกจากไพ่ตายทั้งหลายที่เขาเก็บซ่อนเอาไว้แล้วเหล่าเพลิงอัสนีสีม่วงที่อยู่ตรงหน้านี้เองก็เป็นอีกหนึ่งอาวุธที่สำคัญมากซึ่งไม่สามารถปล่อยให้หลุดมือไปได้โดยเด็ดขาด

            อีกทั้งยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่หลินหยางรู้สึกเป็นห่วง

            นั่นก็คือพวกลัทธิหมื่นวิญญาณที่ไม่ค่อยได้ปิดเผยข้อมูลอะไรออกมาเลย

            พวกลัทธิหมื่นวิญญาณครั้งนี้ดูรอบคอบมากเกินไป อีกทั้งวิชาสุดพิสดารและชั่วร้ายที่พวกมันใช้ตอนที่ถูกมัจฉาอัคคีรุมล้อมอยู่นั้นทำให้หลินหยางในตอนนั้นเกิดความวิตกขึ้นมาทันที

            หลินหยางที่ใช้พลังเนตรเพลิงสุพรรณจ้องมองเข้าไปในเรือของลัทธิหมื่นวิญญาณก็เห็นว่ามีอยู่จุดหนึ่งที่ส่องประกายแสงสีแดงดำออกมาอย่างลึกลับและเป็นพลังงานสีแดงดำประหลาดนั่นเองที่สามารถสังหารมัจฉาอัคคีนับหมื่นตัวได้อย่างง่ายดาย

            ไอ้ลัทธิหมื่นวิญญาณนี่จะต้องแอบซ่อนอาวุธพิฆาตบางอย่างเอาไว้ยังไม่ปล่อยออกมาเป็นแน่อาวุธที่ทั้งทรงพลังและชั่วร้ายอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

            ดังนั้นหลินหยางจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

            เพลิงอัสนีสีม่วงเป็นเพลิงพิสดารที่มีผลสะกดข่มพลังงานชั่วร้ายทั้งปวงหากพวกลัทธิหมื่นวิญญาณคิดจะเล่นไม่ซื่อละก็ได้เจอเพลิงอัสนีม่วงที่เป็นศัตรูโดยธรรมชาติของพวกมันแน่

            ถึงแม้หลินหยางจะไม่สามารถใช้เศษพลังพวกนี้มาเพาะสร้างหลิงไทได้แต่ถ้าทำแค่เก็บพลังเอาไว้เพื่อใช้งานละก็ เขายังพอทำได้

            เขาค่อยๆ เข้าไปใกล้อย่างช้าๆพร้อมกับมองเห็นว่าเรือฉลามทมิฬตอนนี้ค่อยๆ หลบเลี่ยงลูกบอลไฟลูกแรกออกไปไกลแล้วแต่ตัวเขานั้นกลับเป็นฝ่ายเคลื่อนที่เข้าไปหา

            ซู่ม

            เพลิงอัสนีสีม่วงที่สามารถสัมผัสถึงสนามไฟฟ้าในตัวมนุษย์ได้ก็พุ่งตรงเข้าใส่หลินหยางในทันที พลังเพลิงอัสนีอันน่ากลัวของมันนั้นราวกับจะสามารถเผาไหม้ผิวหนังบริเวณหน้าอกของหลินหยางได้ในพริบตา

            ใจเย็นๆ...

            ถึงแม้หลินหยางจะมีวิธีรับมืออยู่ในหัวอยู่แล้วแต่พอต้องเผชิญหน้ากับเพลิงพิสดารที่ทรงพลังที่สุดในทวีปแห่งนี้เป็นครั้งแรกแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกดดันอยู่บ้าง

            แต่เพลิงอัสนีม่วงไม่สนใจเรื่องพวกนั้นอยู่แล้วมันชนตูมเข้าใส่หน้าอกของหลินหยางทันที

            ตูมตาม

            เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น

            ร่างกายทั่วทั้งตัวของหลินหยางถูกเพลิงอัสนีอันน่ากลัวนั่นย่างจนไหม้เกรียมในเสี้ยวพริบตาความเจ็บปวดอันแสนสาหัสนั่น เล่นเอาเขาเกือบหมดสติไปแทบจะทันทีแต่เขาที่เคยพบกับความเจ็บปวดจากการเกิดใหม่มาแล้ว จะมายอมแพ้ในที่แบบนี้ได้อย่างไรเขาฝืนกัดฟันอดทนกับความเจ็บปวดที่คนทั่วไปไม่อาจจินตนาการถึง

            เพลิงอัสนีม่วงอันน่าหวาดกลัวที่ทำลายร่างกายส่วนนอกของหลินหยางในเสี้ยวพริบตานั่นก็เริ่มเข้าเล่นงานอวัยวะภายในของเขาต่อและในตอนนั้นเองที่ความมหัศจรรย์ของร่างสถิตภูตอัคคีได้แสดงผลออกมา

            เพลิงอัสนีที่เริ่มแพร่กระจายออกไปนั้น พอสัมผัสกับชี่ม่าย (ชีพจรพลัง)ที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งตัวของหลินหยางแล้วก็ถูกชี่ม่ายสุดมหัศจรรย์เหล่านี้ดูดกลืนเข้าไปพร้อมกับที่มันเริ่มไปรวมตัวกันอยู่ในจุดชี่ไห่ (จุดกักเก็บพลัง) ของหลินหยาง

            “อั่ก!!”

            หลินหยางคำรามเสียงต่ำอย่างเจ็บปวดออกมาอีกครั้ง

            พลังฟ้าดินที่ไหลเวียนอยู่ในจุดชี่ไห่ของคนทั่วไปมักจะเป็นพลังงานที่อ่อนโยนและบริสุทธิ์ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะคุ้นชินกับพลังฟ้าดินธาตุไฟอันร้อนแรงแล้วก็ตามแต่ความรู้สึกเจ็บปวดทรมานที่เกิดขึ้นตอนที่พลังเพลิงอัสนีเข้าไปในอวัยวะภายในนั้นทำให้เขาเจ็บปวดจนแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แล้ว

            หลินหยางกัดฟันจนแทบจะแตก ร่างกายที่ไหม้เกรียมไปแล้วยังคงลอยเคว้งอยู่ในน้ำแต่ละวินาทีที่ผ่านไปนั้นราวกับกำลังอยู่ในนรกโลกันตร์ก็ไม่ปาน

            ทน...

            ต้องทนไว้ให้ได้!!

            หลินหยางพยายามประคองสติของตัวเองที่มีเหลืออยู่น้อยนิดเอาไว้

            ถ้าความเจ็บปวดแค่นี้ยังทนไม่ได้ แล้วจะไปตามหาท่านแม่ได้อย่างไร? ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการก้าวข้ามจักรพรรดิฟ้าหลีหั่วในยุครุ่งเรืองเลยด้วย

            หลินหยางกระตุ้นเตือนตัวเองในใจตลอดเวลาขณะเดียวกันก็พยายามดึงเอาพลังเพลิงอัสนีสีม่วงที่ถูกดูดเข้าไปในชี่ม่ายแล้วไปเก็บสะสมเอาไว้ในชี่ไห่อย่างบ้าคลั่ง

            ชี่ไห่ของหลินหยางตอนนี้ มันได้ขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดเต็มท้องน้อยพลังฟ้าดินธาตุไฟที่อยู่นั้นพลันเปิดทางให้พลังเพลิงอัสนีที่เข้ามาใหม่โดยอัตโนมัติ

            ช่วงเวลาอันแสนทรมานนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องนานหลายสิบนาทีแต่สำหรับหลินหยางแล้วเขารู้สึกราวกับว่ามันกินเวลานานหลายสิบปีเลยทีเดียว

            ในที่สุด พลังเพลิงอัสนีสีม่วงทั้งลูกนั้นก็ถูกเขาดูดกลืนเข้าไปจนหมดเกลี้ยงกลับสู่ความสงบอีกครั้ง

            หลินหยางนอนลอยอืดๆ อยู่บนผิวน้ำราวกับตายแล้วก็ไม่ปานเขาลอยอยู่ท่านั้นนานห้านาทีเต็มถึงจะลืมตาตื่นขึ้น

            ฮ่า!

            หลินหยางที่ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว ตอนนี้รู้สึกปวดเมื่อยสุดๆ

    คล้ายกับเรื่องราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912