แสงแดดส่องลอดกระจกใสสะอาดของอาคารสำนักงานใหญ่ คอร์เนลล์ กรุป มินตรา ศิริเมฆา หญิงสาววัย 22 ปี ยืนตัวเกร็งอยู่หน้าตึกสูงระฟ้าที่ตั้งตระหง่านตรงหน้า เธอหันไปมองเงาสะท้อนตัวเองในกระจก เธอสวมชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นรีดเรียบ กระโปรงพีทสีดำยาวคลุมเข่า รองเท้าคัทชูสีดำขัดเงา และติดบัตรนักศึกษาฝึกงานไว้ตรงหน้าอก
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความมั่นใจที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ก่อนจะก้าวเข้าไปในอาคาร
ภายในตึกนั้นหรูหราสมกับที่เป็สำนักงานใหญ่ของบริษัทระดับโลก พื้นหินอ่อนสะท้อนแสงไฟจนเป็ประกาย พนักงานในชุดสูทเดินผ่านไปมาด้วยความมั่นใจและดูเป็มืออาชีพ มินตรามองไปรอบๆ ด้วยสายตาประหม่า
“ฉันต้องทำได้...” เธอพึมพำเบาๆ กับตัวเอง
…
่เช้าเวลาเดียวกันนั้น คริสเตียน คอร์เนลล์ CEO.หนุ่มของคอร์เนลล์ กรุป เดินเข้ามาในโถงสำนักงานด้วยท่าทีที่สง่างาม ทุกคนหยุดพูดคุยและหลีกทางให้เขาอย่างอัตโนมัติ เขาสวมชุดสูทสีเทาเข้มที่พอดีตัว แววตาของเขาเ็าแต่ทรงพลังจนใครก็ตามที่สบตาต้องรีบเบือนหน้าหนี
มินตราก็เช่นกัน เธอเผลอจ้องเขาโดยไม่รู้ตัว ดวงตาสีเทาของเขาเหลือบมองเธอแวบหนึ่งก่อนจะเดินผ่านไป แต่เพียงแค่ชั่ววินาทีนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่
“คุณมินตราใช่ไหม?” เสียงของหัวหน้าแผนกดึงเธอกลับมาจากภวังค์
“ค่ะ” มินตรารีบตอบ หันไปเจอผู้หญิงในชุดสูทสีกรมท่าที่ดูภูมิฐาน
“มาเถอะ ฉันจะแนะนำเธอให้ทุกคนรู้จัก และอย่าลืมนะ... ทำตัวให้เงียบๆ เข้าไว้ คุณคริสเตียนเขาไม่ชอบอะไรที่ดูวุ่นวาย” หัวหน้าแผนกบอกพร้อมรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะเตือนให้เธอระวังตัว
…
สองสัปดาห์ผ่านไป
มินตราพยายามปรับตัวให้เข้ากับงาน เธอทำทุกอย่างอย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด แต่ดูเหมือนเธอจะไม่มีโอกาสได้พบกับคริสเตียนอีกเลย จนกระทั่งวันหนึ่ง หัวหน้าแผนกมอบหมายให้เธอนำเอกสารสำคัญไปส่งที่ห้องประชุมชั้นบนสุด
มินตราเดินถือแฟ้มเอกสารขึ้นลิฟต์ ใจเต้นรัวจนแทบได้ยิน เธอไม่เคยขึ้นมาถึงชั้นนี้มาก่อน ทุกอย่างในที่แห่งนี้ดูเป็ทางการและเคร่งขรึม
หน้าห้องประชุม เสียงสนทนาดังลอดออกมา แม้เธอจะไม่ได้ตั้งใจฟัง แต่คำพูดบางคำกลับชัดเจนจนเธอหยุดนิ่ง
“แอนโทนี่กำลังหาโอกาสโจมตีเรา ถ้าดีลนี้หลุดมือ เราอาจเสียมากกว่าที่คิด”
“…”
“…เอดเวิร์ด ข้อมูลทุกอย่างที่ฉันพูดไปต้องเก็บเป็ความลับ เข้าใจไหม?”
เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความกดดันนั้นฟังดูคุ้นเคย และเธอเดาได้ทันทีว่ามันเป็ของคริสเตียนที่กำลังสนทนากับใครบางคน
เธอรีบก้าวถอยหลังอย่างระวัง หวังจะหนีไปจากสถานการณ์นี้ แต่แล้วประตูห้องประชุมกลับเปิดออกกะทันหัน
คริสเตียนยืนอยู่ตรงนั้น สายตาเย็นเยียบของเขาจับจ้องมาที่เธอเหมือนจะเจาะลึกเข้าไปในจิตใจ
“คุณมาทำอะไรที่นี่?” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่ทรงพลังจนมินตราแทบกลั้นหายใจ
เธอยื่นแฟ้มเอกสารให้เขาด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย
“ฉัน... ฉันมาส่งเอกสารค่ะ”
เขายังจ้องเธอโดยไม่รับสิ่งของที่เธอยื่นให้
“เด็กฝึกงานสินะ…เมื่อครู่คุณได้ยินอะไรไปบ้าง?”
“ไม่ได้ยินอะไรเลยค่ะ ฉันแค่...”
“หยุดแก้ตัว…ตามฉันเข้ามาข้างใน…”
ในห้องประชุม คริสเตียนนั่งลงที่หัวโต๊ะ ปราดสายตามองเธอที่ยืนเกร็งอยู่ตรงหน้า
“คุณอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหน?”
“ไม่นานค่ะ ฉันแค่รอส่งเอกสาร...”
“ผมจะแน่ใจได้อย่างไร?หากคุณได้ยินอะไรจริงๆ ผมจะไม่ปล่อยให้มันกลายเป็ปัญหา” น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่หนักแน่น
“ฉันไม่ได้ยินจริงๆ ค่ะ…คุณ…คริส…”
คริสเตียนมองหน้าเธออีกครู่ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็เ็า
“ั้แ่วันนี้ไป คุณจะเป็ผู้ช่วยส่วนตัวของผม ผมต้องมั่นใจว่าคุณจะไม่พูดเื่นี้กับใคร”
“แต่ฉัน...”
“ไม่มีแต่!”
คริสเตียนเลิกคิ้วมองเธอ พร้อมทำสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะพูดข่มขู่
“คุณมีสองทางเลือก จะฝึกงานที่นี่หรือออกจากบริษัทแล้วไปฝึกงานที่อื่น แต่ผมขอเตือนคุณเอาไว้หนึ่งอย่าง…ไม่มีบริษัทไหนกล้ารับคุณเข้าฝึกงานหรอกหากพวกเขารู้ว่าคุณโดนไล่ออกจากที่นี่”
ด้วยคำพูดของคริสเตียน มินตราจึงจำใจยอมรับข้อเสนอของเขาอย่างจำยอม
แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาต้องทำเช่นนี้ แต่เธอรู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะนำพาเธอเข้าสู่โลกที่ไม่คุ้นเคย โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ ความลับ และเล่ห์กลที่อันตรายเกินกว่าที่เธอจะคาดคิด…