“นี่ นี่ รู้รึเปล่า! เขาบอกกันว่าถ้าใครอยากจะสมหวังในความรักนะ ให้ไปเขียนชื่อตัวเองที่ต้นไม้หลังวัดชานเมือง แล้ววาดรูปหัวใจล้อมรอบชื่อของตัวเองกับคนที่ชอบลงไป จะทำให้สมหวังในความรักได้ด้วยนะ”
นี่เป็ข่าวลืออันใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในหมู่นักเรียนทั้งม.ต้นและม.ปลาย และแน่นอนรวมทั้งโรงเรียนที่เมย์เรียนอยู่ก็มีข่าวเช่นนี้แพร่ในทำนองเดียวกัน
“เฮ้ย ! ไอ้ริว มึงรู้ข่าวนี้ยังวะ? ที่เขาบอกกันว่าหากไปเขียนชื่อคนที่ตัวเองชอบลงบนต้นไม้แล้วจะสมหวังน่ะ”
ป๊อปถามริวด้วยสีหน้ากวนๆ หลังจากเื่ที่เกิดขึ้นได้ซาลงไป ข่าวลืออันนี้ก็แพร่สะพัดไปทั่วโรงเรียนเนื่องจากอีกเพียง 2 สัปดาห์ ก็จะถึงวันวาเลนไทน์ ทำให้บรรดานักเรียนหญิงทั้งหลายต่างสนใจและกระตือรือร้นอยากพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของต้นไม้แห่งนี้ทำให้ข่าวของอาจารย์สมชายหมดความสนใจไปในที่สุด
“ยังว่ะ? ทำไมเหรอวะ”
ริวถามป๊อปแต่สายตากลับมองไปที่เมย์ที่คุยกับพวกมิ้นต์ และเจี๊ยบอยู่เพราะั้แ่เขาอยู่โรงพยาบาลจนสามารถออกจากโรงพยาบาลได้เขากับเมย์ยังไม่ได้คุยกันเลยซักครั้ง เพราะหญิงสาวคอยแต่จะหลบเลี่ยงเวลาที่เขาจะเข้าไปคุยด้วยทุกที ราวกับรู้ว่าเขา้าคุยเื่อะไร
“ก็เขาลือกันว่า ถ้าใครไปเขียนชื่อตัวเองกับคนที่ชอบแล้ววาดรูปหัวใจล้อมรอบชื่อ จะทำให้สมหวังในความรักภายใน 7วันเชียวนะ”
ป๊อปเล่าให้ฟังอย่างตื่นเต้นเพราะเขาก็เป็คนหนึ่งที่กำลังคิดจะไปลองพิสูจน์ดูในวันนี้เพื่อเขาจะได้เขียนของตนเองกับมิ้นต์สาวน้อยที่เขาหลงชอบลงบนต้นไม้ มิ้นต์จะได้หันมาสนใจเขาบ้าง
“เฮ้ย ! อย่าเชียวนะมึง กูรู้นะว่ามึงกำลังคิดอะไรไอ้ป๊อป!” ริวห้ามพร้อมกับมองหน้าเพื่อนอย่างรู้ทัน
“ทำไมวะ? ก็กูอยากให้มิ้นต์สนใจกูมั่งนี่หว่าไม่ใช่สนใจแต่มึงน่ะ”
ป๊อปทำท่าฮึดฮัดก่อนจะพูดออกมาอย่างน้อยใจเพราะตลอดเวลาที่ริวอยู่โรงพยาบาล มิ้นต์จะไปเฝ้าริวทุกเย็นโดยมีข้ออ้างว่าเมย์บอกให้ไปเฝ้าแทนเธอ
“อยากให้เขาสนใจ มึงก็ต้องพยายามด้วยตัวเองสิวะ จะไปพึ่งเื่พวกนี้ทำไม” ริวพูดพร้อมกับม้วนหนังสือตีหัวเพื่อนทันที
“แหม....ก็กูไม่ได้หล่อเหมือนมึงนี่หว่าที่สำคัญกูก็อยากรู้ว่ามันจริงรึเปล่าก็เท่านั้นเอง” ป๊อปคลำหัวป้อยๆแก้ตัวเสียงอ่อย แต่ภายในใจกำลังคิดจะไปลองพิสูจน์เื่นี้อย่างดื้อดึง
“ไม่ต้องเลยนะมึง หาเื่!” ริวห้ามเสียงเข้มก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังกลุ่มของเมย์
“เฮ้ย ! รอกูด้วยสิ”ป๊อปร้องบอก
“นี่ มิ้นต์ เมย์ รู้ข่าวลือเื่ต้นไม้รึยังน่ะ” นุ่นถามเพื่อนด้วยท่าทางตื่นเต้นหลังจากรู้ข่าวที่ลือกันทั่วโรงเรียนตอนนี้
“เื่อะไรเหรอ?” มิ้นต์และเจี๊ยบถามขึ้นพร้อมกันทันที เพราะพวกเธอรู้ดีว่ายามนุ่นทำตาเป็ประกายเช่นนี้ย่อมมีเื่อะไรดีๆ มาเล่าให้ฟังเสมอ
“ก็......... หยุดเลยนะ เมย์ ! ถ้ารู้แล้วก็ไม่ต้องพูดเลย เธอชอบรู้เื่ก่อนเราทุกที”
นุ่นลากเสียงยาว พร้อมกับรีบยกมือห้ามเมย์ก่อนที่เธอจะพูดอะไรออกมาเพราะเวลามีเื่อะไรที่นุ่นรู้และกำลังจะบอกเพื่อนๆ เมย์มักจะบอกว่ารู้เื่หมดแล้วทุกครั้งทำให้นุ่นหมดสนุกในการแกล้งเพื่อนๆ ให้อยากรู้
“ก็เล่าไปสิ เรายังไม่ทันพูดอะไรเลยนี่” เมย์บอกหน้าตายทำให้มิ้นต์และเจี๊ยบหัวเราะคิกคักด้วยความขำขัน
“O.K คืองี้นะ.....เขาลือกันว่าถ้าใครอยากสมหวังในความรัก ให้ไปเขียนชื่อตัวเองกับคนที่ชอบบนต้นไม้แล้ววาดรูปหัวใจล้อมรอบชื่อ จะทำให้สมหวังในความรักภายใน 7วันเชียวนะ” นุ่นกระแอมเล็กน้อยก่อนจะเล่าออกมาอย่างตื่นเต้น
“จริงเหรอ!” มิ้นต์เบิกตากว้างพร้อมกับถามออกมาทันที
“ขี้โม้ล่ะมั้ง เื่พวกนี้ ต้นไม้อะไรจะช่วยคนได้” เจี๊ยบยักไหล่ก่อนจะพูดออกมา
“จุ๊ จุ๊ !! พวกเธอไม่รู้อะไรเื่ต้นไม้เนี่ย เขาเล่ากันว่าสมัยก่อนมีทหารกับเ้าหญิงที่รักกันมาก แต่ว่าโดนขัดขวางจากท่านพ่อของเธอและคนในราชวงศ์ เพราะเหตุที่ฐานะแตกต่างกัน ทั้งคู่เลยพากันหนีตามกันมา แต่ก็โดนพวกทหารกับท่านพ่อของเ้าหญิงไล่ตามมา จนกระทั่งถึงต้นไม้ต้นหนึ่ง ทั้งคู่ไม่ยอมให้โดนจับ เลยพร้อมใจกันฆ่าตัวตายโดยสัญญากันว่า หากเกิดใหม่ชาติหน้าขอให้เป็คู่กัน แล้วก็ฆ่าตัวตายใต้ต้นไม้นั้นทั้งคู่” นุ่นยืดอกเล่าด้วยท่าทางภาคภูมิใจในสิ่งที่เธอไปค้นคว้ามา
“เอ..แล้วมันจะช่วยให้คนสมหวังในความรักได้ยังไงล่ะ?” เจี๊ยบขมวดคิ้วพร้อมกับถามออกมาอย่างสงสัย
“ก็เขาลือกันต่อว่า ิญญาของทหารกับเ้าหญิงน่ะ ยังคงวนเวียนอยู่น่ะสิและเห็นใจคนที่มีความรัก จึงจะมาช่วยให้คนที่มีความรักสมหวังอย่าให้เป็เหมือนพวกตัวเองน่ะ ” นุ่นเล่าต่อด้วยเสียงกระซิบ
“จริงเหรอเนี่ย !! แบบนี้ก็น่าไปลองดูน่ะสิ” เจี๊ยบอุทานออกมาพร้อมกับคิดถึงริวคนที่ตัวเองชอบ
“ช่ายมะ เราก็ว่า เราจะไปลองเขียนดูมั่งน่ะ” นุ่นทำั์ตาชวนฝันถึงชายหนุ่มที่ตัวเองชอบ
“ฮ่าๆๆๆ หน้าอย่างเธอน่ะ มีคนมาชอบด้วยเรอะ”
ป๊อปที่แอบมาฟังตอนไหนไม่รู้ หัวเราะออกมาดังลั่นเมื่อเห็นนุ่นทำท่าเคลิ้มฝัน
“ยุ่งอะไรด้วยยะ นายป๊อป !!” นุ่นหันขวับไปมองทันทีเมื่อได้ยินเสียงของป๊อป
“ฉันว่าแทนที่เขาจะมาชอบเธอ จะกลายเป็ว่า เขาจะวิ่งหนีเธอป่าราบน่ะซี้ ฮ่าๆๆ” ป๊อปหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง
“แล้วนายน่ะ ดีนักเรอะ ยังกะมีคนมาชอบนายยังงั้นแหละ แหวะ ! จะอ้วก” นุ่นตะคอกใส่ป๊อปด้วยความโมโหก่อนจะทำท่าอาเจียนออกมาอย่างกวนๆ
“หนอย !! งั้นเรามาแข่งกันมะว่าใครจะมีแฟนก่อนกันน่ะ” ป๊อปรู้สึกฉุนจึงท้านุ่นให้แข่งกัน
“ก็ได้ ถ้าใครแพ้คนนั้น ต้องเต้นระบำหน้าท้องรอบเสาธงโรงเรียน ตกลงมั้ย” นุ่นรับคำท้าของป๊อปทันที
“ก็ได้ !!!” ป๊อปรับคำท้าของนุ่นด้วยมั่นใจว่าเขาจะต้องชนะอย่างแน่นอน
“อย่าหนีซะก่อนล่ะ เธอน่ะ” ป๊อปพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย ก่อนจะจ้องหน้านุ่นอย่างท้าทาย
“ใครกันแน่ยะ ที่จะเป็คนหนีน่ะ !!!” นุ่นตอกกลับและจ้องหน้าป๊อปกลับอย่างไม่กลัว
“พอๆ ได้แล้วน่า ทั้งสองคนน่ะล่ะ เจอหน้ากันทีไรจะกัดกันทุกทีเลย” มิ้นต์กับเจี๊ยบเข้าไปห้ามป๊อปกับนุ่นซึ่งทั้งคู่ยังคงเชิดหน้าจ้องตากันอย่างไม่ยอมแพ้ซึ่งกันและกัน
ริวกับเมย์หันมาสบตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย โดยที่ชายหนุ่มสังหรณ์ใจว่าจะต้องมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นอีกแน่นอน และเขาก็มั่นใจว่า เมย์จะต้องรู้ด้วยเช่นกัน
-๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑-
“ตาบ้านั่น กวนประสาทที่สุดเลย” นุ่นบ่นพึมพำอย่างไม่พอใจขณะเดินกลับบ้านพร้อมเจี๊ยบส่วนเมย์กับมิ้นต์นั้นรีบตรงกลับบ้านไปก่อนเพราะว่าพ่อของพวกเธอบินกลับมาจากต่างประเทศวันนี้ ทำให้พวกเธอต้องไปรอรับที่สนามบิน
“เอาน่า นุ่น ใจเย็นๆ หน่อย เธอกับนายป๊อปนี่ชอบทะเลาะกันอยู่เรื่อยเลยนะ”เจี๊ยบเตือนพร้อมกับส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
“เธอไม่เห็นเหรอ ไอ้บ้านั่นหาเื่เราก่อนแท้ๆ เลยนะ” นุ่นกระฟัดกระเฟียดใส่เจี๊ยบอย่างไม่พอใจที่เห็นเธอเข้าข้างป๊อป
“เห็นน่ะเห็น แต่เราอยากรู้ว่าเธอจะไปหาแฟนมาจากไหนมาให้ทันภายใน 7 วันกันน่ะ” เจี๊ยบถามด้วยความสงสัย
“นั่นสิ.........อ๊ะ ! เรานึกออกแล้ว” นุ่นพูดพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างยินดีเมื่อคิดอะไรบางอย่างได้
“อะไรเหรอ นุ่น” เจี๊ยบถามออกมาด้วยความแปลกใจ
“เจี๊ยบกลับไปก่อนนะ เรามีธุระหน่อยน่ะ” นุ่นบอกพร้อมกับวิ่งจากไปทันที
“เจอกันพรุ่งนี้นะ เจี๊ยบ บ๊ายบาย” นุ่นหันมาโบกมืออย่างร่าเริงก่อนจะวิ่งหายไปทิ้งให้เจี๊ยบมองตามด้วยความงุนงง
-๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑-
“ยัยนุ่นนี่กวนประสาทที่สุดเลยแฮะ” ป๊อปบ่นกับริวขณะเดินทางกลับบ้าน
“หึหึ แต่ก็เห็นมึงกับเขาเข้ากันได้ดีนี่” ริวหัวเราะเบาๆแซวเพื่อนอย่างรู้ทัน
“เฮ้ย ! มึงอย่าพูดแบบนี้นะ อย่างยัยหน้าจืดนั่น ใครจะไปอยากเข้าคู่ด้วยแค่คิดกูก็สยองแล้ว” ป๊อปทำหน้าสยองเมื่อคิดถึงว่าเขาต้องจับคู่กับนุ่น
“ทำไมวะ กูว่า ดูๆ ไปนุ่นก็น่ารักดีนี่ แถมนิสัยก็ดีด้วย” ริวบอกพร้อมกับจ้องมองหน้าป๊อปด้วยความสงสัย
“เฮอะ ! แต่ปากยัยนั่นยังกับกรรไกรคอยตัดปากคนอื่นงั้นแหละ” ป๊อปเถียงอย่างไม่ยอมแพ้
“แล้วไงวะ กูก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนเลยนี่หว่า แต่เอาเหอะมันเื่ของมึงนี่หว่า ว่าแต่....หน้าอย่างมึงเนี่ย จะหาแฟนทันใน 7 วันเหรอวะ” ริวถามพร้อมกับยักคิ้วให้อย่างกวนๆ
“ทันอยู่แล้ว กูมีวิธีน่ะ” ป๊อปตอบอย่างมั่นใจก่อนจะเลิกคิ้วให้อย่างมีเลศนัย
“ให้มันจริงเหอะวะ กูี้เีดูระบำหน้าท้องมึงว่ะ อุบาทว์ลูกกะตา” ริวบอกและหัวเราะออกมาอย่างขบขันสีหน้าของป๊อป
“เออๆ พูดได้พูดไปเหอะ กูไปก่อนนะ พอดีมีธุระ เจอกันพรุ่งนี้แล้วกันบายโว้ย !!”
ป๊อปบ่นพึมพำ ก่อนจะรีบบอกลาริวโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว และวิ่งจากไปทิ้งให้ริวยืนงงอยู่คนเดียวอย่างไม่เข้าใจ
ที่บ้านของสองสาวฝาแฝด หลังจากที่ทานข้าวร่วมกับพ่อแล้วสองสาวฝาแฝดก็จัดการธุระส่วนตัวของตนเอง เพื่อเตรียมตัวเข้านอนเมย์กำลังนั่งแปรงผมอยู่ที่ด้านหน้ากระจก มิ้นต์ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่บนไหล่
“เมย์!!” มิ้นต์เรียกเมย์ก่อนจะเหวี่ยงผ้าเช็ดตัวลงตะกร้า และกระโจนขึ้นไปนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง
“หือ ?” เมย์ทำเสียงเป็เชิงถามพร้อมกับแปรงผมที่ยาวสลวยของเธอต่อ
“เื่ต้นไม้ที่เขาลือกันน่ะ เมย์ว่ามันมีจริงรึเปล่า ?” มิ้นต์ถามเสียงประจบ
“ทำไมเหรอ ? อย่าบอกว่าจะไปลองดูนะ” เมย์หยุดชะงักมือที่แปรงผม ก่อนจะหันมามองมิ้นต์อย่างรู้ทัน
“แหม.......เมย์เนี่ย ก็รู้อยู่แล้วนี่ว่า มิ้นต์คิดยังไงน่ะ” มิ้นต์ลากเสียงยาวก่อนจะกระเง้ากระงอดใส่เมย์
“หึหึ ก็เพราะรู้น่ะสิ ว่ามิ้นต์อยากจะไปลองเขียนดูแล้วคนที่จะลองด้วยก็คงไม่พ้นริวหรอก ใช่มั้ยล่ะ ?” เมย์หัวเราะอยู่ในลำคอก่อนจะมองหน้ามิ้นต์อย่างล้อๆ
“เอ้อ........แหม...เมย์ก็...มิ้นต์ปิดเมย์ไม่ได้ทุกทีเลยนะ” มิ้นต์มีสีหน้าแดงระเรื่อก่อนจะทำหน้างอนเมย์อย่างไม่จริงจังนัก
“แล้วเมย์ว่า มันมีจริงรึเปล่าล่ะ” มิ้นต์วกกลับเข้าเื่เดิมด้วยความอยากรู้
“มีน่ะมี แต่ว่า...... ที่เมย์รู้มา มันต่างจากที่นุ่นเล่าน่ะ” เมย์ตอบอย่างไม่เต็มเสียงมากนัก
“เหรอ แล้วมันต่างกันยังไงล่ะ” มิ้นต์เอียงคอถามเมย์
“อืม.... ก็ตามประวัติที่นุ่นเล่ามันก็.........อ๊ะ ! นี่มิ้นต์กำลังคิดจะไปลองใช่มั้ยเนี่ย?” เมย์กำลังจะอธิบายพูดขัดขึ้นทันทีอย่างรู้ทันความคิดของมิ้นต์
“แหม.....ก็ถ้าเมย์ยืนยันว่ามันมีจริง มันก็น่าไปลองดูไม่ใช่เหรอ?” มิ้นต์ลากเสียงยาวก่อนจะอมยิ้มถามออกมาสายตาประจบ
“ไม่ได้เด็ดขาด ! เมย์ขอห้ามเลยถ้าชอบริวก็พยายามด้วยตัวเองสิ ไม่ต้องพึ่งเื่พวกนี้หรอก” เมย์ห้ามมิ้นต์เสียงแข็ง
“ทำไมล่ะ ก็มิ้นต์ไม่กล้าพอที่จะบอกริวนี่นา” มิ้นต์ทำเสียงอ่อยๆ สีหน้าสลดลงทันที
“ไม่รู้ล่ะ เื่ความรักไม่จำเป็ต้องพึ่งเื่พวกนี้หรอก เข้าใจมั้ย?” เมย์บอกมิ้นต์เสียงดุและจ้องหน้ามิ้นต์เขม็งเป็เชิงห้ามอย่างเด็ดขาด
“ก็ได้ๆ มิ้นต์ไม่ลองก็ได้ นอนเถอะ” มิ้นต์ตอบเมย์เสียงอ่อยก่อนจะล้มตัวลงนอนเอาผ้าห่มคลุมหัว ทิ้งให้เมย์ยืนมองอย่างครุ่นคิด