- ตอนที่ 6 -
หลังจากที่ประกาศเจตจำนงออกไปแล้วเสียงติ้งในหัวก็ดังขึ้นพร้อมกับระบบแจ้งว่าภารกิจเสร็จสิ้น กลับเข้ามาในตระกูลสำเร็จแล้วมีอีกปัญหาที่รออยู่เ้าคุณชายตระกูลไป๋ที่ว่านั่นล่ะ
“เหลวไหล! เ้าผายลมอันใดออกมา” เทียนอี้
“เหลวไหล? แล้วเ้าเอาชนะข้าได้หรือไม่เล่าพี่ใหญ่” เซียวิเอ่ยถามพลางหัวเราะเย้ยหยันออกมา
“บอกพ่อได้ไหมว่าเ้าไปทำอันใดมาเ้าหายไปเพียงคืนเดียวเท่านั้นเ้า”เทียนหยางมองบุตรชายไร้ค่าของตนนิ่ง เพียงหนึ่งค่ำคืนจะกลายเป็คนละคนได้เช่นไรกัน เขายังจดจำร่างกายที่ดูพ่ายผอมอ่อนแอนั่นได้อยู่เลย แล้วทำไมภาพบุรุษที่งดงามทั้งหน้าตาและกิริยาตรงหน้านี้ใช่บุตรชายของเขาจริงหรือไม่
“อย่างที่ลูกกล่าวพอตื่นมาก็เป็เช่นนี้แล้วขอรับ เอาเป็ว่าลูกขอเรือนใหม่ที่ไกลจากเรือนใหญ่สักหน่อยนะขอรับส่วนบ่าวรับใช้แค่เพียงไปทำความสะอาดและนำอาหารไปให้ก็พอไม่จำเป็ต้องอยู่รับใช้ลูกจะออกไปหาบ่าวคนใหม่เองขอรับ” เซียวิเอ่ยความ้าออกไป
“เอาเช่นนั้นก็ได้” เทียนหยางชื่นชมคนมีความสามารถในเมื่อบุตรเกอผู้นี้มีพลังที่แข็งแกร่งเขาเองก็ไม่จำเป็ต้องขัดสิ่งใด บุตรมีความสามารถย่อมเป็ที่ชื่นชม
“ขอบพระคุณขอรับ” เซียวิแย้มยิ้มหวาน
“ท่านพ่อ! ลูกไม่ยอมนะเ้าค่ะเหตุใดต้องยินยอมทำตามคำพูดมันด้วย!!” หงลี่กรีดร้องออกมาอย่างไม่พอใจ
“หงเอ๋อร์!!” เทียนหยางเอ่ยตวาดลั่นเขาตวัดตามองบุตรีของตน ท่าทางมารยาทราวกับมิได้ถูกอบรมสอนสั่ง
“ข้าจะพาน้องสามไปดูเรือนเองขอรับท่านพ่อ” เทียนหลิงเอ่ยขึ้นขัดบรรยากาศอึดอัด
“ฝากเ้าด้วย หาก้าสิ่งใดเ้าบอกพี่รองของเ้าได้เลย” เทียนหยาง
“ขอบพระคุณขอรับท่านพ่อ” เซียวิเอ่ยขอบคุณอีกครั้งก่อนจะเดินตามพี่รองของตนไป ในหัวนึกถึงใบหน้าบิดเบี้ยวของน้องสาวคนเล็กก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา หากนางอยากเสนอตัวตบแต่งเป็อนุถึงเพียงนั้นเหตุใดมิให้นางแต่งออกไปแทนเล่า
“เ้าดูเปลี่ยนไปมาก” เทียนหลิง
“อย่างที่ข้ากล่าวไปเมื่อผ่านความเป็ความตายสักครั้งคนเรามักจะคิดในสิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อน พี่รองถึงตัวข้าจะเป็เกอหรือเป็อะไรก็ตามในฐานะพี่น้องข้าสมควรถูกกลั่นแกล้งเช่นนั้นรึขอรับถึงท่านจะไม่เคยรังแกข้าก็ตามแต่ท่านก็มิได้เอ่ยปรามพี่น้องคนอื่นสักครั้ง การช่วยเหลือเล็กน้อยจากท่านในบางครั้งไม่อาจทำให้ข้าเกลียดชังท่านน้อยลง” เซียวิยกพัดขึ้นมาบดบังริมฝีปากที่กำลังฉีกยิ้มแสยะ
“ข้ารู้ ข้าขอโทษเ้าด้วย” เทียนหลิงถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินนำไปยังเรือนที่ห่างไกลจากเรือนใหญ่ไม่มากนัก
“ข้าอยากได้เรือนหลังจวนขอรับ” เซียวิปฏิเสธเรือนตรงหน้าทันทีแม้ระยะมันจะห่างจากเรือนใหญ่แต่ก็ยังใกล้อยู่ดี เขา้าเรือนที่ห่างไกลที่สุดเพื่อที่จะได้ลงมือกระทำบางอย่างได้สะดวกสบายมากขึ้น
“บอกเหตุผลพี่ได้หรือไม่เหตุใด้าจะอยู่ห่างไกลพวกเราถึงเพียงนี้” เทียนหลิงหันมาสบมองน้องชายที่ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหนก็ยังตัวเล็กและบอบบางเสมอ เพศเกอนั้นอ่อนแอกว่าสตรี้าได้รับการปกป้องและดูแลอย่างทะนุถนอม เขาไม่เข้าใจบิดาสักเท่าใดนักเหตุใดถึงไม่ประคบประหงมน้องชายผู้นี้ หากเลี้ยงดูอย่างดีการแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูใหญ่ตระกูลอื่นก็เป็ไปได้ อีกทั้งเด็กที่เกิดมาจากเกอนั้นย่อมมีลักษณะพิเศษความแข็งแกร่งนั้นได้รับการยืนยันมาแล้ว หากแต่บิดามักเชื่อฟังคำพูดน้องหญิงเล็กเสมอทำให้การกลั่นแกล้งเด็กคนนี้บิดาไม่สนใจไยดี ต่อให้เขาเอ่ยปากห้ามปรามมันก็ไร้ผลเขาถึงคอยช่วยอีกฝ่ายเท่าที่จะช่วยได้ แต่ดูเหมือนน้องชายผู้นี้จะจงเกลียดจงชังเขาไม่ต่างจากพี่น้องคนอื่น
“เพราะน้องมิอยากผูกสัมพันธ์กับผู้ใด ต่อจากนี้ผู้ใดรังแกข้า ข้าจะทุบตีพวกนั้นกลับอย่างแน่นอน” เซียวิ
“เอาเถิดหากเ้า้าสิ่งใดไปหาพี่ที่เรือน พี่จะให้ความช่วยเหลือเ้าอย่างแน่นอน” เทียนหลิง
“น้องจะจำไว้ขอรับ”
ทั้งสองคนเดินไปยังเรือนท้ายจวน เรือนนี้เคยเป็ที่อยู่ของท่านปู่ของพวกเขา แม้ท่านปู่จะจากไปนานแล้วแต่เรือนหลังนี้ก็ยังคงได้รับการดูแลรักษาเป็อย่างดี ในเมื่อท่านพ่อบอกกล่าวว่าอยากได้เรือนไหนก็ได้หากเป็เรือนของท่านปู่คงไม่เป็ไร
“ขอบพระคุณพี่รองมากขอรับ” เซียวิกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“มิเป็ไรเราเป็พี่น้องกันนี่” เทียนหลิงยกยิ้มก่อนจะเดินกลับไปที่เรือนของตน
เซียวิเดินเข้าไปในเรือนหลังใหญ่ความทรงจำในวัยเด็กย้อนเข้ามา ท่านปู่เป็คนฝักใฝ่ในความรู้ตำรามากมายถูกเก็บรักษาเป็อย่างดี ไม่ว่าจะเป็ตำราสมุนไพรหายาก ตำราเกี่ยวกับวิชาต่าง ๆเรือนหลังนี้แทบไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่ ไม่มีผู้ใดรู้นอกจากเ้าของร่างว่าเรือนนี้มีห้องลับอยู่ใน
ตอนเด็กนั้นท่านปู่เอ็นดูเ้าของร่างมากอาจเพราะเป็เกอร่างกายเลยตัวเล็กบวกกับหน้าตาน่าเอ็นดูเลยทำให้เ้าของได้มาเล่นกับท่านปู่ที่เรือนแห่งนี้จนถึงขนาดเปิดห้องลับให้เ้าของร่างได้เข้าไปนั่งเล่น ในที่แห่งนั้นอัดแน่นไปด้วยตำรามากมายและอาวุธทรงพลังที่ท่านปู่ปิดผนึกเอาไว้ และนั่นคือเป้าหมายของเขาที่นี่ เซียวิหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนอักขระสร้างเขตแดนครอบคลุมรอบเรือนก่อนจะเดินมุ่งตรงเข้าไปยังห้องตำรากวาดสายตามองหาทางรูปปั้นในความทรงจำ เซียวิเดินไปหยุดหน้ารูปปั้นใช้สองมือออกแรงดันรูปปั้นพยัคฆ์ออกจากตำแหน่งเดิม
เสียงกลไกลับทำงานพร้อมกับช่องทางที่เปิดออก ตรงหน้าของเขาเป็บันไดหินนำทางลงไปสู่ด้านล่างหรือห้องใต้ดิน เซียวิใช้พลังธาตุไฟในการให้แสงสว่าง กลิ่นอับชื้นตีขึ้นจมูกทันทีที่สองเท้าก้าวลงมายังเบื้องล่าง ก่อนที่ไฟบนกำแพงจะลุกโชนขึ้นทำให้เขาเห็นทัศนียภาพรอบด้าน ในตอนนี้เขานั้นยังแข็งแกร่งไม่พอเขา้าแข็งแกร่งที่สุดจนไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้ เพราะอะไรน่ะเหรอ หึ! เพราะเขาไม่อยากมีสามีอย่างไรเล่า!!
ติ้ง!!
ระบบ : ภารกิจ สยบิญญากระบี่ จิ้งจอกเก้าหาง
จิ้งจอกเก้าหาง? เพ่ยเอาจิ้งจอกเก้าหางมาทำกระบี่นี่นะ ไม่ใช่ว่านั่นคือปีศาจที่ขึ้นชื่อเื่ความเป็ะเหรอ?
ว่าแต่กระบี่ที่ว่านั่นอยู่ที่ไหนกัน?
สองขาก้าวตรงไปข้างหน้าเซียวิใช้พลังปราณค้นหาพลังแปลกประหลาดในพื้นที่นี้ ก่อนจะพบเข้ากับกระบี่ที่มีฝักกระบี่สีแดงฉานราวกับอาบโลหิต กลิ่นอายพลังหมุนวนรอบกระบี่ดูน่าฉงน ทำเอาเขาคิดหนักหากปลดผนึกแล้วตัวเขานั้นจะสยบพลังปราณมหาศาลนี่ได้หรือไม่ เสี่ยงตายเลยนะเนี่ยภารกิจแต่ละอย่าง เฮ้อ
เซียวิรวบพัดในฝ่ามือก่อนจะส่งพลังปราณเข้าไปในพัดสะบัดเขียนตัวอักษรปลดผนึกกระบี่ตรงหน้า พลังปราณที่ถูกสูบออกไปไม่ใช่จำนวนที่คนธรรมดาจะรับมือไหว ถึงจะเป็เขาก็โดนสูบไปเกือบครึ่งนับว่าแข็งแกร่งมาก ใบหน้างดงามถูกชโลมไปด้วยหยาดเหงื่อ รูปร่างกระบี่เปลี่ยนเป็
จิ้งจอกตัวโตที่มีหางถึงเก้าหาง เขามองภาพตรงหน้าก่อนจะเพิ่มพลังปราณเข้าไป ริมฝีปากเรียวอ้าออกก่อนจะขบกัดจนปลายนิ้วเรียวมีโลหิตไหลซึมออกมา เขายื่นนิ้วไปตรงหน้าก่อนจะเขียนอักขระผูกพันธะกับตัวกระบี่
“นามของข้าคือ ’หลานเซียวิ' ต่อจากนี้ไปข้าจะเป็นายของเ้าแต่เพียงผู้ด้วย"
แสงสีแดงสว่างวาบจนแสบตาก่อนที่กระบี่นั่นจะกลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิมร่วงหล่นลงสู่อ้อมแขนของเขา
ตุบ!
ร่างบางล้มลงกับพื้นก่อนจะอ้าปากหายใจหอบ มองกระบี่ในอ้อมแขนก่อนจะแสยะยิ้มออกมา ในที่สุดเขาก็ได้อาวุธแข็งแกร่งมาอีกหนึ่งอย่าง
ติ้ง!!
ระบบ : ภารกิจ - สยบิญญากระบี่จิ้งจอกเก้าหางสำเร็จ
ฮ่าฮ่า ต่อไปก็ต้องจัดการเื่การสู่ขอสักทีจะผู้ชายหน้าไหนก็ต้องสยบแทบเท้าของเขา รู้สึกดีชะมัด!!