บทที่ 3 : ขายออกจนได้!
เสียงเคาะประตูเรียกสติคุณแม่อี้ เธอไม่มีกะจิตกะใจลุกไปเปิดประตู ปล่อยให้ลูกชายคนโตเป็คนจัดการ ซ่งิเปิดประตูมาก็พบว่าเป็แม่สื่อหวังแห่งหมู่บ้านไท่จวิ้น
“แม่สื่อหวัง”
แม่สื่อคนดังยิ้มแก้มปริ “ต้าซ่ง แม่เธออยู่ไหม?”
“อยู่ครับ เชิญป้าหวัง” ซ่งิเชิญแม่สื่อหวังเข้ามาในบ้านหลังน้อย เขาหวังว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้มาเพื่อทวงค่าแรง
คุณแม่อี้มีความคิดเดียวกับลูกชาย นางลุกขึ้นจากเก้าอี้มาต้อนรับด้วยหน้าตาฝืนยิ้มยินดี “พี่หวัง คือ… พี่มากะทันหันไปแล้ว ฉันยังไม่ได้เตรียมเงิน…”
“น้องอี้อย่าเกรงใจ เรารู้จักกันมาั้แ่จำความได้ เ้าเลี้ยงเป็ดข้าเลี้ยงไก่ อิงอาศัยกันมาตลอด เื่เงินอย่าพูดถึงอีก!” แม่สื่อหวังยิ้มแป้น “ยัยหนูซ่งอี้หรานอยู่ไหนล่ะ?”
พูดถึงลูกสาวแล้วคุณแม่อี้หัวร้อน “ลูกไม่รักดีหนีเข้าห้องไปแล้ว แทนที่จะคว้าโอกาสดีนี้ไว้ สร้างความประทับใจแรกพบหน้ากับเ้าหนุ่มเฉินซานนั่น กลับโยนโอกาสดีนี้ทิ้ง ฉันวิ่งเต้นหายืมของเขาจนไม่เหลือหน้าตาใดใด วันนี้พวกชาวบ้านหัวเราะเยาะฉันลับหลังกันทั้งนั้น!” ยิ่งพูดยิ่งเจ็บใจ!
“หัวเราะเยาะเื่อะไรกัน งานมงคลกำลังจะเกิด พวกนั้นต้องอิจฉาจนตาแทบถลนออกมาแน่!” แม่สื่อหวังจับมือคุณแม่อี้ “น้องอี้ ได้ดีแล้วอย่าลืมพี่นะ!”
คุณแม่อี้ตาลุก “อย่าบอกนะ… พ่อหนุ่มตระกูลเฉินนั่นถูกในหรานหราน!”
แม่สื่อหวังพยักหน้า พร้อมทั้งหยิบเงินและตั๋วอาหารออกมาหนึ่งถุงใหญ่ “นี่เป็เงินค่าสินสอด สะใภ้เฉินนั่นใจถึงมาก มอบสินสอดให้ตั้งหนึ่งร้อยหยวน! แถมมีคูปองอุตสาหกรรมไว้ซื้อจักรยานได้ด้วย งานแต่งที่มีหน้ามีตาขนาดนี้ หาไม่ได้อีกแล้วนะน้องอี้!”
คุณแม่อี้ล้มทั้งยืน แววตาสั่นไหวเมื่อเห็นถุงเงินใบโต พี่ชายสองคนพุ่งตัวเข้ามารุมถามแม่สื่อหวังว่าเื่นี้จริงหรือไม่ เหตุใดเ้าหนุ่มนั่นถึงตาถั่วสมองกลับมาชอบน้องสาวผู้ปากเสียของพวกเขาได้
ซ่งอี้หรานรู้เื่นี้ตอนดึก เธอโวยวายลั่นจะไม่แต่งท่าเดียว คุณแม่อี้จับบุตรสาวขัดเนื้อตัวทั้งวันในเช้าวันถัดมา ข่าวเื่บุตรสาวสกุลรองซ่งได้แต่งกับนายทหารเป็เื่น่ายินดีและน่าอิจฉา จากเมื่อวานถูกหัวเราะเยาะซ้ำเติมว่าเป็คางคกอยากกินเนื้อหงส์ วันนี้กลับมีคนมากมายนำของขวัญมาแสดงความยินดี และยุคนี้ของขวัญที่ว่าส่วนใหญ่เป็ไข่เป็ดไข่ไก่ ไม่ก็หัวเผือกหัวมัน
พี่ชายสองคนรับของขวัญด้วยใบหน้ายิ้มไม่หุบ ความสุขไหลทะลักออกมาทางสายตา เพิ่งรู้ข้อดีของน้องสาวผู้ไม่เอาไหนก็วันนี้นี่เอง
งานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะเฉินซานต้องรีบกลับไปกองทัพ ซ่งอี้หรานแต่งเข้ามาแต่ตัว เงินค่าสินสอดถูกพี่ชายสองคนแบ่งกันเพื่อแต่งภรรยา ส่วนเธอเหลือแค่คูปองอุตสาหกรรมที่แย่งมาจากมือพี่รอง
การแต่งเข้ามาแต่ตัวนี้สร้างความไม่พอใจให้กับพี่สะใภ้ทั้งสองคนของสกุลเฉิน ทำให้เกิดการกระแนะกระแหนและทะเลาะวิวาทจนเฉินซานขอแยกบ้าน
คุณแม่หลินไม่คิดเลยว่าสะใภ้คนเล็กที่ใบหน้าสะสวยจะมีนิสัยี้เีไม่เอาไหน ไม่ทำทั้งงานนอกงานใน บางครั้งหล่อนยังเห็นลูกชายคนเล็กถูกลูกสะใภ้ไล่ให้ไปนอนนอกห้อง หัวอกคนเป็แม่ชอกช้ำ เงินเก็บของครอบครัวหมดไปกับการแต่งลูกสะใภ้คนนี้ แถมยังต้องมาสร้างบ้านอิฐใหญ่โตให้หล่อนอยู่ส่วนตัว วันดีคืนดียังมาโวยวายจะเอาเงินเดือนของลูกชายคนเล็กหล่อนทั้งหมด!
ไม่ใช่แค่คุณแม่หลินที่เบื่อหน่ายในตัวซ่งอี้หราน เฉินซานผู้ถูกกล่าวว่าหนักแน่นดั่งก้อนหินเองยังรู้สึกว่าตนเองปล่อยให้ความงดงามบังตา
บ้านใหม่สร้างเสร็จแล้ว ซ่งอี้หรานยังขอให้เขาสร้างกำแพงอิฐล้อมรอบอย่างเอาแต่ใจ ทว่าเงินมีไม่พอ ชายหนุ่มจึงใช้ไม้ไผ่ทำกำแพงแทน
“กำแพงบ้านแบบนี้จะไปต่างอะไรกับพวกชาวนาขาเปื้อนโคลน เป็ถึงนายทหาร แค่กำแพงอิฐยังทำไม่ได้ กระจอกเกินไปแล้ว” ซ่งอี้หรานนั่งกินผิงกั่วไปบ่นสามีไป
เฉินซานรู้สึกไม่พอใจ เขาขอแรงพี่ใหญ่กับพี่รองให้มาช่วยสร้างกำแพงบ้าน ทุกคนเหนื่อยเหงื่อไหลเข้าตา แต่ภรรยาเขากลับเอาแต่นั่งตินั่นตินี่
ซ่งอี้หรานเห็นสายตาพี่สามีมองมาอย่างไม่เป็มิตร “ฉันพูดผิดตรงไหนเหรอคะ? เฉินซานกระจอกจริงๆ แค่จักรยานตราหงส์ทองยังซื้อให้ฉันไม่ได้ คนที่มาดูตัวกับฉันล้วนแล้วแต่มีจักรยานกันทั้งนั้น ไม่รู้แม่ฉันคิดยังไงถึงเลือกให้แต่กับคนแบบเขา”
พี่ใหญ่ต้าเฉินโยนจอบในมือทิ้ง สุดทนกับน้องสะใภ้มหาประลัย “น้องสามก็แต่งภรรยาได้ผิดคนเช่นกัน ตอนนั้นฉันน่าจะห้ามไว้ก่อน มีใครในหมู่บ้านแต่งภรรยาใช้เงินเป็ร้อยหยวนแถมคูปองเนื้อกับอุตสาหกรรมอีกหลายใบ แต่แต่งภรรยาตัวเปล่า แม้แต่เสื้อผ้าชุดใหม่ยังไม่มี แถมยังี้เีตัวเป็ขน!”
“พี่ใหญ่!” พี่รองใช้มือที่ยังเปื้อนเศษดินปิดปากพี่ชายใหญ่ “น้องสะใภ้อย่าถือสา พี่ใหญ่พอเหงื่อเข้าตาขึ้นมาก็หน้ามืดพูดไม่คิด”
เฉินซานถอนหายใจ เขาปวดเมื่อยทั้งตัว หลังจากแยกบ้านเฉินซานต้องทำงานทุกอย่าง สร้างเล้าไก่ ตักน้ำใส่ถัง ทำอาหาร ทำความสะอาดบ้าน ออกไปซื้อของที่สหกรณ์ให้ภรรยา ทำทุกอย่างตามที่หล่อนชี้นิ้วสั่ง
ซ่งอี้หรานเบ้ปากไม่ใส่ใจ “พวกชาวนาขาโคลน จะรู้อะไรได้”
คราวนี้พี่ใหญ่สู้แรงพี่รองสุดกำลังจนปากหลุดออกมาได้ “ฉันเคยสอนหนังสือเด็กมาหลายรุ่น จะให้คนอย่างเธอมาดูถูกได้ยังไง อีกหน่อยฉันต้องทำงานกับหน่วยงานรัฐ คนที่ไม่รู้อะไรเลยคือเธอต่างหาก!”
“ฉันหรือคะไม่รู้อะไร!? พี่ใหญ่ใช้เงินที่เฉินซานของฉันหามาได้เกินครึ่ง ที่บอกว่าทำงานในหน่วยงานรัฐนี่ชาติไหนหรือคะ? ถ้าชาติหน้าไม่ต้องพูดนะ ฉันไม่อยากฟังคำพูดเพ้อเจ้อ!” หล่อนเกลียดชังพี่ชายใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่ของสามีที่สุด พวกเขาเห็นแก่ตัวใช้เงินที่เฉินซานหามาเกินกว่าครึ่ง วันแรกที่แต่งเข้ามาพี่สะใภ้ยังมีหน้ามาวางโตใส่เธอ พูดราวกับสามีตัวเองได้ทำงานในหน่วยงานรัฐแล้ว บังคับให้เธอยอมรับและยกเงินเดือนทั้งหมดของเฉินซานให้พี่ใหญ่ใช้ปูทาง เื่นี้ทำเอาซ่งอี้หรานร้อนใจจนโวยวายขอแยกบ้านทันที
“เธอ!” ต้าเฉินอ้าปากค้างเถียงไม่ออก มันเป็ความน้อยเนื้อต่ำใจของเขา ความสามารถอย่างเดียวไม่อาจทำให้เขาได้งานที่วาดฝัน เคยมีคนขายงานในหน่วยงานรัฐ ราคาถึงห้าร้อยหยวน ราคานี้มีน้อยบ้านนักที่จะมีเงินพอซื้อ
“พี่ใหญ่ พี่รอง วันนี้รบกวนพวกพี่แล้ว เย็นนี้ผมจะเอาเนื้อไปให้พี่สะใภ้บำรุงครรภ์” เฉินซานไม่อยากให้พี่ชายสองคนถูกภรรยาดูิ่อีก เขาไปส่งพี่ชายสองคนกลับบ้าน
“น้องสาม แกหย่าขาดกับผู้หญิงแบบนี้แล้วหาคนในหมู่บ้านเราแต่งเถอะ ถึงจะสวยสู้แม่นั่นไม่ได้ แต่เรารู้นิสัยใจคอ!” ต้าเฉินโมโหจนหน้าแดง
คราวนี้พี่รองพยักหน้าเห็นด้วย “ฉันเห็นด้วย ผู้หญิงคนนี้ราคาแพงนัก แต่งมาแต่ตัว ี้เีงานเก็บแต้มก็ไม่คิดทำ ทั้งยังใช้เงินมือเติบ หามาเท่าไรก็คงเก็บไม่อยู่ เ้าสาม ลองเก็บไปคิดดูดีๆ นายอายุยังน้อย จะทนอยู่กับตัวไร้ประโยชน์จอมล้างผลาญนี่ให้เสียเวลาไปทำไม”
เฉินซานกลับส่ายหน้าปฏิเสธ “ผมเข้าใจพี่ใหญ่กับพี่รอง แต่เื่นี้ผมตัดสินใจเอง ดังนั้นต้องยอมรับและรับผิดชอบกับการตัดสินใจ” เขาหลับนอนกับหล่อนแล้ว สตรีที่ถูกหย่ามีชีวิตลำบากแค่ไหนทุกคนล้วนรู้ดี เื่นี้จะใช้อารมณ์ตัดสินใจไม่ได้
เช่นนั้น เฉินซานจึงทนอยู่กับภรรยา แม้กลับบ้านปีละไม่กี่ครั้ง ทว่าทุกครั้งภรรยาจะหาเื่ทะเลาะกับเขาตลอด ทำให้เฉินซานเลือกไม่กลับบ้านในวันหยุดสั้นๆ แล้วรับภารกิจพิเศษเพื่อหารายได้เพิ่มแทน
………………………………………
อีบุ๊คเล่ม 1
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6Mjk3OTQzO30