ตอนพิเศษ ตอน หลีเหมยลี่ 1
หลังจากที่พ่อแม่ของพวกเราเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พี่ชายก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เขาดูโตขึ้นจนดูพึ่งพาได้ ไม่งอแงเช่นแต่ก่อน พวกเราได้อาจิ่งและครอบครัวมาช่วยดูแล แต่ถึงอย่างงั้นเพียงเวลาผ่านไปไม่นานอาจิ่งก็ไม่ค่อยใส่ใจพวกเราอีก บ่อยครั้งพวกเรายังโดนจูจีแกล้งจนเจ็บตัว พอไปฟ้องอาจิ่งกลับโดนเมินเหมือนสิ่งที่ลูกสาวเขากระทำกับพวกเราเป็เื่ไร้สาระ ส่วนอาสะใภ้กับพี่ใหญ่จีหยวนก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะอาจิ่งมีอำนาจมากสุดในบ้านหลังนี้ ถึงจะโกรธเสียใจจนร้องไห้แต่พี่ชายก็เข้ามาปลอบแล้วบอกกับเราว่า
“ไม่ร้องนะ น้ำตาไม่ได้ช่วยอะไร ต่อไปพวกเราจะต้องดีขึ้น ตอนนี้พี่กำลังหาเงินซื้อบ้านหลังใหม่อยู่”
ใน่แรกถึงเราจะไม่เข้าใจ แต่ก็เห็นว่าพี่ชายตั้งใจเรียนตั้งใจทำงาน พอมีเวลาว่างก็เอาเวลาไปหาความรู้ในอินเตอร์เน็ต พอพี่ชายเขารู้อะไรสนุก ๆ ก็จะมาเล่าให้เราฟัง แรก ๆ ก็ไม่เข้าใจแต่พอหลัง ๆ ก็รู้เื่และสนุกไปกับเื่ที่พี่ชายเล่า พอเรามีเวลาว่างบ้างก็เอาเวลาไปอ่านหนังสือต่าง ๆ จนรู้ว่าโลกใบนี้มีอะไรสนุก ๆ และแปลกใหม่อยู่ทั่วไปหมด
พอรู้ตัวอีกทีครูที่โรงเรียนก็บอกว่าเราฉลาดเกินเพื่อน ๆ เรียนก็เก่งแถมมีความรู้รอบตัว แต่เมื่อพอเราเอาพี่ชายมาเทียบ ก็รู้สึกว่าที่คุณครูชมมานั้นมันไม่ได้สำคัญอะไรเลย เรารู้ดีว่าเราไม่ได้เก่งเท่าพี่ชาย เราจึงทำได้แค่ค่อยช่วยเหลือเขาและรับฟังเขายามมีปัญหา มีประโยคหนึ่งที่เราได้ยินจากพี่ชาย ถึงรู้ว่าครอบครัวที่เหลืออยู่ตอนนี้สำคัญเพียงใด
“เสี่ยวลี่ เราเหลือกันแค่สองคน พี่จะทำทุกอย่างให้พวกเรามีความสุข อยากทำอะไรอยากได้อะไรบอกพี่ชายคนนี้ได้เลยนะ พี่รับฟังเสมอ”
ในวันที่พวกเราไปเดินห้างสรรพสินค้าเพื่อหาของอร่อยกิน ซึ่งนับว่าเป็ครั้งแรกหลังจากที่พวกเราได้ออกมาจากบ้านหลังเก่า ตอนนั้นเราจำร้านอาหารได้ทันทีว่าครั้งหนึ่งพ่อแม่เคยพาพวกเรามากินข้าวร้านนี้ แต่เราก็ทำเป็ว่าจำไม่ได้ เราไม่อยากให้พี่ชายนึกถึงอดีตแต่ก็อยากกินของในร้านนี้ วันนั้นยอมรับว่าเป็วันที่พวกเรามีความสุขอีกวัน เราอยากได้อะไรจะซื้ออะไร แค่ชี้นิ้วพี่ชายก็ยอมซื้อให้ทั้งหมด ความรู้สึกเหมือนเราได้เป็เ้าหญิงแบบในการ์ตูนเลย ถึงจะเจอหลีจูจีขี้อิจฉา แต่พอได้ฟังคำพูดของพี่ชายและป้าหยาน ก็ได้แต่ขำกับคำพูดของคนทั้งสอง เพราะเราไม่ใส่ใจคนพวกนั้นอยู่แล้ว แค่แสดงทำเป็ไม่พอใจไปตามภาษาเด็ก อย่างน้อย ๆ ก็แค่อยากทำตัวเป็น้องสาวแสนเอาแต่ใจกับพี่ชายดูบ้าง
ในวันที่เรารู้ว่าโลกภายนอกอันตรายจากพวกซอมบี้ บ้านใหม่หลังนี้ของพวกเราได้เปลี่ยนไปเป็ที่มั่นเพื่อที่จะมีชีวิตรอด เราไม่รู้ว่าพี่ชายทำได้อย่างไรจนกลายมาเป็คนสำคัญของที่นี่ แต่เราเชื่อเสมอว่าคนเ่าั้คงเห็นเหมือนสิ่งที่เราเห็นในตัวพี่ชาย ไม่ว่าพี่ชายบอกว่าอะไรดีเราก็จะเชื่อมั่นว่ามันดีกับเราจริง ๆ แต่ก็มีบ่อยครั้งเราเห็นถึงสิ่งที่พี่ชายมองข้ามไป พอเราชี้ถึงจุดนั้นเขาก็ยอมรับฟังและแก้ไข มันจึงทำให้เรารู้ว่าคำพูดของเรามีคุณค่ากับพี่ชายอย่างมาก
วันนั้นพี่ชายกลับบ้านมาบอกว่าเจอพวกครอบครัวอาจิ่ง แล้วจะให้พวกเขามาหลบภัยด้วย เขาได้ถามเราว่าโกรธพี่ชายไหมที่ตัดสินใจโดยไม่ถามก่อน เรารู้สึกดีใจที่พี่ชายคิดถึงความรู้สึกของเราและดีใจที่พี่ชายยังไม่กลายเป็คนแล้งน้ำใจ เพราะอย่างไรอาสะใภ้และพี่ใหญ่จีหยวนก็เป็คนดี ถึงเราจะรู้ว่าพี่ชายเกลียดอาจิ่งมากขนาดไหนก็ตาม เพราะเราเองก็รู้ความจริงแล้วเช่นกันถึงเื่พ่อกับแม่ ถึงน้ำเสียงพี่ชายดูจะไม่พอใจและโกรธอาจิ่งอยู่มาก แต่เหมือนเขาได้ชั่งน้ำหนักอาจิ่งกับคนอื่น ๆ ในครอบครัวนั้นเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะตัดสินใจช่วยเหลือพวกเขา แต่อาจเป็เพราะเราสนิทกับพี่ชายที่สุดจึงมองเห็นว่า ถึงปากเขาจะบอกว่าไม่ให้อภัยแต่ในส่วนลึกแท้จริง เขาก็ยังเห็นว่าเืข้นกว่าน้ำ ยิ่งในโลกเช่นทุกวันนี้จะตายเมื่อไรก็ไม่มีใครรู้ เราจึงได้ออกปากขอให้พี่ชายช่วยเหลือพวกเขาและให้อภัยคนพวกนั้นและชี้ให้เห็นว่า อาสะใภ้ พี่จีหยวนกับพี่จูจีไม่ใช่คนที่ก่อเื่ ยิ่งป้าหยานช่วยพูดอีกแรงพี่ชายถึงได้ข้ออ้างไปช่วยพวกเขา โดยไม่ขัดขืนความรู้สึกตัวเอง
ในหลายวันมานี้เรารู้ว่าพี่ชายกำลังรำมวยที่ลานบ้านทุกเช้ามืด อีกทั้งยังเหมือนเห็นใครหลายคนคันปากแต่ไม่กล้าไปถามพี่ชาย เราก็ไม่รู้ว่าพวกนั้นจะเกรงใจอะไรพี่ชายหนักหนา เราจึงเป็คนไปเปิดประเด็นนี้แทนทุกคน ในตอนที่ฟังพี่ชายพูดถึงเื่คนบินได้นั้น เราแอบคิดว่าเป็เื่ชวนเชื่อเพื่อให้เราสนใจฝึกก็ตามที แต่พอได้ฝึกเข้าจริง ๆ เราพบว่ามันแปลกประหลาดกว่าการออกกำลังกายอย่างมาก ยิ่งฝึกยิ่งรู้สึกได้ว่าร่างกายแข็งแรงขึ้น ตอนนี้เราเชื่อสนิทว่าสิ่งที่พี่ชายพูดก่อนหน้านี้อาจเป็จริงได้ ถึงในส่วนลึก ๆ จะตั้งคำถามว่าพี่ชายไปรู้เื่พวกนี้มาได้อย่างไร ทำได้แต่เก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจและทำตัวเป็เด็กน้อยที่เชื่อฟังเช่นเดิม
การไปค่ายอพยพเพื่อบริจาคข้าวของในนามของพี่ชาย มันแทบจะเป็กิจวัตรของเรากับป้าหยาน ใน่แรก ๆ เรารับรู้ได้แต่ความรู้สึกหดหู่ เสียใจ เศร้าสลด จากผู้คน แต่หลังจากความรู้เื่การบ่มเพาะพลังชี่มาถึงคนเหล่านี้ มันกลับทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากความทุกข์เ่าั้ไปได้ ถึงจะไม่มั่นใจว่าเพราะอะไร แต่อย่างน้อยก็แอบภูมิใจว่าสิ่งเหล่านี้เป็พี่ชายของเราที่ส่งต่อมา ยิ่งต่อมาเราพบว่าเพื่อนหลายคนในชั้นเรียนของโรงเรียนประถมหนานตงมีชีวิตรอดมาจนถึงเขตปลอดภัยนี้ได้ มันยิ่งทำให้เรารู้ว่าคุณค่าของการเป็มนุษย์สำคัญเพียงใด มีอยู่ข้อความหนึ่งที่เคยอ่านเจอในหนังสือปรัชญากล่าวว่า
“คนเราจะเห็นคุณค่าเมื่อพวกมันจากหายไป มนุษย์จะรู้จักความรักเมื่อพวกเขารู้จักการสูญเสีย”
พอเราได้คิดถึงข้อความนี้ จึงพึ่งได้เข้าใจว่ามนุษย์ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายครั้งแล้ว สิ่งที่โลกของเราพบเจออยู่ในตอนนี้ก็แค่เป็อีกสิ่งหนึ่งที่มนุษย์เช่นพวกเราต้องผ่านพ้นมันไปให้ได้ แล้วเราจะรู้ว่าอะไรอยู่ต่อจากเหตุการณ์เหล่านี้
หลีเหมยลี่ที่ตอนนี้กำลังนึกถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาด้วยสายตาลึกล้ำดังส่วนลึกของมหาสมุทร แต่เพียงไม่นานหลังจากนั้นแววตาของเธอก็กลับมาสดใสดังเด็กหญิงใสซื่อ ที่ไม่รู้จักโลกเช่นเด็กหญิงคนอื่นที่อายุ 13 ปี แล้วตั้งหน้าตั้งตาต่อเลโก้เซตเ้าหญิงที่พี่ชายเธอเก็บมาฝากจากการออกไปสำรวจเมืองเก่าครั้งล่าสุด.