ป่าเงามืดลูเมรา เริ่มมืดลงอย่างรวดเร็วแม้เพิ่งเป็ยามสาย
เหมือนว่าทั้งป่ากำลัง“หายใจเข้า” และเก็บแสงไว้ข้างใน
ใบไม้นับพันพลิ้วไหวพร้อมกันราวกับเสียงกระซิบ
ทิวารู้สึกได้ถึงคลื่นพลังบางอย่าง
ไม่ใช่ความอันตราย…แต่เป็คำร้องขอความช่วยเหลือ
มะขามเดินดมไปข้างหน้าหางกระดิกถี่
ส้มจี๊ดจับคอเสื้อทิวาไว้แน่นกลัวจนหูตั้งเหมือนได้ยินผีป่าคุยกันอยู่หลังต้นไม้
“ได้ยินไหม…มันเหมือนเสียงใครเรียกเราอยู่ในลม”ทิวาพึมพำ
“ได้ยินสิ…แล้วฉันไม่อยากรู้ด้วยว่ามันเป็เสียงคนหรือเสียงต้นไม้มีฟัน!”ส้มจี๊ด
“โฮ่ง! ไม่อันตราย! ไม่อันตราย!” มะขามบอกแบบมั่นใจสุดๆ
ทิวายิ้มจางๆ
“งั้นเราตามเสียงนั้นไปกันเถอะ”
เส้นทางของเงา
ทางเดินแคบๆพาพวกเขาไปสู่บริเวณที่ป่าทั้งป่าสีเข้มลงกว่าที่เคย
กิ่งไม้ขยับเหมือนหลีกทางให้พวกเขาเดินต่อ
หรืออาจเป็การพาไปสู่บางอย่าง
ส้มจี๊ดเดินกระชับตัว
“ทิวา ฉันรู้สึกเหมือนเราไม่ได้เดินกันสามคน”
“โฮ่ง?”
“หมายถึง…มีอะไรตามอยู่น่ะเ้าหมา!”
ทิวาหยุด
สายตาเหลือบไปยังเงาดำรูปคล้ายคนที่ยืนอยู่ไกลๆหลังต้นไม้สูง
เงานั้นไม่ขยับแต่หายไปทันทีเมื่อเขากะพริบตา
ทิวาหายใจลึก
“เราไม่ได้อยู่ลำพังจริงๆ”
เมื่อคำพูดตกลง
เงาดำอีกตัวหนึ่งปรากฏด้านซ้ายตามด้วยอีกตัวด้านขวา
แล้วอีกตัวบนกิ่งไม้สูงพวกมันไม่มีตาไม่มีปาก
เป็เพียงรูปร่างของ“เงา” ที่ถูกฉีกมาจากบางสิ่ง
ส้มจี๊ดกอดทิวาแน่นจนเขาหายใจไม่ออก
“โอ๊ยๆๆๆ ส้มจี๊ด…หายใจ…ไม่ทัน”
เงาทั้งหมดพุ่งเข้าใกล้
ก่อนที่ป่าจะแตกเสียงดัง“ครืนนน!”
ต้นไม้ขนาดมหึมาที่สูงเหมือนเสาที่ค้ำฟ้า
บิดตัวอย่างช้าๆราวกับแผ่นดินตื่นขึ้นหลังหลับยาวนับศตวรรษ
พื้นดินสั่นจนทิวาเกือบล้ม
จากลำต้นปรากฏดวงตาเรืองแสงสีฟ้า
เสียงทุ้มต่ำดังก้องเหมือนมาจากใต้พื้นดิน
“เด็กผู้ถือเสียงประตู เ้ากลับมาแล้ว”
ทิวาชะงัก
“กลับมา? ผมเหรอครับ? ผมเพิ่งมาครั้งแรกนะ!”
ส้มจี๊ดกระซิบ
“หรือว่าเธอมีตัวตนในชาติก่อนนะทิวา”
มะขาม:“โฮ่ง?” (ส้มจี๊ดหิวหรือ?)
ต้นไม้ั์—ผู้พิทักษ์ลูเมราหันสายตามาที่เงาดำ
แล้วสะบัดกิ่งเพียงครั้งเดียว
เงาทั้งหมดแตกกระจายเหมือนควันถูกลมแรงเป่า
“พวกนั้นคือเศษเงาของมิติที่กำลังพังทลาย
พวกมันไล่ตามเสียงของประตูเพื่อแย่งสิ่งหนึ่ง”
ต้นไม้ก้มลงมาใกล้ทิวา
“กุญแจแห่งแสง ที่เ้าถือ อยู่ในหัวใจ”
ทิวาชี้ตัวเอง
“หัวใจผม?! มันก็มีเืกับความกลัวนั่นแหละ!”
ต้นไม้หัวเราะ
เสียงดังจนใบไม้สั่นไหวเหมือนโดนลมพายุ
“เ้ามีแสงในใจ—คือพลังที่ยังไม่ตื่น
และเ้าคือผู้เดียวที่ประตูพันดาราเลือก
ให้ถือกุญแจนี้ไปต่อชะตาของทุกมิติ”
ทิวาเงียบ
คำว่าทุกมิติทำให้โลกทั้งโลกดูใหญ่กว่าที่เคยจนหัวใจเขาหนาว
แต่ต้นไม้ัักลางอกเขาด้วยกิ่งเล็กๆอย่างอ่อนโยน
แสงสีเขียวอบอุ่นไหลเข้าไปในร่างกาย
“จงรับสิ่งนี้ กุญแจแห่งแสงลูเมรากุญแจดอกแรก”
ทันใดนั้น
หัวใจทิวาเต้นแรง
แสงสีเขียวอ่อนๆคล้ายเส้นใบไม้ผุดขึ้นกลางฝ่ามือเขา
ลอยวนก่อนรวมตัวเป็สัญลักษณ์รูป“รอยแตกแห่งแสง” ขนาดเล็ก
ส้มจี๊ดตาโต
“โว้ววว ทิวา! เธอกลายเป็ไฟฉายเดินได้แล้ว!”
มะขามพยายามงับแสงนั้น
“โฮ่ง! เล่นได้ไหม!?”
ทิวาหัวเราะทั้งที่ยังงง
แต่รู้สึกอบอุ่นในอกเหมือนพลังนี้ยอมรับเขา
ต้นไม้ั์ถอนหายใจเหมือนโล่งใจ
“พวกเ้าทำได้ดี…แต่เส้นทางของเ้าจะไม่ง่าย
มิติที่สองทะเลหมอกอินวาล—กำลังสั่นคลอน
และเงาที่ตามเ้ามันยังไม่หยุด”
ทิวากำหมัดแน่น
“ผมจะช่วยทุกมิติให้ได้ครับ ผมสัญญา”
ต้นไม้สั่นใบอย่างอ่อนโยน
เหมือนลูบหัวให้เด็กชายตัวเล็กที่กล้าหาญเกินอายุ
“ไปเถิด ผู้ถือกุญแจแห่งแสง ประตูต่อไปรอเ้าอยู่”
แสงของกุญแจใหม่เปิดม่านลมเป็วงกลม
กลายเป็ประตูทางกลับทันที
ทิวาหันไปโบกมือลาต้นไม้ั์
มะขามเห่าอย่างอาลัย
ส้มจี๊ดร้องว่า
“คราวหน้าอย่าส่งเรามาเจอต้นไม้มีตาอีกนะ!”
ก่อนที่ทั้งสามจะะโกลับเข้าประตู
แสงสีเขียวก็หายวับไป
เหลือเพียงเสียงของผู้พิทักษ์ป่าส่งตามหลังมา
“จงระวังเงาที่ไร้เ้าของ”
และโลกก็หมุนอีกครั้ง