ตอนที่ 33 อักขระรูน
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เมอร์ลินที่ได้ยินชายชราพูดว่าตนเองอยู่มาหลายร้อยปี ความจริงเขาก็ต้องการรู้เรื่องนี้เช่นกัน เพราะสถานที่ที่พวกเขาจากมา ไม่มีมนุษย์คนใดที่สามารถอยู่ได้เกินร้อยปีทั้งสิ้น
ซึ่งความจริงแล้วเขาเองก็ไม่เคยเจอขุนนางระดับสูงหรือนักบวชที่เก่งกาจ สิ่งที่เขารู้จึงมีข้อจำกัดเป็นอย่างมาก
อีกอย่างหนังสือในห้องสมุดของศาสตราจารย์ออสตินก็ไม่มีหนังสือที่เล่าเรื่องราวแบบนี้ เพราะข้อมูลระดับนี้มักจะถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรการเรียนรู้ของนักศึกษาระดับทองเป็นส่วนใหญ่
ดังนั้นเมอร์ลินจึงถามเรื่องนี้ขึ้นมา
“คุณพ่อ ตกลงคุณอยู่มานานเท่าไหร่แล้วครับ?”
ศาสตราจารย์ออสตินที่กำลังเปิดหนังสือรูนศาสตร์เบื้องต้นพลันหยุดชะงัก เขาหันไปมองเด็กน้อยแล้วเอ่ย
“ฉันน่ะหรอ ...”
เขาเงียบไปครู่หนึ่งราวกับกำลังครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า “ปีนี้ฉันอายุหกร้อยแปดสิบเก้าปีเห็นจะได้ ฉันเลิกสอนหนังสือตั้งแต่ที่ฉันตัดสินใจยกระดับพลังเวทเมื่อร้อยกว่าปีก่อนแล้ว เธอเลยเห็นฉันอยู่อย่างสันโดษที่นี่”
เมอร์ลินที่ได้ยินก็ถึงกับอ้าปากค้าง มองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ไม่น่าเชื่อว่าชายชราจะอายุหกร้อยกว่าปีแล้ว
“ขีดจำกัดอายุขัยของนักเวทหกวงเวทสิ้นสุดอยู่ที่เท่าไหร่หรอครับ?” เมอร์ลินเอ่ยถาม เพราะชายตราตรงหน้านี้เป็นนักเวทหกดวงดาว
เขารู้ว่านักเวทไม่ใช่ผู้อมตะ พวกเขาล้วนมีขีดจำกัดอายุเหมือนมนุษย์คนอื่นๆ เพียงแต่การเพิ่มวงเวทจะเป็นการเพิ่มอายุขัยของพวกเขา แต่เขาไม่รู้ว่าชายชราจะอยู่ได้ถึงเมื่อไหร่
“เหอะๆ เธอคิดว่าฉันกำลังจะตายแล้วหรอ?” ชายชราราวกับคาดเดาความคิดของเด็กน้อยได้
ซึ่งจริงๆ แล้ว เมอร์ลินคิดอย่างที่เขาว่ามา
การที่ชายชราอาศัยอยู่อย่างสันโดษแบบนี้บางทีเพราะอาจใกล้สิ้นอายุขัยก็ได้
เด็กน้อยพยักหน้าและเอ่ย “ครับ ผมอยากรู้ว่าคุณจะอยู่กับผมได้นานเท่าไหร่”
“ดี ฉันชอบที่เธอพูดกับฉันตรงๆ แบบนี้ ... โดยส่วนใหญ่แล้วนักเวทหกวงเวทมักจะสิ้นอายุขัยที่แปดร้อยปี ไม่ต้องห่วงฉันยังสามารถอยู่กับเธอได้นับร้อยปีเชียวล่ะ” ชายชรากล่าวด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ดูเหมือนว่าเขาจะรับรู้ความกังวลของเด็กน้อย
“แปดร้อยปี ... ” เมอร์ลินกล่าวพึมพำอย่างอึ้งๆ
เขาไม่คิดเลยว่าคนๆ หนึ่งจะมีชีวิตยืนยาวขนาดนี้ได้อย่างไร
แต่ยังไงก็ตาม เขานั้นอ่านหนังสือในห้องสมุดมาหมดแล้ว หนังสือบางเล่มยังบันทึกว่านักวิชาการเวทแต่ละคนสร้างทฤษฎีแต่ละอย่างได้ในอายุเท่าใด บางคนสร้างทฤษฎีนั้นได้ในตอนอายุพันกว่าปีก็มี แต่เขาก็ยังอึ้งอยู่ดีที่ตัวตนที่มีอายุยาวนานมายืนอยู่ตรงหน้าตนเอง
“เอาล่ะ พวกเรามาเรียนรูนศาสตร์กันเถอะ ฉันเชื่อว่าในอนาคตข้างหน้าเธอก็จะมีอายุยาวนานไม่ต่างกับฉัน” ชายชรากล่าวอย่างยิ้มๆ
ก่อนจะเปิดหนังสือไปหน้าที่เจ็ดซึ่งแสดงถึงตารางสัญลักษณ์ที่มีอยู่มากมาย
“มานี่สิ” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
เมอร์ลินเดินไปยืนข้างๆ ชายชราอย่างเชื่อฟัง
“ตารางรูน” เมอร์ลินอ่านหัวข้อที่ปรากฏอยู่บนตาราง
“ใช่แล้ว นี่คือตารางรูนซึ่งมีสัญลักษณ์รูนพื้นฐานที่มีทั้งหมดหนึ่งร้อยแปดตัว แบ่งออกเป็นสิบแปดหมู่แนวตั้ง เจ็ดคาบแนวนอน ซึ่งจะแบ่งตามคุณสมบัติของรูนพื้นฐาน” ชายชราหยุดครู่หนึ่งแล้วหันไปมองเด็กน้อยและเอ่ยต่อ “ในเมื่อนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เรียนรูนศาสตร์เธอควรจำสัญลักษณ์เหล่านี้เสียก่อน หน้าต่อๆ ไปหนังสือจะอธิบายคุณสมบัติของรูนแต่ละตัว เธอเอาไปอ่านดูก่อนเถอะ”
ชายชราสอนเด็กน้อยด้วยท่าทางที่ใจดี เนื่องจากเด็กน้อยอ่านหนังสือออกอยู่แล้ว ซึ่งสัญลักษณ์รูนแต่ละตัวก็มีตัวหนังสือเขียนกำกับ ดังนั้นเขาจึงสามารถให้เด็กน้อยทำความเข้าใจด้วยตัวเองได้
เขาคิดว่าตนเองไม่จำเป็นต้องสอนอ่านออกเสียงให้กับเด็กอัจฉริยะคนนี้
เมอร์ลินพยักหน้าและเอ่ย “งั้นผมขอดูแปปนึงนะครับ”
ว่าแล้วเขาก็เลื่อนหนังสือมาตรงหน้าของตนเองแล้วกวาดสายตามองสัญลักษณ์รูนเหล่านั้น
แน่นอนว่าเขาเคยเห็นสัญลักษณ์พวกนี้ เพราะเคยเห็นในหนังสือที่อ่านผ่านตามาแล้ว แต่เขาจำได้ว่ารูนทั้งหนึ่งร้อยแปดตัวไม่ใช่จำนวนรูนทั้งหมดที่เขาเคยเห็น
เด็กน้อยพลิกหนังสือเหมือนกำลังตั้งใจอ่าน ซึ่งความจริงแล้วเขาสามารถทำความเข้าใจข้อความเหล่านั้นได้ภายในพริบตา
เขาไม่ได้ขยับไปไหนอย่างตามที่ชายชราคิด ทั้งๆ ที่ชายชราตั้งใจให้เด็กน้อยนำหนังสือไปอ่านก่อนแท้จริง แต่เด็กน้อยกลับเปิดอ่านมันตรงนี้
ชายชราเห็นเด็กน้อยกำลังมีสมาธิจึงไม่ได้เอ่ยขัด
ผ่านไปครู่หนึ่งเมอร์ลินก็อ่านมาจนถึงหน้าสุดท้ายที่อธิบายคุณสมบัติของรูนพื้นฐานหนึ่งร้อยแปดตัวทั้งหมดได้แล้ว
เขาเลื่อนหนังสือไปทางชายชราและเอ่ย
“ผมจำได้หมดแล้วครับ”
“หืม?” ศาสตราจารย์ออสตินคำรามในลำคอเสียงต่ำ ดวงตาหรี่แคบลงมองเด็กน้อยอย่างประหลาดใจ
“เธอจำพวกมันทั้งหมดได้แล้วจริงๆ หรอ?”
ทั้งๆ ที่เด็กน้อยใช้เวลาผ่านไปไม่นาน แม้ว่ามันจะทำเวลาไม่ต่างไปจากการอ่านหนังสือทั่วไป แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าเด็กน้อยจะสามารถจดจำพวกมันทั้งหมดได้แล้ว
“ครับ ผมจำพวกมันได้ทั้งหมดแล้ว คุณสามารถทดสอบผมได้” เด็กน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ
เขาจงใจเปิดเผยความสามารถจดจำของตนเอง อย่างไรก่อนหน้านี้เขาก็ได้เปิดเผยมันมาแล้ว
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ยังทำให้ชายชรารู้สึกอึ้งอยู่ดี
ชายชรามองเมอร์ลินอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“ได้ งั้นฉันจะทดสอบเธอ”
ชายชราปิดหนังสือแล้ววาดสัญลักษณ์รูนพื้นฐานตัวหนึ่งออกมา
เมอร์ลินพยักหน้าและเอ่ย “นี่คือรูนวาสซาโก ชื่อของมันมีรากมาจากสัตว์อสูรซาโก เป็นรูนที่มีคุณสมบัติของธาตุไฟและธาตุดิน สามารถนำไปคำนวณรวมกับรูนแปดสิบแปดแบบที่เข้ากัน ส่วนอีกยี่สิบรูนพื้นฐานสามารถนำไปคำนวณได้หากมีตัวแปรมากกว่าสองรูนขึ้นไป รูนชนิดนี้มักจะนำไปเป็นฐานสร้างคาถาเวทไฟและเวทดิน อีกทั้งยังสามารถประยุกต์สร้างคาถาโล่ป้องกันความร้อนได้อีกด้วย”
เด็กน้อยอธิบายชื่อและคุณสมบัติของรูนตัวนี้ออกมาได้อย่างละเอียด เรียกได้ว่ามันแทบจะเป็นคำพูดที่เอ่ยออกมาตรงทุกตัวอักษรในหนังสือเลยด้วยซ้ำ
“ตัวนี้ล่ะ ...”
ชายชราวาดสัญลักษณ์รูนในกระดาษอีกครั้ง
ทันทีที่เห็นเมอร์ลินก็สามารถอธิบายมันทั้งหมดได้เหมือนตัวแรก มิหนำซ้ำยังแจกแจงไปถึงการจัดหมวดหมู่ของตารางรูนพื้นฐานได้เลยด้วยซ้ำ
ชายชราถึงกับวาดสัญลักษณ์รูนออกมาถึงสี่ห้าครั้ง และเมอร์ลินก็สามารถอธิบายมันได้ตรงกับหนังสือได้ทุกคำทุกประโยค
‘นี่ฉันไปเก็บอัจฉริยะแบบนี้มาได้ยังไงกันเนี้ย!’ ศาสตราจารย์ออสตินตะโกนขึ้นมาในใจ เมื่อเห็นความสามารถทางด้านความจำของเด็กน้อย