หลังจากการขายดีติดต่อกันหลายวัน ยอดเงินบาทในบัญชีและแต้มมิติของร้านหลบมุมคาเฟ่ก็ขยับสูงขึ้นเป็ประวัติการณ์
นนท์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวเก่าที่มุมห้องครัว พลางพินิจพิเคราะห์สมุดบัญชีร้านอย่างละเอียด
หน้าต่างระบบมิติสีฟ้าใสยังคงแสดงตัวเลขที่น่าชื่นใจให้เห็นอยู่กลางอากาศ
[ ระบบจัดการร้านค้าสองมิติ ]
[ เลเวลร้านค้าปัจจุบัน: เลเวล 3 (190 / 300 EXP) ]
[ แต้มมิติสะสม: 130 แต้ม ]
[ เงินสดสะสมในบัญชีโลกมนุษย์: 15,200 บาท ]
ชายหนุ่มขยับแว่นสายตาทรงกลม พลางจรดปลายปากกาเขียนสรุปตารางเวลาเปิดปิดร้านใหม่ลงในสมุด
เพื่อให้การต้อนรับลูกค้าจากทั้งสองฝั่งโลกเป็ไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ทับซ้อนกันจนวุ่นวาย เขาจึงตัดสินใจจัดแบ่งตารางการทำงานของร้านออกเป็่เวลาที่ชัดเจน
"่เวลาสายถึงบ่ายสาม... เราจะเปิดประตูหลังร้านเพื่อเชื่อมต่อไปยังป่าเอลฟ์และต่างโลกมิติอื่นๆ"
นนท์พึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางเขียนตารางเวลาลงบนกระดาษอย่างเป็ระเบียบ
"ส่วน่ห้าโมงเย็นถึงสี่ทุ่ม... เราจะปิดประตูต่างโลกชั่วคราวแล้วสลับมาเปิดรับลูกค้าฝั่งกรุงเทพฯ ครับ"
การสลับเวลาเช่นนี้จะทำให้นนท์สามารถบริหารวัตถุดิบและรักษาเวลาพักผ่อนของเอลวิน่าได้เป็อย่างดี
เอลวิน่าที่เดินเข้ามาส่งแก้วน้ำล้างสะอาดหันมามองกระดาษตารางเวลาด้วยความสนใจ
"ตารางแบบนี้ดีมากเลยค่ะพี่นนท์ เอลวิน่าจะได้มีเวลาจัดเตรียมโต๊ะและเช็ดจานอย่างเป็ระเบียบค่ะ"
เธอยิ้มกว้างอย่างร่าเริงพลางขยับใบหูยาวไปมาอย่างถูกใจ
"ใช่ครับ... และเงินเก็บหนึ่งหมื่นห้าพันสองร้อยบาทนี้ก็แสดงว่าเราเดินทางมาได้เกือบหนึ่งในสามของเป้าหมายแรกแล้วนะครับ"
นนท์กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพพลางชี้ให้เธอเห็นตัวเลขยอดสะสมเงินฝั่งโลกมนุษย์
"เหลืออีกสามหมื่นสี่พันแปดร้อยบาทก็จะครบห้าหมื่นบาทเพื่อจ่ายหนี้ธนาคารงวดแรกครับ"
"สู้ๆ ค่ะพี่นนท์! อีกแค่นิดเดียวเท่านั้นเองค่ะ!"
เอลวิน่าชูกำปั้นขึ้นฟ้าเพื่อส่งพลังใจให้แก่เ้าของร้านหนุ่มด้วยความจริงใจ
นนท์ยิ้มรับพลางเก็บสมุดบัญชีลงลิ้นชัก ก่อนจะหันไปตรวจสอบไอเทมในคลังระบบอีกครั้ง
ทว่าสายตาของเขากลับสะดุดเข้ากับขอบประตูบานที่สองด้านหลังร้าน ซึ่งเป็ทางเชื่อมต่อไปยังมิติไซไฟขยะ
*ฟู่...*
กระแสลมอุณหภูมิต่ำเฉียบพลันพัดลอดช่องประตูใต้ขอบบานประตูสลักเกลียวเหล็กกล้าออกมาจางๆ
ไอเย็นะเืแฝงคราบน้ำมันเครื่องเหนียวหนืดและเกล็ดละอองหิมะสีดำระยิบระยับเล็ดลอดข้ามมาสู่ร้าน
ผิวกระเบื้องตรงธรณีประตูเริ่มปรากฏเกล็ดน้ำแข็งสีดำจับตัวเกาะหนาแน่นขึ้นทีละน้อย
นนท์ขมวดคิ้วพลางขยับเดินเข้าไปใกล้ประตูบานนั้น ััได้ถึงกลิ่นอายเหล็กไหม้ที่ปนมากับไอหนาว
"ลมหนาวฝั่งนั้นรุนแรงขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยนะครับ... ดูท่าว่าทางดินแดนรกร้างจะเข้าสู่ฤดูหนาวมลพิษแล้ว"
เอลวิน่าเดินมาหยุดข้างๆ พลางกอดอกตัวเองสะท้านเมื่อไอเย็นแผ่มาปะทะตัว
"หนาวเย็นะเืจังเลยค่ะพี่นนท์... กลิ่นอายเหมือนเครื่องจักรผุพังที่ไม่มีชีวิตเลยค่ะ"
นนท์พยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม เขารู้ดีว่าความเย็นแบบนี้เป็อันตรายอย่างยิ่งต่อพวกไซบอร์กครึ่งจักรกลอย่างแบร็กซ์
หากข้อต่อโลหะของพวกเขาโดนความเย็นแช่แข็งเป็เวลานาน ระบบหล่อลื่นและฟิวส์แกนกลางจะเสียหายอย่างหนัก
"ระบบครับ... มีวิธีรับมือลมหนาวลึกลับจากมิติไซไฟขยะไหมครับ?"
นนท์ถามระบบผ่านหน้าจอที่เรียกขึ้นมาใหม่
*วิ้ง...*
[ คำแนะนำจากระบบ: ตรวจพบไอเย็นสะสมระดับรุนแรงจากมิติไซไฟขยะ ]
[ แนะนำให้จัดเตรียม 'น้ำขิงร้อนน้ำตาลทรายแดงเตามนตรา' หรืออัปเกรดเมนูอาหารอุ่นเพื่อฟื้นฟูแกนพลังงานจักรกล ]
[ ปลดล็อกเมนูอัปเกรด: ซุปร้อนสมุนไพรมนตรา (ช่วยต้านทานความเย็นระดับสูงและฟื้นฟูข้อต่อโลหะได้ 100%) ]
นนท์เพ่งมองตัวเลือกการอัปเกรดสูตรอาหารเพื่อเตรียมการรับมือ
"น้ำขิงร้อนก็ช่วยแบร็กซ์ได้ดีในรอบก่อน... คราวนี้เราอาจจะ้าอะไรที่อิ่มท้องและอุ่นสบายตัวกว่าเดิม"
เขาหันไปปรึกษากับพนักงานเสิร์ฟสาวของเขาด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
"เอลวิน่าครับ... คืนนี้พวกเรามาทานมื้อดึกด้วยแซนด์วิชแฮมชีสย่างบนเตามนตรากับน้ำขิงร้อนๆ กันดีไหมครับ?"
"ดีที่สุดเลยค่ะพี่นนท์! อากาศเริ่มหนาวแบบนี้ได้ทานของร้อนๆ คงมีความสุขมากแน่ๆ ค่ะ"
เด็กสาวเสนอตัวช่วยเตรียมถ่านไม้และขนมปังแผ่นอย่างกระฉับกระเฉง
นนท์เดินไปเปิดตู้เย็น หยิบแฮมรมควันและเชดดาร์ชีสสีเหลืองทองรสเข้มข้นออกมาวางเตรียมไว้
เขาจุดไฟเตาอั้งโล่มนตราด้วยความคิดเพียงชั่วครู่ เปลวไฟสีส้มอมม่วงสลักลายดาวพวยพุ่งขึ้นมาแผ่ไออุ่นล้อมรอบ
ความหนาวเย็นจากเกล็ดหิมะสีดำที่พยายามเล็ดลอดเข้ามาจากขอบประตูพลันสลายหายไปกลายเป็ไอชื้นทันที
นนท์วางแผ่นขนมปังที่ทาเนยจนทั่วลงบนตะแกรงเหล็กย่างเหนือเตาถ่านมนตรา
*ซู่...*
เนยสดที่ละลายตัวหยดลงบนก้อนถ่านไม้โกงกางด้านล่าง เกิดเสียงฉ่าบางเบาและกลิ่นหอมมันเนยโชยฟุ้ง
เขาวางแฮมรมควันแผ่นโตและวางโปะหน้าด้วยเชดดาร์ชีสหนาเตอะทับลงไปบนขนมปังร้อนๆ
ลวดลายเวทมนตร์จากเตามนตราแผ่พลังงานอบอุ่นลึกซึ้งแทรกซึมเข้าสู่เนื้อขนมปังและชีสจนละลายตัวเยิ้ม
กลิ่นชีสร้อนๆ ผสมกลิ่นควันไม้ธรรมชาติหอมตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวชวนให้น้ำลายสอ
นนท์จัดแจงเทน้ำขิงร้อนต้มสดน้ำตาลทรายแดงลงในแก้วเซรามิกสองใบที่มีไอความร้อนลอยกรุ่น
"มื้อดึกเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ... มาทานร่วมกันเถอะครับเอลวิน่า"
เขายกถาดอาหารมื้อดึกมาวางลงบนโต๊ะเคาน์เตอร์บาร์ไม้กลางร้านที่ล้อมรอบด้วยบรรยากาศอบอุ่น
เอลวิน่าขยับเก้าอี้เข้ามานั่งใกล้ๆ ดวงตามรกตจ้องมองชีสเยิ้มสีเหลืองทองบนขนมปังย่างด้วยความตื่นเต้น
"จะทานแล้วนะคะพี่นนท์!"
เธอหยิบแซนด์วิชร้อนๆ ขึ้นมากัดคำโตจนชีสยืดสีขาวครีมลากยาวน่าทาน
"อื้ม! อร่อยมากเลยค่ะพี่นนท์! แป้งขนมปังกรอบนอกนุ่มใน ชีสก็อุ่นซ่านไปทั่วตัวเลยค่ะ!"
เธอบอกเล่าความสุขพลางเคี้ยวตุ้ยๆ สลับกับการจิบน้ำขิงร้อนๆ รสเผ็ดหวานสะใจอย่างมีความสุข
นนท์มองดูเด็กสาวเคี้ยวอาหารอย่างน่ารักพลางกัดแซนด์วิชของตัวเองและจิบน้ำขิงตาม
รสชาติความอบอุ่นละมุนของอาหารฝีมือตัวเองและความสุขสงบภายในร้านคาเฟ่เล็กๆ แห่งนี้ ทำให้ความเหน็ดเหนื่อยและความกังวลเื่หนี้สินของเขาผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
พวกเขาทั้งสองคนนั่งประทานมื้อดึกร่วมกันท่ามกลางความหนาวเหน็บภายนอกที่พยายามจะแทรกเข้ามา
แต่ความผูกพันและไออุ่นภายในร้านหลบมุมคาเฟ่แห่งนี้ได้สร้างเกราะกำบังที่ช่วยให้อบอุ่นเสมอ
นนท์สัญญากับตัวเองในใจว่าจะต้องรักษาร้านนี้และเพื่อนพ้องคนสำคัญคนนี้ไว้ให้ได้ตลอดไป
*วิ้ง...*
ขณะที่นนท์กำลังจะเก็บถาดอาหาร ระบบจัดการร้านค้าก็กะพริบแสงสีทองนุ่มนวลส่งกล่องข้อความแจ้งเตือนผลประเมินรายรับสะสมใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมา
[ สรุปผลความพึงพอใจและยอดขายสะสมใน่สามวันที่ผ่านมา ]
[ ได้รับเงินสดสะสมเพิ่มจากการค้าขาย: +4,800 บาท ]
[ ได้รับค่าประสบการณ์ร้านค้าสะสม: +70 EXP ]
[ แต้มมิติสะสม: +0 แต้ม ]
นนท์หัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอกเมื่อยอดสะสมล่าสุดขยับขึ้นไปอีกก้าวใหญ่
"ตอนนี้เงินเก็บก็ครบสองหมื่นบาทแล้ว... เป้าหมายห้าหมื่นบาทไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วล่ะครับเอลวิน่า"
เอลวิน่าได้ยินดังนั้นก็ชูกำปั้นแสดงความดีใจและยิ้มร่าออกมาด้วยความสุขอย่างเปี่ยมล้น
---