เดชาติดคุกอยู่หกปี
อันที่จริงแล้วโทษที่ศาลตัดสินยาวนานกว่านั้นมาก
แต่เพราะตอนอยู่ในคุกเดชาเมื่อไม่มีเหล้าเข้าปากก็ค่อนข้างประพฤติตัวดีไม่ก่อเื่วิวาท ทั้งยังเป็เพราะธรรมเนียมฉลองวันเกิดด้วยการอภัยโทษในทุก ๆ ปีของประเทศไทยสิ่งนั้นก็ทำให้โทษหนักของเดชาลดลงทุกปีด้วยเช่นกัน
จนท้ายที่สุดแล้วแม้ว่าจะก่อคดีร้ายแรงถึงขั้นฆ่าคนตายแต่เศษเดนมนุษย์อย่างไอ้เดชาก็ออกจากคุกมาได้ในระยะเวลาเพียงหกปีเท่านั้น
แล้วเมื่อเดชาพ้นโทษออกมาในครั้งนี้ก็พบว่าแอนแต่งงานมีสามีใหม่ไปแล้วและสามีใหม่ของแอนก็ดูจะร่ำรวยมากตอนเดชาได้พบกับแอนก็เป็ตอนที่เธอกลับมาที่บ้านเพราะแก้ปัญหาไม่ตกว่าจะจัดการอย่างไรกับเ้าลูกติดของเธอดี
แอนไม่ได้บอกสามีใหม่ว่าเธอมีลูกติดอยู่คนหนึ่งเพราะไม่อยากให้ฝ่ายชายรู้ว่าตนเองมีผัวเก่าเป็พวกฆาตกรขี้คุกพอได้เจอกับเดชาที่ออกจากคุกมาจึงได้โยนลูกให้เดชาเลี้ยงพร้อมกับเศษเงินก้อนหนึ่งจากนั้นหญิงสาวก็หายไปจากชีวิตของเดชาและลูกตัวน้อยอย่างสิ้นเชิง
ในปี พ.ศ. 2531 นั้น ‘เศษเงิน’ หลักหมื่นของแอนนับว่ามีค่ามหาศาลมากเดชาจึงไม่โต้เถียงอันใดและยอมรับลูกชายมาเลี้ยงแต่โดยดีแอนบอกว่าเธอตั้งชื่อลูกชายว่า ‘ลูกพลับ’ เดชาก็เรียกเ้าเด็กนี่ตามที่แอนเรียกมาโดยตลอด
แต่ถึงแม้เงินหลักหมื่นบาทจะเป็จำนวนที่เยอะมากหากมันก็ไม่ได้มากพอให้คนที่ไม่รู้จักทำการทำงานเอาแต่กินเหล้าไปวัน ๆอย่างเดชาจะใช้เงินนั้นซื้อเหล้าไปได้จนชั่วชีวิต
เงินก้อนนั้นเดชาฟุ่มเฟือยได้ไม่ถึงสี่เดือนก็หมดเกลี้ยงจะไปรับจ้างล้างชามรายวันเหมือนแต่ก่อนก็ทำไม่ได้เพราะมีประวัติเคยติดคุกติดตะรางทั้งยังข้อหาฆ่าคนตายชาวบ้านจึงต่างพากันรังเกียจและไม่ให้โอกาสเดชาได้ทำงานกับตนอีก
เดชาหันกลับมาเก็บของเก่าขายส่วนมากก็เป็พวกกระดาษหนังสือพิมพ์และขวดพลาสติกตามถังขยะ ได้เงินมาวันละ 50-80 บาทก็เอาไปลงกับเหล้าจนหมด
ลูกชายที่เมียเก่าโยนมาให้ก็ไม่ได้เข้าโรงเรียนและใช้ชีวิตอยู่ด้วยความเมตตาจากวัดเพื่อนบ้านในชุมชนที่แบ่งข้าวแบ่งขนมให้กับเด็กที่มีพ่อขี้เหล้า ไร้ความรับผิดชอบ หากคนในสังคมไม่มีใครเหลียวแลเลยเด็กคนนี้ก็คงจะอดตายไปนานแล้ว
และส่วนของวันนี้ก็คือ…
อ่า… ดูเหมือนว่าวันนี้ไอ้พ่องขี้เมานี่มันจะลงมือทำร้ายเด็กหนักมากจนเ้าลูกพลับน้อยนี่ใกลัวตาย แล้วก็ะเิพลังจิตมารของตนเองออกมาเป็ครั้งแรก จนทำให้พ่องมันกระเด็นไปกระแทกกำแพง
ทั้งแรงกระแทกที่ท้ายทอยและทั้งพลังของจิตมารอันรุนแรงประกอบเข้าด้วยกันก็เลยทำให้พ่องมันสู่ขิต[1]โดยที่ไอ้เด็กนี่ก็ไม่รู้ตัวสินะว่ามันได้เผลอฆ่าพ่อตัวเองไปแล้ว
ไตเติ้ลสันนิษฐาน…
เอิ่ม… ความจริงก็ไม่ได้สันนิษฐานอะไรนักหรอกแต่พอดีว่าตอนที่ความทรงจำจากร่างของพ่องขี้เมามันผุดขึ้นมาเนี่ยชายหนุ่มก็ตรัสรู้ขึ้นมาได้เองว่าฉากนี้นี่มันคือดราม่าชีวิตของไอ้เ้าิญญาร้ายที่เขาเพิ่งอ่านไปหมาดๆ ในนิยายเื่เมื่อกี้นี้เลยนี่หว่า!
ประเด็นก็คือตอนที่เขาหวังจะเข้าไปหามุมสงบแอบงีบในห้องสมุดนั้นไตเติ้ลได้หยิบนิยายมาอ่านฆ่าเวลาไปด้วยมันเป็นิยายเื่ประจำที่เขามักจะหยิบมาอ่านทุกครั้งเวลาที่ตนเองแวะเข้าห้องสมุดเพราะนอกจากเนื้อเื่จะสนุกดีแล้ว ตัวเอกเื่นี้ก็ยังมีความซวยคล้าย ๆ กับไตเติ้ลดีด้วยเพราะดันเกิดมามองเห็นผี และบางครั้งก็ยังมองเห็นความซวยของบุคคลอื่นได้เหมือนกับเขาเด๊ะๆ เลย
เนื้อเื่เริ่มต้นจากการที่พระเอกของเื่ดันเกิดมามีพลังแห่งเทพติดตัวทำให้มีความสามารถในการมองเห็นและปัดเป่าิญญาร้ายได้และแม้พระเอกจะไม่ได้อยากจะพบเจอิญญาร้ายใด ๆ แต่ก็มักจะมีดวงเรียกิญญาที่พาิญญาร้ายโผล่มาให้พระเอกปราบอยู่เรื่อย ๆ
ในจุดนี้ไตเติ้ลรู้สึกว่าช่างเหมือนกับตัวเขาเด๊ะเลยที่ดันเกิดมามองเห็นผีและถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยอยากเสวนากับผี แต่ก็มักจะมีผีมาเสวนากับเขาอยู่เรื่อย
และต่อมาใน่กลางเื่พระเอกของเื่ก็จะมีพลังปราบมารเพิ่มมากขึ้นจนกระทั่งค้นพบความจริงว่าจริงๆ แล้วตนเองเป็เทพจาก์ที่ลงมาทำหน้าที่กำจัดจิตมารบนโลกมนุษย์
เนื่องจากความมากล้นไปด้วยกิเลส เต็มไปด้วยความโลภหลง ริษยา ชิงชังของมนุษย์นั้นเป็พลังแก่กล้าที่ส่งเสริมให้จิตมารอันเทพ์กักขังไว้แข็งแกร่งขึ้น สุดท้ายแล้วจิตมารนั้นก็หลุดออกจากที่คุมขังแล้วกระจายแตกไปเป็จิตย่อยนับพัน ฝังลงในร่างของมนุษย์มากมาย ชักชวนให้มนุษย์ที่ถูกจิตมารสิงสู่อยู่ทำความเลว เข่นฆ่า แย่งชิงและหากปล่อยไว้ก็จะนำพามาซึ่งาและภัยพิบัติต่าง ๆ
แต่เื่พวกนั้นช่างมันไปเถอะมาที่สถานการณ์ปัจจุบันตรงหน้านี้ก่อนดีกว่า ในเมื่อเวลานี้เขาดันมานั่งหน้าซกมกอยู่ในร่างของไอ้พ่องเลวแล้วอย่างนี้...
แปลว่าตอนที่เขาเผือกไปสาระแนกับความซวยของไอ้ตาบรรณารักษ์คนนั้นนั่นคือไตเติ้ลได้โดนลูกหลงแห่งความซวย ถูกชั้นหนังสือล้มทับจนตายไปแล้วสินะถึงได้มาโผล่อยู่ในนิยายแบบนี้ได้เนี่ย แล้วแถมยัง…
ไตเติ้ลเหลือบสายตาของตนมองไปยังเ้าเด็กขาดสารอาหารที่พยายามเก็บเสียงสะอื้นมองหน้าพ่อที่อยู่ ๆ ก็เงียบกริบลงไปอย่างจับต้นชนปลายอะไรไม่ได้
นี่มันน่าจะเป็เนื้อเื่ใน่ตอนย้อนอดีตของิญญาร้ายตนนี้?
ชายหนุ่มค่อนข้างจะแน่ใจว่าเขาหลงมาอยู่ในนิยายเื่นี้ใน่เวลาที่ย้อนอดีต…
ตอนเล่าถึงอดีตของิญญาร้ายที่ไล่ฆ่าคนมีผีตนหนึ่งเป็ิญญาร้ายทรงเอ[2] ประกอบอาชีพเภสัชกร[3] หัวหน้าแก๊งเด็กแว้นที่จะคอยออกมาป่วนถนนยามค่ำคืนจนทำให้ผู้คนล้มตายรถแก๊สะเิ เกิดเป็โศกนาฏกรรม ทำให้คนตายไปนับพันศพ
นี่นะ…
มันคืออดีตของิญญาตัวนั้น เป็อดีตของไอ้เ้าเด็กลูกพลับที่จะโตขึ้นมาเป็หัวหน้าแก๊งเด็กแว้นโดนรถบรรทุกชนตายบนถนน แล้วก็กลายมาเป็ิญญาร้ายไล่ฆ่าคนเป็พัน ๆ ศพ…
เขาดันย้อนอดีตมาเกิดเป็พ่องเชี่ย ๆ ของไอ้เ้าว่าที่ิญญาร้ายตัวนี้เนี่ยนะ!?
ได้ยังไงกันฟะเนี่ย! ให้ตายเถอะ!!
ท่ามกลางสีหน้า
เคร่งเครียดที่อ่านอารมณ์ไม่ถูกของคนเป็พ่อลูกพลับได้แต่เหลือบตามองทั้งพยายามกลั้นเสียงสะอื้น
เมื่อครู่นี้เด็กชายใมากจริง ๆถึงแม้ว่าพ่อจะเมาแล้วมาตบตีลูกพลับเหมือนอย่างทุกคราก็ตามแต่คราวนี้มันแตกต่างออกไป
ลูกพลับไม่รู้หรอกว่าเพราะอะไรพ่อที่เมาอาละวาดเป็ปกติถึงได้มีท่าทีเกรี้ยวกราดมากเกินกว่าปกติทุกครั้งจากที่พ่อเคยแค่ฟาดและตบตีเขาแต่วันนี้พ่อถึงขนาดจับเขาเหวี่ยงแล้วก็ทุ่มกระแทกพื้นจนแผ่นหลังเจ็บไปหมดซ้ำร้ายพ่อยังตามขึ้นมาคร่อมแล้วบีบคอคิดจะฆ่าเด็กน้อยเสียให้ตาย
ลูกพลับกลัวมากจนหลับตาปี๋ ได้แต่คิดในใจว่า ‘ช่วยด้วย’ ไปโดยสัญชาตญาณทั้งที่ก็รู้ดีอยู่ว่าไม่มีใครมาช่วยให้เด็กน้อยรอดพ้นจากเงื้อมมือของพ่อใจร้ายคนนี้ได้หรอก
แต่แล้ว…
ท่ามกลางความหวาดกลัวอันไม่มีที่สิ้นสุด อยู่ ๆทั่วร่างของเด็กชายก็เกิดร้อนวาบขึ้นมา
ลูกพลับรู้สึกเหมือนกับมีลูกโป่งร้อน ๆแตกโพล๊ะอยู่ในอกของตัวเอง จากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวก็กลับเงียบกริบลง
เวลาผ่านไปนานมากพอที่เด็กชายจะรู้สึกได้ถึงความเงียบที่ยาวนานจนผิดปกติเขาค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมอง ภาพที่พบก็คือพ่อที่นอนหลับ…
พ่อนอนแน่นิ่งอยู่กับกำแพงแผ่นหนา เด็กชายเห็นเืออกจากปากของพ่อจึงคลานเข้าไปดูใกล้ๆ ก็ปรากฏว่าพ่อไม่หายใจแล้ว
[1]ขิต/สู่ขิต= คำแสลง มาจากคำว่า สู่สุขคติ
[2]ทรงเอ ย่อมาจาก ทรงเอเยนต์ เป็สแลงหมายถึงเอเยนต์ค้ายาเสพติด
[3]เภสัชกร (คนขายยา) ในที่นี้เป็คำสแลงเชิงประชดหมายถึงค้ายาเสพติด