Infinity Online

    ตอนที่ 39 โกลด์ดาร์ก ราชันย์แห่งอสูร


     

              

     

              

     

               สายลมพัดอ่อนๆยามดึกดื่น ผมกับเรนนอนพักที่ต้นไม้ซึ่งห่างจากจุดกางกระโจมประมาณสี่กิโลเมตรก็แบบว่าต้นนี้มันใหญ่ดีอ่ะนะและกิ่งที่แยกออกมามันทำให้นอนสบายนะสิครับ  ส่วนเรนมันก็หาต้นที่ถูกใจมันนั่นแหละไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนหรอกครับ ขี้เกียจตรวจดู ถามว่าเป็นห่วงพวกมาเรียไหมตอบเลยว่าไม่จำเป็นครับเพราะตอนที่พวกนั้นเข้านอนเรนมันแอบไปกางข่ายเวทย์ป้องกันไว้แล้วมันเป็นห่วงมาเรียยิ่งกว่าผมเสียอีก แล้วเวทย์ที่มันกางก็ระดับโคตรสูง ถ้าสัตว์อสูรไม่โหดเกินไปก็ทนได้สบายๆ

     

     

     

    ด้านของทอรัส

     

               “อามอน หาพวกมันเจอยัง  มันไปอยู่ไหนของมันวะ”  ทอรัสสบถ

     

               “ไม่เจอครับนายท่าน  คิดว่าน่าจะอยู่ใกล้ๆนี่แหละครับหาอีกสักหน่อยเดี๋ยวก็เจอเองครับ”  อามอนตอบและค้นหาต่อไป

     

               และแล้วเวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ  จนถึงตีสองพวกทอรัสก็ยังหาพวกผมไม่เจอ จึงถอดใจกลับไปนอน  อันความจริงแล้วทอรัสมันจะเข้าไปลักหลับพวกมาเรียแต่ติดข่ายเวทย์ของเรนมันตั้งใจพังข่ายเวทย์อยู่พักใหญ่แต่ทำไม่ได้  จึงกลับไปนอนกระโจมตัวเองด้วยความหงุดหงิด

     

          "ถ้าหากข้าจัดการมันไม่ได้พอตอนเรากลับออกไปค่อยไปหาตัวช่วย ตอนนี้ข้าพึ่งนึกออกถึงข่าวลือว่ามีเด็กนักเรียนคู่หนึ่งได้ฆ่าอาจารย์ของที่นี่ไปหนึ่งคนแถมยังมีข่าวลือมาอีกว่ามันทั้งสองสามารถสยบมังกรได้ไว้ข้าจะตามหาแล้วว่าจ้างทีหลัง ทีนี้แหละไอ้ออฟนั่นมันได้ตายสมใจข้าแน่"  ทอรัสพูดด้วยความหงุดหงิดกับอามอนพร้อมกับเเสยะยิ้มออกมาเมื่อกล่าวถึงคู่หูที่เป็นข่าวลือทั่วโรงเรียน

     

        "ด้วยอำนาจของท่าทอรัสไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้หรอกขอรับ"  อามอนประจบประแจง

     

         "มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วอามอน หึ"  ทอรัสแค่นเสียงหัวเราะ

     

        

     

    .................................................

     

               ตอนเช้ากับบรรยากาศอันสดใส  เสียงนกน้อยส่งเสียงเปรียบดั่งนาฬิกาปลุกผมกับเรนก็เตรียมอาหารเสร็จแล้ว รอแค่ทุกคนออกมาทานพร้อมกัน  วัตถุดิบที่ใช้ ก็ล่าเอาตอนที่เดินทางกลับมา ที่ผมล่าได้ก็มี กวางสองสี หมีขาว  หมีน้ำตาล  ไก่ป่าที่ตัวใหญ่กว่าไก่ปรกติประมาณสี่เท่า  กระต่ายมีเขาอีกจำนวนหนึ่งรวมๆกันก็ประมาณ สี่สิบหกตัว  และเก็บสมุนไพรอีกเล็กน้อยเรนมันก็ล่ามาเหมือนกัน  แต่ล่ามาเยอะกว่าผมสี่เท่า แถมยังบอกให้ผมทำอาหารเยอะๆอีก  ผมเลยจัดไปสี่หม้อใหญ่โดยผมกับไอ้เรนกะจะเหมาสามหม้อ ส่วนอีกหม้อก็ให้พวกคุณมาเรียจัดการไป

     

               และแล้ว เวลาอาหารเช้าก็มาถึงทุกคนอยู่กันพร้อมหน้ายกเว้นทอรัสกับอามอน การทานอาหารเป็นไปอย่างราบรื่น  คุณมาเรียกับคุณมิ้นทานแค่สองจานที่เหลือจึงเป็นของผมกับเรน  เพียงแต่เรนมันสวาปามเร็วเกินปรายเลยจริงๆซัดไปคนเดียวสามหม้อ  อีกหม้อหนึ่งผมเป็นคนจัดการเองหุหุ

     

               การเดินทางวันนี้ก็เหมือนๆปกติ  ทอรัสกับอามอนก็วิ่งเข้าหาสัตว์อสูรตลอดทาง จนไปถึงเขตกั้นระหว่างป่าอาถรรพ์เขตนอกและเขตใน  ทอรัสกับอามอนก็เดินผ่านเข้าไปเฉยๆ แถมยังไม่ยอมกลับมาอีก

     

               “ถ้าหากพวกนายไม่เข้ามา แสดงว่าปอดแหก อีกอย่าง แค่ป่าเขตในฉันคนเดียวก็จัดการได้สบายอยู่แล้ว กลับไปรอที่โรงเรียนเลยก็ได้นะ” ทอรัสเป็นคนพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

     

               ส่วนผมกับไอ้เรนนะเหรอ ก็หันหลังกลับโดยไม่สนใจนะสิถึงแม้ทอรัสจะตะโกนด่าสารพัด ก็ไม่สนใจ  แต่ทว่าสุดท้ายก็ต้องเข้าไปจนได้เพราะคุณมาเรียกับคุณมิ้นเข้าไปตามทอรัสกลับมานะสิส่วนทอรัสตัวดีก็เล่นตัวไม่ยอมกลับ แถมยังโชว์จัดการสัตว์อสูรในนั้นอย่างง่ายดาย

     

               “เห็นไหม สัตว์อสูรพวกนี้มันกระจอก”   ทอรัสพูดแล้วก็เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆโชวพาวเวอร์ของตัวเองโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างและยิ่งเห็นสีหน้าไม่ค่อยพอใจของผมก็ยิ่งได้ใจใหญ่

     

               แม้คุณมาเรียกับคุณมิ้นพยายามชวนกลับ แต่ก็ไร้ผล

     

     

     

               “เฮ้อ  คนอวดเก่งก็อย่างนี้แหละ มันรู้ไหมนั่นว่ามีตัวโหดๆรออยู่”   เรนพูดด้วยน้ำเสียงหน่ายๆ

     

               “ช่างเรื่องของทอรัสมันเถอะพวกเราแค่ตามไปดูแลคุณมาเรียกับคุณมิ้นก็พอ”  ผมพูดและก้าวเท้าข้ามเขตแดนไป ส่วนเรนก็ตามผมมาติดๆ

     

     

     

               เมื่อผมกับเรนก้าวผ่านเข้าสู่เขตป่าอาถรรพ์  พลังเวทย์ของเรนที่ควบคุมตลอดเวลาก็รั่วออกมาชั่ววินาทีหนึ่งผมอยู่ใกล้เลยสัมผัสได้แต่ก็ไม่อยากเซ้าซี้ถามความ จึงเดินต่อไปเรื่อยๆ

     

               แต่ถึงแม้ว่าพลังเวทย์ของเรนจะรั่วออกมาแค่เสี้ยววิกลับมีสิ่งหนึ่งที่สัมผัสพลังนี้ได้ ซึ่งตัวตนของสิ่งนี้ยังเป็นปริศนาอยู่

     

               “พลังเวทย์นี่มัน หึหึ อยู่ที่นี่เองรึ”  เสียงปริศนาเอ่ยออกมา

     

               “มีเหตุอันไดรึท่านจ้าว”  ตัวประกอบพูด

     

               “เจ้าจงไปเรียกองครักษ์ทั้งสิบของเรามา”  เสียงปริศนาพูดสั่ง

     

               ผ่านไปแค่ครู่เดียว องครักษ์ทั้งสิบก็คุกเข่าตรงหน้าเขาอย่างพร้อมเพรียง

     

               “พวกเจ้าทั้งสิบ จงดึงตราทองออกรับคำสั่ง”  สิ้นคำพูดทั้งสิบก็ดึงตราที่ติดอยู่ตรงอกออกแล้วหันด้านหน้าของตราเข้าหาเสียงปริศนานั้น ตราทั้งสิบก็เรืองแสงเป็นสีทองทันที

     

               “บัดนี้เราเจอตัวราชันย์มังกรผู้สืบทอดตำแหน่งใหม่ที่ป่าอาถรรพ์เขตในของเราถึงเวลาที่พวกท่านทั้งหลายจะได้ยกทัพมาเพื่อผนึกราชันย์มังกรสู่สถานที่อันมืดมิดจงยกทัพมาทั้งหมดเพื่อที่จะได้ครอบครองพิภพนี้โดยไม่มีอำนาจของราชันย์มังกรมาทัดทานพวกเรา  ข้าราชันย์แห่งอสูร โกลด์ดาร์ก เป็นผู้ยืนยัน” เสียงปริศนาพูดจบ องครักษ์ทั้งสิบก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว

     

               “หึ ถึงเวลาที่พวกข้าจะต้องครองโลกแล้ว ราชันย์น้อยตัวเจ้าเพียงคนเดียวมิอาจเอาชนะพวกเราทั้งกองทัพได้หรอก” อีกอย่างตรานั่นมันเป็นเหมือนเครื่องบันทึกเสียงและภาพไว้ด้วยไฮเทคๆ

     

     

     

            

     

             พวกทอรัส ได้ล่าสังหารสัตว์อสูรจนเข้ามาในเขตที่มีเส้นกั้นเป็นสีดำที่มาถึงตรงนี้เร็วเพราะไม่ค่อยมีสัตว์อสูรให้สังหารเลย จนถึงตอนนี้ก็ปาไปสี่โมงแล้วหลังจากทานข้าวเที่ยงทอรัสก็มุ่งหน้าเข้าไปในป่าลึกเรื่อยๆ อีกอย่างสัตว์อสูรที่ทอรัสสังหารนั้น เหมือนมันจะไม่ค่อยตอบโต้ แถมยังเชื่องช้าและตายง่ายอีกด้วย  หรือเป็นเพราะพวกทอรัสมีฝีมือที่เก่งกาจมั้ง

     

               “นี่ออฟ นายว่ามันแปลกๆไหม” เรนเปิดประเด็นถาม

     

               “อืม แปลกสิ แปลกมาก พวกแกร่งๆไม่ยอมออกมาแถมยังถอยเข้าไปด้านในเรื่อยๆ”  ผมพูดเสริม

     

               “ใช่ อีกอย่างนึง ฉันสัมผัสด้านในไม่ได้เลยอสูรด้านในนั้นต้องแข็งแกร่งแน่ๆจะทำยังไงต่อดีถ้ามันโหดเกินก็รับมือไม่ไหวเหมือนกันนะ” เรนพูด

     

               “เราต้องเตรียมตัวไว้ก่อน เผื่อเจอเหตุไม่คาดฝัน”  ผมจ้องตากับเรน แล้วเราก็พยักหน้าพร้อมกัน

     

               “อืม”  เรื่องนี้รู้กันแค่สองคนนะ

     

    ............................................

     

               “คุณทอรัสคะ ฉันว่าเราหยุดกันแค่นี้เถอะค่ะ”   มาเรียพูดเป็นรอบที่เท่าไรไม่รู้

     

               “อย่ากังวลเลยน่า ไม่เห็นที่ผมจัดการไปเหรอไงครับ แค่เขตสีดำมันกระจอกน่า” ทอรัสพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

     

               “แต่ว่าด้านในนี้อาจมีสิ่งอันตรายมากๆอยู่ก็ได้นะคะ”  มาเรียยังไม่ละความพยายาม

     

               “มันจะสักเท่าไรกันเชียว  ไปกันเถอะอามอน”

     

               “คุณทอรัสคะ”   มาเรียได้แต่ตะโกนตามหลัง สุดท้ายเธอก็ยอมเดินตามทอรัสไป เพราะเขาคือเพื่อนร่วมทีมจึงไม่อยากทิ้งไปต่อหน้าส่วนเจ้าทอรัสก็ได้ใจนึกว่ามาเรียสนใจเขาก็เลยจะเล่นตัวอีกสักหน่อยหารู้ไม่ว่าการทำแบบนี้มันนำอันตรายอย่างมหันต์มาสู่พวกพ้องและตัวมันเอง

     

     

     

               เมื่อพวกเราก้าวข้ามเขตสีดำไป  เส้นแบ่งเขตที่เป็นสีดำก็ส่องแสงพร้อมกับมีอักขระมากมายหมุนวนเป็นม่านกั้นสูงขึ้นไปและล้อมเป็นครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ในเวลาเพียงไม่กี่วิแต่ทว่ายังไม่จบแค่นี้

     

                           ตู้ม!!  อั๊คคคค

     

       เพียงแค่พริบตาทอรัสก็โดนสิ่งปริศนาโจมตีเกราะที่ทอรัสสวมใส่พังเป็นเศษเล็กๆ

     

               “อึก  กะ...เกิดอะไรขึ้น”  ทอรัสยัง งง กับสิ่งที่เกิดขึ้นเขากระอักเลือดออกมากองโต กระดูกซี่โครงหักอกยุบ แขนหัก ขาหัก สภาพดูไม่ได้ สิ่งปริศนาที่โจมตีทอรัสสำเร็จแล้วก็พุ่งไปยังมาเรียอย่างรวดเร็ว มาเรียตาเบิกกว้าง กับพลังสีดำที่แผ่กระจายออกมาจากสิ่งปริศนาตรงหน้าแต่ว่าความเร็วระดับนี้มัน

     

               กึง!! 

     

               ก่อนที่การโจมตีนั้นจะถึงตัวมาเรีย ก็ถูกผมหยุดไว้ในพริบตา ในเสี้ยววิผมก็ปล่อยหมัดออกไปอย่างรวดเร็ว

     

               ตูม!!  โครม!!

     

               สิ่งปริศนานั้นถูกต่อยอย่างจัง  และปลิวกระแทกกับต้นไม้ล้มเป็นทางยาวเมื่อควันที่ฟุ้งกระจายเบาบางลง ควันสีดำที่แผ่รอบสิ่งปริศนาเมื่อกี้ก็จางลง  เผยให้เห็นมนุษย์ที่สวมผ้าคลุมสีดำปกปิดหน้าตา

     

             “เจ้าเป็นใครกัน  ทำไมถึงรับการโจมตีของข้าได้” คนสวมผ้าคลุมจ้องหน้าผมแล้วถามด้วยเสียงอันแหบแห้งแต่ดังจนน่าขนลุก

     

             “ท่านนะแหละเป็นใคร”   ผมไม่ตอบแต่ย้อนถามแทน

     

               “หึ”  คนสวมผ้าคลุมเค่นเสียงแค่นั้นก็หายวับ

     

     

     

               ใช้ความเร็วสูงพุ่งมาด้านหน้าและใช้ปลายนิ้วแทงมาที่อกผมอยางรวดเร็ว(สำหรับพวกมาเรียอ่ะนะ) ผมใช้มือซ้ายปัดย่อตัวแล้วพุ่งฝ่ามือขวากระแทกอกเขาอย่างแรง

     

               อั๊กก!!  เขากระอักเลือดออกมา ปลิวไปหกเมตรแต่ก็ยังทรงตัวได้ แล้วพุ่งมาหาผมต่อ  คราวนี้ปลายนิ้วเขากลายเป็นสีดำแผ่ไอสีดำมาตรงอกผมอีกครั้งผมเอี้ยวตัวหลบในพริบตา แล้วมือซ้ายจับข้อมือของเขาส่วนมือขวาตวัดจากล่างขึ้นบนไปยังต้นแขนเขา

     

               ฝ่ามือครุฑดำ เสี้ยวลมสะบัดภูผา

     

               ฉั๊วะ  โครม!!  ฝ่ามือผมผ่านต้นแขนของเขา พร้อมกับมือซ้ายที่จับข้อมือของเขาถูกปล่อยแล้วหันไปกระแทกกลางลำตัวของคนสวมผ้าคลุมนั่นกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้

     

     

     

               “มันตัดแขนเราตั้งแต่เมื่อไหร่กัน  พลังเวทย์ของหมอนั่นไม่ใช่พลังของราชันย์มังกรแต่ทำไมถึง.....แข็งแกร่ง”  คนสวมผ้าคลุมสีดำพูดกับตัวเองแล้วก็แสยะยิ้มออกมา

     

               “หึหึ  ฮ่าๆๆ  เจ้ามันแข็งแกร่งจริงๆ  ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ราชันย์มังกรก็เถอะ  แต่พลังแค่นั้นมันยังน้อยไป  ส่วนชายผมขาวนั่นก็คือราชันย์มังกรสินะ  เอาละๆ วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเจ้าแล้วราชันย์มังกร  วันสุดท้ายที่จะได้เห็นแสงสว่าง ฮ่าๆๆ”    คนสวมชุดคลุมหัวเราะด้วยเสียงอันแหบแห้งเรื่องนี้มันเกิดขึ้นรวดเร็วจนผมตามไม่ทัน เเข็งแกร่งแล้วอีกเรื่องคือราชันย์มังกร มันพูดเเล้วมองไปที่เรนอย่าบอกนะว่าเจ้าเรนคือราชันย์มังกร แล้วมันสัมผัสถึงการมีตัวตนของเจ้าเรนได้ยังไงตั้งเเต่เจอกันเหมือนจะมีแค่เสี้ยววิเท่านั้นที่พลังเวทย์ของมันกระจายออกมาแต่นั่นคงไม่สามารถที่จะทำให้เจ้านี่สัมผัสได้หรอก มันควรจะเป็นอย่างนั้น

     

               ครืน   ครืน   ครืน

     

               เสียงอันกังวานที่ดังกึกก้อง และแรงสั่นสะเทือนอันรุนแรงของผืนดิน เสียงนั้นมาจากท้องฟ้า มันคือเสียงเดินทัพของมนุษย์ที่มีปีกสีดำ สองปีก  สี่ปีก  และหกปีกที่มีเพียงตัวเดียว

     

               ผืนแผ่นดินที่สั่นสะเทือนมาจากการเดินทัพของมนุษย์ตัวใหญ่รูปร่างประหลาด มีเขางอกบนหัวบ้าง  บนตัว บน ไหล่และรูปร่างต่างๆ คล้ายมนุษย์รวมกับสัตว์ต่างๆ

     

               “บ้าน่า  พวกเทพตกสวรรค์เยอะขนาดนี้ เป็นไปได้ยังไง”   เรนที่อยู่ห่างจากผมพูดออกมา

     

               “อะไร พวกตกสวรรค์อะไร”  ผมหันไปถาม

     

               “พวกนั้น เป็นเผ่าเทพที่ต้องการโค่นบัลลังก์ของซุส”  เรนมันพูดสั้นมาก

     

               “ห๊ะ ไม่เข้าใจ”  ผมพูด

     

               “เรื่องอื่นไว้ก่อน  ตอนนี้เราต้องหนีไปจากพวกนี้ให้ได้พวกมันแข็งแกร่งมาก”  เรนพูดแล้วมองผมด้วยสายตาที่ต่างออกไปจากเดิม เป็นสายตาที่เศร้าและกล่าวคำขอโทษความเสียใจ และการจากลาอยู่ในนั้น

     

               “ออฟ  นายพาทุกคนออกไปจากที่นี่ให้ไวที่สุดฉันจะถ่วงเวลาให้เอง”  เรนพูดด้วยแววตาที่ผมไม่เคยเห็น มันดูเศร้าเหมือนจะไปตายยังงั้นแหละ แต่เมื่อนี่เป็นคำขอผมก็ไม่ปฏิเสธ

     

               “อืม  ไว้ใจฉันได้เลย  เอาตัวรอดให้ได้ล่ะ”  ผมพูดแค่นั้นก็ใช้ความเร็วสูงคว้าทั้งสี่คน  แล้วตรงไปยังม่านที่กางกั้นแต่มันขวางไม่ให้ัสิ่งไดหลุดออกไปจนผมกระแทกอย่างจังแต่ก็ตั้งหลักอย่างรวดเร็ว

     

               เทวหปฐวี ยักษาทลายโลกา

     

               เพล้ง!!  เสียงม่านกั้นแตกกระจายเป็นรูขนาดใหญ่เมื่อโดนเท้าผมกระแทก  ผมไม่รอช้าพาทั้งสี่พุ่งไปด้วยความเร็วสูงทันที ไม่ถึงนาที ผมก็พาทั้งสี่มาถึงเขตสีเขียว และวางทั้งสี่ไว้ สภาพทั้งสี่ตอนนี้มีเพียงมาเรียที่ยังประคองสติได้ ส่วนอีกสามคนสลบไปแล้ว

     

               “คุณมาเรียครับ รีบออกไปตามคนมาช่วยสามคนนี่ที ผมจะกลับไปช่วยเรน” ผมกุมมือเธอแล้วพูดด้วยความเป็นห่วง

     

               “แต่ว่าพวกนั้นมัน...”

     

               “ไม่เป็นไรหรอกครับ  ผมแค่ไปช่วยเพื่อนผมแค่นั้น” พูดจบผมก็หายวับไปทิ้งไว้เพียงลมกรรโชกเป็นเส้นทางที่ผมพุ่งไป

     

     

     

    ด้านของเรน

     

             ตอนนี้เรนอยู่ในสภาพที่ ตามตัวมีเกร็ดเล็กๆสีดำออกตามผิว และบริเวณแก้ม  มือที่มีกรงเล็บสีดำยาวออกมาไอพลังสีดำม่วงที่แผ่ออกมาจากตัวเรนนั้นแสดงถึงพลังที่เกินจินตนาการ  แต่ทว่า ถึงแม้จะมีพลังมาก มีความเร็วเทียบแสง  ก็ไม่สามารถรับมือกองทัพนับล้านนี้ได้ แถมยังเจอตัวที่เป็นราชันย์ถึงสอง  คือราชันย์อสูรโกลด์ดาร์กกับราชันย์มารเทพ ออโตดิกส์ สภาพของเรนตอนนี้จึงมีแต่แผลเหวอะหวะมากมาย

     

               “หึหึ  ราชันย์มังกรน้อย  พลังของเจ้ายังด้อยนัก ยอมโดนผนึกเสียโดยดีเถอะ”  ราชันย์อสูรโกลด์ดาร์กเอ่ย  สาเหตุที่ต้องผนึกก็เพราะเมื่อผู้เป็นราชันย์ถูกฆ่าพลังแห่งราชันย์ที่ได้รับสืบทอดมาก็จะกลับไปยังเขตแดนที่มันเคยอยู่และหาผู้เหมาะสมที่จะสืบทอดใหม่ทันที  ถึงแม้ว่าจะไร้ผู้สืบทอดแต่พลังแห่งราชันย์ก็ยังคงลดทอนพลังมาร พลังอสูร และฝ่ายดำไปหนึ่งส่วนสี่อยู่ดีดังนั้นการผนึกจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด อีกอย่างตอนนี้เรนไม่สามารถจะใช้พลังราชันย์ได้อย่างเต็มที่เพราะร่างกายยังปรับสมดุลไม่ได้ พลังของสองราชันย์ที่อยู่ตรงหน้าก็ลดทอนพลังของเขามากกว่าครึ่ง ที่ยังไม่เดี้ยงก็เพราะการเบี่ยงเบนพลังทั้งนั้นถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปมีหวังคงต้องโดนผนึกแน่

     

     

     

               “จะทำยังไงดี ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปทุกอย่างคงจบสิ้น”  ขณะที่เรนกำลังพึมพำกับตัวเองอยู่นั้น

     

               ครืน!!  ตูม!!

     

               เหล่าเทพตกสวรรค์ถูกสายคมดาบตัดตายตกไปหนึ่งส่วนห้า  และบาดเจ็บอีกนับพัน

     

               “จะมัวคิดเล็กคิดน้อยไปทำไมเล่า ไอ้เรนทุ่มเทกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ดีกว่าเหรอ”  ผมที่โผล่มาอีกฟากหนึ่งตะโกนบอกเรน

     

             “ออฟ  นายกลับมาทำไมแล้วเมื่อกี้มัน...เกิดอะไรขึ้น”  เรนที่ตั้งตัวได้ก็ตกใจกับสิ่งที่คู่หูทำเพราะพลังที่ถึงขนาดจัดการกับเทพตกสวรรค์นับหมื่นในทีเดียวนี่มันไม่ใช่ของธรรมดา

     

               “อะไร  ก็มาช่วยคู่หูของตัวเองไง ไอ้สองคนนั่นใช่ไหม ที่เป็นหัวหน้า”  พูดแค่นั้นผมก็หายวับไปปรากฏตรงหน้าแล้วฟาดดาบทันทีแต่ราชันย์มารเทพก็ใช่ย่อยใช้ดาบสีดำอันใหญ่โตรับอย่างทันท่วงที  แต่ว่าหมัดดุ้นๆของผมก็กระแทกกับชุดเกราะอย่างจัง ทำให้ออโตปลิวไปหลายเมตร

     

               “บ้าน่า แค่หมัดเดียวก็ทำให้เกราะของฉันร้าวได้  แกเป็นใคร”  ออโตตั้งท่าเพื่อจะสวนกลับถามออกมา

     

               “คู่หู ของคนที่พวกคุณเรียกว่าราชันย์มังกรไง”  ผมพูดแค่นั้นก็พุ่งไปต่อออโตก็รับท่าแรกได้แต่ก็ไม่ว่ายโดนกระบวนท่าต่อๆไปของผมจนกระเด็นไปหลายครั้งตอนที่กระเด็นนั้น  ออโต้สามารถใช้เวทย์ชั้นสูงตรวจสอบแฟลกผมได้ก็เบิกตากว้างทันที

     

               “อึก  เป็นไปไม่ได้เจ้ามีพลังแค่สองล้านกว่า แต่กลับสามารถตอบโต้ระดับราชันย์ที่มีพลังมากกว่าพันล้านอย่างพวกข้าได้เนี่ยนะแถมยังนามสกุลนั่น  เจ้าเกี่ยวข้องกับโครนอสงั้นเหรอ” ออโต้พูดด้วยความตกใจ

     

               “ปลดปล่อยพลังระดับราชันย์” ออโตท่องมนต์เปิดผนึก แรงกดดันเพิ่มขึ้นจากเดิมมากว่าเดิมหลายสิบเท่า ทำให้ม่านพลังแตกกระจายทันที พลังมารของเทพคนนี้ทำให้พวกซุสรับรู้ถึงตำแหน่งได้ จึงเร่งรีบสั่งการระดมทัพระดับสูงสุดอย่างเร่งด่วนและตัวซุสก็พุ่งมาพร้อมกับเทพส่วนหนึ่งโดยไม่รีรอทหารองครักษ์ที่เหลือสั่งเกณทัพสวรรค์เพื่อมาปราบทันที

     

               “เจ้าทำอะไรลงไปออโตนิกส์” โกลด์ดาร์กตกใจ

     

               “เจ้านี่มันเกี่ยวข้องกับโครนอส เราต้องจัดการมันไม่งั้นอาจเกิดปัญหาใหญ่”  ออโตพูด

     

               “แค่พลังปรกติก็จัดการได้ไม่ใช่เรอะ จะปลดปล่อยพลังราชันย์ทำไม” โกลด์ดาร์กพูด

     

               “เจ้านี่แกร่งกว่าฉัน” พูดแค่นี้ออโตก็หายวับมาโผล่ด้านหลังผมแล้วฟาดดาบขนาดใหญ่มาอย่างรวดเร็วแต่ผมก็รับได้ และออโตก็เปลี่ยนทิศทางรวมไปถึงปรับท่าร่างทุกครั้งที่โจมตีทำให้ผมรับมือยากขึ้น  แต่ว่า

     

               ตูม!!  อั๊ค  ออโตถูกเท้าผมกระแทกอย่างแรง กระอักเลือดออกมา

     

               “เจ้า  ทำไมถึงยังตอบโต้ข้าได้ หรือว่า เจ้ามีพลังราชันย์”  ออโตตกใจที่ผมสามารรับและตอบโต้ได้แถมยังหนักหน่วงกว่าเดิม

     

               จะว่าไงดีล่ะครับผมก็เป็นราชันย์อสูรนะแหละแต่ของโกลด์ดาร์กกับผมมันไม่เหมือนกันนะ ถึงแม้พลังผมมีแค่สองล้านก็เถอะ ที่แฟลกวัดได้อ่ะนะ แต่ว่าธาตุที่ผมอันเชิญมามันวัดไม่ได้นี่นาอีกอย่างผมก็โดนพวกนิรนามนั่นหลอมกายหยาบด้วย มันก็คล้ายๆกับว่า เป็นอัมตะนั่นแหละ ถ้าเทียบพลังเวทย์ผมแพ้ราบคาบ แต่ถ้าพลังกายภาพมันคนละเรื่องกัน

     

               “ก็คงใช่แหละมั้ง”  พูดแค่นั้นผมก็พุ่งไปหาออโตต่อ ผ่านไปสักครู่ออโตก็พลาดท่าโดนผมฟันช่วงท้องทะลุเกราะจนเกิดแผลขนาดใหญ่ส่วนเรนก็เริ่มเป็นรองโกลด์ดาร์กเรื่อยๆ  ผมง้างดาบเพื่อที่จะฟันคอของออโตนิกส์ให้ขาดแต่ก่อนที่ผมกำลังจะฟันลงไปผมก็หยุดทันทีเพระมีเทพตกสวรรค์คนหนึ่งมาขวางผมแต่ที่ผมหยุดก็เพราะเทพตนนั้นมันล็อคคอมาเรียแล้วมาขวางทางดาบผม  เพียงแค่เสี้ยววิที่ผมเสียจังหวะ ออโตก็ซัดเวทย์ใส่จนผมกระเด็นไปหลายเมตร

     

               พอผมลุกขึ้นก็เห็นวงเวทย์นับพันล้อมรอบมาเรียมันเป็นเวทย์คำสาปขั้นสูง

     

               “จะทำอะไร”  ผมถามสั้นๆด้วยท่าทีตื่นตระหนก

     

               “ยอมจำนนเสียเถอะ  ถ้าไม่อยากให้เพื่อนของเจ้าโดนคำสาปขั้นสูงนับพัน และดึงวิญญาณไปสู่คุกที่มีแต่ฑัณทรมาน”  ออโตแสยะยิ้ม

     

               “ยะ  อย่า  หะห่วง ฉัน ละ เลย คะ คะ ค่ะ”  เสียงของมาเรียเริ่มเบาลงเรื่อยๆเพราะโดนวงเวทย์เหล่านั้นดูดพลังออกไปบ้าจริง เธอยังคงมีสติอยู่ได้ยังไง แล้วมาอยู่ตรงนี้ได้ไง เจ้าพวกนั้นมัน...

     

               “ถ้าแกขยับแม้แต่ก้าวเดียวข้าจะส่งเธอไปทันที  ถ้าคิดจะทำลายทั้งหมดแล้วรอเธอเกิดใหม่ละก็ เป็นไปไม่ได้หรอกนะเมื่อเจ้าทำลายทั้งหมด วงเวทย์จะส่งเธอไปยังฑัณทรมาณทันทีโดยไม่มีวันหวนกลับ” ออโตพูดขู่

     

               ความจริงผมก็อยากจะเข้าไปช่วยแต่ตอนนี้พลังเวทย์ผมมันติดดินยิ่งกว่าอะไรที่มาถึงตรงนี้ได้ก็ฝืนร่างกายแทบไม่ไหวอยู่รอมร่อแล้ว ไอ้สมการเวทย์นั่นถ้าจะแก้ต้องใช้พลังเวทย์ที่มหาศาลอีก  ก็เลยนิ่งๆ ทำตามที่ออโต้บอกฝ่ายออโต้เมื่อเห็นผมนิ่งก็ได้ใจ สั่งให้ลูกน้องจู่โจมผมสารพัด  ผมก็อยู่เฉยๆไม่ตอบโต้ใดๆ พวกนั้นก็สาดเวทย์ใส่ยกใหญ่ พอควันจางลงก็ต้องตกใจกัน  เพราะผมไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อย ตามร่างกายมีแค่รอยเขม่ามอมแมม แถมเสื้อผ้ายังขาดแค่นิดเดียวเอง  ก็แปลกนะทำไมเสื้อผ้าถึงไม่ถูกทำลายจนหมด ออโต้จึงสั่งให้เทพตกสวรรค์คนหนึ่งคุมวงเวทย์แล้วตัวเองก็ออกโรงฟาดฟัน ผมจนเกิดแผลมากมายแต่ก็ต้องตกใจเพราะแผลสมานอย่างรวดเร็ว

     

               เรนตอนนี้พ่ายแพ้ให้กับโกลด์ดาร์กเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ถูกโซ่ขนาดใหญ่พันรอบตัว พลังเวทย์ก็ถูกโซ่ดูดไปเรื่อยๆ

     

               “เจ้านี่มันเป็นอัมตะ  เราต้องผนึกมันไว้”ออโตกล่าวอย่างร้อนรนเมื่อมองมายังตัวผมพวกมันต้องรับฉวยโอกาสตอนนี้ไม่งั้นอาจจะสายเกินแก้

     

               “รู้แล้ว” โกลด์ดาร์กกล่าว

     

     โซ่ตรวนเวทย์ ผนึกนิรันด์

     

     

     

    รอบๆตัวผมถูกโซ่พันไว้และดูดพลังเวทย์จนหมดแต่ก็แค่พลังเวทย์  จากนั้นก็ลากพวกเราไปแต่ทว่า ไม่ว่าจะทำวิธีไหน ก็ไม่สามารถทำให้ผมขยับได้ตัวผมยังคงนิ่งอยู่กับที่ไม่ไปไหนสร้างความแปลกใจอย่างล้นเหลือ

     

    “ให้สัตย์ต่อผมก่อนสิว่าจะไม่ทำอะไรมาเรีย”  ผมเอ่ยด้วยเสียงอันหนักแน่น

     

    ออโตกับโกลด์ดาร์กเห็นอย่างนั้นก็ตกใจทำอะไรไม่ถูกเพราะว่าผู้ที่ถูกโซ่นี้ล่ามจะถูกดูดพลังเวทย์อย่างมหาศาล  จนร่างกายอ่อนแรง แต่หมอนี่กลับต่อต้านได้หากพวกเขาไม่รับปากเกรงว่าหมอนี่คงไม่ยอมง่ายๆ

     

    “ได้สิ ฉันจะไม่ทำอะไรมาเรีย” ออโตพูดด้วยท่าทีหวาดหวั่นเพราะมันไม่รู้ว่ามนุษย์ตรงหน้าเป็นใคร แต่ต้องเกี่ยวข้องกับโครนอสแน่

     

    “ไม่ใช่คุณคนเดียวแต่ผมรวมไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับพวกคุณทั้งหมด”  ผมพูด

     

    “เจ้า  เอางั้นก็ได้เอาอย่างที่เจ้าว่าเลย” ออโต้

     

    “งั้นมาทำสัตย์สาบานสิ”  ผมพูด

     

    “ก็ได้ ว่ามา”  ออโต้กำหมัดแน่น แต่ก็ต้องยอม

     

    “พวกท่านและผู้ที่เกี่ยวข้องกับท่านจะไม่ทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อมาเรียและครอบครัวมาเรียหากผิดสัตย์เราจะออกมาทันที”  ผมพูด

     

    “ได้ ข้ารับปาก”

     

    “แม้ครั้งที่สองพวกท่านและผู้ที่เกี่ยวข้องกับท่านจะไม่ทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อมาเรียและครอบครัวมาเรียหากผิดสัตย์เราจะออกมาทันที”

     

    “ได้ ข้ารับปากและจะทำตามคำพูดของเจ้า”ออโต้เริ่มทนไม่ไหว

     

    “แม้ครั้งที่สามพวกท่านและผู้ที่เกี่ยวข้องกับท่านจะไม่ทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อมาเรียและครอบครัวมาเรียหากผิดสัตย์เราจะออกมาทันที และรวมถึงการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของพวกคุณ”

     

    “ได้ พวกข้าจะทำตามที่เจ้าพูดทุกประการพอใจมั้ย” ออโตทนไม่ไหมตะโกนลั่น

     

    ผมได้ยินดังนั้นก็ยิ้มแล้วก็ถูกพวกนั้นพาไปอย่างรวดเร็ว ส่วนออโตก็ทำตามที่เขาได้รับปากไว้จากนั้นไม่นานพวกซุสก็มาถึง เจอแต่มาเรีย ที่ทรุดและร้องให้ไม่หยุดถามอะไรก็ไม่ตอบ ได้แต่คร่ำครวญถึงบุคคลที่ชื่อออฟเพียงอย่างเดียว

     

    ส่วนผมกับเรน ถูกพาไปยังสถานที่แห่งหนึ่งเป็นสถานที่ๆมืดมิด และเต็มไปด้วยวงเวทย์ ตาข่ายพลังหลายแสนชั้นจากนั้นก็ถูกโยนไปยังห้องหนึ่ง เป็นห้องเปล่าๆ แต่ดูดพลังเวทย์อย่างมหาศาลพอประตูถูกปิดลง ก็มีแต่ความมืดมิด

     

    ความมืดที่ไร้สิ้นสุดกับบรรยากาศอันหนาวเหน็บเสียงหนึ่งก้องออกมา

     

    “เจ้าหนู  ในที่สุดก็ได้เจอจนได้สินะ ผู้ที่มาจากต่างโลก” เสียงบุรษปริศนาเอ่ยขึ้นพลันผมก็แปลกใจกับเหตุการณ์แบบนี้ ผีเหรอ..

     

    “ไม่ต้องตกใจ ชื่อของเราคือ...”

     

    ...................................................

    คล้ายกับเรื่องInfinity Online ที่คุณอ่าน