บทที่ 15 ขอรับ นายท่าน
แต่จ้าวซิ่วอิงยังคงยืนหยัดแม้จะได้รับาเ็จากการต่อสู้"ข้าจะไม่ยอมแพ้!" นางคำรามด้วยความโกรธก่อนที่จะะเิพลังครั้งสุดท้ายขึ้นมา
ฟึบ! ทันใดนั้นมีร่างที่แน่นิ่งถูกโยนมาข้างๆ นาง เมื่อนางได้เห็น
"พี่ซ่งเหยียน! ไม่!"
เสียงหวีดร้องของนางเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ร่างของซ่งเหยียนไร้เรี่ยวแรงเืไหลซึมเปื้อนพื้นดิน แววตาของเขาพร่ามัวไร้ซึ่งประกายชีวิต
ก่อนที่จ้าวซิ่วอิงจะได้ทำสิ่งใดต่อร่างเงาวูบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้านาง ผู้าุโที่สอง จ้าวหยุนซิงก้าวออกมาด้วยสีหน้าราบเรียบ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเฉยชา พลังปราณของเขาสั่นไหวอย่างน่ากลัว
"พลังของเ้าสิ้นสุดลงแล้ว จ้าวซิ่วอิง"เสียงของเขาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
ปัง!
มือของจ้าวหยุนซิงฟาดลงมาทางจ้าวซิ่วอิงพลังลมปราณของเขากระแทกเข้ากับร่างของนางโดยตรง คลื่นพลังไหลบ่าเข้าไปในชีพจรของนางทำลายเส้นลมปราณทุกส่วนภายในร่างกายของนางอย่างไร้ความปรานี
"อ๊ากกก!"จ้าวซิ่วอิงกรีดร้องด้วยความเ็ป ร่างของนางทรุดลงกับพื้น ลมหายใจหอบหนักนางรู้สึกได้ว่าพลังลมปราณที่เคยแข็งแกร่งของตนกำลังสลายไปทีละน้อยราวกับไม่เคยมีอยู่มาก่อน
“รอให้เ้าตระกูลมาตัดสินเ้าก็แล้วกัน” จ้าวหยุนซิงเอ่ยขึ้นหลังทำลายพลังลมปราณของจ้าวซิ่วอิง
ด้านจ้าวหลินหลานซูเหยียน และเซี่ยเหมย พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่เหลืออยู่ซึ่งล้วนเป็ยอดฝีมือระดับปราณรวมจิตกว่าสิบคน แม้พลังของศัตรูจะเหนือกว่าทางจำนวนแต่ทั้งสามต่างมีพลังและทักษะที่ไม่ธรรมดา
ฟึบ! ฟึบ!
เงาร่างของศัตรูเคลื่อนที่เข้าหาพวกเขาอย่างรวดเร็วพลังปราณแผ่ซ่านออกมาอย่างดุเดือด คมกระบี่และฝ่ามือเปล่งประกายพลังอันร้ายกาจทว่าจ้าวหลินกลับคงความเยือกเย็น แววตาของเขาฉายแววเฉียบคม
"หลานซูเหยียน เ้ารับมือทางซ้าย! เซี่ยเหมย เ้าจัดการแนวหลัง!"จ้าวหลินออกคำสั่งพลางชักกระบี่ออกมา ลำแสงกระบี่ส่องประกายออกมาราวกับสายฟ้า
ฉัวะ!
ร่างของศัตรูคนหนึ่งถูกฟันกระเด็นไปเืสาดกระเซ็นกลางอากาศ
หลานซูเหยียนสะบัดมือผ้าคลุมของนางสะบัดไหวก่อนที่พลังลมปราณจะปะทุออกจากร่าง
"พายุเงาจันทร์!"
ฝ่ามือของนางสร้างคลื่นพลังสีเงินที่หมุนวนเป็พายุเข้ากระแทกศัตรูส่งพวกมันปลิวกระเด็นไปหลายคน
เซี่ยเหมยมิได้น้อยหน้านางก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มือของนางจะเปล่งประกายปราณน้ำแข็ง
"ฝ่ามือน้ำแข็งพันปี!"
เสียงแตกของน้ำแข็งดังขึ้นพร้อมกับศัตรูสองคนที่ถูกแช่แข็งเป็รูปปั้นก่อนจะแตกกระจาย
ตู้ม!
ศัตรูที่เหลือรวมพลังกันะเิปราณโจมตีพวกเขาพร้อมกันเกิดเป็คลื่นพลังมหาศาลถาโถมเข้าใส่
จ้าวหลินใช้กระบี่หมุนวนสร้างโล่พลังขึ้นมาปกป้องตนเองและสองสาวทว่าคลื่นพลังยังคงรุนแรงจนทำให้พื้นดินแตกร้าว
"เ้าหลิน! มันมากเกินไป!" หลานซูเหยียนเอ่ยขึ้น
"ข้าจัดการเอง!" จ้าวหลินกล่าวเสียงเย็น ก่อนจะก้าวเท้าพุ่งเข้าหาศัตรู
"กระบี่เงามายา: เงาสะบั้น!"
พริบตานั้นเงาของเขาก็แยกออกเป็สามร่างล้อมรอบศัตรูไว้ทุกทิศ เงาแต่ละร่างเปล่งประกายพลังลึกลับกระบี่ในมือส่องแสงเย็นเยียบราวกับจันทราในราตรีอันมืดมิด
"อะไร!? มันเคลื่อนที่เร็วเกินไป!"หนึ่งในศัตรูอุทานขึ้นอย่างใ
ก่อนที่พวกมันจะได้ตั้งตัวเงาร่างของจ้าวหลินก็กระโจนเข้าจู่โจม!
ฉัวะ!
ศัตรูคนหนึ่งถูกเงากระบี่ตัดร่างเป็สองท่อนเืกระเซ็นกลางอากาศ
เงาที่สองฟาดกระบี่เข้าใส่ศัตรูอีกสามคนคมกระบี่แทงทะลุจุดชีพจรของพวกมัน ร่างของพวกมันกระตุกก่อนจะล้มลงไร้ลมหายใจ
เงาสุดท้ายพุ่งเข้าใส่ศัตรูที่อยู่แนวหลังคมกระบี่วาดเป็วงโค้งพร้อมกับเสียงแหวกอากาศร่างของศัตรูถูกฉีกกระชากราวกับกระดาษบาง
"มันเป็ปีศาจหรืออย่างไร!?"
ศัตรูที่เหลือเพียงไม่กี่คนเริ่มหวาดกลัวพวกมันก้าวถอยหลัง ลมหายใจติดขัด
"ฝ่ามือเพลิงจันทรา!"
หลานซูเหยียนสบโอกาสฝ่ามือของนางเปล่งประกายเพลิงสีแดงฉาน ก่อนจะซัดออกไปพลังเพลิงแผดเผาศัตรูที่เหลือร่างของพวกมันลุกไหม้ก่อนจะกลายเป็เถ้าถ่านในพริบตา
"ฝนดอกบัวน้ำแข็ง!"
เซี่ยเหมยสะบัดมือกลีบดอกบัวน้ำแข็งนับร้อยหมุนวนเป็พายุ ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ศัตรูเศษน้ำแข็งคมกริบปักเข้าตามร่างกายพวกมันกรีดร้องก่อนที่ร่างจะถูกแช่แข็งและแตกกระจายเป็เสี่ยง ๆ
บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบสงัดศัตรูทั้งหมดถูกกำจัดลงในเวลาเพียงไม่นาน
“เอาละเรียบร้อยเหลือแค่ทางท่านพ่อแล้วสินะ” จ้าวหลินพูดขึ้นพร้อมสลัดคราบเืบนกระบี่
ด้านจ้าวเทียนหรง
ไป่หลงกัดฟันแน่นดวงตาเย็นเยียบจับจ้องจ้าวเทียนหรงแม้เขาจะเสียไหล่ไปข้างหนึ่งและได้รับาแจากกระบี่เมื่อครู่ แต่พลังปราณยังคงโคจรอย่างดุดันเงามืดพลิ้วไหวรอบตัวเขา
"ก้าวพรายไร้เงา—สังหารเงาลวง!"
เงาร่างของไป่หลงแตกกระจายออกเป็เงามืดนับสิบพุ่งเข้าใส่จ้าวเทียนหรงจากทุกทิศราวกับภูตพรายที่แหวกอากาศเข้าจู่โจม!
ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!
กระบี่ดำทะมึนส่องประกายราวกับดวงจันทร์สีดำในราตรีอันมืดมิดแรงกดดันพวยพุ่งออกมาจากร่างของไป่หลงราวกับทะเลคลั่ง
ทว่าจ้าวเทียนหรงกลับยืนตระหง่านไม่ไหวติง
"ไร้สาระ!"
"ปราณจักรพรรดิ—เกราะทองคำแผ่นภพ!"
ทันใดนั้นพลังสีทองเปล่งประกายออกมาจากร่างของจ้าวเทียนหรงกลายเป็เกราะปราณมหึมาห่อหุ้มร่าง เงาทั้งหมดที่พุ่งเข้าหาถูกปะทะกระเด็นราวกับใบไม้ต้องพายุ
ไป่หลงเบิกตากว้าง"เป็ไปไม่ได้!"
"ข้าบอกแล้วว่าเ้าหนีไม่รอด!"
จ้าวเทียนหรงพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วเหนืุ์ฝ่ามือเปล่งประกายสีทองก่อนจะซัดเข้าใส่ร่างของไป่หลงเต็มแรง
"ฝ่ามือจักรพรรดิทำลายภพ!"
ตู้มมมม!!
พลังอันมหาศาลกระแทกเข้ากลางอกไป่หลงส่งเขาลอยกระเด็นราวกับสายฟ้าฟาดร่างของเขากระแทกลงกับพื้นดินอย่างรุนแรงจนพื้นแตกร้าว
"อั่ก...!"
ไป่หลงกระอักเืสีดำออกมาเป็สายกระดูกหน้าอกของเขาแตกร้าว ลมหายใจติดขัด ดวงตาเริ่มพร่ามัว
เขาพยายามจะลุกขึ้นแต่ร่างกลับอ่อนแรงจนแทบขยับไม่ได้
จ้าวเทียนหรงก้าวเข้ามาเหยียบหน้าอกของเขาแรงกดดันมหาศาลทำให้ไป่หลงแทบหายใจไม่ออก
"จบกันแค่นี้..." จ้าวเทียนหรงกล่าวเสียงเ็าปลายกระบี่ของเขาจ่ออยู่ที่ลำคอของไป่หลง
ไป่หลงกัดฟันแน่นเขาพยายามรวบรวมพลังปราณหนี แต่ร่างกายของเขาถูกทำลายจนแทบไม่เหลือเรี่ยวแรง
"แก... ยังฆ่าข้าไม่ได้!" ไป่หลงเค้นเสียงออกมา แม้จะอยู่ในสภาพน่าสังเวชแต่ประกายดุดันยังคงไม่จางหาย
"หึ! งั้นข้าจะรอดูว่าเ้าจะทนได้อีกแค่ไหน!"
จ้าวเทียนหรงเพิ่มแรงกดลงไปอีกก่อนจะตวัดปลายกระบี่แทงทะลุขาของไป่หลง!
ฉึก!
"อ๊ากกก!!"ไป่หลงกรีดร้องด้วยความเ็ป ขาของเขาถูกตรึงกับพื้น เืสีดำไหลทะลักออกมา
“ท่านพ่ออย่าเพิ่งดโปรดหยุดมืออย่าเพิ่งสังหารขอรับ” จ้าวหลินพูดพลางเดินเข้ามาจากด้านหลังจ้าวเทียนหรง
จ้าวเทียนหรงมองจ้าวหลินขมวดคิ้วสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรแล้วพูดขึ้น “ได้ ให้เ้าจัดการ”
จ้าวหลินเดินไปใกล้ไป่หลง แล้วกล่าวขึ้น
“ไป่หลง...”จ้าวหลินกล่าวเสียงเรียบ “ข้าให้โอกาสเ้า เ้าจะเลือกตาย หรือจะเลือกอยู่?”
ไป่หลงแค่นหัวเราะแม้จะอ่อนแรง แต่ดวงตาของเขายังเปล่งประกายเย้ยหยัน “หึ เ้าเด็กน้อยคิดจะให้ข้าสยบอย่างนั้นรึ? ฝันไปเถอะ!”
จ้าวหลินยิ้มบางๆ ก่อนจะค่อย ๆ ชูมือขึ้น ปราณสีดำสนิทไหลเวียนออกจากปลายนิ้วของเขา แผ่ไอเย็นะเืที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง
“พันธสัญญาเงาโลหิต(血影契约)!”
ทันใดนั้นเงาดำจากปลายเท้าของจ้าวหลินก็พุ่งออกมาราวกับงูพิษพันไปรอบตัวของไป่หลงอย่างรวดเร็วเงาเ่าั้รัดแน่นจนร่างของไป่หลงแทบขยับไม่ได้ ก่อนที่เส้นเงาสีดำจะค่อย ๆซึมเข้าไปในิัของเขา
“อ๊ากกก!!”ไป่หลงกรีดร้องด้วยความเ็ป ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเส้นเืสีดำปูดขึ้นทั่วร่างคล้ายถูกพิษร้ายเงามืดแทรกซึมเข้าไปในกระแสโลหิตของเขา ผสานเข้ากับจิติญญาของเขาโดยสมบูรณ์
จ้าวหลินก้าวเข้าไปใกล้ดวงตาของเขาเป็ประกายเ็า ก่อนจะใช้มีดกรีดนิ้วของตนเองหยดเืสีแดงสดหยดลงบนหน้าผากของไป่หลง
ฟึ่บ!
ทันใดนั้นสัญลักษณ์รูปร่างคล้ายเงาปีศาจก็ปรากฏขึ้นบนหน้าผากของไป่หลงตราพันธสัญญาเงาโลหิตเริ่มเรืองแสงสีดำวาววับ
“ั้แ่นี้ไปชีวิตของเ้าเป็ของข้า” จ้าวหลินกล่าวเสียงเรียบ “หากเ้าคิดทรยศข้าตรานี้จะเผาิญญาของเ้าจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี”
ไป่หลงกัดฟันแน่นดวงตาของเขาสั่นไหว เขาพยายามต่อต้าน แต่ตรานั้นกลับดูดซับพลังของเขาไปเรื่อย ๆจนร่างกายอ่อนแรงลงทุกขณะ
ในที่สุด…ไป่หลงก็หมดแรงจะขัดขืน ดวงตาของเขาหม่นแสงลง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงแ่เบา “...ข้า…ข้าน้อมรับพันธสัญญา...”
ทันทีที่เขากล่าวจบตราพันธสัญญาก็เปล่งประกายสว่างวาบ ก่อนจะจางหายเข้าไปในร่างกายของเขา
จ้าวหลินยิ้มเ็าสายตาของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ “ดีมาก ไป่หลง… นับจากนี้ เ้าเป็ทาสของข้า”
ไป่หลงเงยหน้าขึ้นดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็สีดำสนิทบ่งบอกว่าพันธสัญญาเงาโลหิตได้ผูกมัดเขาโดยสมบูรณ์
“ขอรับ…นายท่าน"