นั่นอาจเป็เพียงความคิดของนางฝ่ายเดียว มิฉะนั้นเขาจะจุดกำยานไปเพื่ออะไร
บ่าวรับใช้นำสุรามาให้ในอีกไม่ช้า หวังเฟยเกิดความลังเลใจว่าควรให้บ่าวอยู่หรือไป เขาไม่มีมือที่จะรินสุราลงในจอก หญิงผู้ดูแลเื่การรินเหล้าก็กำลังหลับตานิ่ง
กระนั้นการจะได้อยู่ร่วมกับเจียลี่ตามลำพังช่างหาได้ยากนัก การที่นางนอนหลับในอ้อมอกของเขายิ่งแล้วใหญ่ นี่เป็โอกาสทองของเขาที่จะได้โอบกอดนาง
ใบหน้าหวานงามแลดูผ่อนคลาย นางผ่อนลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ พับมือทั้งสอง กำมือเอาไว้ ราวเด็กสาวตัวน้อย เป็ภาพอันงดงามจับตาจนเขาไม่ปรารถนาให้นางตื่น ให้นางหลับอยู่นาน ๆ ถึงรุ่งเช้าเลยยิ่งดี
เมื่อตัดสินใจได้ว่าควรไล่บ่าวไป เพราะไม่อยากให้มีส่วนเกินในห้อง หวังเฟยหกไหสุราขึ้นดื่มไปเรื่อย ๆ ไม่นานนัก นางก็ปรือตามองเขาด้วยตัวของนางเอง
“ตื่นแล้วหรือ? หลับสบายดีไหม”
“ดีเ้าค่ะ... เพียงแต่...” ปลายเสียงเงียบไป ใบหน้าสดสวยเปียกปอนข้าวหมักกลิ่นหอมกรุ่นเงยขึ้นมองดวงตาคู่คมเบิกกว้างใ ท่านอากำไหเหล้าแน่น
“ท่านดื่มเหล้าหกใส่หัวข้า...”
ด้วยอายุวัยของเจียลี่ นางกำลังเป็สาวสะพรั่ง มีชายหนุ่มมากหน้าหลายตาพยายามเข้าหา บุตรชายเศรษฐีในเมืองมาซื้อเสื้อผ้าไปสวมใส่ได้แทบทุกอาทิตย์เพื่อจะได้พบหน้านาง ทักทายนาง เชิญชวนนางไปนั่งจิบชาในตลาด
มารดาของนางนั้นสนับสนุนหากว่าเขาผู้นั้นแลดูมีฐานะร่ำรวย มีหน้ามีตาในสังคม ไม่เป็ชนชั้นสูงก็ขอให้เป็ชนชั้นกลาง ให้นางพิจารณาไว้เถิด อย่าได้ดำเนินรอยตามมารดาที่ไม่เอาไหน ได้สามีเป็ชาวนาผู้ยากไร้ใกล้เคียงทาส นางจะได้สวมใส่เสื้อผ้าดี ๆ ไม่ต้องทนลำบาก ตรากตรำทำงานขายผ้า ให้นางไปอยู่บ้านหลังใหญ่ ให้นางสุขสบาย
เป็นางเองไม่ยอมไป ใครจะมาลากพานางให้ไปนั่งรินชาให้คุณชายที่ไหน หัวเด็ดตีนขาดนางก็ไม่ไป
“งานข้าค่อนข้างรัดตัวทีเดียว ไม่มีผู้ใดไปสั่งงานแทนข้า จำเป็ต้องคุมบ่าวรับใช้ไม่ให้งานตกหล่น เถ้าแก่จะดุว่าข้าเอาได้ ข้าจะถูกเฆี่ยนตีแน่ ๆ หากข้าทำงานผิดพลาด ข้าขออภัยท่านด้วย ข้ารู้สึกเสียใจที่ปฏิเสธท่าน”
ถ้อยคำรื่นหูที่นางเฝ้าปฏิเสธบุรุษทั้งหลาย นางแสนนอบน้อมถ่อมตน ไม่ให้ใครว่านางไร้มารยาทได้ หรือจะมาอาละวาดหน้าร้านขายผ้าในตลาด ต่อว่านางอย่างนักเลงพาล เมื่อถูกปฏิเสธน้ำใจหลายต่อหลายครั้ง คุณชายทั้งหลายก็คงตามตื๊อนางไม่นาน ยิ่งนางแสนถ่อมตนไม่บอกว่านางเป็ลูกเต้าเหล่าใคร เพื่อที่พวกเขาเ่าั้จะได้ไม่มาเข้าหานางทางผู้ใหญ่ ให้เข้าใจว่านางเป็ลูกจ้างธรรมดา ๆ ของร้านขายผ้าสกุลเยี่ยนั่นแหละดี
ในสังคมล้วนถือยศถือศักดิ์ พี่น้องแก่งแย่งชิงดี โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ชอบนางกล่าวว่านางเป็บุตรสาวชาวนา หนุ่มผู้ดีสีสกุลรุนชาติคงไม่แลมองนางแม้หางตา ถึงมอง พวกเขาจะถูกห้ามปรามโดยผู้ใหญ่ ไม่ให้มาเฉียดใกล้นาง
“ข้าพยายามแนะนำให้ผู้ชายให้เ้าไม่สนใจสักคน ปีนี้เ้าควรออกเรือนได้แล้ว ข้าจะลองหาดูสักคนให้เ้า”
“ขอให้ข้าใช้่เวลาของข้าเถิดท่านแม่ จะตายวันตายพรุ่งก็หาได้รู้ ข้าไม่รีบร้อน เอาไว้ข้าค่อยแต่งตอนอายุยี่สิบเก้าปี หรือสามสิบปีก็ได้”
“อายุสามสิบปีรึ! ใครจะมาเอาเ้าเป็ภรรยา ตาย ๆ เจียลี่”
มารดาโวยวาย ด้วยความที่ไม่อยากให้บุตรสาวดำเนินรอยตามตน และก็ไม่อยากให้เป็อย่างน้องสาว ป่านนี้ไม่แต่งงานเสียที ลี่จิ่นกลับมาจากแคว้นเว่ยแล้วเมื่อวานนี้ ออกไปเที่ยวเตร็ดเตร่ในเมือง ร่ำสุราในโรงเตี๊ยม คุณชายสามตามมาพบที่ร้านเหล้า ไม่เห็นพูดเื่แต่งงานกับผู้ใหญ่
“ได้ยินว่าท่านอาหวัง วันก่อนชักชวนเ้าไปร่ำสุรา เป็อย่างไรบ้างล่ะ?”
“ไม่เมาเ้าค่ะ ดื่มเหล้าไม่กี่จอก นั่งเล่นชมทิวทัศน์ ชักชวนข้าสนทนาซะมากกว่า”
“อ้อ งั้นหรือ”
จินเยว่แทบไม่เชื่อหูว่าน้องเขยน่ะหรือจะไม่เมา ยังมองเห็นแก้มแดง ๆ ของบุตรสาว เลื่อนมือไปหยิกเข้าที
“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเ้าคิดอะไร ข้ามีความคิดว่าถ้าเ้าได้ผู้ดีอื่นจะดีกว่าท่านอาขี้เมาของเ้า”
บุตรสาวไม่ตอบอะไร หันไปรับผ้ากองสุดท้ายซึ่งส่งให้กับมือ นางพับเก็บมันไว้ในตู้ไม้อย่างเรียบร้อย เอ่ยลามารดาเพื่อออกจากร้านก่อนเวลาเหมือนทุกวัน
“ข้าขอไปจัดการงานบ้านก่อน บ่าวเตรียมอาหารไม่เรียบร้อย ไม่ถูกปากท่านย่า จะถูกเอ็ดเอาได้ ข้าไปนั่งหน้าดำอยู่หน้าเตาดีกว่า ให้ท่านแม่ขายของไป”
“ไป ๆ เ้ารีบไปเถอะ ที่เหลือข้าจัดการเอง” มารดาโบกมือไล่ บุตรสาวก็เดินออกจากร้านผ้า