โต๊ะรับประทานอาหารของ3คนแม่ลูกวันนี้ดูจะตึงเครียดหน่อยๆ ไม่ได้มีการพูดจาพาทีอย่างสบายๆ เหมือนที่ผ่านมา
“เงียบกันหมด งานหนักกันเหรอลูกๆ” คุณหญิงอึดอัดจึงพูดออกมา
“ครับ เดี๋ยวจะมีรถเข้ามาอีก 2 ลอตใหญ่ๆ่นี้ผมต้องตามสเปค เช๊คเอกสารการนำเข้าให้ครบถ้วน” จะให้เสียชื่อเสียงไม่ได้เด็ดขาดของแบบนี้พลาดครั้งเดียวจะทำให้เสียเครดิตไปเลย
“ตาใหญ่ล่ะลูก หมู่นี้แม่เห็นเรากลับบ้านั้แ่ 5 โมงไม่ได้มีอะไรหนักใจใช่มั้ย?” ครั้งแรกที่ได้ยินคุณหญิงธารารัตน์เองก็ไม่เชื่อหูเหมือนกันจนได้เห็นด้วยตาตัวเองตลอด 3-4 วันที่ผ่านมานั่นแหละคนเป็แม่ถึงได้เชื่อสนิทใจ
“งานเยอะเหมือนที่ผ่านๆมาครับ เพียงแต่ว่าผมนำกลับมาทำที่บ้านแทนการนั่งอยู่ในออฟฟิศก็เท่านั้น”เขารับประทานอาหารต่อไปไม่ทุกข์ไม่ร้อนเหมือนน้องชายคนเล็ก
“คุณแม่มีอะไรด่วนหรือเปล่าครับ ถึงได้ตามพี่ใหญ่กับผมมาแบบนี้” ชักเริ่มจะหนาวๆร้อนๆ กับสิ่งที่ตนเองได้ยินมาเมื่อวันก่อน มันยังตามหลอกหลอนไปมาถึงตอนนี้
“ก็แม่เห็นลูกทั้งสองคนเหนื่อยๆ วุ่นวายแม่คิดว่าแม่มีวิธีทำให้เราสองคนสบายขึ้นกว่านี้นะ”วิธีนี้ได้ประโยชน์กันหลายฝ่าย
“ยังไงครับคุณแม่” กลิ่นเริ่มไม่ค่อยดี
“ก็แม่มีหญิงสาว สวย เฟอร์เฟคทุกอย่างจะแนะนำให้ลูกรู้จักถ้าตกลงปลงใจก็จะได้คบกัน มีคนอยู่เคียงข้างคอยช่วยเหลือดูแลกันมันดีนะลูกแม่ว่า...”
“โธ่! แม่ครับผู้หญิงที่เฟอร์เฟคแล้วแสนดีด้วยยุคนี้จะไปหาจากที่ไหนครับแม่มีแต่ทำให้ชีวิตผมยุ่งเหยิงขึ้นล่ะซิไม่ว่า ไม่เอาด้วยหรอกจะมีแฟนทั้งทีผมของหาของผมเอง” ธนาทิปตั้งป้อมเอาไว้สูงเื่นี้เขาจะไม่ยอมให้ใครมากำหนดแทนตัวเองเด็ดขาด
“แล้วเมื่อไรล่ะ เป็ข่าวฉาวกับคนโน้นทีนี่ทีจนแม่ตอบคำถามสังคมไม่ไหวแล้วนะลูกแม่เหนื่อยเข้าใจมั้ยตาเล็ก?” พาลทำเอาทานอาหารไม่ลงจากเดิมที่มีความหวังอย่างเต็มเปี่ยมเื่คู่ครองของลูกๆ
“เมื่อไร่ก็เมื่อนั้นครับคุณแม่ ถ้าคุณแม่รุกผมมากๆเดี๋ยวผมคว้าใครสักคนมาแต่งงานด้วยแล้วแม่จะเสียใจนะครับ” เขา้าขู่ก็เท่านั้น
“โอ้ย!เ้าลูกคนนี้ตลอดเลยสิน่า...แล้วตาใหญ่ล่ะลูกถ้าแม่จะให้ลูกไปทานข้าวกับ...”
“ผมมีผู้หญิงที่หมายปองอยู่แล้วครับแม่” เขารวบช้อนวางไว้ตรงกลางนั่นหมายถึงอิ่มแล้ว
“ว่าอะไรนะ ตาใหญ่แม่ไม่ได้หูฝาดไปนะลูก” คุณหญิงธารารัตน์มองหน้าบุตรคนโตตาปริบๆ
“ครับ” เขาตอบรับเพียงสั้นๆ
“ใครกันลูก แล้วแม่รู้จักหรือเปล่า ลูกเต้าเหล่าใครกันตาใหญ่”มารดาและน้องชายต่างรอฟังคำตอบ
“คุณแม่และนายเล็กรู้จักเธอครับ ผมขอตัวก่อนนะครับมีงานต้องสะสางอีกมาก”ธนบดีลุกขึ้นทันทีที่กล่าวจบ ทิ้งความสงสัยทั้งหมดให้ผู้ที่อยู่ข้างหลัง
“ใครกันครับแม่ พวกเราก็รู้จักเธอด้วยเหรอ” ยิ่งคิดยิ่งน่าฉงน
“นั่นสิตาเล็ก ใครกันน่ะที่สามารถพิชิตใจเ้าชายน้ำแข็งของแม่ได้” คุณหญิงธารารัตน์นึกถึงรายชื่อลูกสาวหรือหลานสาวของคุณหญิงคุณนายต่างๆให้วุ่นวายด้วยความตื่นเต้น
นางใกล้จะมีลูกสะใภ้แล้ว
อีกไม่นานก็จะมีหลานชายหลานสาวน่ารักตามมา...โอ้ยยยดีใจจริงๆ
“โอ้โห นางเอกทำเกี๊ยวน้ำน่าตาน่าทานจังเลย” สายตาของม่านฟ้าจดจ้องไปทีจานอาหารในทีวี
ก๊อกก๊อก ก๊อก ก่อนเ้าหล่อนจะใเมื่อมีใครมาเคาะประตูยามดึกวิกาล
“ทำอะไรอยู่นะ” เพราะเขาได้ยินเสียงเหมือนเธอกำลังคุยกับใครแว่วๆ
“ม่านกำลังดูละครค่ะ คุณใหญ่้าอะไรหรือเปล่าคะ?” สาวน้อยในชุดนอนตัวเก่า ใบหน้าขาววอกเพราะแป้งเด็กถาม
“อยากได้กาแฟ”
“ห่ะ ทานกาแฟตอนนี้นะเหรอคะ” นี่มันดึกมากแล้วนะดื่มเข้าไปแล้วจะหลับนอนตอนไหนกันล่ะคุณเ้านายขา
“อืม ยกไปให้ที่ห้องทำงานด้วยนะ” สั่งเสร็จก็เดินกลับขึ้นไปยังชั้นสองเหมือนเดิมม่านฟ้าหันกลับไปมองละครยอดฮิตด้วยสายตาละห้อย เสียดายเพราะหน้าที่มันหลีกเลี่ยงไม่ได้นะสิ
ธนบดีหัวเสียั้แ่กลับมาจากบ้านหลังใหญ่นั้นแหละกลับมาก็ทำงานก็ไม่รู้เื่แม่ตัวดีก็นอนดูละครผัวๆเมียๆสบายใจเฉิบ เขานะหรือตอนเย็นสู้อุส่าต์รอให้เธอเดินมาตามไปทานข้าวที่บ้านหลังใหญ่แต่ปรากฎว่าเ้าตัวกำลังคุยออเซาะฉอเลาะกับน้องชายให้เขาช้ำใจ
“โธ่เว้ย” เอกสารถูกปัดกวาดระแนระนาด
ก๊อกก๊อก ก๊อก
“กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลมาแล้วค่ะ” เสียงใสดังขึ้นมาก่อนตัวทุกครั้งที่เธอเป็แบบนี้เขาชอบนะ แต่วันนี้อารมณ์ไม่ค่อยคงที่หงุดหงิดไปมาได้ยินเสียงใสก็พาลคิดถึงเื่เมื่อตอนเย็นไปเสียหมด
นี่เขาเป็อะไรไป
“กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลมาแล้วค่ะ” หญิงสาวใบหน้าเต็มไปด้วยแป้งเด็กราวกับว่าม่านฟ้าเดินตกบ่อแป้งมายังนั้น
“รีบๆวางไว้...เเล้วออกไปได้” พูดจบลงธนบดีกลับกลั้นหายใจ พาลอยากตบปากของตัวเองสักทีสองทีเเรงๆ อยากเจออยากเห็นหน้าจนดั้นด้นไปถามหากาแฟจากหล่อนแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับไล่เธอไปเสียอย่างนั้น...มึงต้องบ้าเเล้วเเน่นอนไอ้ใหญ่เื่ปัญหาธุรกิจในประเทศ ต่างประเทศที่แสนซับซ้อนรวมถึงเื่เศรษฐกิจการเมืองร้อยเล่ห์เพทุบาย เขาสามารถอ่านเกมส์ได้ขาดทั้งหมดแต่ทำไมถึงมาตกม้าตายกับเื่ของผู้หญิงตัวเล็กๆ เพียงคนเดียวก็ไม่เข้าใจเอาเสียเลยเพราะเธอคนเดียวจริงๆ เลยม่านฟ้า แค่ได้ยินเสียงใสๆ ของตัวหล่อนดังมาก่อนตัวก็ทำให้เขาแทบคลุ้มคลั่งเสียแล้ว
“ค่ะ” เด็กสาวรับคำมึนงงแต่สมองอันชาญฉลาดของม่านฟ้ากลับคิดไปว่าเ้านายคงเหนื่อยหรือมีงานรอสะสางมากมายเพราะฉะนั้นเธอต้องรีบออกไปให้เร็วที่สุด ไม่ทำให้เขาหงุดหงิดไปมากกว่านี้
สาวน้อยจอมรู้ใจและทำหน้าที่ได้ดีอย่างนี้เห็นทีเ้านายต้องจ้างวานต่อไปเรื่อยๆ อย่างแน่นอน เก่งเหมือนกันนะม่านฟ้า
กริ๊กประตูห้องถูกบิดอย่างเบามือ
“เห้อออ!” ลมหายใจถูกถอดถอนหมดมาดนักธุรกิจไฟแรงธนบดีทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างสิ้นท่าเพียงแค่เจอสาวน้อยช่างเจรจาอยู่กับน้องชายของตนเอง เขาก็ฟุ้งซ่านเป็ไปได้ถึงเพียงนี้ถ้าหากวันไหนสองคนนั้นอยู่ใกล้ชิดกันมากกว่านี้ล่ะ เขาไม่เสียสติเลยหรือไงเพราะเท่าที่เป็อยู่ตอนนี้ก็ทำงานที่กองอยู่ตรงหน้าไม่รู้เื่เสียแล้ว
กริ่งกริ่ง กริ่ง
“ฮัลโหลวิไล”
“สวัสดีคุณหญิงธารารัตน์ค่ะ” วิไลพรเรียกขานเพื่อนสนิทเต็มยศศักดิ์
“แหน่ะ เรียกฉันซะ...เธอนี่ก็ ชอบหยอก ชอบแซวเหมือนสมัยเรียนไปมีผิดเลยนะ”คุณหญิงธารารัตน์และคุณวิไลพรแม่เลี้ยงเมืองเหนือเป็เพื่อนมหาลัยที่สนิทสนมกันมากมาจนถึงปัจจุบันแต่เพราะหน้าที่และครอบครัวทำให้ใช้ชีวิตกันอยู่ห่างเกือบ 1000กิโลเมตรเเต่ทั้งสองยังคงติดต่อสื่อสารกันไปมาระหว่างกันโดยตลอด
“ธาร ฉันโทรมามีเื่อยากจะรบกวนเธอหน่อยนะ” เริ่มพูดเข้าธุระของตัวเองทันที
“ว่าไงจ๊ะเพื่อน มีอะไรก็บอกได้ไม่ต้องเกรงใจฉัน” ทั้งสองคนต่างช่วยเหลือกันเสมอมาคุณหญิงธารารัตน์จำได้ขึ้นใจเป็อย่างดีในวันที่นางสูญเสียสามีอันเป็ที่รักก็ได้เพื่อนรักคนนี้แหละคอยปลอบให้กำลังใจกันไม่ห่างกายเพื่อนวิไลของนางบินมาหานางก่อนที่ลูกๆทั้งสองที่เรียนอยู่ต่างประเทศจะกลับมาเสียอีก
“น้องวันใหม่ลูกสาวของฉันนะสิ ได้เข้าเรียนที่คณะ xxx มหาลัย xxx ฉันเห็นว่าอยู่ไม่ไกลกับบ้านของเธอพอดีฉันเลยอยากรบกวนให้น้องวันใหม่ไปอยู่กับธารสัก 2-3 เดือนได้หรือเปล่ารอให้น้องวันใหม่ปรับตัวสักระยะหนึ่ง พูดก็พูดเถอะน่ะกรุงเทพน่ากลัวจนฉันไม่กล้าไว้ใจใครเลย แต่ถ้าเป็บ้านของเธอฉันมั่นใจที่สุด”หัวอกคนเป็แม่ กังวลไม่น้อยเมื่อบุตรสาวอย่าง นางสาว วรินยุพาวรพลปรีชา วัย 18 ปีบุตรเพียงคนเดียวต้องเข้ามาเผชิญในโลกกว้างที่ห่างจากอกแม่เกราะพ่อเป็ครั้งแรก
“โอ้ยยย จะมีปัญหาอะไร ฉันก็รัก เอ็นดูหนูวันใหม่เหมือนลูก ไม่ได้เจอกัน 5-6ปีคงโตขึ้น สวยเหมือนเธอนะวิไล” คุณหญิงบ้านภูมิกีรติเคยเห็นหน้าค่าตาเด็กสาวผิวขาวคนนั้นหลายครั้งในวัยเด็กมีแต่่หลังๆ มานี้เท่านั้นที่ไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จัก
“ขอบใจเธอนะธาร แล้วอีก 2-3 วันเจอกันฉันและคุณวรุฒจะไปส่งน้องวันใหม่ด้วยตัวเอง ขอบใจเธอจริงๆนะ ขอบใจมากที่สุด”เท่านี้ก็สบายใจขึ้นเป็กอง บ้านหลังนั้นทำให้ความกังวลของวิไลพรหายสลายสิ้น
เรือนหลังเล็กมีแต่ความมืดและเงียบสนิทในเวลาเลยเที่ยงคืนธนบดียังคงเดินวนเวียนอยู่หน้าห้องสาวใช้ในดวงใจ ให้เขาข่มตานอนก็นอนไม่หลับเลยเดินมาวนไปวนมาใกล้ๆสาวน้อยช่างเจรจาของเขาก็แล้วกัน
แกเป็อะไรของแกนะนายใหญ่ หลงรักเด็กคนนั้นเข้าแล้วหรือไงถึงได้มาเดินลับๆ ล่อ ๆ เสียภาพพจน์หมดสิ้นแล้วตอนนี้ เห้อ!
ชายหนุ่มได้แต่ปรับทุกข์กับตัวเองธนบดีไม่ปฎิเสธเลยว่า่อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ม่านฟ้าคอยแต่วนเวียนอยู่ในหัวสมองลืมตาก็เห็นเธอลอยเด่นอยู่ตรงหน้า หลับตาก็ละเมอเพ้อหา...ประหนึ่งเหมือนเด็กวัยรุ่นชาย15-16ที่เพิ่งหัดรักไปได้
คล้อยผู้เป็เ้านายออกจากบ้านไปทำงานใน่เวลา7นาฬิกา ม่านฟ้ารีบจัดการทำความสะอาดถ้วยชาม แก้วน้ำแก้วกาเเฟให้เป็ที่เรียบร้อย วันนี้เธอตั้งใจจะไปเยี่ยมน้าทั้งสอง คนที่เป็คนชักจูงให้เธอได้มาทำงานดีๆแบบนี้สัก2-3 ชั่วโมงแล้วหลังจากนั้นก็ตั้งใจจะซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยพอประทังไปก่อน
ปริน!ปริน!
เสียงแตรจากซุปเปอร์คาร์แบรนด์ดังที่มีเพียง3คันเท่านั้นในประเทศไทยดังขึ้น ธนาทิปลดกระจกก่อนะโเรียก
“ม่าน ขึ้นรถมาเร็ว” เขาขับรถออกมาจากบ้านแล้วเห็นหญิงสาวที่คุ้นตาเดินอยู่หน้าบ้านมุ่งไปยังถนนใหญ่ด้วยพอดี
“เออ...เออ” ม่านฟ้ายิ้มแห้งๆ ให้กับคำเชิญชวนเธอมองรถคันสวยแล้วย้อนดูสภาพเสื้อผ้า เสื้อยึด กางเกง 5 ส่วนสีซีดๆของตนเองช่างไม่เหมาะสมกันเลย
“รีบขึ้นมาเร็วๆ เดี๋ยวแดดจะแรงกว่านี้” เมื่อไม่กล้าขัดคำสั่งผู้เป็เ้านายเด็กสาวก็รีบขึ้นรถคันหรูไป แม้จะเก้งๆกังๆกับระบบเปิดประตูของรถ ก็เธอเองเคยเห็นแต่ในทีวีวันนี้แหละที่ได้เห็นของจริงด้วยตาตัวเอง ที่สำคัญได้เห็นแบบใกล้ชิดอีกต่างหาก
“จะไปไหนเหรอ? เดี๋ยวฉันไปส่งเอง” คนหล่อชวนคุย แบบขำๆ เมื่อเห็นหญิงสาวมองโน้นนี่ด้วยสายตาลุกวาว แวววับ
“ไปตลาดค่ะ ไปหาคุณรู้จัก คุณเล็กให้ม่านลงหน้าป้ายรถเมล์ก็พอค่ะ” รีบกล่าวอย่างเกรงใจ เพราะหากให้ส่งถึงที่ นอกจากเกรงใจเ้านายแล้วเธอเองคงทำตัวไม่ถูกเมื่อก้าวลงจากรถคันหรูท่ามกลางคนทั้งตลาดเเบบนั้น
รถตู้หรูสัญชาติเยอรมันของธนบดีย้อนกลับมาที่บ้านหลังใหญ่อีกครั้งหลังได้รับคำสั่งของผู้เป็เ้านาย
“นั้นมันเด็กม่านนี่” ธเนศบ่นพรึมพรำชื่อของหญิงสาวคนนั้นกระทบเข้าโสตหู ทำให้ธนบดีเกิดความสนใจหันไปดูด้วย คนสายตาคมจ้องภาพที่หญิงสาวยิ้มเเย้มเเจ่มใสก้าวขึ้นรถของน้องชายทำเอาหัวใจของเขากระตุก
สองคนนั้นกำลังไปไหนกัน
ตลาด่เกือบ8โมงเช้าผู้คนจอแจต่างซื้อหาของสดของแห้งกันอย่างคึกคัก
“น้านุช น้านิตย์ สวัสดีค่ะ” ม่านฟ้ายกมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ที่เธอนับถือมาั้แ่ตัวยังเล็กๆแดงๆ จำได้ว่าชอบไปวิ่งอยู่รอบบ้านของพวกเขาเพราะมีเนื้อที่กว้างขวางกว่าบ้านของตัวเธอเอง
“อ้าว! ไอ้ม่าน มาๆเข้ามากินน้ำกินท่ากันก่อน”
“ไม่เป็ไรจ๊ะน้า เดี๋ยวฉันช่วยนะ” ว่าแล้วเด็กสาวก็ช่วยผูกถุงแพคผักต่างๆตามออเดอร์คิวของลูกค้าทันที มะเขือเทศสีดา มะเขือเทศราชินิต่างถูกแพคเรียงรายใส่ถุงไว้อย่างสวยงามในเวลาเกือบ 10 โมง เเล้วตลาดก็เริ่มวายตามลำดับ
“เห้ออ! เอาชานมปั่นเย็นๆ ไปกินไอ้ม่าน วันนี้คนเยอะว่ะ ขายดีเหมือนเททิ้งไม่ได้แกมาช่วย ฉันกับไอ้นิตย์คงเอาไม่ทัน” ขนาดช่วยเหลือกัน3 คนขะมักเขม้นลูกค้าเ้าประจำหลายคนยังมีบ่นๆ ว่ารอนาน
“ดีแล้วนี่จ๊ะ ขายดีๆแบบนี้ทุกวันดีมากเลย” ม่านฟ้าไม่เหนื่อยเลยเ้าหล่อนออกจะสนุกด้วยต่างหาก
“แล้วเป็ไง อยู่ที่บ้านเ้านายคนใหม่เอ็งสบายดีมั้ยว่ะไอ้ม่าน”นุชนาถถาม นิตยาผู้เป็น้องเองก็ตั้งใจฟัง นางถือว่าเป็คนชักชวนมาก็อยากให้มันได้ทำตามความหวังความตั้งใจที่พกมาจากบ้านนอกอย่างเต็มเปี่ยมนั้นแหละ
“สบายดีมากเลยน้า งานไม่มาก ไม่เหนื่อยเลยด้วยซ้ำ” ไม่ใช่งานสาวใช้ถูกกดขี่เหมือนในละครที่เคยดู
“โอ้ย ก็แน่นอนอยู่แล้ว คุณหญิงธารารัตน์เขาเป็ผู้ดีเก่า เชื้อสายเ้าเชียวนะส่วนเ้าสัวคมสันต์ที่เพิ่งตายไป 5-6 ปีก่อนก็รวยชนิดที่เรียกว่าล้นฟ้าเด็กรับใช้ที่บ้านนั่นทุกคนก็อยู่ดีกินดีทุกคน เอ๊ะ! แต่เดี๋ยวนะเอ็งไปอยู่ได้ไม่กี่วันรู้สึกเหมือนจะมีน้ำมีนวลขึ้นนะไอ้ม่านไม่ผอมกระดูกโผล่มันวันแรกที่เจอกันเลย” นางพูดไปตามที่เห็น
“ฉันก็ว่าจะทักมันเหมือนกันนะพี่นุช ไอ้ม่านมันดูเปล่งปลั่งขึ้นมาเยอะเลย”นิตยามองด้วยรอยยิ้มเด็กที่เอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลานประสบความสำเร็จระดับหนึ่งเท่ากับนางก็ประสบความสำเร็จด้วยเห็นแบบนี้ก็สบายใจแทนพ่อแม่ของเด็ก พวกเขาจะได้ไม่มีฉีกอกเอา
“ก็น้ำหนักขึ้นนิดหน่อยจ้ะน้า” ม่านฟ้ายิ้มแห้งๆนึกถึงอาหารเมื่อเช้าตอน 6 โมง เธอยังฟาดไปสองชามโตๆอาหารหน้าตาดีๆ รสชาติก็ดีไปเสียทุกอย่างโดยเฉพาะแกงปูใบชะพลูเธอที่ชื่นชอบเป็พิเศษ จัดว่าอร่อยล้ำสามโลกไปเลย
“โชคดีของเอ็งแล้วไอ้ม่าน ความเป็อยู่ดีๆ แบบนี้พี่มนตรีกับพี่สร้อยจะได้สบายใจไอ้ที่ป่วยไข้อยู่จะได้มีกำลังใจหายเร็วๆนะ” นิตยากล่าวอย่างสบายใจขึ้นเป็กองครอบครัวของเด็กสาวน่าสงสาร นางและครอบครัวก็ช่วยเหลือกันมาตลอด รักใคร่เหมือนญาติ
“ป่วยเหรอคะ ใครป่วยเหรอน้านิตย์” ม่านฟ้าชะงักไป ทั้งสองคนกำลังพูดถึงใครกัน
“อ้าว! ก็พ่อของเอ็งไงไอ้ม่าน อย่าบอกนะว่าพี่สร้อยไม่ได้บอกเอ็งนะ”เอาแล้วไง! ปากพร่อยแล้วมั้ยล่ะเราทางโน้นเขาคงเป็ห่วงบุตรสาวเลยไม่ได้บอกเล่าปัญหาที่กำลังเผชิญ
“พ่อเหรอจ๊ะ?” ม่านฟ้าครวญเบาๆอยู่ในคอจะว่าไป่ที่ผ่านมานี้เธอไม่ได้คุยกับบิดาเลยสักครั้งมารดามักจะบอกว่าท่านหลับไปแล้วบ้าง อาบน้ำอยู่บ้าง ต้องมีเหตุให้คลาดกันตลอดเวลาที่แท้พวกท่านทั้งสองคนกำลังหลบซ่อนความจริงข้อนี้อยู่นี้เอง...ไม่ได้การแล้วคืนนี้เธอต้องเค้นหาความจริงให้ได้เลยทีเดียว
6โมงกว่าๆตามเวลา ม่านฟ้าพร้อมด้วยข้าวไข่เจียวหมูสับ น้ำส้มคั้นเดินเข้ามาจัดโต๊ะอาหารเ้านายของหล่อนนั่งคอยท่าอยู่ก่อนแล้ว
“ข้าวไข่เจียวหมูสับร้อนๆมาแล้วค่ะคุณใหญ่” คนช่างเจรจาจัดแจงจานชาม ได้อย่างสวยงามเป็ระเบียบ
“วันนี้หายไปไหนมา” น้ำเสียงนั้นราบเรียบจนม่านฟ้าแอบสะดุ้งเล็กน้อยกลัวถูกดุ
“เออ...เออคือว่าม่านไปเยี่ยมคนรู้จักค่ะแล้วก็ออกไปซื้อของใช้ส่วนตัวม่านขอโทษนะคะคุณใหญ่ ที่ไม่ได้ขออนุญาตคุณใหญ่ก่อน” เด็กสาวก้มหน้างุดใบหน้าโศกลงอย่างเห็นได้ชัด
“รู้ตัวด้วยเหมือนกันเหรอว่าทำผิด คร่าวหลังจะไปไหนมาไหนบอกฉันก่อน ฉัน...”
ฉันเป็ห่วงเธอ
ธนบดีเม้นปากไม่กล้าพูดออกไป
“อะไรเหรอคะ” คนอยากรู้แอบชำเลืองตามามองด้วยความกล้าๆกลัวๆธนบดียกยิ้มมุมปาก เขาเพิ่งเคยจะได้เห็นกิริยาอาการแบบนี้ของม่านฟ้าเป็ครั้งแรก...แปลกพิลึกดีนะ...แต่ก็น่ารักอยู่มากเช่นกัน
“ฉันจะพาเธอไปไงล่ะ” อยากรู้นักใช่มั้ยบอกออกไปเสียเลย
ม่านฟ้าส่ายหน้างึกงักมือไม้โบกปฎิเสธเป็พัลวัน
“ไม่เป็ไรค่ะ ไม่ต้องหรอกค่ะ” เ้านายของเธอดีแสนดีหากต้องพาเธอไปไหนต่อไหนอีกคงเกรงใจแย่
“ทำไม ไม่อยากไปกับฉันเพราะอยากนั่งรถแพง เท่ห์ๆแบบของนายเล็กเหรอไง” สายตาของเธอเมื่อเช้าก่อนเข้าไปในรถคันนั้นช่างดูตื่นเต้นมีความสุข ใบหน้าก็ยิ้มเเย้มร่าเริง จนเขาเองยังนึกอิจฉาผู้เป็น้องชายถึงตอนนี้เเละหากเด็กสาวขี้กลัวตั้งใจฟังน้ำเสียงดีๆจะรู้เลยว่านั้นไม่ได้เป็การต่อว่าแต่พูดออกมาด้วยความน้อยใจล้วนๆ
“เปล่านะคะ เออ...เออม่านไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ ม่านรู้ดีว่าไม่คู่ควรเลย”เ้านายท่านคงรู้เื่ราวเมื่อเช้า ไม่ว่าจะฟังเื่นี้มาจากใครแต่เธออยากให้เขารู้เอาไว้ว่าทั้งชีวิตนี้ไม่เคยคิดอาจเอื้อมเลยสักครั้งทำได้แค่นอนเพ้อฝัน ทำให้นอนหลับฝันดีก็เท่านั้นเอง
น้องชายของเ้านายอยู่สูงเหลือเกินเธอเอื้อมให้ตายก็ไม่มีวันเอื้อมถึงหรอก
“อืม ออกไปได้แล้วฉันจะทานข้าว” ธนบดีเป็คนพูดน้อยคำทุกคนล้วนรู้จักนิสัยส่วนตัวของเขาในข้อนี้ดีแต่พอได้พูดจากับเด็กรับใช้ส่วนตัวแล้ว เขาไม่เคยพูดจบในประโยคเดียวได้เลย...แต่นั้นเขารู้ดีว่าทำไมเื่ราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็เช่นเดียวกัน ม่านฟ้าแตกต่างกับสาวใช้คนก่อนๆที่หวังสบายทางลัด เพียงแต่ว่าสายตาแวววาว ราวกับมีความสุขหนักหนาเวลาได้พูดคุยกับน้องชายอย่างธนาทิปธนบดีก็ไม่อภิรมย์สักเท่าไร่นัก
ม่านฟ้าหลับไปพร้อมกับน้ำตานองเต็มใบหน้าความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผยจากปากของมารดาเเล้วทั้งสิ้น พ่อล้มป่วยจริงเพราะท่านเป็โรคหัวใจตอนนี้ทำได้เเค่รักษาประคับประคองไปก่อนเพราะขาดเเคลนทุนทรัพย์ในการผ่าตัดค่าผ่าตัดเกือบเเสน ไหนจะหนี้สินที่เ้าหนี้เร่งรัดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอีก 50,000บาท เงินเเสนกว่าๆ ครอบครัวเธอจะหามาได้จากที่ไหนหนอม่านฟ้า
พ่อและเเม่กำลังปรึกษากันว่าจะนำเอาโฉนดที่ดินของบ้านไปจำนองที่ธนาคารสมบัติตกทอดของบรรพบุรษเพียงชิ้นเดียวที่พ่อแสนห่วงหวงบ้านหลังเก่าผุพังในที่ลุ่มน้ำ บนที่ดิน 1 ไร่เศษๆจะได้เงินสักเท่าไร่กัน...ยังไงก็ไม่น่าจะพอ
"ม่านไม่ต้องห่วงนะลูก พ่อกับเเม่สัญญาว่าต่อไปจะเล่าทุกเื่ให้ม่านฟังทั้งหมด"
น้ำ้เสียงของท่านฟังดูเศร้าเหลือเกินจำได้ว่าตอนนั้นเธอนั่งน้ำตาตกอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านทุกคนที่บ้านเกิดกำลังเผชิญกับความลำบาก ส่วนตัวเธอเองนอนหลับ กินอิ่ม อาหารอร่อยทำงานน้อยนิดอยู่กลางเมือง์
"ฮือ ฮือ ฮือ พ่อจ๋า เเม่จ๋า ยายจ๋า ม่านจะช่วยทุกคนเอง ฮือ ฮือ"
เธอต้องทำอะไรสักอย่างหางานทำเพิ่มให้หนักกว่านี้ ชีวิตของบิดาผู้เป็ที่รักก็รอนานไม่ได้ในฐานะเป็ลูกคนโตไม่ว่าเหนื่อยล้า ใจกายอย่างไรเธอจะเเบกรับมันไว้คนเดียว
กริ่งกริ่ง กริ่ง
“ฮัลโหลพี่ใหญ่” ธนาทิปะโแข่งกับเสียงเพลงจังหวะมันส์เหวี่ยงในผับดังย่านทองหล่อ-เอกมัย
“มีเื่จะให้ช่วยนะ”
“มีอะไรครับพี่” น้อยครั้งที่พี่ชายจะโทรหาตนยิ่งโทรตอนใกล้ๆเที่ยงคืนแบบนี้ยิ่งแปลกประหลาด
“ฉันอยากซื้อรถในโชว์รูมของนาย ขอเป็รุ่นใหม่ล่าสุด สวยที่สุดราคาไม่เกี่ยง”
“ห๊ะ! พี่ใหญ่ว่ายังไงนะครับ” เสียงด้านนอกมันดังจนเขาหูเพี้ยนไปหรือเปล่าธนาทิปฉงนในใจ พี่ชายคนเดียวของเขาที่ไม่เคยสนใจพวกรถ ผู้หญิง รองเท้า เสื้อผ้าแฟชั่น ธนบดีสนใจแค่ยอดกำไรที่วิ่งเข้าบัญชีอย่างเดียวคนนั้นนะเหรอ ที่โทรหาซื้อซุปเปอร์คาร์มูลค่า8 หลักตอนเวลาเที่ยงคืนอย่างนี้
เเม่เ้า!