นับจากนั้น...ก็ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่เริ่มทำให้ฉันมั่นใจแล้วว่าฉันได้รับพลังพิเศษมาจริง ๆ เพียงแต่มันเป็พลังพิเศษที่พิลึกพิลั่น แปลกประหลาดเสียจนไม่สามารถจะเอาไปคุยหรือเอาไปปรึกษาผู้รู้ที่ไหนได้ มันเป็พลังพิเศษที่ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากจะมี และความพิเศษนี้จะเกิดขึ้นได้ในสองกรณีหลังจากที่ฉันพิสูจน์มันมาแล้ว หนึ่งก็คือเพียงแค่มือของฉันได้ััเข้ากับิัของ ‘ผู้ชาย’ ไม่ว่าจะเป็ส่วนไหนของร่างกายของเขาคนนั้นก็ตาม ภาพนิมิตเกี่ยวกับการร่วมรักของผู้ชายคนนั้นจะฉายวาบขึ้นมาในหัวของฉันทันทีชนิดที่ว่าความคมชัดระดับ 4K อีกทั้งยังมีเสียงเซอร์ราวด์แถมมาพร้อมเป็ของกำนัลพิเศษแบบไม่ต้องร้องขอ เพราะฉะนั้นข้อนี้จึงเป็ข้อได้เปรียบของฉันเพราะถ้าฉันไม่จับโดนตัวใครนิมิตก็จะไม่บังเกิด ส่วนในกรณีที่สองก็คือถ้าหากว่ามือของทั้งฉันและผู้ชายคนนั้นัักันโดยตรง...หึ...ภาพฟูลเอชดีก็จะพุ่งกระแทกเข้าหน้ามาให้เห็นทันที ดังนั้นข้อนี้จึงเป็ข้อที่ฉันควรระวังมากที่สุด...
และที่สำคัญใครมันจะไปรู้บ้างว่าภาพที่ฉันเห็นนั้นไม่ใช่แค่ภาพคมชัดระดับ 4K แต่มันยังเป็ภาพนิมิตที่ได้เห็นยังเป็ภาพเคลื่อนไหวที่เสมือนกับว่าฉันกำลังดูหนังเรตอาร์ที่มีตัวแสดงจริงมาแสดงให้ดูต่อหน้าต่อตาเลยทีเดียว
แต่...แต่...แต่...ถ้าหากว่าใครยังคิดว่าสิ่งที่ฉันเห็นและได้ยินนั้นมันน่าสะอิดสะเอียนน่าสยดสยองแล้วล่ะก็ ฉันขอบอกไว้ตรงนี้ได้เลยว่าอาจจะยังน๊าาาา...นั่นก็เพราะว่าฉันยังมีสิ่งที่น่าขนลุกไปมากกว่านั้นและที่สำคัญฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้โบนัสพิเศษจากคนหรือใครหรือสิ่งใดก็ตามที่เป็คนประทานพลังพิเศษนี้มาให้ฉันเขา้าอะไรจากฉันกันแน่
นั่นก็เพราะว่าไอ้ออปชันเสริมสุดพิเศษที่แถมมาให้นั้นนอกจากฉันจะเห็นท่าทางร่วมรักแบบ 3D ของคนที่ฉันััด้วยแล้วของแถมที่ไม่น่าจะเป็ของสัมมนาคุณแต่น่าจะเป็ของสมน้ำหน้าคุณเสียมากกว่า นั่นก็คือการที่ฉันสามารถเห็น ‘ขนาด’ ของผู้ชายที่ฉันััตัวด้วยอย่างชนิดที่ว่าแม่นยำเสียยิ่งกว่าไม้บรรทัดวัด ละเอียดถึงขั้นที่ว่าฉันสามารถบอกได้เลยว่าเขามีไฝ หรือตำหนิ หรือขี้แมลงวันตรงไหนบ้าง หรือไม่ว่าไอ้ใบ้ตาเดียวของพวกเขาจะเอียงซ้าย เอียงขวา เชิดหน้าขึ้น หรือชี้ต่ำลง จะทำมุมองศาเท่าไร ฉันสามารถบอกได้อย่างละเอียดยิ่งกว่าแพทย์ตามโรงพยาบาลเสียอีกเพราะด้วยข้อมูลเหล่านี้มันจะขึ้นมาเป็ชาร์จพร้อมกับโมเดล 3D คุณภาพคมชัดระดับ 4K ขึ้นมาให้ดู...
(มันใช่เื่ที่แกจะมาภูมิใจไหมห๊ะ...ไอ้หนอน!!)
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีบางเื่ที่ฉันแอบคิดว่าคนที่ประทานพร (อุบาทว์) นี่ให้ก็ยังมีจิตใจที่เมตตาฉันอยู่บ้าง นั่นก็เพราะว่าภาพนิมิตเรตอาร์ที่ฉันเห็นจะเกิดขึ้นเฉพาะยามที่ฉันแตะตัวโดนผู้ชายเท่านั้น สำหรับผู้หญิงด้วยกันแล้วยามที่ฉันโดนตัวพวกเธอฉันไม่เคยเห็นภาพนิมิตแบบนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว ในที่นี้ยังรวมถึงคู่นอนของผู้ชายเ่าั้ที่ฉันถูกตัวด้วยฉันไม่เคยเห็นหน้าพวกเธอว่าหน้าตาเป็แบบไหนเพราะทุกครั้งมักจะมีหมอกสีขาวมาบังไว้ยังกับเซนเซอร์ อีกทั้งภาพเรือนร่างของเธอที่ไม่ชัดเจนนักนั่นจึงทำให้ฉันพอจะหายใจหายคอออกได้บ้าง...เพราะไม่อยากนั้นฉันคงได้สติแตกตายแทนการมีชีวิตอยู่แล้วต้องทนเห็นภาพแบบนั้นทั้งวี่ทั้งวันแน่นอน...
และนี่จึงเป็เหตุผลที่นับั้แ่วันนั้นฉันก็เริ่มแต่งตัวมิดชิดสวมถุงมือทุกครั้งที่ออกจากบ้าน และน้อยครั้งมาที่จะมีปฏิสัมพันธ์หรือพูดคุยกับใคร เพราะฉันกลัวเหลือเกินที่จะต้องกลายมาเป็ผู้ชมโซน VIP แบบไม่ได้เต็มใจแถมยังต้องมาเห็นขนาดมากมายที่บางครั้งรูปทรงมันก็ทำให้ฉันอดกินของโปรดไปหลายครั้งอยู่ทีเดียว...
ส่วนเหตุการณ์ของคุณหมอ (โรคจิต) ที่รักษาฉันคนนั้น หลังจากนั้นไม่นานฉันก็มารู้เอาทีหลังเพราะได้ยินพวกพยาบาลเขาเม้าท์กันว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงที่น่าจะเป็เตียงผ่าตัดที่ฉันเห็นในนิมิตวันนั้นก็คือ 'ตุ๊กตายาง' ที่คุณหมอเขาเอามาใช้ฝึกผ่าตัดเย็บแผลอะไรนี่แหละ (ฟู่วววว ~~ โชคดีนึกว่าคนตุยมิน่าถึงนอนนิ่งเชียว) เพราะด้วยโครงสร้างที่เหมือนกับรูปร่างคนจริง ๆ อีกทั้งเนื้อหนังมังสายังคล้ายกับคนอยู่มากคุณหมอคนนั้นจึงมักจะสั่งตุ๊กตายางมาใช้ฝึกผ่าตัดที่โรงพยาบาลอยู่บ่อย ๆ
และด้วยการกระทำที่ดูทุ่มเทกับงานของคุณหมอคนนั้นบวกกับสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ถึงหน้าตารูปร่างของคุณหมอที่เกินมาตรฐานสแตนดาร์ดความสวยความหล่อของคนในสังคมไปขั้นหนึ่ง (นี่ถ้าไม่ติดรสนิยมของหมอฉันก็แอบกรี๊ดค่ะ) สิ่งที่ฉันได้ฟังมาก็มักจะเป็คำพูดสรรเสริญเยินยอว่าคุณหมอดีอย่างนั้น ทุ่มเทอย่างนี้ เหมาะสมที่จะเป็คุณหมอน้ำดีในอนาคตเสียมากกว่า
เพียงแต่ใครจะรู้เล่าว่า...สิ่งที่พวกพยาบาลเ่าั้ไม่เคยรู้เลยและอาจจะไม่มีวันรู้ไปตลอดชีวิตเลยก็คือความลับของเ้าตุ๊กตายางผู้น่าสงสารพวกนั้นที่นอกจากคุณหมอจะเอามันมาใช้ฝึกหัดผ่าตัดเย็บแผลแล้ว เขายังเอาไปทำอะไรมากกว่านั้นอีก และถึงแม้ว่าสิ่งที่ฉันรู้มามันจะทำให้ฉันรู้สึกสบายใจขึ้นมาเปลาะหนึ่งถึงเื่คนที่ฉันนิมิตเห็นในวันนั้นไม่ใช่คนไข้แต่เป็ตุ๊กตายาง แต่ถึงอย่างนั้น...สิ่งที่ฉันยังรู้สึกตะขิดตะขวงในใจและยังไม่อาจสลัดมันออกไปได้เลยก็คือ ความจริงที่ฉันได้รู้ถึงรสนิยมของคุณหมอกับการที่เขาแสดงบทบาททำท่าทางเสมือนว่าเ้าตุ๊กตายางนั้นเป็คนไข้ ความปรารถนาในเรือนร่างที่ไม่ไหวติงไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้านด้วยรสนิยมอันน่าสงสัยนั้นมันก็ทำฉันอดสะท้านในใจไม่ได้ว่า...ถ้าวันไหนเขาไม่ใช้ตุ๊กตายางแล้วล่ะ...วันนั้นมันจะมีเื่ที่น่าสะอิดสะเอียนมากกว่านี้ไหม...บรึ้ยยยยย...
ภาพเื่ราวในอดีตมากมายยังคงหลั่งไหลเข้ามาในหัวไม่หยุดเสมือนว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานจนทำฉันอดขนลุกไม่ได้ และถ้าหากในวันนี้ไม่เป็เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าฉันก็คงไม่ต้องพานคิดถึงเื่ราวเก่า ๆ และต้องมารู้สึกขยะแขยงอยู่แบบนี้...
“ทำไมซวยแต่เช่าแบบนี้ว่ะไอ้หนอนเอ๊ย...”
ปากที่ยังคงบ่นงึมงำกับตัวเองไม่หยุดหลังเพราะรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องมาเจอภาพนิมิตน่าสะอิดสะเอียนพร้อมกับอดเงินพิเศษที่จะได้สิ้นเดือนนี้ไปพร้อมกัน และด้วยความหงุดหงิดที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจนั้นทำให้ฉันได้แต่พึ่งหนทางสุดท้ายเพื่อให้ตัวเองได้สบายใจ...
“สาธุ...ท่านเ้าที่เ้าป่าเ้าเขาเ้าประคุณรุนช่องเ้าขาเ้าข้าเอ๊ย...ได้โปรดเถอะนะเ้าค่ะขอให้วันนี้มีคนมาคืน มายืมหนังสือน้อย ๆ หรือไม่ถ้ามีก็ขอให้มีแต่ผู้หญิงก็ได้ อย่าให้หนอนต้องไปแตะตัวกับใครแล้วเห็นภาพอะไรแบบนั้นอีกเลยนะเ้าค่ะ...หนอนไม่ไหวแล้วนะเ้าค่ะแค่นี้หนอนก็ต้องงดไส้กรอกคอกเทลไปแล้วโปรดเห็นใจหนอนตัวนี้ด้วยเถิด...เ้าประคุณโอมเพี้ยง ~~”
และทันทีที่สิ้นเสียงสวดอ้อนวอนพร้อมกับมือที่ยกขึ้นท่วมหัวศีรษะ บุคคลมาใหม่ที่มายืนตรงหน้าก็สวนคำพูดขึ้นมาทันที...