หลังจากอู๋ลี่ผิงควบคุมตัวลูกสาวไว้ได้แล้ว เธอก็เงยหน้าขึ้นมองสามี แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก ไป๋ลู่ก็ร้องไห้โฮออกมาเสียงดังพลางเขย่าแขนเสิ่นหยางหงไปมา
เธอบอกพ่อบุญธรรมว่าอย่าตีแม่และพี่สาวอีกเลย เพราะกลัวเขาจะบันดาลโทสะ จนยั้งมือไม่อยู่ทำให้พวกหล่อนตายเอาได้ (แผนการล้างแค้นของเธอเองจะหมดสนุกเอาเสียเปล่าๆ )
เสิ่นหยางหงได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป เขาสงสัยในใจว่า เพิ่งจะตบไปแค่สองทีเอง จะตีจนตายได้อย่างไรกัน?
ไป๋ลู่ร้องไห้จนสะอึกสะอื้นพลางพูดต่อว่า
”คุณพ่อคะ คุณแม่กับพี่สาวไม่พอใจที่เสี่ยวลู่อยู่ใกล้ๆ เพราะฉะนั้นเสี่ยวลู่ก็ไม่ขออยู่ใกล้พวกเธออีกแล้วเช่นกัน แต่เสี่ยวลู่ไม่อยากให้คุณพ่อตีเขาจนตายหรอกนะคะ เสี่ยวลู่เข้าใจดีว่าที่คุณพ่อลงโทษก็เพราะโกรธแทนเสี่ยวลู่ ดังนั้นคุณพ่อคะ เรามาเลิกตีคนอื่นเถอะนะคะ ดีไหมคะ?”
เสิ่นหยางหงได้ยินคำพูดนี้ก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
เขาเกลียดและกลัวจริงๆ ว่าไป๋ลู่จะพูดประโยคที่ว่า 'ไม่อยากมีพ่อแม่และพี่สาวแบบนี้อีกแล้ว' ออกมา
เขาเหลือเวลาอีกไม่มาก เพียงสามเดือนข้างหน้า ไป๋ลู่ก็จะอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์แล้ว
หากเธอบรรลุนิติภาวะเมื่อไหร่ การจะควบคุมเธอก็ย่อมยากขึ้นเป็เท่าตัว
เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่ตระกูลเสิ่นปฏิบัติกับไป๋ลู่มาตลอดหลายปี เขายังแอบคิดเลยว่าไป๋ลู่ควรจะตัดขาดความสัมพันธ์กับครอบครัวนี้ไปเสียด้วยซ้ำ
โชคดีเหลือเกินที่ไป๋ลู่เติบโตมาเป็เด็กดีที่เชื่อฟัง เวลาถ่ายละครเขาจึงไม่เคยลงมือกับเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว และเพื่อที่จะรั้งตัวเธอไว้ เขามักจะซื้อของฟุ่มเฟือยให้เธออยู่บ่อยครั้ง
ดูเหมือนว่าในใจของไป๋ลู่ เขายังเป็พ่อที่ประเสริฐอยู่เสมอ ส่วนเื่ราวขมขื่นในวัยเด็กนั้น เธอคงจะลืมเลือนไปนานแล้วแน่ๆ
เสิ่นหยางหงพลันนึกถึงสายโทรศัพท์ทวงหนี้เมื่อครู่ขึ้นมาได้ เขาจึงรีบตัดความสัมพันธ์กับภรรยาและลูกสาวแท้ๆ ทันทีโดยไม่ลังเล พร้อมกับบอกลูกสาวว่า
“ในเมื่อเสี่ยวลู่ไม่อยากให้พ่อตีคน พ่อก็จะไม่ตีแล้ว ไปเถอะ พ่อจะพาหนูกลับไปที่ห้องพักผู้ป่วย เราไม่ต้องสนใจพวกเธอแล้ว”
ไป๋ลู่พยักหน้ารับคำเบาๆ
เสิ่นหยางหงจูงมือไป๋ลู่ที่ยังคงสะอึกสะอื้นเดินจากไป โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองสองแม่ลูกเลยแม้แต่นิดเดียว
พยาบาลสาวที่เห็นเหตุการณ์รู้สึกกังวลใจเป็อย่างมาก แต่ในเมื่อเป็เื่ภายในครอบครัว คนนอกอย่างเธอก็ยุ่งไม่ได้ ได้แต่ทอดถอนใจว่าไป๋ลู่เป็เด็กโง่ที่โหยหาความรักจากครอบครัวเหลือเกิน
เมื่อกลับมาถึงห้องพักผู้ป่วย โทรศัพท์ของเสิ่นหยางหงก็ส่งเสียงดังไม่หยุด แต่ไป๋ลู่กลับเกาะแขนเสื้อเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ราวกับหวาดกลัวว่าญาติคนสุดท้ายจะหายไป
เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เสี่ยวลู่จะเป็เด็กดี จะตั้งใจถ่ายละคร ไม่กลัวเหนื่อย ไม่กลัวลำบาก เสี่ยวลู่จะหาเงินมาให้คุณพ่อเยอะๆ เพื่อกตัญญูต่อคุณพ่อ คุณพ่ออย่าทิ้งเสี่ยวลู่ไปเหมือนที่คุณแม่กับพี่สาวทำเลยนะคะ"
เมื่อได้สบเข้ากับดวงตาที่ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำตาของไป๋ลู่ เสิ่นหยางหงก็เหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนจะทำใจแข็งบอกลูกสาวว่า
“เสี่ยวลู่สบายใจได้ พ่อไม่มีวันทิ้งหนูแน่นอน หนูจะเป็ลูกสาวของพ่อตลอดไป”
ไป๋ลู่ร้องไห้ขี้มูกโป่ง แต่ยังคอยส่งยิ้มประจบประแจงให้เขาเป็พัก ๆ เธอถึงกับหันหลังกลับไปแอบเช็ดน้ำมูกเงียบๆราวกับกลัวว่าเขาจะรังเกียจกิริยาเด็กน้อยเช่นนี้ ท่าทางนั้นดูช่างต่ำต้อยจนน่าเวทนา
หัวใจที่โเี้ของเสิ่นหยางหงอดไม่ได้ที่จะอ่อนย้วยลงไปบ้าง เขาเอ่ยชมลูกสาวว่าเสี่ยวลู่ช่างเป็เด็กดีจริงๆ
ไป๋ลู่หันกลับมา และใช้จังหวะตอนเช็ดน้ำมูกนั้นสะกดมุมปากที่กำลังจะยกยิ้มเอาไว้ ก่อนจะบอกเขาเสียงซื่อ "คุณพ่อคะ เสี่ยวลู่เจ็บตาจังเลยค่ะ
เสิ่นหยางหงห่มผ้าให้เธอพลางปลอบ
"นั่นเพราะหนูร้องไห้มากเกินไป นอนพักสักงีบก็คงจะดีขึ้น รีบนอนเถอะนะ"
ไป๋ลู่ยังคงดึงแขนเสื้อเขาไว้และอ้อนวอนว่าคุณพ่ออย่าไปไหนนะคะ
เสิ่นหยางหงรับปากให้ลูกสาวสบายใจว่าเขาจะไม่ไปไหนแน่นอน จะนั่งอยู่ข้างนอกนี้เอง
ไป๋ลู่จึงพยักหน้าและหลับตาลง
ตอนที่เสิ่นหยางหงกำลังจะปิดประตู เขาเห็นเธอแอบลืมตาขึ้นมองเขาด้วยความอาลัยอาวรณ์และกังวลใจ พอเห็นว่าเขาหันไปมอง เด็กสาวก็รีบหลับตาลงทันทีด้วยความลนลาน คงเพราะกลัวว่าเขาจะหาว่าเธอไม่เชื่อฟังแล้วจะทิ้งเธอไปอีก
เขาจึงสำทับอีกครั้ง "พ่อไม่ไปไหนจริงๆ หนูนอนเถอะ พอตื่นมาพ่อจะอยู่ทานมื้อเย็นเป็เพื่อน"
ไป๋ลู่หลับตาลงแต่ก็ลืมตาขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็วพลางเรียก "คุณพ่อคะ"
เสิ่นหยางหงพยายามใช้ความอดทนที่เหลืออยู่น้อยนิดถามกลับ "มีอะไรอีกหรือ?"
ไป๋ลู่กะพริบตาปริบๆ
"คุณพ่อคะ... เื่ที่คุณพ่อช่วยปกป้องเสี่ยวลู่จากคุณแม่กับพี่สาว หนูซึ้งใจแล้วก็รู้เลยว่าคุณพ่อรักหนูที่สุด แต่ตอนนี้เสี่ยวลู่ไม่อยากเห็นใครต้องเจ็บตัวหรือโดนดุแล้วค่ะ หนูไม่โกรธพวกท่านแล้วนะ... คุณพ่อใจดีให้อภัยพวกท่านเพื่อหนูได้ไหมคะ? เสี่ยวลู่อยากให้บ้านเรากลับมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เป็ครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนเดิม"
เพราะฉันจะใจดี... ช่วยส่งพวกแกทั้งบ้านให้ไปอยู่ด้วยกันในปรโลกเอง!
อย่างไรเสีย นั่นก็คือภรรยาและลูกสาวแท้ๆ ของเสิ่นหยางหง เขาไม่มีทางตัดพ่อ ตัดลูกและตัดเยื่อใยจากภรรยาเพราะเื่ขี้ผงแค่นี้แน่ ในเมื่อสุดท้ายพวกเขาก็ต้องคืนดีกัน สู้เธอทำตัวเป็คนดีมีเมตตาเสียั้แ่ตอนนี้ย่อมฉลาดกว่า
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยนิสัยของเสิ่นซินลั่วและอู๋ลี่ผิง การที่เสิ่นหยางหงออกหน้าแทนเธอแล้วตบพวกเธอไปคนละที สองที เท่านี้ก็เพียงพอที่จะสร้างรอยแผลและเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความร้าวฉานให้ฝังรากลึกในใจคนบ้านเสิ่นได้แล้ว
ขอเพียงเธอหมั่นรดน้ำให้สม่ำเสมอ เมล็ดพันธุ์นี้ก็จะผลิบานในไม่ช้า
การได้เห็นสามีภรรยา แม่ลูก พ่อลูก ต้องมาห้ำหั่นกันเองแบบสุนัขกัดกันเนี่ย มันช่างสะใจจนถึงที่สุดจริงๆ ไม่ใช่หรือ?
เสิ่นหยางหงบอกลูกสาวว่า "เื่ที่พ่อจะให้อภัยพวกเธอได้หรือไม่นั้น ต้องดูว่าแม่กับพี่สาวของหนูรู้สำนึกผิดจริงๆ หรือเปล่า เอาละ หนูพักผ่อนเถอะ"
เมื่อปิดประตูห้องพักผู้ป่วยลง หัวใจที่โเี้ของเสิ่นหยางหงก็อ่อนยวบลงอีกครั้ง
เขาทอดสายตาไปตามทางเดินพลางประเมินในใจ... ไป๋ลู่คนนี้ นอกจากจะเป็บ่อเงินบ่อทองให้เขาขุดกินได้ไม่รู้จบแล้ว ยังเป็เด็กที่ 'รู้ความ' และว่าง่ายจนน่าเอ็นดู ผิดกับสองแม่ลูกในห้องข้างๆ นั้นลิบลับ! นอกจากจะทำประโยชน์อะไรไม่ได้แล้ว วันๆ ยังเอาแต่ประชดประชัน ขยันหาเื่ให้เขาต้องคอยตามง้อตามเอาใจไม่เว้นแต่ละวัน
โดยเฉพาะ เสิ่นซินลั่ว... เขายิ่งคิดก็ยิ่งขัดใจนัก
มีตรงไหนที่ฉันยังทำหน้าที่พ่อไม่ดีพออีก? ของดีๆ หรือทรัพยากรระดับพรีเมียมในวงการ ฉันก็ประเคนใส่พานให้ยัยซินลั่วก่อนใครเพื่อนแท้ๆ แต่เ้าตัวมันพวกไม่รักดี พัฒนาไม่ขึ้นเองแล้วจะมาโทษใครได้! แทนที่จะสำนึกในบุญคุณ กลับคิดจะกำจัด 'ไก่ที่ออกไข่เป็ทองคำ' ของฉันให้ตายคามือเสียอย่างนั้น
เสิ่นหยางหงเดิมทีก็โกรธอยู่แล้ว พอโทรศัพท์ส่งเสียงดังไม่หยุด เขาก็เปิดประตูห้องพักผู้ป่วยฝั่งตรงข้ามออกอย่างรุนแรง แล้วกดรับสายด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
"เื่นี้ยังไงก็ไม่ได้ครับพี่จิน!"
เสิ่นหยางหงรีบพิงประตูห้องพลางแก้ตัวพัลวัน
"พี่จินครับ โธ่ พี่พูดอะไรอย่างนั้น ผมจะไปกล้าอวดดีกับพี่ได้ยังไง พี่ก็รู้จักไป๋ลู่ลูกสาวผมดี เธอคือไก่ที่ออกไข่เป็ทองคำได้ไม่รู้จบนะครับ การฆ่าไก่เพื่อเอาไข่มันเป็เื่ที่ไม่ควรทำเลยนะครับพี่!
เว้นไป๋ลู่ไว้สักคนเถอะ หรือพี่กลัวผมจะเบี้ยวหนี้? ผมติดต่อโฆษณาชิ้นหนึ่งให้ไป๋ลู่ไปแล้ว แถมยังดีลขอเบิกยอดล่วงหน้าจากทางแบรนด์มาได้ 5 แสนหยวน พรุ่งนี้ผมจะจัดการโอนเข้าบัญชีพี่ให้ไวที่สุดเลยครับ ส่วนที่เหลือ..."
พี่จินถอนหายใจและขัดจังหวะ "เฒ่าเสิ่น นายมาเล่นที่คาสิโนของฉันมาสิบกว่าปี ฉันเคยทวงเงินนายเมื่อไหร่กัน?"เสิ่นหยางหงเข้าใจความหมายในทันที "มีบิ๊กบอสคนไหนตาถึง ตกลงซื้อตัว ไป๋ลู่ไปแล้วเหรอครับ?"
พี่จินบอกตามตรง "ที่นายติดหนี้ฉันอยู่ล้านกว่านั่น ฉันไม่ได้กังวลเลยสักนิด ไป๋ลู่เป็ไก่ที่ออกไข่เป็ทองคำ เื่นี้ฉันไม่รู้ดีกว่านายหรือไง? แต่ปัญหาก็คือ ครั้งนี้มีนายใหญ่ระบุชื่อมาเลยว่าต้องเป็ไป๋ลู่เท่านั้น ทางฉันเองก็ช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ"
เสิ่นหยางหงเริ่มร้อนรน "พี่จินครับ เราต้องเข้าใจสิว่ากินอิ่มมื้อเดียวกับกินอิ่มทุกมื้อน่ะมันต่างกันยังไง! ไป๋ลู่อีกสามเดือนถึงจะอายุครบ 18 ปี ่เวลาทำเงินของเธอยังอีกยาวไกลนะครับ! ต่อให้จะขายจริงๆ ก็ไม่ควรขายแค่ล้านกว่าสิ! เธอทั้งสวยทั้งสาว แถมยังซิงอยู่ด้วย! รับรองว่าต้องขายได้ราคาสูงกว่านี้แน่นอน!"
พี่จินเงียบไปครู่หนึ่ง "เอาเถอะ ขายครั้งแรกได้แค่ล้านเดียว วันหลังก็คงจะอัปราคาขึ้นยากจริงๆ เฒ่าเสิ่น อย่าหาว่าฉันใจร้ายเลยนะ ฉันให้เวลานาย 3 วัน ภายใน 3 วันถ้านายหาเงินมาคืนฉันได้ ฉันจะลองหาทางพูดบ่ายเบี่ยงให้"
"พี่จิน! พี่จะให้ผมไปหาอีกตั้ง 5 แสนมาจากไหนล่ะครับ! ผมขอเบิกเงินล่วงหน้าจากแบรนด์มา 5 แสนนี่ก็สุดความสามารถแล้วนะ!" เสิ่นหยางหงร้องอุทาน
พี่จินจึงชี้ช่องทางสว่างให้ "เฒ่าเสิ่น นายน่ะชอบคุยโวกับฉันอยู่เรื่อยว่าทายาทของอวี่ซิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ชอบไป๋ลู่ไม่ใช่เหรอ? ตระกูลอวี่รวยล้นฟ้าขนาดนั้น จะไม่มีเงินสัก 5 แสนมากตัญญูว่าที่พ่อตาเลยหรือไง? อย่าว่าแต่ 5 แสนเลย ล้านนึงเขาก็จ่ายไหว"
ดวงตาของเสิ่นหยางหงเป็ประกายวับทันที "งั้นผมไม่กวนพี่แล้วนะครับ..."
"รีบไปโทรหาลูกเขยเศรษฐีขอเงินซะล่ะ" พี่จินสำทับทิ้งท้าย "จำไว้ว่าแค่ 3 วันนะ ถ้าเกินกว่านั้น นายไม่ส่งตัวไป๋ลู่มา ก็ส่งมือทั้งสองข้างของนายมาแทน กฎของฉันนายคงรู้อยู่แล้ว"
เสิ่นหยางหงรับคำหน้าระรื่น "รู้ครับๆ พี่จินสบายใจได้เลย!"
ไม่นานนัก เสิ่นหยางหงก็โทรศัพท์หาใครบางคนพลางพูดด้วยน้ำเสียงประจบสอพลอ
"คุณชายอวี่ครับ ผมคุณพ่อไป๋ลู่นะครับ เห็นว่าคุณคอยเป็ห่วงเสี่ยวลู่อยู่เสมอ ตอนนี้เสี่ยวลู่ฟื้นแล้ว ผมเลยคิดว่าควรจะบอก...
อะไรนะครับ?! คุณชายอวี่จะถึงแล้วเหรอครับ! รอผมครู่เดียวครับ เดี๋ยวผมออกไปรับครับ!"
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ สองแม่ลูกที่เตรียมตัวจะมาขอโทษสามีและพ่อ ก็รีบมุดหัวกลับเข้าห้องพักผู้ป่วยไปก่อนที่เสิ่นหยางหงจะเดินออกมา
เสิ่นซินลั่วบ่นกระปอดกระแปด "คุณแม่คะ ไป๋ลู่ทำให้พวกเราถูกคุณพ่อตี พอดีเลยที่คุณพ่อโดนกาสิโนตามทวงหนี้ ไม่สู้พวกเรา..."
เพี้ยะ! เสียงตบหน้าดังสนั่นอีกครั้ง
เสิ่นซินลั่วโดนตบหน้าเริ่มจากพ่อแท้ๆ ตามด้วยแม่แท้ๆ จนมึนงงสงสัยในชีวิตไปหมดแล้ว
อู๋ลี่ผิงโกรธจนตัวสั่นพลางตวาด
"ที่พ่อแกพูดยังไม่เข้าหัวอีกเหรอ! ระหว่างเศษเงินที่ได้ครั้งเดียว กับเงินเลี้ยงดูไปตลอดชาติ แกเลือกไม่เป็หรือไง?! ถ้าไป๋ลู่ต้องไปรับงานเอ็นฯ คอยปรนนิบัติพวกตาแก่ตัณหากลับเข้า วันรุ่งขึ้นชื่อเสียงมันก็ป่นปี้หมดพอดี!
แล้วจะเอาหน้าที่ไหนมาทำเงินให้เราต่อล่ะ? นังลูกโง่! ฉันกับพ่อลงทุนกับแกไปไม่รู้เท่าไหร่ แต่สุดท้ายแกยังคิดอะไรไม่เข้าท่า ปล่อยให้ยัยเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้านั่นเด่นเกินหน้ายังไม่พอ ยังจะมาขัดลาภพวกฉันอีกเหรอ?! ฉันว่าคนที่ควรจะไปทำหน้าที่แทนไป๋ลู่ น่าจะเป็แกมากกว่านะ!"