ชายวัยกลางคนหวูหนานตอนนี้แทบจะตัวลอยออกมา ถึงเขาจะมีพลังระดับจิตยุทธปฐพีขั้นปลายแต่ทว่าเขาก็ยังไม่สามารถโบยบินบนท้องฟ้าได้สักที โดยปกติแล้วขอบเขตการโบยบินนั้นถือว่าเป็นความใฝ่ฝันของทุกเลยก็ว่าได้
พวกเขานั่นอยากจะบินได้เหมือนกับนกอย่างอิสระ ถึงจะไม่มีพลังจิตยุทธแห่งนภาแต่ทว่ามันก็มีอีกวิธีนึงเช่นเดียวกัน ซึ่งนั้นก็คือการฝึกฝนสัตว์อสูรสายพันธุ์บินได้ต่างๆนั่นเอง ส่วนมากแล้วผู้คนจะใช้วิธีการนี้กันมากกว่า ถ้าเกิดบางคนมีสัตว์อสูรสายพันธุ์บินได้ระดับสูงละก็จะกลายเป็นที่อิจฉาของใครหลายๆคนเลยทีเดียว
"แร้งมัจจุราช ไปกันเลย..!!"
หวูหนานรีบกระโดดขึ้นไปบนหลังของมันอย่างเร่งรีบ ด้วยขนาดที่มากกว่าห้าเมตรทำให้ร่างของเขาสามารถยืนอยู่บนตัวของมันได้อย่างสบายๆ
"กี้"
ร่างเงาขนาดยักษ์ส่งเสียงตอบรับแล้วเริ่มกางปีกของมันออก ปีกทั้งสองข้างเริ่มกระพืออย่างรวดเร็วจนทำให้เท้าทั้งสองของมันเริ่มลอยเหนือพื้น แรงลมมหาศาลของปีกทั้งสองถึงกับทำให้ทั้งสองคนต้องกระเด็นถอยหลัง
พริบตาเดียวร่างเงาของมันก็ทะยานสู่ท้องฟ้าราวกับสายลม แร้งมัจจุราชตอนนี้พุ่งตัวไปยังท้องฟ้าด้วยความเร็วสูงให้สมกับเป็นสัตว์อสูรระดับสี่ที่น่าเกรงขาม
บนฟากฟ้าตอนนี้ก็มีเสียงหัวเราะที่ดังลั่นของหวูหนานขึ้นเป็นช่วงๆ ท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดครึม เขาตอนนี้สัมผัสได้ถึงความอิสระของการบินอยู่บนท้องฟ้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ถึงเขาจะไม่ได้บินเองแต่แร้งมัจจุราชตอนนี้ก็คือสัตว์อสูรของเขาแล้ว
หลินตงกับหลินหยวนเมื่อเห็นเขาเป็นเช่นนี้ก็ลอบยิ้มออกมา มันก็ไม่แปลกที่เขาจะตื่นเต้นดีใจ สัตว์อสูรสายพันธุ์บินได้นั้นเป็นที่ต้องการของใครหลายๆคนเลยทีเดียว พวกมันสะดวกสบายในการเดินทางบนท้องฟ้าด้วยความรวดเร็วและหลังจากนี้หวูหนานจะไม่มีปัญหาในเรื่องการเดินทางไกลอีกแล้ว
"ชักอิจฉามันหน่อยๆแล้วสิ แร้งมัจจุราชระดับสี่ยังงั้นเหรอ เดียวรอเสียวหลินของข้าเป็นระดับห้าเมื่อไหร่ได้เจอกัน..!!"
หลินหยวนพูดขึ้นพลางมองไปยังร่างเงาที่บินโฉบไปมาบนท้องฟ้าด้วยดวงตาที่เป็นประกาย ความเร็วของแร้งมัจจุราชที่บินไปมาก็ไม่ใช่ธรรมดาเลย ความเร็วของมันดูจะมากกว่าเขาถึงหนึ่งเท่าตัวเลยทีเดียว
"มันก็นะ ขอบเขตการโบยบินคือความฝันของผู้ฝึกพลังยุทธของทุกคนเลยก็ว่าได้"
หลินตงเมื่อได้ฟังก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย จิตยุทธแห่งนภาหลังจากนี้เขาจะต้องไปถึงมันอย่างแน่นอนและขอบเขตการโบยบินเป็นเพียงแค่เริ่มต้นสำหรับเขาเท่านั้น ว่ากันว่าเมื่อผู้ทรงพลังระดับสูงเดินทางกันการโบยบินจะถือว่าเป็นขยะไปเลย พวกเขาเพียงแค่ก้าวเท้าครั้งเดียวก็เคลื่อนไหวได้เร็วกว่าแสงแล้ว ซึ่งนั่นถูกเรียกว่าการโบยบินขอบเขตข้ามมิติ
ในคัมภีร์โบราณก็มีอยู่หลายคนที่ถูกบันทึกไว้ว่าเพียงแค่ก้าวเท้าเดียวก็ข้ามได้หลายหมื่นจักรวาลเลยทีเดียว ถึงเขาจะไม่รู้ว่าจักรวาลมีขอบเขตเพียงใดแต่สำหรับเขาแล้วคงคิดว่ามันจะใหญ่กว่าทวีปชิงหลงนี่หลายสิบเท่าอย่างแน่นอน
ขณะเดียวกันบนท้องฟ้าที่มืดค่ำหวูหนานตอนนี้สั่งให้แร้งมัจจุราชของตนร่อนลงอย่างช้าๆท่ามกลางสายตาของทั้งสองคนที่มองมันอย่างไม่วางตาและเมื่อเขาเห็นหลินหยวนเพื่อนของตนดูอิจฉาอยู่หน่อยๆก็ได้ทีหัวเราะร่าออกมา
"ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าหลินหยวน ข้าขอนำหน้าไปก่อนละ..!!"
หวูหนานพูดจบก็กระโดดลงจากหลังของแร้งมัจจุราชอย่างสบายๆ ต้องบอกก่อนว่าเขาตอนนี้ตื่นเต้นซะจนอธิบายอะไรไม่ออกแล้ว การได้สัมผัสการโบยบินโดยตรงเช่นนี้มันยิ่งทำให้ตัวของเขาอยากจะทะลวงพลังเร็วๆ
และเมื่อเท้าของเขาเหยียบถึงพื้นดินก็หันหน้ามามาโค้งคำนับไปยังชายหนุ่มเพื่อแสดงความเคราพจริงจัง
"ขอบคุณท่านปรมาจารย์ที่ตอบรับคำขอของข้า ต้องบอกเลยว่าภายในสายตาของข้าท่านคือผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรอันดับหนึ่งจริงๆ..!!"
นี้คือปรมาจารย์ฝึกฝนสัตว์อสูรที่ทรงพลังยิ่งกว่าทุกคน ด้วยอายุที่น้อยนิดพร้อมกับพรสวรรค์อันสูงล้ำ เขาเชื่อเลยว่าในอนาคตนั้นเขาคนนี้จะโด่งดังและเป็นตำนานของทวีปชิงหลงอย่างแน่นอน
หลินหยวนถึงกับสูดหายใจเข้าลึกๆพลางมองไปยังเพื่อนของตน ไอ้เจ้านี้โดยปกติแล้วจะไม่คำนับใครง่ายๆเช่นนี้ แสดงว่าปรมาจารย์ผู้นี้ในสายตาของมันถือว่าเป็นผู้ที่น่าเคราพยกย่อง ต้องบอกเลยว่าตัวของมันก็มีสถานะที่ไม่ธรรมดาเรียกได้ว่าเหนือกว่าเขาขึ้นไปอีกขั้นนึงเลยก็ว่าได้
หลินตงเมื่อเห็นว่าเขาจริงจังเช่นนี้ก็รับการคารวะอย่างไม่ถือตัว ถึงยังไงคนตรงหน้าก็มีอายุมากกว่าเขาถึงหลายสิบปี ไม่ใช่สิมากกว่าห้าสิบปีหรือร้อยปีซะอีก ถึงจะเห็นว่ารูปลักษณ์ของเขาเหมือนกับชายวัยกลางคนแต่ทว่าผู้มีพลังจิตยุทธปฐพีนั้นจะมีอายุขัยที่มากกว่าคนธรรมดาถึงหลายสิบเท่า
"ท่านหวูหนานประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว ข้านั้นทำไปก็เพียงเพราะว่าหินลมปราณยุทธเท่านั้น ส่วนอันดับหนึ่งนะหรอไว้ค่อยว่ากันในอนาคต ฮ่าฮ่า"
ชายหนุ่มพูดจบก็ทำให้ทั้งสองคนต้องหัวเราะร่าออกมา มันก็จริงอย่างที่เขาพูดขึ้น ในตอนนี้ถ้าเอาชายหนุ่มไปเทียบกับสำนักหมื่นอสูรก็คงจะยังไม่ได้ เพราะถึงยังไงเขาก็มีพลังเพียงแค่จิตยุทธวิญญาณขั้นหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำนักหมื่นอสูรคงจะไม่ต้องพูดถึง เจ้าพวกนั้นว่ากันว่ามีคนที่มีพลังระดับจิตยุทธแห่งพิภพควบคุมอยู่แถมยังมีสัตว์อสูรมังกรศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้พิทักษ์สำนักอีกด้วย
ขณะนั้นหวูหนานเหมือนกับว่าจะลืมอะไรไปบางอย่างจนทำให้หลินหยวนต้องส่งเสียงกระแฮ่มออกมาช่วยไม่ได้
และเมื่อเขาเห็นว่ามันไม่ตอบสนองก็ถึงกับคิ้วกระตุก ชายวัยกลางคนกระแทกศอกของตนกระทุ้งเอวของหวูหนานไปหนึ่งทีเพื่อเตือนเรื่องที่รับปากเขาเอาไว้ หวูหนานที่เห็นสายตาของเพื่อนตนก็พลันได้สติพลางหัวเราะแห้งๆออกมา ให้ตายสิ ลืมค่าตอบแทนไปเลย เขาจึงไม่รอช้าที่จะหยิบแหวนมิติออกมาวงนึงและส่งให้กับชายหนุ่มอย่างเร่งรีบ
ที่เขาให้แหวนมิติมาเช่นนี้มันถือว่าเป็นเรื่องปกติ โดยส่วนมากแล้วยิ่งการค้าขายระดับสูงและมีมูลค่าเยอะพวกเขาจะไม่เสียดายแหวนมิติเลยแม้แต่นิดแถมมันยังทำให้การซื้อขายสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นไปอีก
หลินตงเมื่อเห็นเขายื่นแหวนมิติมาให้ก็รับไว้อย่างไม่เกรงใจ ระหว่างนั้นเขาก็ส่งคลื่นพลังยุทธของตนเข้าไปยังแหวนห้วงมิติเพื่อตรวจสอบและเมื่อเขาเห็นถึงกองหินที่อยู่ภายในแหวนก็ถึงกับตกตะลึง เขารีบเอ่ยออกมาอย่างเร่งรีบในทันที
"สองพันหินลมปราณยุทธระดับต่ำ ท่านหวูหนานท่านให้ข้ามากเกินไปรึเปล่า..?!"