"อาหลี เลิกเล่นได้แล้ว" เสียงแม่ดังขึ้นจากในห้องด้านหลัง "อีกนิดเดียวเ้าค่ะ ท่านแม่..." อาหลีบอกเสียงเบาๆ ในขณะที่นิ้วเล็กๆ ของนางหมุนวงล้อของเล่นไม้ที่เพิ่งได้รับมาใหม่ไม่หยุด
"อาหลี อาหลี! อาหลี!!"เรียกหลายรอบ จนเสียงเริ่มแข็งขึ้น นางรับรู้ได้ทันทีว่าถ้ายังไม่หยุดเล่นจะไม่ได้มีเพียงแค่เสียงทีตามมา จึงวางของเล่นลง แล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้องด้วยความเร็ว ตัวยังไม่มาแต่ยิ้มหวานมาแล้ว
"ท่านแม่ขา อาหลีมาแล้ววว มีอะไรหรือเ้าคะ" นางรีบหันไปหาแม่ รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้า แต่ก็ยังแฝงไปด้วยความรู้สึกหวั่นใจเมื่อเห็นมือของแม่ที่กำไม้ไว้แน่น
"หึ เ้าก็เป็ซะอย่างนี้ รู้มั้ยว่ามันน่าตีนัก แต่ละวันไม่เคยทำให้ข้าสบายใจเลย" แม่พูดเสียงทุ้ม มองไปทางลูกสาวที่ทำท่าจะร้องไห้ น้ำตาคลอเบ้า "ท่านแม่จะตีอาหลีจริงๆ หรือเ้าคะ?" เสียงสั่นเครือ พ่อกับแม้รู้ดีว่านางแกล้ง นางเป็เด็กแก่นก้าวขนาดนั้นไม่มีหรอกที่จะร้องไห้ง่ายๆแต่จะทำยังไงได้มีลูกคนเดียว เมื่อมีคนนึงดุอีกคนก็จะโอ้ทันที
"ฮ่าๆๆ ใครจะตีอาหลีลง มาๆ มาหาพ่อเถอะ" ขณะเดียวกันก็ยกมือเรียกให้อาหลีวิ่งไปหา นางไม่รอช้า รีบวิ่งไปนั่งบนตักพ่อทันที "พ่อจ๋าาา~" พร้อมกับเอาหน้าของตนถูไปที่เสื้อของพ่อ
"ท่านก็ชอบให้ท้ายนางตลอดเลยนะ" แม่พูดอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ก็มีรอยยิ้มที่มุมปาก
"ก็มีอาหลีเป็ลูกคนเดียว ไม่ให้ท้ายนางแล้วจะให้ท้ายใครล่ะ? เนาะๆ อาหลี" พ่อยิ้มและโอบนางไว้
"ใช่ค่ะ! อาหลีรักท่านพ่อที่สุดเลย แล้วก็รักท่านแม่ด้วย" นางยิ้มกว้าง ยื่นมือไปเกี่ยวก้อยกับแม่อย่างน่ารัก "เราดีกันนะเ้าคะ"
แม่ยิ้มอ่อนๆ เหมือนใจเริ่มสงบลงแล้ว "ที่เรียกอาหลีมามีเื่อยากจะบอก พวกเราต้องเดินทางกันอีกแล้ว"
"เดินทางหรอ?" อาหลีถามด้วยความสงสัย
"ใช่แล้ว เราต้องไปค้าขายที่เมืองอื่น"
"ไปที่ไหนเ้าคะ?"
"หยางโจว" แม่ตอบสั้นๆ
อาหลีพยักหน้าเบาๆ คิดเพียงแค่ว่าปกติก็เดินทางบ่อยอยู่แล้ว เลยไม่ได้รู้สึกแย่อะไรที่ต้องเดินทางอีกครั้ง"ถ้าอย่างนั้น เรารีบกินข้าวแล้วเข้านอนเร็วหน่อย พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า" พ่อพูดพร้อมยิ้ม
"เ้าค่ะ!" อาหลีตอบรับอย่างสดใส เพราะั้แ่จำความได้ ก็ต้องเดินทางไปค้าขายกับพ่อและแม่ตลอด บางครั้งอาจจะอยู่สถานที่นั้นนานหน่อยแต่สุดท้ายก็ต้องจากลา
ยามเหม่า เมื่อจัดการตรวจตราสัมภาระเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็ขึ้นรถม้าท่านพ่อบอกว่าการเดินทางครั้งนี้จะใช้เวลาถึง 5 วัน กว่าจะถึงหยางโจว
ข้านั่งอยู่บนตักของแม่ ข้างๆ พ่อนั่งจับชาอยู่ แม่ชี้ให้ดูทิวทัศน์ข้างนอก ที่เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ต้นไม้ใบหญ้าทั้งหมดมีสีขาวสะอาดตา หิมะเริ่มโปรยลงมาจนทั่วรอบๆ ดูเหมือนว่าโลกทั้งใบถูกปกคลุมไปด้วยผ้าห่มขาวที่ทำให้รู้สึกบริสุทธิ์ พ่อพูดกับแม่ว่า "เราต้องรีบไปถึงหยางโจวก่อนที่หิมะจะตกหนัก มิฉะนั้นเราจะต้องรอให้มันละลายหลายเดือน กว่าจะเข้าไปได้ ต้องรีบไปขายผ้าใน่นี้ถึงจะได้กำไรมากที่สุด ให้พวกเ้าสองคนต้องทนหนาวแล้ว"แม่หันมาหาพ่อแล้วพูดยิ้มๆ 'ไม่เลย แค่นี้เองไม่กี่วันก็ถึงหยางโจวแล้ว" เห็นพ่อเอามือมาลูบที่แก้มแม่ ก่อนที่จะมาวางที่หัวข้า
"ท่านแม่ หยางโจวมีอาหารทะเลหรือเปล่าเ้าคะ?"
หันกลับมายิ้มให้แล้วบีบจมูกข้าเบาๆ "เ้า...ห่วงแต่กินนะ มีสิ ที่นั่นมีทะเล เ้าจะได้กินตามที่้าเลย"
"งั้นก็ดีมากเ้าค่ะ"
พ่อพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "อาหลี ถ้าการค้าที่หยางโจวดี กิจการรุ่งเรือง เราอาจจะอยู่ที่นั่นถาวรเลย เ้าก็ห้าขวบกว่าเข้าไปแล้ว ควรเรียนหนังสือต่อเนื่อง จะดีต่อเ้าที่สุด" ข้าพยักหน้ารับคำและตอบเสียงใส "ได้เ้าค่ะ ขอแค่มีอาหารทะเลกิน ข้าอยู่ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น" ทั้งสองคนหันมองหน้ากันพร้อมกับรอยยิ้มและส่ายหน้ากันเบาๆ เหมือนจะบอกว่าข้าช่างเป็เด็กที่ชอบกินจริงๆ
เวลาผ่านไปจนถึงวันที่ 4 ของการเดินทาง ถนนหนทางเริ่มไร้บ้านเรือน พื้นที่ล้อมรอบมีแต่ป่าและทิวเขา หิมะตกลงมามากขึ้น และการเดินทางเริ่มยากลำบาก สัมภาระที่ขนมาด้วยหนักขึ้น ขาเริ่มล้า หัวหน้าผู้คุ้มกันเดินเข้ามาหาท่านพ่ออย่างเร่งรีบ "นายท่าน ตอนนี้ยามโหย่งแล้ว การเดินทางตอนกลางคืนอันตรายมาก พวกเราควรพักที่นี่ก่อนดีหรือไม่ขอรับ?"
"อีกนานแค่ไหนจะถึงหยางโจว?"
"อีกสามชั่วยามขอรับ"
"งั้นก็พักที่นี่ก่อนแล้วกัน" ผู้คุ้มกันรีบสั่งลูกน้องให้ตั้งกระโจนและจุดไฟให้ความอบอุ่น ก่อนจะออกตรวจการณ์รอบๆ พื้นที่จนแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ทุกคนจึงได้พักกัน
กลางดึกคืนนั้น เสียงร้องของผู้คนจากกระโจมดังลั่น "โจรบุก!" เสียงฆ่าฟันและเสียงร้องด้วยความเ็ปดังระงม ลูกน้องของท่านพ่อต่างหนีกันไปคนละทิศละทาง ผู้คุ้มกันรีบวิ่งมาที่ประตูแล้วพูดด้วยเสียงตื่นตระหนก "นายท่าน! เราต้องรีบไปแล้ว โจรบุกกะทันหัน ข้าจะคุ้มกันนายท่านออกไป รีบตามมาเร็วขอรับ"
พ่อรีบอุ้มข้าออกไปข้างนอก แม่ตามมาติดๆ พวกเราวิ่งลัดเลาะออกห่างจากกระโจม เสียงฆ่าฟันยังคงดังไม่ขาดสาย ท่านพ่อหันกับไปข้างหลัง "เร็วเข้า ฮูหยิน เราต้องรีบไปให้เร็วที่สุด ออกไปจากที่นี่!"
ท่านแม่ร้องไห้สะอื้น แต่ก็รีบตามไป พวกเราได้หนีออกมาไม่นาน เสียงตามมาก็ยังดังขึ้น "มันต้องอยู่แถวนี้ รีบหา เจอตัวฆ่าให้หมด!" เสียงของโจระโตามหลังมา ผู้คุ้มกันเห็นว่าหนีไม่ทันแล้ว จึงเข้าสกัดกันไว้ให้ แล้วบอกให้นายท่านและครอบครัวหนีไปก่อน
แต่หนีกันไปได้ซักราวๆ หนึ่งก้านธูป กับได้ยินเสียงโจรตามมาอีก ท่านพ่อจึงรีบหาที่ซ่อนตัว ท่ามกลางป่าหินมีหินก้อนใหญ่พอที่จะซ่อนข้าได้ ท่านรีบดันข้าเข้าไปในซอกหิน และเอาหินก้อนเล็กๆ มาปิดทับไว้ "อาหลีเรามาเล่นซ่อนแอบกัน ลูกต้องแอบดีๆ อย่าส่งเสียง ถ้าไม่ใช่เสียงพ่อกับแม่ห้ามตอบใครทั้งนั้น" เสียงท่านพ่อสั่นมาก ข้ารู้สึกได้ถึงความวิตกกังวลในน้ำเสียงนั้น จึงตอบไปด้วยเสียงสั่นๆ "ข้าไม่อยากเล่น ข้าไม่อยากอยู่คนเดียว ข้ากลัว..."
เสียงถอนหายใจยาว เสียงที่เหมือนจะบ่งบอกถึงความอ้างว้างและทุกข์ทรมาน "ไม่ต้องกลัวนะอาหลี เราจะเล่นซ่อนแอบครั้งนี้เป็ครั้งสุดท้าย พรุ่งนี้เช้าพ่อจะพาไปหยางโจว ไปกินอาหารทะเลที่เ้าชอบไง"
เสียงฝีเท้าโจรใกล้เข้ามา ท่านพ่อเริ่มนับ "หนึ่ง สอง สาม..." เมื่อท่านนับจบ ข้าก็ได้ยินเสียงเบาๆ ลอยมากับสายลมว่า "ดูแลตัวเองนะลูก พ่อกับแม่ส่งเ้าได้แค่นี้" หลังจากนั้น เสียงเท้าของโจรก็วิ่งออกไปจนหายไปจากหู ไม่ได้ยินเสียงใดๆ จากท่านพ่อและท่านแม่อีกเลย
บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยลมหนาวที่กัดกร่อนผิวจนชา หิมะโปรยปรายจากฟากฟ้าสีมืด ยามนี้ได้แต่พึ่งพาความอบอุ่นจากมือกันและกัน ขณะที่วิ่งหนีฝ่าป่าทึบ หัวใจของข้าเต้นระรัว ทั้งความหวาดกลัวและความเสียใจที่ต้องทิ้งลูกไว้เพียงลำพังในที่หนาวเหน็บเช่นนั้น แต่ก็ไม่มีทางเลือกไม่สามารถที่จะเอาลูกวิ่งไปกับตนได้ ทำได้เพียงแค่วิ่งล่อพวกโจรไปอีกทาง
เมื่อเสียงฝีเท้าของโจรเริ่มใกล้เข้ามา สามีพาข้าวิ่ง วิ่งไปให้ไกล ไกลจากจุดที่ลูกอยู่ให้ได้มากที่สุด เมื่อหมดทางไปต่อแล้ว ทางข้างหน้าเป็ผา มือที่กุมข้าสั่นเล็กน้อย เขาหันมาหาช้าๆ ดวงตาที่เคยแน่วแน่บัดนี้เต็มไปด้วยความขมขื่น "ฮูหยิน..." เอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่แทบจะขาดหาย "เ้าคงโกรธข้าใช่หรือไม่ ที่นำเ้ามาสู่เหตุการณ์เช่นนี้ ที่ข้าไม่อาจปกป้องพวกเราได้"
ข้าไม่อาจทนเห็นเขาแบกรับความผิดเช่นนี้ไว้เพียงลำพังได้ น้ำตาอุ่นไหลรินท่ามกลางลมหนาว ยื่นมือไปกุมมือเขาที่เย็นเฉียบ กระชับแน่นพลางเอ่ยด้วยเสียงที่มั่นคง "ท่านคือทุกสิ่งของข้า ท่านทำทุกอย่างเพื่อข้ากับลูก ข้าไม่เคยโกรธท่านเลย ไม่ว่าพวกเราจะต้องเจอกับอะไร ข้าจะอยู่เคียงข้างท่านเสมอ เราจะผ่านมันไปด้วยกัน"
เขายืนนิ่งเหมือน้าจดจำคำพูดของข้าไว้ในใจ ดวงตาแฝงแววโศกเศร้าปนซาบซึ้ง ยิ้มออกมาน้อยๆ รอยยิ้มที่ทั้งอบอุ่นและเ็ป "ถ้าชาติหน้ามีจริง..." เสียงของเขาแ่เบาแต่หนักแน่น ราวกับกำลังตั้งคำสาบาน "ข้าจะชดเชยให้เ้า ข้าจะทำทุกอย่างให้เ้ามีความสุขกว่าที่เคย"
เขามองข้าด้วยสายตาที่เหมือนจะกล่าวคำร่ำลาที่ไร้เสียง ราวกับเขาได้ตัดสินใจบางสิ่งในใจแล้ว เอื้อมมือมาแตะใบหน้าอย่างอ่อนโยนเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะจับมือข้าไว้แน่นอีกครั้ง ข้ารับรู้ได้ทันทีว่าเขาอยากจะต่อลองกับพวกโจรอีกสักครั้ง เผื่อว่าจะมีโอกาสได้กลับไปหาลูก ไม่อยากโดดลงเหวที่ไม่มีวันย้อยคืน
แต่เมื่อโจรมาถึงไม่ให้โอกาสได้ต่อรอง ไม่มีคำว่าปราณี ไม่ให้หนีแม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียว