Stalker Mode ทำอย่างไรให้ได้รัก (อ่านฟรี)

    บทที่ 3 เฟลิกซ์

                สวนสาธารณะริมทะเลสาบอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตามอบความเงียบสงบได้เป็นอย่างดีลมเย็นพัดเอื่อยเฉื่อยพร้อมกับกลิ่นอายเย็นสดชื่นเหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจให้ใครหลายคน

                เฟลิกซ์เท้าแขนทั้งสองข้างกับรั้วกั้นริมทะเลสาบนัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นกวาดตามองไปยังผืนน้ำระยับพรายตรงหน้าริมฝีปากหนากระจับยังคงระบายยิ้มบางๆ ออกมาซึ่งแตกต่างกับดวงหน้าเรียบนิ่งของยี่โถโดยสิ้นเชิง

                “คำพูดแรงขนาดนั้น...ทำไมคุณไม่ร้องไห้ล่ะ?”เสียงทุ้มเอ่ยถามก่อนจะหันกลับมาสบตาเธอยี่โถชะงักงันไปเล็กน้อยแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

                “มันเป็นความผิดพลาดของฉันเองที่จะต้องปรับปรุงก็เสียใจอยู่หรอก แต่ฉันคิดว่า มันเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่าที่จะมานั่งคร่ำครวญ”เธอตอบไปตรงๆ ตามที่ตนคิด

                “หืม?”เฟลิกซ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งดวงตาสีฟ้านั้นดูเข้มข้นเป็นประกายขึ้นมาทันใดพร้อมกับจับจ้องมายังเธอไม่วางตา

                “คุณอาจจะแปลกใจแต่สำหรับฉันแล้ว คำพูดเหล่านั้นถือว่าเล็กน้อยมากไม่ได้บั่นทอนอารมณ์ของฉันแม้แต่น้อยเพราะชีวิตที่ผ่านมาเคยเจอเรื่องเครียดยิ่งกว่านี้เยอะ” หญิงสาวคลี่ยิ้มออกมาบางๆ รู้สึกภูมิใจในตัวเองเมื่อนึกย้อนไปถึงชีวิตสมบุกสมบันที่ได้เผชิญมา

                “พอจะเล่าให้ผมฟังได้ไหม?”เขาคือคนแรกที่ถามเธอเช่นนี้ หญิงสาวหันหน้ามองออกไปยังทะเลสาบอันกว้างใหญ่สีฟ้าครามระยับพรายรับกับแสงอาทิตย์พาให้รู้สึกผ่อนคลายยิ่งขึ้นเธอสูดอากาศอันเย็นสดชื่นช้าๆ ก่อนจะตัดสินใจเล่าออกไป

                “หลังจากสูญเสียพ่อกับแม่พร้อมกันในอุบัติเหตุชีวิตของฉันก็ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงความรับผิดชอบถาโถมเข้ามาโดยที่ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองเสียใจนานเกินไปด้วยซ้ำ ต้องทำงานหนักกว่าเดิมสองเท่าแถมยังมีญาติจากที่ไหนไม่รู้ โผล่มาสร้างปัญหาพาฉันลำบากยิ่งกว่าเดิมแต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็สอนให้ฉันได้เรียนรู้จนก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านั้นได้”พอได้พูดออกมาแล้ว ความรู้สึกเบาสบายก็ได้เกิดขึ้นโดยที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนยี่โถพึ่งรู้ว่า การได้พูดระบายมันดีแบบนี้นี่เอง

                “ผมเสียใจเรื่องพ่อกับแม่คุณด้วยนะ...เท่าที่เคยรู้จักคนมา...ผมไม่เคยเห็นใครเข้มแข็งเท่าคุณมาก่อน”เขาส่งยิ้มกว้างอ่อนโยนให้เธอ ยี่โถหันกลับไปสบตาเขาด้วยใบหน้าตกตะลึงเธอรู้สึกว่าสภาพแวดล้อมรอบกายถูกทำให้เลือนหายไปชั่วขณะภาพที่ชัดเจนตอนนี้มีเพียงชายหนุ่มตรงหน้าเท่านั้นหญิงสาวไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้เลย

            “ผมดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางชีวิตใหม่ของคุณขอเป็นกำลังใจให้กับชีวิตที่สวยงามหลังจากนี้”ไม่น่าเชื่อว่ากำลังใจจากชายหนุ่มได้ส่งผลให้จังหวะหัวใจของยี่โถเต้นถี่รัวแทบไม่เป็นส่ำแก้มของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างแปลกประหลาดเธอเคยมีอาการเช่นนี้มาก่อนตอนสมัยที่เรียนมัธยม เป็นความรู้สึกเหมือนได้เจอกับ ‘ความรัก’

            ความอบอุ่นอ่อนโยนเสมือนกำลังถูกเขาโอบกอดเอาไว้หล่อหลอมกลายเป็นความหลงใหลจนเธออยากนำมาครอบครองจะเป็นอย่างไรถ้าเธอได้ใกล้ชิดหัวใจเขามากกว่านี้...

    *****

            กริ๊ง! เสียงสัญญาณรับอาหารดังขึ้นยี่โถเดินเข้าไปยกถาดอาหารขึ้นจากเคาน์เตอร์ ทว่าอยู่ๆโสตประสาทของเธอก็สัมผัสเข้ากับเสียงเครื่องยนต์อันแสนคุ้นเคยแว่วมาจากทางด้านหลังเธอหันกลับไปมองถึงได้เห็นรถสปอร์ตสีดำแล่นปราดเข้ามาจอดในที่ประจำของร้าน

            รอยยิ้มผุดพรายขึ้นบนใบหน้าเธอหญิงสาวรีบวางถาดลงที่เดิมแล้วกุลีกุจอไปยืนรออยู่หน้าประตูร้าน และเมื่อชายผู้เป็นเจ้าของรถคันนั้นเดินเข้ามาในร้านอย่างสง่างามยี่โถไม่รีรอที่จะเดินเข้าไปประชิดร่างสูงโปร่งนั้นทันที

            “สวัสดีตอนเช้าค่ะเฟลิกซ์! ยี่โถคิดถึงคุณจังเลยทานข้าวเช้ามาหรือยังเอ่ย?” หญิงสาวทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส ดวงหน้าชื่นมื่นถึงสายตาจะเหลือบไปเห็นใครต่อใครต่างพากันถอนหายใจ ทำหน้าเอือมระอาใส่ก็เถอะจำเป็นต้องสนด้วยเหรอ!

            “อืม”มีเพียงเสียงตอบแผ่วเบาในลำคอที่มาพร้อมกับสีหน้าอันเรียบเฉยจากชายหนุ่มและดูเหมือนเขาจะเร่งจังหวะการก้าวเดินยิ่งกว่าเดิม ตรงไปยังห้องทำงานที่อยู่หลังร้านสงสัยเขาจะรีบ ยี่โถคิดในใจพลางกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อตามก้าวขายาวๆ นั้นให้ทัน

            “สวัสดีครับคุณโอลิเวอร์”เฟลิกซ์โบกมือทักทายผู้จัดการร้านวัยกลางคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลใบหน้าที่เคยเรียบเฉยพลันผุดเผยรอยยิ้มออกมาทันใด

                “สวัสดีตอนเช้าครับคุณเฟลิกซ์”คุณโอลิเวอร์ส่งยิ้มทักทายให้เจ้านายหนุ่มเช่นกัน 

                “เมนูใหม่ที่เราคุยกันเมื่อวานไม่ทราบว่าเชฟทำเสร็จหรือยังครับ? ผมอยากลองแล้ว” น้ำเสียงสุภาพน่าฟังของชายหนุ่มพาให้ยี่โถอมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวและดูดวงตาสีฟ้านั่นสิ ช่างแวววาวเป็นประกายน่ามองเขาคงจะตื่นเต้นอยากชิมมากเลยสินะ น่ารักน่าเอ็นดูอะไรขนาดนี้!

                “เสร็จเรียบร้อยพอดีครับถ้าอย่างนั้นให้ยี่โถ...” คุณโอลิเวอร์พูดยังไม่ทันจบดีชายหนุ่มก็แทรกเสียงขึ้นมาทันควัน

                “ถ้างั้นอีกสัก20 นาที เดี๋ยวผมเดินไปหาเชฟในครัวเองครับ เอกสารอยู่บนโต๊ะแล้วใช่ไหม?” รอยยิ้มของเฟลิกซ์เมื่อครู่นี้พลันจางหายไปทั้งใบหน้าและน้ำเสียงกลับมาเรียบนิ่งเหมือนตอนแรกยี่โถขมวดคิ้วเอียงคอเล็กน้อยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปกะทันหันของชายหนุ่มเขาคงไม่อยากให้เธอเดินบ่อยไปใช่ไหม? โถ! น่ารักอีกแล้ว!

                “เดี๋ยวยี่โถไปเตรียมกาแฟให้สักครู่นะคะ” เธอส่งยิ้มหวานให้เฟลิกซ์แต่สีหน้าของชายหนุ่มกลับบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิมเขาตวัดสายตาไปจ้องหน้าชายวัยกลางคนเขม็ง ริมฝีปากเขาเม้มแน่นไม่มีสรรพสำเนียงใดหลุดรอดออกมาคงมีแต่ความเงียบยะเยียบเย็นจนยี่โถรู้สึกหนาวสะท้านไปทั่วทั้งร่างทางฝ่ายคุณโอลิเวอร์พอถูกเจ้านายเขม้นมองอย่างนั้นก็ได้แต่มองหน้าเขาและเธอสลับกันไปมาเป็นครู่ใหญ่ก่อนจะตัดสินใจทำลายความเงียบขึ้น

                “อ๋อ...เอ่อ...ผมวางเอกสารไว้บนโต๊ะแล้วครับ”

            คำพูดของผู้จัดการทำเอารอยยิ้มของยี่โถจืดเจื่อนลงเล็กน้อยแต่ก็ช่างเถอะ! เธอเลือกที่จะไม่สนใจ หันหลังกลับเดินตรงไปยังโซนเครื่องดื่มบรรจงรินกาแฟลงในแก้วกระเบื้อง วันไหนที่เขาจะมาร้านยี่โถจะต้องรีบต้มกาแฟเตรียมไว้แต่เช้า ซึ่งกิจวัตรของเธอก็เป็นเช่นนี้มาได้หลายเดือนแล้ว

            “กาแฟดำร้อนๆค่ะ” ยี่โถวางแก้วกาแฟไว้บนโต๊ะทำงานของเขาอย่างนุ่มนวล

            “ผมจะไปบอกเชฟให้เตรียมตัวรอนะครับ”คุณโอลิเวอร์ค้อมตัวเล็กน้อย แล้วก้าวฉับๆ ออกไป ยี่โถได้แต่มองตาม ก่อนจะฉีกยิ้มออกมาได้เวลาอยู่กับเฟลิกซ์แบบสองต่อสองแล้ว! เท้าค่อยๆ ขยับ พาร่างเข้าไปใกล้เขา ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบนิ่งอีกครั้งนัยน์ตาสีฟ้าทรงเสน่ห์คู่นั้นกำลังจับจ้องไปยังเอกสารที่อยู่ในมือ

            “เมื่อวานไปปีนเขามาสนุกไหมคะ?”คำถามของเธอทำให้ใบหน้าคมคายนั้นเงยขึ้นมาจ้องหน้าหญิงสาวทันทีดวงตาคมคู่นั้นเบิกกว้างตกตะลึง เห็นอย่างนั้นยี่โถก็ได้แต่ยิ้มกรุ้มกริ่มอึ้งล่ะสิว่าเธอรู้ได้อย่างไร คนอย่างยี่โถไม่เคยพลาดอยู่แล้วนี่คือผลของการตามส่องในโซเชียลมีเดียของเขาทุกวันอย่างไงล่ะ

            เฟลิกซ์มองหน้าเธอเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับไปจดจ่อกับเอกสารตรงหน้าต่อดูเหมือนว่ามือแกร่งนั้นจะกำปากกาในมือแน่นยิ่งกว่าเดิม

            “เอิ่ม...งั้น...ฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”ยี่โถทอดเสียง เผื่อว่าเขาจะห้าม แต่ท่าทีของเขากลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

            เหอะ! เย็นชาไปเถอะถึงยังไงเขาก็ต้องเป็นแฟนเธอสักวันหนึ่งแน่ๆ น้ำหยดลงหินทุกวันแบบนี้เชื่อว่าในสักวันหินอย่างเขาจะต้องกร่อนจนละลายได้เลยล่ะ เธอคิดพลางหันหลังเดินออกประตูไป

            ภารกิจเช้านี้เป็นอันเสร็จสิ้นถึงเวลากลับไปทำงานต่อ เหลือแค่ภารกิจช่วงเย็นอย่างการแอบมองดูเขาออกกำลังกายที่บ้าน พอนึกถึงภาพของกล้ามเนื้อหนั่นแน่นเป็นมัด รวมไปถึงซิกแพคเป็นลอนสวยหกลูกนั้นแล้วยี่โถแทบจะยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำลายตัวเองเกือบไม่ทันเลยทีเดียว