ซูอี้หว่านยกมือลูบหน้าผากที่ปวดแปลบเงยหน้ามองพี่ชายอย่างขุ่นเคืองกลับเห็นเพียงซูอี้โจวที่ยืนตระหง่านมั่นคงดั่งภูผา ราวกับไม่มีเรื่องราวใดๆเกิดขึ้น ยิ่งเพิ่มความหงุดหงิดในใจนาง
การกระทำของสองพี่น้องทำให้คู่นายบ่าวหัวเราะคิกคัก คลายความตึงเครียดและความกังวลก่อนหน้านี้ลง
ระหว่างทางทุกคนได้พูดคุยกันซูอี้หว่านถึงกับประหลาดใจเมื่อรู้ว่าคนที่พวกเขาช่วยชีวิตไว้นั้นแท้จริงแล้วคือบุตรสาวคนเดียวของหงเต๋อฝู่
"ที่แท้ท่านทั้งสองก็รู้จักบิดาข้า"
หงเวยเองก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้เมื่อรู้ว่าพวกเขารู้จักกัน นางก็รู้สึกว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของโชคชะตา
"ใช่แล้ว! คราวก่อนข้ายังขายสูตรอาหารให้เถ้าแก่หงเสียด้วยซ้ำ!"
ซูอี้หว่านไม่ได้ปิดบังบอกเรื่องที่ตนเองขายสูตรอาหารให้หงเต๋อฝู่ไปตรงๆ
สำหรับหงเวยเรื่องการค้านางไม่ค่อยรู้เรื่องมากนัก แต่ก็พอจะรู้ว่าตั้งแต่มีสูตรอาหารนั้นมาธุรกิจโรงสุราก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นทุกวันๆ บิดาของนางยิ้มแย้มแจ่มใส มีความสุขมาก
หงเวยรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งเพราะร่างกายของนางอ่อนแอมาตลอด เพื่อรักษานาง บิดาของนางก็ใช้เงินไปไม่น้อย
ในยุคสมัยที่เลวร้ายเช่นนี้ก่อนหน้านี้หงเต๋อฝู่ยังถอนหายใจยาวๆ เพราะธุรกิจซบเซาบ่นว่าไม่รู้จะทนได้อีกนานแค่ไหน
ตอนนี้สามารถหารายได้เพิ่มขึ้นได้อีกหน่อยสำหรับตระกูลหง สำหรับคนที่ทำงานในโรงสุราแล้ว นับเป็นเรื่องดีอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อคิดถึงตรงนี้หงเวยก็ยิ่งรู้สึกขอบคุณพี่น้องซูอี้หว่านมากยิ่งขึ้น
"ขอบคุณพวกท่านมากเจ้าค่ะ"
"เอ๊ะ ขอบคุณอะไร! นี่เป็นการซื้อขายที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์อย่าเก็บไปใส่ใจเลย"
ในความรู้สึกของซูอี้หว่านนางไม่ได้ทำอะไรที่ต้องให้อีกฝ่ายต้องขอบคุณ เพราะสูตรที่พวกนางขายนั้นก็สร้างกำไรมหาศาลให้หงเต๋อฝู่ จึงไม่มีเหตุผลใดที่ต้องกล่าวคำขอบคุณ
ทุกคนเดินไปข้างหน้าไม่นานก็ถึงจวนตระกูลหง
"นี่คือจวนของข้า"
เมื่อเห็นประตูจวนของตนเองรอยยิ้มแห่งความสุขก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหงเวยทันที
ในขณะเดียวกันหงเต๋อฝู่ก็เดินออกมาจากประตูใหญ่ด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจโดยมีชายคนหนึ่งเดินตามมาด้วย
"เถ้าแก่หงอย่าเพิ่งกังวลใจไป ข้าจะส่งคนไปสืบถามให้พวกเราต้องหาคุณหนูเจออย่างแน่นอน"
ดวงตาของท่านหลงเปล่งประกายความพึงพอใจเชื่อมั่นว่าแผนการของตนเองสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เมื่อถึงเวลานั้นไม่เพียงแต่จะได้เป็นผู้มีพระคุณของตระกูลหงทว่ายังจะได้แต่งงานกับบุตรสาวคนเดียวที่เป็นโรคร้ายของตระกูลหงอีกด้วย
ร่ำลือกันว่าร่างกายนางบอบบางอ่อนแอป่วยกระเสาะกระแสะ คงมีอายุขัยไม่เกินยี่สิบปี สำหรับเขาแล้วนางจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม
รอจนกระทั่งเขาได้แต่งงานกับนางพอถึงตอนที่นางตาย เขาก็สามารถสืบทอดทุกสิ่งของตระกูลหงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เมื่อครู่เขาได้เห็นทุกอย่างของตระกูลหงแล้วคิดว่าในอนาคตสถานที่แห่งนี้จะเป็นของตนเอง หัวใจก็ร้อนรุ่มขึ้นมา
เพียงแต่ท่านหลงคงคาดไม่ถึงว่าแผนการของตนจะถูกทำลายลงอย่างง่ายดายเช่นนี้ตอนที่เขาเดินออกมา ก็เห็นว่าหงเวยเดินมายังประตูตระกูลหง โดยมีสาวใช้ติดตามมาด้วย
"ลูกสาวของข้า!"
เมื่อหงเต๋อฝู่เห็นบุตรสาวของตนเองก็ตื่นเต้นรีบเดินเข้าไปคว้ามือของนาง มองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าอยากจะดูว่านางได้รับบาดเจ็บหรือไม่
"ท่านพ่อ ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ"
หงเวยไม่รู้ว่าเหตุใดบิดาของตนถึงได้ร้อนใจเช่นนี้ราวกับรู้ว่าเกิดเรื่องกับนาง
นางกดความสงสัยในใจลงไปเผยรอยยิ้มอ่อนโยน กล่าวกับหงเต๋อฝู่ว่า "ท่านพ่อนี่คือสหายที่ข้าเพิ่งรู้จัก พวกเขาช่วยเหลือข้าไว้มากมายนัก!"
หงเวยฉลาดมากนางไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่ตนเองถูกอันธพาลล้อมไว้ เป็นเพราะว่าประการแรกชื่อเสียงของลูกผู้หญิงนั้นสำคัญนางไม่สามารถเปิดเผยเรื่องราวในวันนี้ได้
ประการที่สองนางยังไม่แน่ใจว่าเหตุใดหงเต๋อฝู่ถึงแสดงท่าทีตื่นตระหนกเช่นนี้ ในใจยังสงสัยอยู่จึงไม่ได้เปิดปากพูดง่ายๆ เพียงแต่แสร้งทำเป็นใจเย็น แล้วพูดออกไป
"อะไรนะ? สหายอะไร? เจ้าไม่ได้..."
เมื่อหงเต๋อฝู่ได้ยินบุตรสาวของตนเองพูดเช่นนี้โดยสัญชาตญาณก็อยากจะพูดถึงเรื่องที่นางอาจจะเจออันตรายแต่เขาเองก็เป็นคนที่ผ่านสมรภูมิการค้ามาแล้ว จึงพอมีไหวพริบอยู่บ้างเขารีบตั้งสติ แล้วแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องตาม
"หืม ให้ข้าดูหน่อยซิ เพื่อนใหม่ที่เจ้ารู้จัก...นี่มันมิใช่หลานชายแซ่ซูหรอกหรือ!"
ตอนที่หงเต๋อฝู่เห็นซูอี้โจวดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมา ทักทายซูอี้โจวด้วยความกระตือรือร้น
"ไม่คิดเลยว่าจะมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้ ได้มาพบกันอีก!"
ขณะที่หงเต๋อฝู่เอ่ยเขาก็เหลือบมองบุตรสาวด้วยความใคร่รู้ ก่อนจะหันไปมองซูอี้โจวรอยยิ้มล้ำลึกปรากฏบนใบหน้า
"ท่านอาหง ข้าเองก็ไม่คิดว่าจะมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้เหมือนกัน"
ซูอี้โจวถูกหงเต๋อฝู่มองจนรู้สึกไม่สบายใจไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกหงเต๋อฝู่มองเช่นนี้ แต่ก็ยังรู้สึกแปลกๆ อยู่ดี
แต่อีกด้านหนึ่งซูอี้หว่านกลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
ก่อนหน้านี้นางก็รู้สึกว่าสายตาที่หงเต๋อฝู่มองพี่ชายตนเองนั้นร้อนแรงเกินไปตอนนี้พอดูแล้ว นางก็เข้าใจในทันที
ที่แท้เถ้าแก่หงผู้นี้กลับหมายมั่นปั้นมือจะให้พี่ชายของตนเองเป็นลูกเขย?
ต้องบอกว่าสายตาของอีกฝ่ายนั้นดีเยี่ยมจริงๆ
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น?"
ในขณะนั้นเองเสียงทุ้มไม่พอใจก็ขัดจังหวะการทักทายของทุกคนเห็นเพียงท่านหลงที่จ้องมองทุกคนด้วยสีหน้าถมึงทึง ราวกับไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
"คุณชายหลง ไม่มีอะไรหรอก แค่เจอคนคุ้นเคยที่รู้จักกันเมื่อก่อนเท่านั้นเองในเมื่อลูกสาวของข้ากลับมาแล้ว ก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะนะ"
เมื่อได้ยินคำพูดของท่านหลงหงเต๋อฝู่ก็ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจเพียงแต่บนใบหน้ากลับไม่ได้แสดงความไม่พอใจออกมามากนัก
เขาฉลาดในการเข้าสังคมไม่เคยทำให้ใครไม่พอใจ แม้จะรู้ว่าคนผู้นั้นประสงค์ร้าย เขาก็ไม่อยากหักหน้าเกรงว่าจะมีปัญหาไม่รู้จบ
"คุณชายหลง ข้ายังมีธุระ ไม่ขอรั้งท่านไว้ก็แล้วกัน"
หงเต๋อฝู่พูดพลางมองท่านหลงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม"วันนี้ทำให้ท่านต้องเป็นห่วงแล้ววันหน้าข้าจะไปคารวะท่านถึงบ้านอย่างแน่นอน!"
"เถ้าแก่หง"
เมื่อท่านหลงสังเกตว่าหงเต๋อฝู่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการเชิญตนกลับสีหน้าก็ยิ่งบึ้งตึง แต่เขาก็ตระหนักดีว่ามิใช่เวลาที่จะแตกหักกับอีกฝ่ายพลันเหลือบมองพี่น้องซูอี้หว่านด้วยสายตาคมกริบ แล้วจึงจากไปอย่างขุ่นเคือง
รอจนกระทั่งท่านหลงจากไปหงเต๋อฝู่ก็รีบดึงลูกสาวของตนเองพร้อมทั้งเชื้อเชิญสองพี่น้องตระกูลซูเข้าเรือนอีกครั้ง
"ขอบคุณท่านทั้งสองที่พาลูกสาวข้ากลับมาหากคราวนี้ไม่ได้ท่านทั้งสองช่วยไว้ละก็..."
ก่อนหน้านี้ท่านหลงได้เดินทางมาคารวะที่จวนตระกูลหงโดยกล่าวว่ามีกิจการค้าขายที่ต้องการเจรจากับตระกูลหงหงเต๋อฝู่รู้ว่าเขาเป็นหลานชายของเจ้าของหอสุราประตูมังกร ด้วยเหตุนี้แม้ในใจจะสงสัยใคร่อยู่บ้าง แต่ก็ยังคงต้อนรับ
ทว่าสองคนยังมิทันได้สนทนากันเท่าใดก็พลันได้ยินคนมารายงานว่า เห็นหงเวยถูกพาตัวไปที่โรงน้ำชา ไม่รู้ว่าไปที่ใด
ครานี้หงเต๋อฝู่ร้อนใจจนนั่งไม่ติด ไม่สนใจที่จะต้อนรับท่านหลงอีกต่อไปแล้วผุดลุกขึ้นเพื่อจะออกไปตามหาลูกสาว
ท่านหลงเห็นดังนั้นก็รีบเสนอตัวแสดงเจตจำนงว่าจะส่งคนไปตามหาหงเวยด้วยกัน พวกเขาจึงได้เดินออกมาด้วยกัน
เพียงแต่ไม่คิดว่าเมื่อเป็นเช่นนี้กลับได้มาเจอกับหงเวยและซูอี้หว่านที่หน้าประตู
หงเต๋อฝู่เป็นคนที่มีไหวพริบเมื่อเห็นพี่น้องซูอี้หว่านส่งลูกสาวของตนเองกลับมาอย่างปลอดภัยก็ตระหนักว่าโชคดีที่ได้ผู้มีพระคุณช่วยเหลือ