บทที่ 10 ขอโทษ
หลู่ชีฉางได้ยินใจความดังนั้นก็รีบดึงแขนเสื้อของแม่ตัวเอง
อวิ๋นซิ่วชิงเดินไปหาแม่เฒ่าหลู่และหลู่ชีฉาง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและเหลือบมองชาวบ้านที่กำลังมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ก่อนหน้านี้ หลู่ชีฉางขอให้ข้าแต่งงานกับเขาที่ริมแม่น้ำ แต่ข้าไม่ตอบรับ ดังนั้นเขาจึงเอาปิ่นทองที่ตกทอดจากบรรพบุรุษมาให้ข้า แน่นอนว่าข้าไม่้า แต่เขาก็ยังยัดมันมาใส่ในมือของข้า ซึ่งมันตรงกับจังหวะที่ท่านผู้เฒ่าวิ่งมาเรียกข้าให้กลับมาคฤหาสน์พอดี ข้าจึงฝากปิ่นไว้กับเขาเพื่อไม่ให้ปิ่นได้รับความเสียหาย...”
“ใช่ ข้าเป็คนเก็บไว้ให้ชิงเหนียงเอง เมื่อชิงเหนียงมาขอคืน ข้าก็คืนนางไป ข้าไม่คิดเลยว่าแม่เฒ่าหลู่และลูกชายจะวางแผนทำร้ายชิงเหนียงเช่นนี้ แต่ถ้าเ้าทั้งสองบอกว่าปิ่นปักผมสีทองนี้เป็ของปลอม อย่างนั้นเราก็ไปรายงานกับทางการกัน”
ผู้ใหญ่บ้านเหลือบมองแม่เฒ่าหลู่และหลู่ชีฉางอย่างเ็า เขาจัดการเื่ใหญ่และเื่เล็กทั้งหมดในหมู่บ้าน และการกระทำในวันนี้ของแม่เฒ่าหลู่กับหลู่ชีฉางก็ตบหน้าเขาอย่างจัง ทำให้เขาไม่อาจปล่อยผ่านเื่นี้ไปได้
ต่อให้หลู่ชีฉางจะเป็ซิ่วไฉ แต่สติปัญญาของเขาก็ไม่มีอะไรเทียบเคียงกับผู้ใหญ่บ้านผู้ถูกเลือกโดยคนในหมู่บ้านได้เลยแม้แต่น้อย ขืนไปรายงานต่อทางการ ผู้ตรวจการมณฑลย่อมต้องเข้าข้างผู้ใหญ่บ้านอยู่แล้ว
“ท่านผู้ใหญ่บ้าน ท่านพูดเื่อะไร เราทำอะไรผิด?” หลู่ชีฉางรีบสะกิดแม่เฒ่าหลู่ซึ่งยังคงตกตะลึงอยู่บนพื้น “ท่านแม่ เมื่อครู่นี้ท่านมองดูผิดไปหรือไม่?”
แม่เฒ่าหลู่ฟื้นคืนสติในทันที เมื่อเห็นลูกชายขยิบตาให้นาง นางก็พยักหน้าอย่างเร่งร้อน “ใช่ ข้าคงมองผิดไป ข้าคงเริ่มแก่ ั์ตาของข้าเลยพร่ามัวลง ข้าเลยมองผิดไป...”
ชาวบ้านรอบ ๆ ตัวก็ไม่ใช่คนโง่เช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงมองเห็นว่าอะไรเป็อะไร
ผูเว่ยชางซึ่งยืนอยู่ข้างหลังฝูงชนรู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นว่าความเข้าใจผิดนี้ได้รับการแก้ไขแล้ว
เมื่อผูเว่ยชางส่งอวิ๋นซิ่วชิงกลับไป เขาก็ได้ยินเพื่อนบ้านบอกว่าแม่และลูกชายของตระกูลหลู่มาดักหน้าที่ประตูคฤหาสน์ของตระกูลอวิ๋น
เดิมทีเื่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับเขา แต่อวิ๋นซิ่วชิงเป็คนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ ดังนั้นเขาจึง้าตอบแทนนาง เขาให้เงินหนึ่งร้อยตำลึงแก่อวิ๋นซิ่วชิงเพื่อแลกกับการช่วยชีวิตเขา และชายหนุ่มไม่ได้คาดหวังว่าเื่นี้จะได้รับการแก้ไขโดยอวิ๋นซิ่วชิงเอง
“ทุก ๆ ท่านก็เห็นชัดกันอยู่แล้ว หากหญิงสาวจากครอบครัวใดจะแต่งงานกับตระกูลหลู่ในอนาคตก็ควรระวังตัวเอาไว้ อย่าให้พวกเขามอบของหมั้นปลอมโดยเด็ดขาด” แม้เื่นี้จะได้รับการแก้ไขโดยกระจ่างแล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าอวิ๋นซิ่วชิงจะยอมปล่อยหลู่ชีฉางกับแม่เฒ่าหลู่
“อวิ๋นซิ่วชิง เ้ากำลังพูดถึงเื่อะไร ข้าพูดไปแล้วว่าปิ่นทองนี้เป็ของจริง ข้าเพียงดูผิดไปเอง”
แม่เฒ่าหลู่ไม่ใช่คนโง่ ถ้าเื่นี้อื้อฉาวออกไป อย่าว่าแต่ลูกชายของนางจะอยู่ในหมู่บ้านได้เลย เขาคงไม่สามารถหาใครมาเป็ภรรยาได้เพราะไม่มีใครยอมมอบลูกสาวให้แต่งงานกับเขา
“ท่านคิดจะพูดอะไรอีก? ท่านผู้ใหญ่บ้านตัดสินแทนข้าแล้ว ข้าไม่สนหรอกว่าปิ่นทองจะเป็ของจริงหรือไม่ แต่ตอนนี้ครอบครัวหลู่ของพวกท่านกลับมาขวางประตูคฤหาสน์ของข้า พวกข้าเสียหายขนาดไหน? แต่เดิมข้าก็แต่งงานได้ยากอยู่แล้ว นี่มันจะทำให้ข้าแต่งงานได้ยากกว่าเดิมอีก”
อวิ๋นซิ่วชิงชำเลืองมองแม่เฒ่าหลู่อย่างเ็า นางจะได้รับความสูญเสียนี้ไปโดยเปล่าประโยชน์ไม่ได้
ผู้ใหญ่บ้านไม่พอใจแม่และลูกชายตระกูลหลู่มาก และเขาก็้าลงโทษสองแม่ลูกไร้คุณธรรมคู่นี้ ซึ่งอวิ๋นซิ่วชิงก็มอบอำนาจให้เขาเป็ผู้ตัดสิน "ชิงเหนียงบอกข้ามาเถิด เ้า้าให้พวกเขาขอโทษเ้าอย่างไร?"
อวิ๋นซิ่วชิงก้มศีรษะลงและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมุมปากขึ้น “ท่านผู้ใหญ่บ้าน แม้ตอนนี้ครอบครัวของข้าจะมีปัญหา แต่พวกข้าจะไม่เอาเปรียบตระกูลหลู่ของพวกเขา ขอเพียงแค่เรียกชาวบ้านทั้งหมดในหมู่บ้านมาเป็สักขีพยาน และให้พวกเขาสองแม่ลูกขอโทษพวกข้าและตระกูลอวิ๋นต่อหน้าทุกคน”
เมื่อหลู่ชีฉางได้ยินสิ่งที่อวิ๋นซิ่วชิงเอ่ยขอกับผู้เฒ่า ดวงตาของเขาก็แดงก่ำด้วยความโกรธ ก่อนจะะโด่า "อวิ๋นซิ่วชิง อย่าลามปามให้มากนัก!!!"
อวิ๋นซิ่วชิงเอียงศีรษะมองหลู่ชีฉางพลางเยาะเย้ย "หลู่ชีฉาง วันนี้ท่านกับมารดาได้ทำลายชื่อเสียงของข้าและตระกูลอวิ๋นทั้งตระกูล ชื่อเสียงสำหรับสตรีเป็สิ่งสำคัญที่สุด ถ้าต่อไปข้าไม่สามารถแต่งงานได้ ท่านจะรับผิดชอบได้หรือไม่?"
“ข้า...ข้าเอง” หลู่ชีฉางเสนอหน้าแบบกระอักกระอ่วนพร้อมกับมองดูร่างกายที่อ้วนฉุของอวิ๋นซิ่วชิง ในใจของเขายังคงเหยียดหยามรูปลักษณ์ของนางว่าดูคล้ายกับหมู
ถ้าเขาแต่งงานกับอวิ๋นซิ่วชิง เช่นนี้ไม่เท่ากับว่าเขาแต่งงานกับหมูหรอกหรือ? “ทำไมข้าต้องรับผิดชอบด้วย”
“ในเมื่อท่านไม่อยากรับผิดชอบ ท่านก็ต้องขอโทษข้า หากไม่ขอโทษข้า ข้าจะเดินไปตามถนนทุกวันและป่าวประกาศให้ทุก ๆ คนรู้ว่าท่านกับแม่ของท่านเป็หัวขโมย ข้าก็อยากรู้ว่านักว่าท่านจะทำอย่างไรกับชื่อเสียงในอนาคตของท่าน!"
อวิ๋นซิ่วชิงเอ่ยอย่างเ็าพลางพ่นลมหายใจ นางไม่ใช่อวิ๋นซิ่วชิงที่ถูกรังแกอีกแล้ว เพราะนิสัยของนางได้เปลี่ยนไปแล้ว ในตอนนี้ใครหน้าไหนกล้ามารังแกนาง นางก็พร้อมจะเหยียบอีกฝ่ายให้มีสภาพไม่ต่างจากมดที่ถูกบี้!
……………………………………………………………………………………………………………………….