หลายวันผ่านไปหลังจากเห็นการที่หมู่บ้านทุ่งไฮด์ได้ข่าวจากอาจารย์เอิร์นว่าหลังจากประกาศเื่ผู้ใหญ่บ้านและเื่คนาเ็ที่ถูกนำตัวไปรักษาที่โบสถ์แต่กลับถูกโจมตีทำให้ในหมู่บ้านวุ่นวายกันยกใหญ่ แต่ด้วยความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ของแบรนดิชทำให้ทุกอย่างเริ่มสงบลงโดยในตอนนี้หมู่บ้านทุ่งได้มีเหล่าทหารซึ่งเป็คนของหน่วยปกป้องพิเศษเข้ามาดูแลพวกชาวบ้านให้ทั้งกลางวันและกลางคืนทำให้ชาวบ้านอุ่นใจขึ้นแต่ก็ยังมีบางคนที่ยอมรับเื่ที่เกิดขึ้นไม่ได้ จึงทำให้เกิดเื่อยู่บ่อย ๆและนั้นก็คือข่าวที่ไฮด์ได้ยินมาแต่ในวันพรุ่งนี้ไฮด์จะต้องกลับไปเรียนที่โรงเรียนมอเทรียแล้วไฮด์จึงคิดว่าควรที่จะไปเดินเล่นในเมืองเพื่อให้ตัวเองได้ผ่อนคลายจากเื่ทั้งหมดสักหน่อย
ท่ามกลางถนนหนทางมากมาย มีรถขับผ่านไปมาซึ่งบรรยากาศนี้ช่างแตกต่างกับที่หมู่บ้านทุ่งเสียเหลือเกินเพราะที่นั้นการไปไหนมาไหนถ้าไม่เดินเท้าไปก็ใช้สัตว์วิเศษในการเดินทาง แต่ที่นี่ซึ่งมีการนำวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยทำให้ดูเป็เมืองที่เจริญเป็อย่างมากเมื่อเทียบกับหมู่บ้านทุ่งแล้ว
ไฮด์เดินไปตามริมถนนไปเรื่อย ๆผ่านร้านอาหารต่าง ๆ มากมายซึ่งแต่ละร้านต่างส่งกลิ่นหอมยั่วยวนจิตใจของผู้คนที่ผ่านไป ผ่านมาให้แวะเข้ามาชิมลิ้มรส แต่สำหรับไฮด์ในตอนนี้เขาเพียงแค่้าเดินเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศเท่านั้นไฮด์ยังคงเดินต่อไปภายใต้แสงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ เริ่มร้อนชึ้นเรื่อย ๆ
“ไฮด์” เสียงเรียกดังขึ้นทำให้เ้าของชื่อต้องหันไปทางต้นเสียง
“เรนาไม่เจอกันนานนะ” ไฮด์ร้องทักสาวผมสีฟ้าที่หน้าตากำลังสดใสอยู่เพราะตลอดใน่อาทิตย์ที่ผ่านมาเธอได้เข้านวดหน้า นวดสปาทำให้ร่างกายผ่อนคลายจนถึงที่สุด
“พรุ่งนี้ก็กลับไปเรียนแล้วนะ” เรนาพูดขึ้น
“ใช่ พอหยุดยาว ๆแบบนี้แล้วรู้สึกไม่อยากกลับไปเรียนเลยนะ” ไฮด์พูด โดยไม่ได้เล่าเื่ที่ตัวเองไปพบเจอมาให้เรนาฟัง
“นั้นสิแต่ก็ดีแล้วที่ได้กลับไปเรียนจะได้เจอเพื่อน ๆ บาง” เรนาพูดก่อนจะมองไปที่ตาของไฮด์
“คงงั้นจะได้ไม่เหงาจนเกินไป” ไฮด์ตอบ ก่อนจะมองหน้าเรนาทำให้เรนาต้องหันหน้าหนีไปอีกทาง
‘แค่เพื่อนที่โตมาด้วยกัน แค่เพื่อนที่โตมาด้วยกัน’เรนาคิดในใจเพื่อสยบหัวใจที่ตอนนี้กำลังเต้นระรัวจนต้องกลัวว่าเสียงจะดังจนคู่สนทนาจะได้ยินเข้า
“แล้วเรนาจะไปไหน” ไฮด์ถามขึ้น ก่อนเรนาจะหันกลับมาตอบ
“ว่าจะไปแถวอะไรกินแถวย่านการค้าไฮด์จะไปด้วยกันไหม” เรนาตอบพลางชวนไฮด์
“เอาสิยังไงวันนี้ก็ว่างอยู่พอดี” ไฮด์ตกลง แล้วทั้งสองก็เดินไปด้วยกันไปเรื่อย ๆจนเรนาไปสะดุดตาเข้ากับร้านคาเฟ่ เล็ก ๆ ร้านหนึ่งเข้าซึ่งเป็ร้านที่ปูด้วยปูนสีขาว มีการจัดร้านแบบสไตล์มินิมอล
“ลองแวะไปดูหน่อยไหม” เรนาชวน
“เอาสิ” ไฮด์ที่เห็นสายตาที่เปล่งประกายของเรนาก็ยอมจำนนแต่โดยดี แล้วทั้งสองคนต่างก็สั่งน้ำมากินกันคนละแก้วก่อนจะเดินต่อไป
“เราลองไปแวะที่ห้างกันไหมไฮด์” เรนาพูดขึ้นหลังจากดูดน้ำของเธอเสร็จ
“ห้างที่ไหน” ไฮด์ถาม
“เป็ห้างข้างหน้านี้เองไปกันเถอะ” เรนาพูดก่อนจะดันไฮด์จากทางด้านหลังให้รีบเดินไป
ภายในห้างแห่งนี้แตกต่างกับที่ย่านการค้าที่ไฮด์และเรนาเคยไปซื้อของกันบ่อย ๆ เป็อย่างมากของทุกอย่างถูกนำมาจัดวางไว้อย่างดี เป็ระเบียบ เรียบร้อยอีกทั้งยังมีของที่ไม่เคยเห็นที่ย่านการค้าอีกด้วย ทำให้ไฮด์และเรนาทั้งสองคนต่างเพลิดเพลินไปกับการเดินดูสิ่งของต่าง ๆ ภายในห้าง
“เรนาไม่ซื้ออะไรหน่อยเหรอ” ไฮด์หันมาถามเรนาที่กำลังมองนู่นมองนี้ไปเรื่อย
“อยากซื้อนะ แต่ของส่วนใหญ่ที่ใช้เราก็ซื้อจากย่านการค้ามาครบแล้ว” เรนาตอบ
“แถมในห้างนี้รู้สึกของจะแพงกว่าที่ย่านการค้าตั้งเยอะนะ”เรนามากระซิบข้างหูไฮด์เพื่อป้องกันพนักงานของห้างจะมาได้ยิน
“นั้นสิ” ไฮด์หยักหน้า เมื่อเขาหันไปมองป้ายราคาของอุปกรณ์วิเศษแต่ละชิ้น
แล้วทั้งสองคนก็เดินดูด้วยกันจนทั่วทั้งห้างแล้วทั้งสองคนจึงตัดสินใจว่าจะไปที่อื่นต่อก่อนที่ไฮด์จะมองออกไปผ่านกระจกแก้วบานใหญ่ ก็เห็นท้องฟ้าที่เริ่มมีเมฆครึ้มแล้วเริ่มเห็นละอองฝนเล็ก ๆ ลงมาเรื่อย ๆ ไฮด์จึงชวนเรนาให้เดินในห้างต่อไปเรนาที่เห็นเมฆนั้น จึงเห็นด้วยกับไฮด์จึงได้เดินต่อไปก่อนจะไปแวะกินอาหารกันที่มุมโรงอาหารของห้าง
ฝนเริ่มลงหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้มองไปไกลๆ ไม่เห็นอะไรนอกจากฝนที่ตกลงมา แต่ที่น่าแปลกคือ เมฆบนท้องฟ้ากลับกลายเป็สีเขียวเข้มทะมึนดูแล้วน่าพิศวง พอมองผ่านกระจกออกไปก็เห็นแต่ฝนที่กำลังจะตก จนเวลาผ่านไปไฮด์และเรนาได้ยินเสียงเอะอะดังขึ้นมาจากทางเข้าของห้างทั้งสองคนจึงเดินไปดู
“แค่ก ๆ ๆ” ชายคนหนึ่งไอออกมาเป็เืก่อนจะล้มลงนอนไอกับพื้น
“ช่วยด้วย”ชายอีกคนก็เดินเข้ามาด้วยรอยไหม้ตามร่างกาย
“กรี๊ด” ผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ตอนนี้ตามตัวเกิดหนองพุพองเต็มตัวร้องลั่น
แล้วยังมีอีกหลายคนที่โดนฝนแล้วแสดงอาการต่างๆ ออกมา บางคนก็อาการหนักทำให้ในห้างตอนนี้ทุกคนต่างถอยออกจากกลุ่มคนที่โดนฝนเ่าั้ให้ไกลเท่าที่จะทำได้ก่อนจะมีบางคนเดินแทรกกลุ่มคนที่ถอยออกไปตรงไปยังกลุ่มคนที่ทรมานจากฝนที่กำลังตกลงมาเป็สาวผิวขาว ผมสีดำ ดูจากรูปร่างและหน้าตาทำให้คิดได้ว่าอายุคงจจะรุ่นราวคราวเดียวกับไฮด์และเรนาเธอสวมชุดนักบวชสีขาวบริสุทธิ์
“ทุกคนนอนพักอยู่นิ่ง ๆ ก่อนค่ะฉันจะดูอาการให้ทุกคนเอง” เธอพูดขึ้น
“ให้ช่วยไหมค่ะ” เรนาที่เห็นเธอเดินออกไปคนเดียวจึงเดินเข้าไปถามโดยมีไฮด์ตามหลังไปติด ๆ ด้วย
“เธอช่วยกันคนที่โดนฝนอย่าให้เข้าไปรวมกับคนอื่นที่อยู่ในห้างนี้ให้หน่อยนะค่ะให้พวกเขาไปนอนพักที่ไหนซักที่ก่อนเดี่ยวฉันจะตามไปดูค่ะ” สาวนักบวชพูดขึ้น
“ค่ะ แล้วเธอละจะทำยังไงกับคนพวกนี้” เรนาถาม
“ฉันจะพยายามรักษาอย่างสุดความสามารถเท่าที่ตัวเองสามารถทำได้ในตอนนี้ค่ะ”สาวนักบวชพูดขึ้น
“เข้าใจแล้ว” เรนาตอบก่อนจะขอให้ไฮด์ช่วยตนดูแลคนที่โดนฝนให้มาอยู่รวมกันเพื่อจะได้ให้นักบวชสาวสามารถเข้ามาดูอาการได้อย่างทันท่วงที
“ฟื้นฟู” สิ้นเสียงร่ายเวทย์ของนักบวชสาวแผลของชายที่มีรอยไหม้ตามตัวก็เริ่มค่อย ๆ สมานกัน
‘คนต่อไป’ เมื่อรักษาคนแรกเสร็จนักบวชสาวก็กำลังจะไปรักษาคนต่อไป
“อ๊าก” เสียงะโร้องอย่างเ็ปของชายหนุ่มที่เธอพึ่งรักษาไปร้องดังขึ้นพร้อมกับรอยไหม้ที่เริ่มปรากฏมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งกว่าก่อนจะได้รับการรักษาอีกอีกทั้งแผลไฟไหม้นี้ก็ค่อย ๆ ลามไปทั้วทั่งตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้นักบวชสาวที่เห็นดังนั้นใก่อนจะพูดบางประโยคออกมา
“คำสาป”