บทที่ 16 อุปสรรคนานัปการ
“ฟางเฉินบุกไปถึงจวนเสนาบดีกรมกลาโหมเลยหรือ?”
“เขาคงไม่ได้ยังผูกใจเจ็บเื่ในตอนนั้นหรอกนะ? เื่นั้นจะโทษเย่ตงิฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ เป็เพราะลูกน้องทำงานผิดพลาดเอง ถึงได้ส่งเสบียงกรังที่ควรจะเป็ของฟางเฉินไปไว้ที่อื่น...”
“ทางฝั่งฝ่าามีข่าวคราวอะไรบ้างหรือยัง! ทำไมคนของศาลต้าหัวถึงไม่จับกุมฟางเฉินเสียที! ปล่อยให้เขาเดินเพ่นพ่านไปทั่วได้อย่างไร?”
ในขณะนี้ เหล่าชนชั้นสูงในเมืองหลวงต่างจับตาดูความเคลื่อนไหวของฟางเฉินอย่างไม่ลดละ แต่ละฝ่ายต่างส่งคนออกไปสืบข่าวเพื่อให้ได้รับรายงานในทันทีที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น
ประตูจวนเสนาบดีกรมกลาโหมค่อย ๆ เปิดออก เย่ตงินำสมาชิกในครอบครัวออกมาเผชิญหน้ากับฟางเฉินอย่างเงียบงัน
‘หรือว่าฟางเฉินจะคิดว่าเซียวเอินกบดานอยู่ที่นี่?’ ขุนนางศาลต้าหัวฉายแววประหลาดใจในดวงตา
ตามหลักแล้วเสนาบดีกรมกลาโหมไม่มีเหตุผลใด ที่จะต้องซ่อนตัวเศษเดนนักรบชิงซงไว้ ในเมื่อฟางเฉินไล่ล่าสังหารพวกมัน การซ่อนคนไว้ก็เท่ากับเป็ศัตรูกับฟางเฉินโดยตรงไม่ใช่หรือ?
“ท่านเทพาฟาง ไม่ได้พบกันเสียนาน ั้แ่ท่านไม่ได้เข้าประชุมเช้า การจะพบท่านสักครั้งช่างยากเย็นแสนเข็ญราวกับจะปีนขึ้น์”
“แต่คงอีกไม่นานหรอก พวกเราคงจะได้พบกันในราชสำนักอีกครั้ง ไม่ทราบว่าท่านเทพามาเยือนในวันนี้ มีธุระอันใดหรือ?”
เย่ตงินิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยปาก
คนในตระกูลเย่ต่างลอบสำรวจฟางเฉิน เมื่อเทียบกับห้าปีก่อน ดูเหมือนความคมกล้าในตัวฟางเฉินจะจางหายไปไม่น้อย และดูไม่มุทะลุเหมือนคนหนุ่มเช่นเมื่อก่อน
วินาทีนั้น พวกเขาต่างลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ฟางเฉินตรงหน้าไม่ใช่ฟางเฉินคนเดิมเมื่อห้าปีก่อนอีกแล้ว เขาไม่มีอำนาจล้นฟ้าเหมือนเก่า จึงไม่มีอะไรต้องเกรงกลัว
“เื่ในราชสำนัก ตลอดห้าปีมานี้ข้าคิดทบทวนมามากพอแล้ว และไม่คิดจะกลับไปยุ่งเกี่ยวอีก”
ฟางเฉินยิ้มพลางส่ายหน้าเบา ๆ “ดังนั้น ในอนาคตข้ากับท่านคงหาโอกาสพบกันในราชสำนักได้ยากยิ่ง”
อะไรนะ! ทุกคนต่างตกตะลึง
ไม่ใช่แค่ตระกูลเย่ที่ใ แม้แต่คนของศาลต้าหัว รวมถึงชาวบ้าน บัณฑิต และนักรบที่มุงดูอยู่รอบ ๆ เมื่อได้ยินคำพูดของฟางเฉิน ต่างก็มีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
ท่านเทพาฟางไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับราชสำนักอีกแล้ว?
ความหมายแฝงของประโยคนี้ก็คือ... เขาจะไม่กลับมากุมบังเหียนนำทัพอีกต่อไปแล้วใช่หรือไม่!?
ลมหายใจของเย่ชิงเหอเริ่มติดขัด เขาจ้องมองฟางเฉินตาไม่กะพริบ พยายามประเมินว่าคำพูดนี้มีความจริงเท็จเพียงใด
“ท่านเทพาล้อเล่นเสียแล้ว ในเมื่อวรยุทธ์ของท่านฟื้นคืนมาแล้ว ข้าเชื่อว่าอีกไม่นานฝ่าาคงจะให้ท่านกลับมาควบคุมกองทัพ เพื่อไปประมือกับแคว้นชิงซงอีกครั้งแน่” เย่ตงิกล่าวเสียงขรึม
“เสนาบดีเย่จะคิดว่าข้าล้อเล่นก็ตามใจท่านเถอะ” ฟางเฉินยิ้ม
เย่ตงิแววตาเปลี่ยนไป “ท่านเทพา สรุปแล้ววันนี้ท่านมาที่นี่เพื่อจุดประสงค์ใดกันแน่?”
“ข้าก็แค่มาขอคนคนหนึ่งจากตระกูลเย่เท่านั้น” ฟางเฉินตอบ
ขอคน...งั้นเหรอ?
เย่ตงิและคนอื่น ๆ ต่างเผยความฉงนออกมาบนใบหน้า
ตระกูลเย่มีใครกันที่สำคัญพอให้ฟางเฉินต้องมาทวงถามด้วยตนเอง?
มีเพียงเย่ชิงเหอเท่านั้นที่ดวงตาฉายแววลนลาน เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฟางเฉินรู้ได้อย่างไรว่าเซียวเอินกบดานอยู่ในจวนเย่?
หรือว่าบนเรือสำราญเซียนอวี้มีสายลับทำให้ข่าวรั่วไหลออกไป?
เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่ชิงเหอก็รู้สึกโกรธจัด เขาไม่เชื่อว่าพวกนางโลมจะกล้าปากโป้งเื่ของแขก เพราะพวกนางย่อมรู้ดีว่าเขาเป็ใคร เช่นนั้นก็ต้องเป็กลุ่มเพื่อนร่วมโต๊ะเมื่อคืน... ใครกันล่ะ? เย่ชิงเหอไล่นึกถึงใบหน้าแต่ละคนพลางขบคิดอย่างหนัก
“ท่านเทพา จวนเย่ของเราจะมีใครที่ท่านต้องมาทวงถามด้วยตนเอง? ท่านมาผิดที่หรือเปล่า” เย่ตงิยิ้มบาง ๆ พลางปรายตาไปทางคนของศาลต้าหัวและมือปราบโดยรอบ ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจ
“เซียวเอิน บุตรชายของเซียวเทียนชื่อ ขณะนี้เขาพักอยู่ในจวนของท่าน ท่านเสนาบดีเย่แค่ส่งตัวเขามาให้ข้าก็พอ” ฟางเฉินยิ้มกล่าว
“เดี๋ยวก่อน!”
ใบหน้าของเย่ตงิแปรเปลี่ยนเป็ความตกตะลึง “เซียวเอิน บุตรชายเซียวเทียนชื่อ? ท่านเทพา อย่าได้กล่าววาจาเลอะเทอะ ข้าจะไปรับเลี้ยงคนพรรค์นั้นได้อย่างไร!” นั่นมันนักรบแคว้นชิงซง!
ลูกชายของเซียวเทียนชื่อ! เ้าของสำนักวรยุทธ์ระดับสูงชิงซง
หากใครรู้เข้าว่าเขาให้ที่พักพิงแก่ศัตรู ข่าวแพร่ออกไปคงมีชาวบ้านมาด่าทอ ปาไข่เน่า และขว้างก้อนหินใส่จวนเขาทั้งวันทั้งคืนแน่!
ชาวบ้านโดยรอบเริ่มส่งเสียงเซ็งแซ่ พลางชี้ไม้ชี้มือมาทางจวนเสนาบดี บัณฑิตบางคนเริ่มก่นด่า ส่วนเหล่านักรบก็เริ่มถลกแขนเสื้อเตรียมมีเื่
‘คนของศาลต้าหัวพวกนี้ หรือว่าจะมา... เพราะเซียวเอินนั่น? ฟางเฉินคนนี้ปกติไม่เคยพูดอะไรพล่อย ๆ ทำไมเขาถึงเจาะจงว่าเซียวเอินอยู่ในจวนข้า...’* เย่ตงิคิดหาทางออกอย่างรวดเร็ว
ส่วนเย่ชิงเหอนั้นสีหน้าเริ่มคุมไม่อยู่ เหงื่อเย็นเริ่มซึมออกมาตามหน้าผาก เขาหลงคิดว่าร่องรอยของเซียวเอินไม่มีทางถูกค้นพบ แต่นึกไม่ถึงว่าเพียงคืนเดียว อีกฝ่ายจะบุกมาถึงหน้าประตูจวน
สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกสับสนไปหมด เพราะเขายังไม่ได้เตรียมตัวรับมือเลย...
“ใต้เท้าเย่ ลองถามบุตรชายท่านดูสิ” ฟางเฉินกล่าวอย่างใจเย็น
เย่ตงิหันขวับไปมองเย่ชิงเหอ ดวงตาฉายแววโกรธระคนตระหนก “ชิงเหอ เ้าเคยพบเซียวเอินคนนั้นหรือไม่? รีบบอกท่านเทพาไปสิว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่!”
“ท่านพ่อ ข้าไม่เคยพบเซียวเอินมาก่อนเลย”
เย่ชิงเหอส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะประสานมือคารวะฟางเฉิน “พี่ฟาง ข้าไม่รู้ว่าท่านได้ข่าวมาจากไหน แต่ในความเห็นของข้า ท่านอาจจะถูกใครบางคนปั่นหัวเข้าให้แล้ว”
“นั่นสิ... ท่านเทพาเข้าใจผิดไปหรือเปล่า”
“เสนาบดีกรมกลาโหมจะกล้ารับนักรบชิงซงไว้ได้อย่างไร?”
“ฟางเฉินก็ไม่ใช่เทพเ้าจริง ๆ ที่จะหยั่งรู้ไปเสียทุกเื่ ข้าเคยได้ยินว่าเมื่อก่อนเสนาบดีเย่กับฟางเฉินมีเื่หมางใจกันอยู่นะ”
“หรือว่าท่านเทพาจะจงใจใช้เื่นี้มาสะสางบัญชีเก่า?”
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นหนาหู
เย่ตงิได้ยินดังนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปมา เขาจ้องเขม็งไปที่ฟางเฉิน “ท่านเทพา เื่ในตอนนั้นข้ายอมรับว่าเป็ความบกพร่องของข้าจริง แต่เื่นั้นก็ได้ทูลต่อหน้าพระพักตร์ไปแล้ว และข้าก็ได้รับโทษไปแล้ว ท่านจะมาใส่ความข้าเพื่อป้ายสีชื่อเสียงของข้าด้วยเื่นี้ได้อย่างไร!”
“ท่านเสนาบดีเย่ เช่นนั้นจะอนุญาตให้ข้าเข้าไปค้นข้างในสักหน่อยได้หรือไม่?” ฟางเฉินยิ้มถาม
“ฟางเฉิน! เ้าอย่าให้มันเกินไปนัก! ที่นี่คือจวนเสนาบดี เ้าถือดีอย่างไรจะมาเหยียบย่ำตามใจชอบ เ้าคิดว่าเ้ายังเป็เทพาผู้ยิ่งใหญ่เหมือนเมื่อก่อนหรือ!? ตอนนี้เ้าเป็เพียงสามัญชนที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบเข้าสู่ราชสำนักด้วยซ้ำ!” เย่ชิงเหอตวาดเสียงเข้ม
เขาคิดว่าพ่อของเขาจะพยายามขัดขวางไม่ให้ฟางเฉินค้นจวนอย่างเต็มที่ แต่นึกไม่ถึงว่าเย่ตงิจะส่งสัญญาณให้เขาเงียบปาก ก่อนจะมองฟางเฉินอย่างเ็า
“ท่านเทพา จวนเสนาบดีไม่ได้ใหญ่โตอะไร ท่านอยากจะค้นก็ตามสบาย แต่ถ้าหากไม่พบร่องรอยของเซียวเอิน ท่านจะรับผิดชอบเื่นี้อย่างไร?”
“ไม่พบรึ? ถ้าไม่พบข้าก็จะไปศาลต้าหัวกับพวกเขาอย่างไรเล่า ท่านเสนาบดียัง้าความรับผิดชอบแบบไหนอีก?” ฟางเฉินยิ้มพลางชี้ไปทางคนของศาลต้าหัวที่อยู่ไม่ไกล
เย่ตงิถึงเพิ่งเข้าใจในตอนนี้ ที่แท้คนกลุ่มนี้มาเพื่อจับกุมฟางเฉินนั่นเอง เขารู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันที
“ตกลง เช่นนั้นเชิญท่านเทพา” เย่ตงิพยักหน้า
“ท่านพ่อ!?” เย่ชิงเหอร้องด้วยความใ
“ใครทำอะไรฟ้าย่อมมองเห็น สิ่งใดที่เราไม่ได้ทำ จะต้องกลัวไปไย?” เย่ตงิแค่นเสียงเ็าครั้งหนึ่ง เย่ชิงเหอไม่กล้าพูดต่อ หากพูดมากกว่านี้ความคงแตกแน่
ในขณะที่ฟางเฉินกำลังจะก้าวเข้าไปในจวนเสนาบดี ทันใดนั้นมีขบวนม้าควบตะบึงตรงมายังหน้าจวน ผู้นำขบวนะโลงจากหลังม้าแล้วจ้องมองฟางเฉินอย่างเ็า
“ฟางเฉิน จวนเสนาบดีกรมกลาโหมแห่งนี้... เ้าเข้าไม่ได้!”
“องค์รัชทายาท!?” เย่ตงิใรีบก้มลงทำความเคารพ
ทุกคนต่างใจสั่นสะท้าน... นึกไม่ถึงว่าองค์รัชทายาทจะเสด็จมาด้วยพระองค์เองเช่นนี้!