หลังจากฤดูหนาวสั้นๆผ่านพ้นไป ฤดูร้อนอันแสนสดใสก็กลับมาเยือนอีกครั้ง แสงแดดจัดจ้านแยงตาไปทั่วท้องถนน เด็กหนุ่มตัวเล็กคนหนึ่งนั่งมองออกไปนอกกระจกรถเพื่อดูบรรยากาศรอบๆ รอยยิ้มมุมปากยกขึ้นั้แ่ออกมาจากบ้าน ทุกครั้งที่ฤดูกาลปิดเทอมหน้าร้อนมาถึง ลูกชายจะถูกผู้ปกครองส่งไปอยู่กับลุงที่เป็นายพลในค่ายทหาร เขาต่อต้านกิจวัตรประหลาดนี้ทุกครั้ง แต่พอมาถึงปีนี้ อาการดื้อดึงไม่เคยเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ เผลอๆ...ลูกชายอายุ 19 ปีกลับกระตือรือร้นมากกว่าครั้งไหนๆ
“คุณพ่อช่วยขับรถให้เร็วกว่านี้ได้มั้ยครับ”
ปืนหันไปบอกพ่อ...
เขาเป็เด็กหนุ่มร่างเล็กอายุ 19 ปี ใบหน้าจิ้มลิ้มเพราะมีดวงตากลมโตประดับอยู่ ริมฝีปากอวบอิ่มทรงกระจับมีลิปสติกสีชมพูอ่อนทาทับไปทั่ว ผิวขาวจั้วะั้แ่หัวจรดเท้า ส่วนสูงประมาณ 169 มวลกล้ามเนื้อบนตัวแทบไม่มี นอกจากลักษณะภายนอกจะไม่เหมาะกับชื่อที่แสดงถึงความดิบเถื่อนสมความเป็ชาย ลักษณะนิสัยของปืนยังอ้อนแอ้นเกินไปจนพ่อต้องส่งมาให้พี่ชายผู้เป็ลุงดัดนิสัยในค่ายทหารทุกการปิดเทอม
แม้เด็กหนุ่มจะเข้ามหาลัยฯ แล้วก็ตาม แต่กิจวัตรแบบนี้ยังคงดำเนินการต่อมาเรื่อยๆ
“แกป่วยหรือเปล่า ทำไมปีนี้ถึงอยากไปค่ายทหารขนาดนั้น” พ่อถาม
“ก็…มันสนุกดีหนิครับ”
“สนุกหรอ”
“ครับ…พอผมได้ลองเปิดใจดูแล้ว ที่นั่นก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่”
“คิดได้สักที”
เมื่อได้ยินลูกชายตัวเล็กกล่าวเช่นนั้น ผู้เป็พ่อก็ยิ้มแย้มด้วยความดีใจ รถยนต์ขับผ่านถนนเส้นหลักในเมืองใหญ่ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าไปในเขตชานเมืองที่ไม่ค่อยพลุกพล่าน เมื่อมาถึงเขตรั้วค่ายทหาร ดวงตากลมโตของปืนก็แวววาวเปล่งประกายขึ้นมาทันที เด็กหนุ่มจ้องมองตึกอาคารอันคุ้นตาด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ แค่เห็นชายกลัดมันในชุดทหารสีเขียวลายพลาง ขนตามตัวก็ลุกซู่จนกระตุกร่างจั๊กกะเดียม
“อ้าวเฮ้ย ทำไมปีนี้มาเร็วจังวะ” นายพลผู้เป็ลุงเอ่ยทักน้องชายตัวเอง
“ก็หลานพี่นั่นแหละขอให้มาส่งเร็วๆ”
“สงสัยมันคงชอบที่นี่แล้วล่ะมั้ง ไม่เสียแรงที่ปีที่แล้วให้ครูฝึกพาออกไปฝึกที่ด่านทุกเย็น”
ชายวัยกลางคนสองพี่น้องคุยกัน ในขณะนั้นร่างเล็กก็หิ้วกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ลงมาจากรถ ท่านนายพลขมวดคิ้วทันทีที่ได้เห็นหน้าหลานชาย รูปร่างของปืนยังคงบอบบางไม่สมความเป็ชายแม้แต่นิดเดียว แถมใบหน้าจิ้มลิ้มยังหวานแหววยิ่งกว่าปีที่แล้วตั้งเยอะ
“หวัดดีครับลุงชาติ” ปืนยกมือไหว้ น้ำเสียงใสแจ๋วและใบหน้าเบิกบาน
“กูอุตส่าห์ตั้งชื่อให้ว่าปืน จะได้ดูดุดัน แต่ทำไมมันออกมาตรงกันข้ามแบบนี้วะ”
“แหมลุง แค่ทาลิปมันแค่นี้เอง”
“ปัดโถ่! ปีนี้กูคงต้องให้มึงฝึกแบบทหารเกณฑ์จริงๆซะแล้ว”
“ปืนขอครูฝึกเพิ่มด้วยนะ”
“ไอ้หลานเวรนี่ เอาของขึ้นไปเก็บบนห้องได้แล้ว!”
แม้จะพูดแซะหลานชายไปอย่างนั้น แต่สีหน้าแววตาของท่านนายพลก็เอ็นดูหลานคนนี้เสมอ ปืนบอกลาพ่อแม่และรีบลากกระเป๋าเข้าไปในบ้านพัก ผู้ปกครองสองคนจ้องมองแผ่นหลังลูกชายด้วยความสงสัย เพราะทุกครั้งร่างเล็กจะเบ้ปากร้องไห้ขอกลับบ้านด้วยตลอด แต่มาปีนี้ เด็กหนุ่มกลับมีท่าทางตื่นเต้นผิดปกติ เขายิ้มร่าั้แ่ออกตัวจากบ้าน แถมยังแพ็คกระเป๋าเดินทางด้วยตัวเองอีกด้วย
“ฝากหลานด้วยนะพี่”
“มึงไม่ต้องห่วง ปีนี้กูจะสั่งครูฝึกไม่ให้ออมมือ ดูสิว่ามันยังจะแต๋วแตกแบบนี้อยู่อีกมั้ย”
แม้ว่าบทสนทนาของผู้ใหญ่จะไม่ได้ดังมาก แต่ร่างเล็กที่แอบยืนอยู่หน้าประตูก็ได้ยินทุกคำพูด ถ้าเป็เมื่อก่อนปืนคงร้องไห้โฮไปแล้ว แต่ตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไป พอได้ยินว่าจะโดนครูฝึกจัดหนัก ร่างเล็กก็กระสันจนรีบไปอาบน้ำอาบท่ารอ ตอนนี้ร่างกายน้อยๆมันอยากโดนครูฝึกสุดโหดปะทะเสียเหลือเกิน!