การกลับมาของวายร้ายรุ่นที่ 2

    บทที่ 15 ขอโทษครับ

    บทที่ 15 ขอโทษครับ

     

    ‘ให้ตายสิ! ตั้งใจทำขนาดนี้แล้ว ยัยผู้หญิงคนนี้ก็ยังก็ไม่ล้มเลิกอีก ได้! ในเมื่อเธอทำอย่างนี้ ฉันก็จะทำบ้าง!’

     

    ‘ถ้าไม่ให้เธอได้ลิ้มรสยาแรงซะบ้าง เธอคงไม่รู้หรอกว่าฉันมีกี่ขา!’

     

    ลู่เฉิงเหวินยิ้มพลางพูด “อยากให้ผมหายโมโห? ได้สิ!”

     

    เขาหยิบขวดบรั่นดีมาวางไว้บนโต๊ะ “ดื่มสิ”

     

    ข้อที่หนึ่ง เหลิ่งชิงชิวไม่ดื่มเหล้า เธอคออ่อนมาก ดื่มนิดเดียวก็เมาจนไม่ได้สติแล้ว

     

    ข้อที่สอง เหลิ่งชิงชิวเป็๲คนหยิ่งมาก ชั่วชีวิตนี้ไม่เคยโดนใครบีบบังคับ ดังนั้นจึงไม่ยอมคน ทั้งยังไม่เคยโดนคนอื่นฝืนใจให้ดื่ม

     

    ลู่เฉิงเหวินไม่เชื่อหรอกว่าตนจะทำอะไรเธอไม่ได้ เขาไม่เชื่อว่าเกณฑ์บรรทัดฐานของเหลิ่งชิงชิวจะสูญหาย อีกทั้งยังไม่เชื่อว่าหญิงสาวจะยอมลงให้เขาอย่างไร้ขีดจำกัด เพราะนี่ไม่ใช่บุคลิกของนางเอก และไม่ควรจะเป็๲บุคลิกของเธอด้วยเช่นกัน

     

    ฉันไม่เชื่อหรอก!

     

    เหลิ่งชิงชิวมองดูลู่เฉิงเหวินด้วยแววตาเจ็บแค้นและน้อยใจซะจนน้ำตาคลอ

     

    เมื่อเขาเห็นอีกฝ่ายโดนบีบคั้นจนแทบ๱ะเ๤ิ๪ จู่ ๆ รู้สึกเห็นใจขึ้นมา

     

    ๻ั้๹แ๻่เล็กจนโต หญิงสาวไม่เคยโดนรังแกเช่นนี้มาก่อน

     

    ลู่เฉิงเหวินทะนุถนอมเธอมาสามปี ตามตื๊อเธอมาสามปี ตามงอนง้อเธอมาสามปี...

     

    สามปีมานี้ เธอมีลู่เฉิงเหวินคอยเอาอกเอาใจ ยอมทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่กล้าขึ้นเสียง และทำดีด้วยตลอด

     

    เธออยู่อย่างสูงสง่ายิ่งใหญ่มาโดยตลอด แต่วันนี้อีกฝ่ายกลับให้เธอยอมก้มหัวต่อหน้าคนทั้งหลาย

     

    ลู่เฉิงเหวินแอบด่าตัวเองในใจ

     

    ‘ลู่เฉิงเหวิน นายจะไปสงสารเธอทำไม? โดนสายตาของเธอหลอกลวงเข้าแล้ว เธอ... ยังไงนายก็เลิกสงสารได้เลย!’

     

    ‘ต้องตัดสัมพันธ์กับเธอให้เด็ดขาด ผิดใจกันซะ๻ั้๹แ๻่แต่เนิ่น ๆ รีบ ๆ เลิกให้จบเ๱ื่๵๹โดยเร็วที่สุดเถอะ’

     

    ‘โอ๊ย! แววตาน้อยเนื้อต่ำใจแบบนั้น... ฉันก่อเวรก่อกรรมไปแล้วรึเปล่า?’

     

    ลู่เฉิงเหวินแสร้งทำเป็๲เฉยชา “ไม่ดื่ม? ไม่ดื่มก็เท่ากับไม่ไว้หน้าผม ไม่ไว้หน้าผมก็เท่ากับไม่ไว้หน้า.... ผม! ในเมืองเสวี่ยแห่งนี้ ผม ลู่เฉิงเหวิน เป็๲ถึง...”

     

    เหลิ่งชิงชิวคว้าขวดเหล้าขึ้นมายกดื่ม

     

    ทุกคนมองตาค้าง

     

    เมื่อชายหนุ่มเห็นเหล้าไหลออกมาจากมุมปากของเหลิ่งชิงชิวผู้เย่อหยิ่งและแสนทะนง สองมือก็กำแน่นขึ้นเป็๲กำลังใจให้ตนเอง

     

    ‘ลู่เฉิงเหวิน อย่าไปสงสาร อย่าไปสงสาร อย่าไปสงสาร สงสารเธอเท่ากับทำร้ายตัวแกเอง!’

     

    ‘พี่สาวครับ อย่าดื่มจริงสิครับ! อย่าดื่มสิ ด่าผมแรง ๆ แล้วเดินหันหลังให้กันเลยดีกว่าไหม ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ตบหน้าผมสักฉาดก็ได้! ทำแบบนี้ทำไม!’

     

    เหลิ่งชิงชิวพลันสำลัก เธอวางขวดเหล้าลงแล้วไอติดต่อกัน

     

    ชายหนุ่มรู้สึกโล่งใจ “ฮู่...”

     

    แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว เหลิ่งชิงชิวก็ยกขวดเหล้ากรอกปากอีกครั้ง

     

    เขาไม่อาจทนต่อไปได้อีก พลางรีบคว้าขวดเหล้ากลับมา

     

    ทั้งสองสบสายตา ภายในห้องเงียบสงบจนวังเวง

     

    ดวงตาคู่นั้นของเหลิ่งชิงชิวแดงก่ำ ปลายหางตามีน้ำตาเอ่อคลอ พร้อมจ้องลู่เฉิงเหวินราวกับกำลังจะพูดว่า

     

    สาแก่ใจคุณชายลู่แล้วใช่ไหม? คุณชายลู่พอใจแล้วใช่ไหม? คุณชายลู่ยังจะให้ฉันดื่มอีกไหม?

     

    ลู่เฉิงเหวินเบนสายตาไปทางอื่นด้วยความกระดากใจ ไม่กล้าจ้องดวงตาของเธอ พลางเอ่ยเสียงเบา “ขอ... ขอโทษครับ”

     

    ผู้จัดการอยู่อีกด้านรู้สึกว่าถึงเวลาที่ตัวเองต้องออกมาพูดอะไรสักหน่อยแล้ว เขาปรบมือ “ยอดเยี่ยม! ประธานเหลิ่งดื่มเก่งมาก เป็๲ผู้หญิง...”

     

    “ออกไป!”

     

    ลู่เฉิงเหวินตวาด

     

    ผู้จัดการสะดุ้ง รีบลดเสียง “ครับ ๆ ผมจะไปเดี๋ยวนี้”

     

    บริกรทั้งหลายพร้อมด้วยผู้หญิงทั้งหมดออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว

     

    ลู่เฉิงเหวินถอนใจยาว ๆ จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน “มาคุยกันหน่อย”

     

    เหลิ่งชิงชิวอยู่ในอาการโซเซระหว่างที่เดินไปตามระเบียงทางเดิน

     

    ชายหนุ่มนิ่งเงียบตลอดทาง พร้อมคิดด่าตัวเองอยู่ในใจ

     

    ‘ผมไม่ได้มีเจตนาจะแกล้งคุณ ทำไม... เ๱ื่๵๹มันถึงกลายเป็๲แบบนี้ไปได้?’

     

    เหลิ่งชิงชิวเมาไม่ค่อยได้สติ เธอเดินโซเซ จนสุดท้ายสะดุดขัดขาตัวเอง ลู่เฉิงเหวินพลันคว้าประคองตัวหญิงสาวเอาไว้ได้ทัน

     

    เหลิ่งชิงชิวได้ยินเสียงความในใจประโยคสุดท้ายของลู่เฉิงเหวินดังขึ้นในสมอง

     

    ‘ขอโทษครับ ขอโทษจริง ๆ ผมไม่ได้มีเจตนา…’

     

    ขณะที่เหลิ่งชิงชิวมึน ๆ งง ๆ อยู่ ทันใดนั้นน้ำตาก็เอ่อล้นออกมา “ลู่เฉิงเหวิน... คุณไม่ใช่คน...”

     

    ลู่เฉิงเหวินอุ้มเหลิ่งชิงชิว พลางถอนใจ “คุณพูดถูก ผมไม่ใช่คน”

     

    กองทัพเลขาของเหลิ่งชิงชิวทำอะไรไม่ถูก

     

    พวกเธอไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน

     

    หัวหน้าเลขาเข้ามาโค้งคำนับ “เอ่อ… คุณชายลู่คะ ให้พวกเราดูแลประธานเหลิ่งดีกว่าค่ะ พวกเราจะดูแลเธอเป็๲อย่างดีเองค่ะ”

     

    ชายหนุ่มมองดูพวกเธอ พร้อมกล่าวอย่างจริงจังและใจเย็น “ผมไม่ทำอะไรเธอหรอกครับ พวกคุณไม่ต้องเป็๲ห่วง”

     

    เหล่าเลขาอึ้งไป

     

    หลายปีมานี้ พวกเธอเคยเห็นลู่เฉิงเหวินในทุกรูปแบบมาแล้ว

     

    ไม่ว่าจะเป็๲หน้าด้านหน้าทน ทำตัวอุบาทว์น่ารังเกียจ หัวเราะสนุกอยู่คนเดียว หรือไร้ขอบเขต...

     

    ทว่าไม่เคยเห็นลู่เฉิงเหวินแสดงท่าทีมุ่งมั่นแบบนี้ หรือใช้น้ำเสียงจริงใจเช่นนี้ อีกทั้งยังกล่าววาจาที่จริงจังถึงเพียงนี้มาก่อน

     

    พวกผู้หญิงทั้งหลายทำตัวไม่ถูก

     

    ลู่เฉิงเหวินยิ้มฝืน ๆ “ยังไงวันนี้ผมก็เป็๲คนทำร้ายชิงชิว ตอนนี้ผมรู้สึกละอายใจมากจนอยากจะบีบคอตัวเองให้ตายไปเลย ขอให้พวกคุณเชื่อผม ให้โอกาสผมสักครั้ง ให้ผมได้ชดเชย ได้ไหมครับ?”

     

    หัวหน้าเลขาตอบอย่างกระอักกระอ่วน “คุณชายลู่ ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่เชื่อนะคะ แต่พวกเราคิดว่า...”

     

    ตอนนี้เอง จู่ ๆ เหลิ่งชิงชิวก็โอบคอของลู่เฉิงเหวิน พูดสะลึมสะลือราวกับละเมอ “พวกคุณกลับเถอะ ฉันไม่เป็๲ไร”

     

    ชายหนุ่มกับกองทัพเลขาตะลึงงัน

     

    ที่แท้แล้วดื่มไปมากหรือดื่มไม่มากกันแน่?

     

    หัวหน้าเลขาถามซ้ำเพื่อความมั่นใจ “ประธานเหลิ่ง แน่ใจนะคะว่าจะไม่เป็๲ไร? ท่านจะให้ประธานลู่พาท่านกลับใช่ไหมคะ?”

     

    “อือ...”

     

    เหลิ่งชิงชิวโอบคอลู่เฉิงเหวิน แนบหน้าติดแผ่นอกของอีกฝ่าย พลางส่งเสียงออดอ้อนออกมา

     

    คราวนี้เลขาทุกคนยิ่งตะลึงเข้าไปกันใหญ่

     

    ตอนแรก ลู่เฉิงเหวินเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม

     

    ตอนนี้ เหลิ่งชิงชิวแสดงท่าทีออดอ้อน ๻ั้๹แ๻่รู้จักกับอีกฝ่ายมา พวกเธอไม่เคยเห็นเ๽้านายเป็๲แบบนี้มาก่อน

     

    หัวหน้าเลขาลนลานจนเหงื่อเต็มหน้าผาก “ประธานเหลิ่ง ฉันขอถามย้ำอีกครั้งนะคะ ท่านดื่มไปมากจริง ๆ หรือว่า...”

     

    “ถอยไปให้หมด” เหลิ่งชิงชิวพูดเสียงงึมงำ

     

    ลู่เฉิงเหวินอุ้มเหลิ่งชิงชิวเดินออกจากคลับ

     

    จ้าวกังขับรถมารอก่อนแล้ว พร้อมส่งรอยยิ้มมีเลศนัยให้ลู่เฉิงเหวิน

     

    รถขับออกไปแล้ว ทว่าหัวหน้าเลขายังคงยืนอยู่ที่เดิม พร้อมคิ้วขมวดแน่น

     

    “พี่หาน ประธานเหลิ่ง... ดื่มเข้าไปมาก พวกเราให้คุณชายลู่ดูแลท่าน... ไม่เป็๲มืออาชีพเลย!”

     

    เลขาอีกคนแย้ง “แต่พวกเราจะทำอะไรได้! ประธานเหลิ่งเดี๋ยวก็พูดจาสับสน เดี๋ยวก็พูดชัดเจน พวกเราจะมั่นใจได้ยังไงว่าประธานเหลิ่งดื่มเข้าไปมากจนไม่มีสติ หรือว่าไม่ได้ดื่มมาก... แต่บอกว่าดื่มไปเพื่อที่จะได้อยู่กับคุณชายลู่”

     

    “แต่... ประธานเหลิ่งเกลียดคุณชายลู่มากเลยไม่ใช่เหรอ?”

     

    “แต่ว่าวันนี้ประธานเหลิ่งตั้งใจมาหาคุณชายลู่โดยเฉพาะ และ... สถานการณ์ในตอนนั้นพวกเธอก็เห็น”

     

    พี่หานถอนใจ มองรถที่หายลับไปจากสายตา จากนั้นก็กล่าวน้ำเสียงนิ่งสงบ

     

    “ถ้าประธานเหลิ่งดื่มเข้าไปมากจริง ๆ วันพรุ่งนี้พวกเราตายแน่”