ตอนที่14 กว่าจะได้เข้ากิลด์
ไผ่เข้ามาในเมืองเขาเห็นแต่อาคารและแผงขายของที่มีคนคนเดินจับจ่ายซื้อของอย่างพลุกพล่านสินค้ามีหลากหลายชนิดให้เลือกซื้อไม่ว่าจะเป็เนื้อสด ผักสด ผลไม้สมุนไพร อุปกรณ์ประดิษฐ์ของชาวบ้านเช่นเสื้อผ้า คราด จอบ อาวุธ ชุดเกราะต่าง ๆสำหรับนักผจญภัยหรือชาวเกษตรกร ถัดไปจะเจอกับอาคารกิลด์ต่างๆมีทั้งขนาดเล็กๆ เหมือนเป็บ้านธรรมดาหลังหนึ่งแต่ติดป้ายสัญลักษณ์กิลด์ไว้ บางกิลด์มีตัวอาคารเป็ของตัวเองั้แ่สภาพเก่าไปจนถึงอาคารหรูหราไผ่ถามชาวบ้านคนหนึ่งเขาบอกว่านี่เป็เพียงแค่โซนนอกเท่านั้นยังไม่รวมถึงโซนด้านในที่มีอีกนับไม่ถ้วน
อาคารกิลด์ตั้งอยู่ห่างกันประมาณครึ่งกิโลเมตรแต่ละกิลด์มีพื้นที่ของตัวเองสำหรับใช้บริหารกิจการภายในไม่ว่าจะเป็การสร้างห้องพักสวนสมุนไพร โรงเก็บวัตถุดิบเป็ต้น
ไผ่เดินหากิลด์ที่ถูกใจ เขาเห็นอาคารหลังหนึ่งดูดีมีของตกแต่งหลากหลายคิดว่าน่าจะมีสวัสดิการให้กับสมาชิกกิลด์จึงเดินเข้าไปด้วยความหวัง
คนต้อนรับเป็ชายรูปร่างกำยำ กล้ามเป็มัดๆหน้าผากมีรอยแผลเป็พาดยาวเหมือนกับโดนกรงเล็บของสัตว์ร้าย
“มาจ้างทำภารกิจรึนำเงินค่าจ้างมาแล้วเขียนคำขอที่ข้า” เสียงของชายผู้มีรอยแผลเป็เอ่ย ท่าทางไม่ค่อยสนใจผู้มาเยือนเช่นไผ่
“ไม่ครับ จะมาสมัคเป็นักผจญภัย” ไผ่ปฏิเสธพร้อมกับบอกความ้าของตนเอง
“เลเวลเท่าไหร่” เสียงของชายหน้าบอกเอ่ย
“ไม่รู้ครับ” ไผ่ตอบตามตรงสีหน้าชายคนนั้นดูไม่สบอารมณ์มองมายังไผ่ด้วยสายตาขึงขัง
“ออกไปซะไอ้เด็กเวร” ไม่พูดเปล่าชี้นิ้วไปทางประตูไล่แขกไผ่ยักไหล่พานะนะเดินออกไปเพื่อมองหากิลด์แห่งใหม่ เขาพอคาดเดาปฏิกิริยาที่จะเกิดขึ้นได้ด้วยระดับเลเวลของเขาในปัจจุบันอาจยังไม่ถึงเกณฑ์ของแต่ละกิลด์จึงต้องโยนหินถามทางหาข้อมูลจากกิลด์หลายๆ แห่งเสียก่อน แต่หากวันนี้เขาโชคดีสมัครเข้ากิลด์ได้ก็นับว่าเป็เื่ดี
ไผ่ลองเดินเข้าไปยังกิลด์ใกล้เคียง
“สวัสดีเด็กน้อยเ้ามายื่นคำขอให้ทำภารกิจใช่มะ งั้นก็รีบๆ มากรอกข้อมูลจำเป็และเงินรางวัล เดี๋ยวข้าจะเอาไปติดประกาศให้”เสียงหญิงสาวหน้าสวยน้ำเสียงออกห้าวดิบเล็กน้อยมองมายังไผ่ด้วยสีหน้ารำคาญใจ
“ผมจะมาขอสมัครเข้ากิลด์ครับ”ไผ่พูดนอบน้อมไว้ก่อน
“หืม เข้ากิลด์เหรอเด็กอย่างเ้าเนี่ยนะ น่าขำ แล้วระดับเ้ากี่ดาว เลเวลอะไรล่ะ” หญิงสาวพูดด้วยท่าทีไม่สนใจไยดีแต่ก็ถามส่งๆ
“ไม่รู้ครับ” ไผ่ตอบตามที่ได้ยินมา
“ไม่รู้แสดงว่าไม่มีเลเวลกิลด์ข้าไม่รับ กระจอกเกินไป รีบๆ ออกไปได้แล้วไป๊ ก่อนที่ข้าจะเตะเ้าออกไป”หญิงสาวชี้หน้าไล่แล้วก็หันไปต้อนรับลูกกิลด์ที่นำวัตถุดิบมาส่งด้วยท่าทีเป็มิตรจากนั้นก็หันมาแยกเขี้ยวใส่ไผ่
ไผ่เดินออกไปพร้อมกับนานะที่เอ่ยถามอะไรบางอย่าง
“พี่ชายไม่โกรธเขาเหรอ”เสียงนานะเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“หืมนานะตื่นั้แ่ตอนไหนเนี่ย” ไผ่ยังไม่ตอบคำถาม
“นานะตื่นนานแล้ว เพียงแต่ไม่อยากรบกวนว่าแต่พี่ชายไม่โกรธเขาเหรอ” นานะถามอีกรอบ
“ไม่หรอก เป้าหมายของพี่คือเก็บข้อมูลไม่ได้ตั้งใจจะสมัครจริงจังในวันนี้หรอก เราไปหากิลด์ต่อไปดีกว่านะ” ไผ่ลูบหัวนานะแล้วเดินออกไปหาเป้าหมายต่อไป ระหว่างนั้นนานะก็ถามว่ากิลด์คืออะไรและถามยิบย่อยอีกไผ่ก็ตอบตามความเข้าใจของตนเอง
กิลด์ที่ไผ่ไปสมัครส่วนใหญ่จะตะเพิดไล่ออกมาโดยไม่ตรวจสอบใดๆ ไผ่ลูบผมนานะแล้วยิ้มน้อยๆ จากนั้นก็เดินต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ตะเกียงตามบ้านและอาคารต่างๆก็ถูกจุดขึ้นมาเพื่อให้ความสว่าง
ไผ่เดินผ่านเส้นทางไปแบบมั่วๆผ่านคนนั้นคนนี้ก็ถามว่ามีกิลด์อยู่ที่ไหนบ้าง เมื่อได้รับคำตอบก็รีบตรงดิ่งไปทันทีเพื่อสมัครเป็สมาชิก แต่มักจะได้รับคำตอบว่า กระจอกบ้าง อ่อนบ้างพร้อมกับมือของพนักงานที่ชี้ไปทางประตู จนกระทั่งทุกกิลด์ปิดทำการไผ่ก็ยังไม่ได้สังกัดกิลด์ไหนเลย
ตอนนี้เองไผ่พอได้ข้อสรุปแล้วว่าการสมัครเข้ากิลด์สำหรับตัวเขาในตอนนี้ไม่ใช่เื่ง่ายเลยเขาจึงตั้งใจว่าวันพรุ่งนี้จะออกหาข้อมูลในกิลด์ต่าง ๆ เพิ่มอีกเล็กน้อยหากไม่ได้จริง ๆ ก็จะออกไปล่าสัตว์ที่ชายนักผจญภัยอานบอกว่าสามารถเพิ่มระดับเลเวลได้พลันไผ่ก็นึกถึงตอนที่เขาอยู่กับคิวบิลัสและราอิลตลอดสี่ปี
นอกจากปลาใหญ่หมาป่ากับกบอีกหนึ่งตัวแล้ว ไผ่ไม่ได้สังหารสัตว์ตัวใดเพิ่มอีกมีแต่คิวบิลัสที่จัดการหาให้ เขาเอาแต่ต่อสู้กับคิวบิลัสฝึกฝนกับราอิลจนกระทั่งมาโผล่ในเมืองนี้
“เราคงต้องถาม ๆ ดูว่าสัตว์อะไรที่เพิ่มเลเวลให้ได้เพราะถ้าสัตว์ทุกตัวที่สังหารสามารถเพิ่มเวลเราคงต้องมีตัวเลขตอนชายคนนั้นตรวจสอบแล้ว” ไผ่กล่าวและคิดจะค้นหาคำตอบต่อไป ไผ่แกะห่อใบไม้ที่พี่อานให้ข้างในนั้นปรากฏให้เห็นข้าวสุกมีเนื้อย่างแผ่นใหญ่สามแผ่น
“มีกินก็ดีกว่าไม่มีอะไรละวะ”ไผ่กล่าวกับตัวเอง
นานะตื่นขึ้นเมื่อได้กลิ่นอาหารค่ำคืนนี้ที่พักพิงคือบนต้นไม้ ทั้งคู่ทานข้าวและดื่มน้ำจากการกลั่นเอาไอน้ำในอากาศให้รวมกันเป็ก้อนด้วยเวทมนตร์ เอนกายค่อย ๆหลับตา เสียงนกเค้าแมวร้อง สายลมอ่อนๆ พัดความเย็นจากต้นไม้ กลิ่นของใบไม้ต่างบอกถึงธรรมชาติยามค่ำคืนคละเคล้ากับเสียงสัตว์ตัวน้อยที่ออกมาร้องทำให้ทั้งคู่หลับสนิทจนกระทั่งถึงรุ่งเช้าของอีกวันไผ่เรียกเวทมนตร์น้ำออกมาล้างหน้า บ้วนปาก นานะเธอก็ทำของเธอเอง
“เอาล่ะ วันนี้เรามาหาข้อมูลเพิ่มอีกสักหน่อยกันเถอะ”เสียงของไผ่พูดอย่างตื่นเต้น
“นานะขอขี่คอพี่ชายน๊า”นานะพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูสดใสกว่าเมื่อวานพร้อมกับใช้สกิลไต่ขึ้นไปขี่คออย่างรวดเร็ว
“ซนจริงๆ นะเรา” ไผ่พูดยิ้มๆ แล้วะโลงพื้นอย่างนิ่มนวล
“คิคิ” เด็กน้อยหัวเราะน้อยๆ
การเดินทางสมัครเข้ากิลด์เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมยังคงดำเนินต่อไปกิลด์แล้วกิลด์เล่าก็ไม่รับอีกเช่นเคย บางกิล์แค่ถึงหน้าประตู พวกเขาไล่ตะเพิดด่าว่าไผ่ด้วยกลัวพื้นจะสกปรก
ไผ่ก้มมองดูเท้าตนเองที่ไร้ซึ่งรองเท้าเขามองชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้สวมใส่รองเท้าเช่นกัน
“อะไรของพวกนั้นว้า” ไผ่บ่นอุบแต่ก็ไม่ได้โต้ตอบอะไร เขาเดินไปหาเป้าหมายใหม่
“นี่พี่ชายนานะเริ่มหิวข้าวแล้ว”เสียงของนานะที่กำลังใช้มือหมุนผมเ้าไผ่เล่นบ่นอุบ
“ทนไปก่อนเดี๋ยวถ้าเข้ากิลด์ไม่ได้พี่จะออกไปล่าสัตว์ข้างนอกอยากกินเยอะแค่ไหนก็กินได้เต็มที่เลย แต่ว่าตอนนี้พี่ขอหาข้อมูลอีกสักกิลด์สองกิลด์”ไผ่พูดปลอบนานะ
“ค่า” นานะเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริง
เดินไปพักหนึ่งก็เจอกิลด์ ไผ่เห็นคนสองสามคนกำลังวิ่งวุ่นเก็บวัตถุดิบยกลังไม้แบกบนบ่าแล้ววิ่งไปส่งที่ไหนสักแห่ง เหมือนกับต้องแข่งกับเวลาไผ่เดินเข้าไปตรงที่มีพนักงานสาวต้อนรับ เธอยิ้มด้วยแววตาตื่นเต้น
“สวัสดิ์ดีหนุ่มน้อย มาทำอะไรที่นี่เหรอจ๊ะ”เสียงหญิงสาวคนนั้นเอื้อนเอ่ย
“สมัครเข้ากิลด์ครับ”ไผ่พูดด้วยน้ำเสียงปกติแต่สีหน้าของหญิงสาวกลับดูตื่นเต้นขึ้นมาทันใด
“จริงเหรอคะ” เธอไม่พูดเปล่ารีบหยิบใบสมัครจากใต้ลิ้นชักออกมาพร้อมกับปากกาขนนกแล้วยื่นให้ไผ่
“เชิญกรอกชื่อตรงนี้เลยค่ะเมื่อกรอกเสร็จบอกฉันด้วยนะคะ” เธอรีบเอ่ย
“ไม่ถามระดับเลเวลก่อนเหรอครับ”ไผ่ฉงน เพราะกิลด์ผ่านๆ มาส่วนใหญ่จะถามระดับดาวและเลเวลก่อนถ้าไม่ผ่านก็ไล่
“ไม่จำเป็ค่ะ”เธอกล่าวด้วยสายตาคาดหวัง หันไปจัดของบางอย่าง ไผ่ก็ค่อย ๆ กรอกด้วยลายมือบรรจง
“เสร็จแล้วครับ” ไผ่ยื่นใบสมัครให้พนักงาน เธอก็รับไปแล้วก็เกาหัว
“เอ่อ ขอภาษาทางการของที่นี่ได้ไหมคะฉันอ่านภาษาของคุณไม่นอก” เธอพูด ถึงตอนนี้ไผ่รู้เลยว่าตนได้พลาดไปแล้ว เขาสามารถอ่านภาษาของที่นี่ได้ แต่ดันไปเขียนภาษาที่เรียนกัลาอิล
“เอ่อ ขอโทษครับพอดีผมมาจากชนบทเลยเขียนภาษาทางการไม่ได้”ไผ่พูดพลางในใจก็คิดว่าตนคงเข้ากิลด์นี้ไม่ได้แล้ว
“ไม่เป็ไรค่ะเดี๋ยวเรย์ล่าเขียนให้ แต่ก่อนก็มีกรณีแบบนี้หลายคนเหมือนกัน” เธอพูดด้วยรอยยิ้มแล้วนำใบใหม่มาให้แต่ในใจก็คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นภาษาแบบนี้ที่ไหนแต่ก็นึกไม่ออกจึงปล่อยผ่านไป
“ชื่อค่ะ”
“ไผ่ครับ” ไผ่ตอบ
“เผ่ามนุษย์นะคะ”
“ครับ”
“ระดับดาวกับเลเวลค่ะ”
“ไม่รู้ครับ” ไผ่ตอบอย่างประหม่า
“ต่อจากนี้พยายามฝึกฝนนะคะ”และเธอก็ถามข้อมูลต่อไปจนเสร็จ
จากนั้นก็ให้ไผ่ยืนหลับตา เธอร่ายเวทมนตร์บางอย่างพลันในมืออีกข้างก็ถือการ์ดไว้ มันเป็การ์ดของกิลด์ ซึ่งบอกแต่เพียงชื่อกิลด์และชื่อสมาชิกเท่านั้น
“เสร็จแล้วค่ะนี่เป็การ์ดสมาชิกกิลด์ของคุณ เก็บไว้ให้ดีระวังอย่าทำหายนะคะไม่งั้นโดนปรับนะเออ” เธอพูดด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณครับ” ไผ่ก้มหัวของคุณ
“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้หนุ่มน้อยว่าแต่เรามีที่พักหรือยัง” เธอเอ่ยถามตามมารยาท
“ยังไม่มีครับ” ไผ่ตอบ
“เดี๋ยวเรย์ล่าจัดห้องให้นะคะส่วนเื่อาหารออกมาทานข้างนอกนี้ได้เลย สำหรับสมาชิกกิลด์ทานฟรีค่ะแต่ว่า่นี้ก็มีแต่ขนมปังกับน้ำชานะคะ หากอยากกินที่ดีกว่านี้ก็ออกไปซื้อร้านค้าข้างนอกได้ค่ะ”เรย์ล่าพูด แล้วหยิบกุญแจดอกหนึ่งให้ไผ่พร้อมกับพาเดินเข้าไปประตูหลังของกิลด์ ไปสู่บ้านพักยาวหลังหนึ่งข้างในนั้นแบ่งเป็ห้องๆ และเหมือนชายหญิงจะพักอยู่ที่เดียวกันเสียด้วย
“นี่เป็ของคุณนะคะ”เธอผายมือไปยังประตูห้องหนึ่ง
“ขอบคุณครับ” ไผ่พยักหน้าแล้วเปิดกุญแจเข้าไป
“ถ้า้าอะไรก็บอกนะคะพักผ่อนให้เพียงพอนะคะ พรุ่งนี้ค่อยเริ่มภารกิจ” เรย์ล่าพูดแค่เธอขอตัวไปประจำงานต่อ ในห้องของไผ่นั้นมีเตียงที่ทำจากไม้อยู่ 1เตียงไม่มีที่นอนให้มีแต่หมอนไม้ 1 ท่อน ส่วนห้องน้ำนั้นอยู่ข้างนอกเป็ห้องน้ำรวมและในห้อง นอกจากเตียงแล้วไม่มีอะไรเลย มีแต่พื้นโล่งๆ
“พี่ชายเอาหนังจิ้งจอกมาปูเป็ที่นอนเลยนานะอยากนอนแล้ว” นี่คือเสียงแรกที่ได้ยินจากนานะ
“แล้วเราไม่กินอะไรก่อนเหรอไงนานะ”ไผ่หันไปย้อนแม่ตัวน้อย
“นานะไม่หิวแล้วนานะจะนอน” พูดพร้อมกับจิกผมไผ่แรงกว่าเดิมหนังจิ้งจอกถูกหยิบออกมาจากแหวนแล้วปูบนเตียง มันเป็หนังของจิ้งจอก 6 หางได้มาจากคิวบิลัส ไผ่เคยถามมันว่าฆ่าพวกเดียวกันไปเพื่ออะไรแต่คำตอบของคิวบิลัสคือจิ้งจอกไม่ใช่สายเืของมัน เสร็จสิ้นจากการปูนานะก็ะโลงเตียงทันทีมือน้อยๆ จับหางหนึ่งของจิ้งจอกมากอดแล้วก็หลับไปทั้งอย่างนั้น
“เอาล่ะในเมื่อนานะบอกไม่หิวงั้นพี่ขอออกไปถามอะไรข้างนอกหน่อยก็แล้วกัน” ไผ่พูดกับนานะที่หลับอยู่ แล้วหยิบการ์ดมาดู
“กิลด์โครบิลอสสินะชื่อคล้ายๆ กับคิวบิลัสเลยแฮะ” ไผ่พูดชื่อกิลด์ที่ตนสังกัด แล้วเดินออกจากห้องปล่อยให้นานะนอนอยู่ในนั้นอย่างสบายอารมณ์เมื่อเดินไปยังอาคารกิลด์ เรย์ล่าก็เข้ามาทัก
“อ้าวไผ่ไม่พักผ่อนเหรอคะ” เรย์ล่าผละงานเดินมาถาม
“คือผมอยากได้ข้อมูลอะไรอีกนิดหน่อยครับ”และมหกรรมการถามก็ได้ดำเนินขึ้นนับชั่วโมง
ผลสรุปที่ได้ก็คือ กิลด์โครบิลอสนั้นเป็กิลด์ที่มีสมาชิกทั้งหมด20 คน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 6 คนเท่านั้น ทั้งนี้กิลด์ยังติดอันดับที่ 55ครองอันดับสุดท้ายติดต่อกันถึง 2 ปี หากปีนี้ยังติดอันดับรั้งท้ายอีกจะถูกยุบแน่นอนเรย์ล่าจึงรับทุกคนที่เข้ามาสมัคร ซึ่งก็เจอแค่ไผ่คนเดียวในรอบปีนั่นเป็เพราะกิลด์ไม่ได้มีชื่อเสียงหรืออำนาจอะไรในปัจจุบันหากพ่อเธอไม่ด่วนจากไปเสียก่อนคงไม่ตกต่ำถึงเพียงนี้ แต่จะอย่างไรเรย์ล่าก็อยากจะให้กิลด์โครบิลอสยังคงอยู่ต่อไปแม้วันประลองจะเหลือเพียง 7 วันก็ตาม
เื่ตอ่อไปที่ไผ่ถามก็คือเื่โรงตีเหล็กของกิลด์ ซึ่งเรย์ล่าได้ยื่นกุญแจให้เลย โรงตีเหล็กนั้นอยู่ข้างๆกิลด์ แต่ก่อนมีสมาชิกคนหนึ่งขอเปิดเป็ร้านขายอาวุธเพื่อทำรายได้ให้กิลด์แต่ตอนนี้ตายแล้วเหตุจากโดนฆ่าในดันเจี้ยน เ้าไผ่จึงขอใช้อย่างเป็ทางการเรย์ล่าไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเพราะสมาชิกหลายคนก็เคยใช้โรงตีเหล็กแต่ก็ถอดใจในเวลาต่อมา
เื่ต่อไปเป็เื่ของห้องครัวซึ่งอยู่หลังอาคารกิลด์ในห้องครัวก็มีอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับประกอบอาหารหลายอย่าง
เมื่อคุยกันเสร็จไผ่มุ่งหน้าไปยังโรงตีเหล็กทันทีส่วนเรย์ล่าก็ของทำงานของเธอต่อ
เมื่อเปิดประตูเข้าไปทีแรกนึกว่าจะเจอฝุ่นเจอพวกหยากไย่แต่ห้องนี้ถูกทำความสะอาดทุกวัน แม้มันจะโล่งไปหน่อยเพราะไม่มีอาวุธอะไรอยู่เลยไผ่จึงเดินไปเปิดประตูอีกบานเป็ห้องหลอม มีเตาหลอมเล็กๆ แท่นตีเหล็กที่ขัดจนสะอาดค้อนตีขนาดต่างๆ และอุปกรณ์ครบครัน เพียงแต่คุณภาพต่ำ
รอยยิ้มผุดขึ้นบนบหน้าของไผ่
“กิลด์ติดอันดับรั้งท้ายงั้นเหรอไหนๆ ก็เป็สมาชิกกิลด์โคบิลอสทั้งที เดี๋ยวพี่จะงัดไม้เด็ดออกมาโชว์” ไผ่พูดคนเดียวกลางห้องแล้วมองไปที่แหวนทั้ง 5 วง
....................................