วันเกิดของอาม่าเป็วันรวมญาติแบบไม่เป็ทางการของครอบครัวเราฉันกับญาติไม่กี่คนมาถึงบ้านอาม่าเร็วกว่าปกติเพื่อเตรียมงานก่อนแขกจะทะลักมา
แขกที่ว่าไม่ได้มีเพียงครอบครัวอันใหญ่โตของอาม่าและลูกสี่คนหากแต่ยังรวมเพื่อนฝูงที่อาม่าสรรหามาตลอดเวลาที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยฉะนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนมาเยอะแน่
“เดี๋ยวเอาถั่วไปตั้งโต๊ะเลยนะคะ”ฉันร้องบอกคนในครัวก่อนจะถือถาดใส่จานถั่วลิสงคั่วเกลือแบบที่อาม่าชอบเอาวางไว้ตามโต๊ะต่างๆ ก็ได้ยินเสียงอะไรตก
“น้องภู!นี่เอาอะไรหย่อนลงไปในแจกันอีกเนี่ย?!”
เข้าไปห้องทานข้าวก็พบว่าภูเหลนคนเล็กวัยสี่ขวบของอาม่าเพิ่งถอนมือจากปากแจกันจีนขนาดใหญ่กว่าตัวแกเล็กน้อยแจกันตั้งขนาบตี่จู่เอี้ย ไม่รู้ทำไมน้องภูถึงได้ถูกใจมันถึงขั้นเคยหย่อนแบงก์พันลงไปเพราะคิดว่าแจกันคงหิว
“เดี๋ยวหนูหยิบเองค่ะ” ฉันบอกคุณป้าที่ตามเข้ามาทีหลังและดึงตัวภูห่างแจกันไม่ให้เผลอดึงมันล้มน้องภูดูไม่ค่อยสำนึกผิด กลับกัน ดูจะสนุกเหลือเกินที่ผู้คนเป็เดือดเป็ร้อนกับการกระทำของตัวเองฉันถอนหายใจกับนิสัยแก้ไม่ตกของญาติผู้น้องก่อนจะมองลงไปในแจกัน ไม่รู้ว่าอะไรโดนหย่อนลงไปคงเป็ของเล่นหรือตุ๊กตาอีกตามเคย เดี๋ยวล้วงๆ คงจะเจอเอง
ฉันสอดแขนลงไปในปากแจกันคลำเปะปะก็ยังไม่เจออะไรเลยพยายามล้วงมือลึกลงอีก ลึกลงไปถึงไหล่ก็ััอะไรเย็นๆได้ที่ก้นแจกัน
“อะไรอีกเนี่ย...”ฉันคีบมันขึ้นมาด้วยปลายนิ้วก็พบว่ามันเป็วัตถุกลมๆชวนให้นึกถึงลูกปัดไม่ก็ไข่มุก ทันใดนั้นรู้สึกเหมือนพื้นใต้เท้ายุบลง
“...เฮ้ย...” ฉันรีบดึงแขนออกจากแจกันก็พบว่ามันติดแหงกราวกับปากแจกันได้สูบแขนฉันเข้าไปแล้ว“ภู...!”
แต่ภูก็หายไปทั้งบ้านเหมือนถูกคลุมด้วยหมอกชั้นหนึ่งเมื่อครู่ยังเป็เวลาสายแต่บัดนี้กลับดูเหมือนเวลากลางดึกฉันพยายามดึงแขนออกอีกครั้งก็พบว่ามันยังติด หัวฉันหมุนติ้ว แล้วก็...
“เหวอ?!”
บ้านทั้งหลังรวมทั้งแจกันหายวับไปร่างกายฉันหมุนคว้างกลางอากาศก่อนจะกระแทกกับบางสิ่งอย่างแรงจนอากาศทะลักออกจากปอดจนหมด
ลืมตาขึ้นอีกทีก็เห็นเพดานที่ไม่คุ้นเคย
“...หือ...?”ฉันกระดิกตัวก็พบว่าตัวเองอยู่ในเสื้อผ้ายาวรุ่มร่าม ผงกหัวขึ้นก็รู้สึกเจ็บเพราะนอนทับเส้นผมยาวของตัวเองอยู่
“...โคม่าหรือไงเนี่ยทำไมผมยาวขนาดนี้...” ฉันจับเส้นผมตัวเองก็ต้องแปลกใจเพราะมันยาวเหยียดผมฉันยาวแค่ถึงกลางหลัง แต่หยิบขึ้นมาดูก็พบว่าตอนนี้มันยาวถึงเอวเห็นจะได้
มีอะไรไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว ชุดสไตล์จีนห้องนอนสไตล์จีน อย่าบอกนะว่า...
“...นี่ฉันทะลุมิติมาอยู่ในร่างคนชะตาขาดสักคนสินะ...บ้าเอ๊ยอ่านนิยายมาเยอะไม่นึกว่าจะเจอกับตัว” ฉันหน้าย่น “แย่แล้ว ภาษาจีนที่ฉันรู้ก็มีแค่ หนีห่าวหนี่เจี้ยวเสินเมอ หว่ออ้ายหนี่...”
“ซื่อไท่ไท...?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังรีบลุกขึ้นก็เห็นเด็กสาวคนหนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่ด้านข้างท่าทางจะอยู่ตรงนั้นมาสักพักแล้ว
“...อะไรนะ?”
“ซื่อไท่ไท ไฉนท่านจึงลงนอนท่านั้น...?”
“...ปะ เปล่านี่ ท่าไหน ปกติดีออก”
ฉันรีบกลับขึ้นไปนั่งบนเตียงและกระแอมทีหนึ่งมองอีกฝ่ายขึ้นๆ ลงๆ ใอยู่เหมือนกันที่อยู่ดีๆก็ดูเหมือนฉันจะฟังภาษาจีนกลายเป็ภาษาไทยเสียแล้ว อา ช่างเถอะ ดูเหมือนว่า...
“...ผิงกั่วพ่าย...?”
ฉันลองเรียกชื่ออีกฝ่ายมั่วๆ ดูแต่ไม่คิดว่า...
“มีสิ่งใดให้ผู้น้อยรับใช้หรือ ซื่อไท่ไท?”
อา อย่างที่คิดจริงๆ...
“ชิผายแล้วไง”
ฉันไม่รู้ว่าน้องภูหย่อนอะไรลงแจกันข้างศาลแต่พอเห็นเด็กสาวที่มีปานรูปแอปเปิลอยู่บนแก้มซ้าย ฉันก็พอจะเดาสถานการณ์ได้แล้ว
ฉันหลุดเข้ามาในนิยายเื่หนึ่งชื่อ ‘คุณชายใหญ่กับฮาเร็มฝันหวาน’ นิยายที่แกล้งทำตัวเป็นิยายจีนโบราณเพื่อให้มีคนอ่าน แท้จริงมันคือนิยายมั่วๆเื่หนึ่งที่ทุกคนในเื่ถูกตั้งชื่อตามอาหารหรือศัพท์ที่เกี่ยวกับอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง!เนื้อเื่เขียนโดยที่คนแต่งด้นสดแบบไร้ทิศทางประมาณว่าอยากเขียนอะไรก็เขียนขาดทั้งความสมเหตุสมผลและความต่อเนื่อง
ฉันอ่านฆ่าเวลาระหว่างรอแม่แต่งตัวไม่คิดว่าจะหลุดมาในนิยายแบบนี้!
ตามเนื้อเื่บ้านหลังนี้มีคุณชายใหญ่และฮาเร็มภรรยาสี่คนภรรยาคนที่สี่ของคุณชายและเมียน้อยคนที่สามคือซื่อไท่ไท
ถ้าจำไม่ผิด ชื่อของเธอคือ ‘เค่อฟ่าน’ผิงกั่วเป็คนรับใช้ส่วนตัวของเธอ
อา หลุดเข้ามาในนิยายทั้งทีอย่างน้อยก็เป็นิยายที่เหล่านางในทั้งหลายไม่ได้พยายามฆ่ากันเองตลอดเวลามันเป็ฮาเร็มในฝันอย่างชื่อเื่จริงๆ
วันๆทุกคนเอาแต่นั่งเสวนาโขกไพ่นกกระจอกกันจนคุณชายใหญ่ต้นเื่แทบไม่มีตัวตนเขาสนิทกับต้าไท่ไทหรือภรรยาหมายเลขหนึ่งเสียจนไม่ค่อยแวะเวียนมาหาภรรยาน้อยที่เหลืออยู่แล้วอย่างมากก็มาถามว่าวันเกิดอยากได้อะไร จากนั้นเขาก็จะเอามาวางหน้าห้อง เคาะประตูรีบหลบหลังเสาสักต้นแอบดูปฏิกิริยาตอนภรรยาได้รับ แล้วก็อมยิ้มน้อยใหญ่อยู่คนเดียวเขาเป็คนแบบนั้นแหละ... แต่ที่สำคัญ...
รอดแล้วตรู!นี่แหละชีวิตสบายๆ ที่ใฝ่ฝัน! เอ้อระเหยไปวันๆกับแก๊งเพื่อนสาวโดยมีชูการ์แด๊ดดี้คอยดูแล!
...โอเค ดีเลย ทีนี้กลับบ้านยังไงดี?
ซื่อไท่ไทอายุพอๆ กับฉัน ถ้าต้องใช้ชีวิตเน่าอยู่ที่นี่ตลอดชาติทั้งที่ยังปั่นเนื้อเื่เกมมือถือที่เล่นอยู่ไม่จบฉันคงค้างคาจนตายตาไม่หลับแน่!
“เสี่ยวผิง วันนี้วันอะไร?”ฉันยกมือกุมหน้าผากด้วยท่าทางแสนดัดจริต เรียกอีกฝ่ายแบบที่ซื่อไท่ไทเรียก
“วันนี้วัน—” ยังไม่ทันตอบจบ ประตูห้องก็ถูกใครบางคนถีบเข้ามา
“ซื่อเม่ย!มีผู้คิดปลงชีพสามีพวกเราบุกเข้ามา!”
ฉันกับผิงกั่วสะดุ้งโหยง ถึงไม่เคยเห็นหน้าคนที่ยืนถกกระโปรงถีบประตูเข้ามาแบบไม่เคาะแต่ในนิยาย คนนิสัยโผงผางแบบนี้มีแค่คนเดียว
“ซันเจ้...?”
ใช่ไหม...? ภรรยาหมายเลขสาม สารภาพว่าฉันจำชื่อเธอไม่ได้แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่ตอนดึกๆ แบบนี้?
“อย่าชักช้า มากับข้าพเ้า!”อีกฝ่ายคว้าแขนฉันแล้วลากวิ่ง ผิงกั่วหอบข้าวของจำเป็วิ่งหน้าตั้งตามมา
บ้านหลังนี้สร้างจากหินดูราวกับเขาวงกตซันเจ้ลากฉันผ่านหลืบมากมายสมกับเป็เ้าบ้าน ดีแล้ว ถ้าปล่อยฉันไปเองคงต้องให้ผิงกั่วนำทางอย่างเดียว!
ซันเจ้วิ่งฝ่าดงคนรับใช้ถีบประตูเข้าไปในห้องของต้าไท่ไท ในนั้นมีคนอยู่ก่อนแล้วสองคนคือตัวต้าไท่ไทเองกับเอ้อไท่ไททั้งสองคนอายุไม่ห่างกันมาก คนหนึ่งสามสิบกว่าส่วนอีกคนยี่สิบปลายๆต่างมีลูกชายหนึ่งคน ไม่รู้ว่าลูกไปอยู่ไหนเพราะในนิยายไม่เคยกล่าวถึง
“ซันเม่ย...” ต้าไท่ไทไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้น
“ข้าพเ้าพาตัวซื่อเม่ยมาแล้ว”พูดจบก็ปิดประตูดังปังตามหลัง ขังผิงกั่วไว้ข้างนอกกับคนรับใช้คนอื่นๆ“ผู้คุ้มกันเล่าอยู่ที่ใด? มิได้อยู่ที่นี่หรอกรึ?”
“คนเ่าั้อยู่กับหนงทัง...หวังว่าโจรผู้ร้ายโสโครกจะมิใคร่สนใจพวกเราเหล่าสตรี” ต้าไท่ไทนวดขมับ
หนงทังที่ใครวะ...ฉันใช้เวลานึกสองสามวิก็บางอ้อว่านั่นคือชื่อคุณชายผู้ไร้ตัวตนของเรานั่นเอง
“เช่นนั้นก็แล้วไป เห็นทีผู้ที่สามารถปกป้องสตรีอย่างเราก็มีเพียงแต่สตรีด้วยกันข้าพเ้าจะคอยคุ้มกันพวกท่านมิให้เหล่าโจรโสโครกแตะต้องได้แม้สักครึ่งรูขุมขน”ซันเจ้พูดเสียงเครียด บิดคอดังกรอบแกรบ ท่าทางเตรียมต่อยเต็มที่เดี๋ยวนะ...ฉันจำไม่เห็นได้เลยว่าซันเจ้ไปฝึกวิทยายุทธ์ไว้ั้แ่ตอนไหนสงสัยยังอ่านไม่ถึง
“ชีวิตพวกเราอยู่กับเ้าแล้ว...ซันเม่ย”เอ้อไท่ไทพูดเสียงเบาโหวง ก่อนแต่งเข้าบ้านนี้ เธอเป็ลูกช่างเขียนภาพปกติไม่ค่อยเสวนาแต่เล่นไพ่นกกระจอกเก่งเป็บ้า
ฉันมองหน้าสามสาวสลับกัน จำได้รางๆว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเื่เหมือนกัน แต่มันออกจะขำขันเหมือนสี่สาวมาปาร์ตี้ชุดนอนกันกลางดึกนั่งนินทาสามี ไม่ได้มีบรรยากาศกดดันแบบนี้
“ผู้ที่บุกมาเป็ผู้ใด... ใช่...” เอ้อไท่ไทไม่ต่อประโยคให้จบไม่รู้เพราะกลัวหรืออะไร
“คิดว่าเป็ผู้ใดรึ?” ต้าไท่ไทถามอีกฝ่ายเธอก็นิ่งไม่ตอบ
“...หรือท่านว่าเป็ ‘มันผู้นั้น’?”
“ผู้ใดหรือ ซันเจ้?”ฉันอดถามไม่ได้เพราะไม่อย่างนั้นพวกเธอคงกระซิบกระซาบว่ามันผู้นั้นไปอีกยาวทุกคนหันมามองฉันแล้วอึกอักเหมือนการเอ่ยชื่อจะทำให้คนที่ถูกกล่าวถึงมาปรากฏตัวต่อหน้า
“เห็นจะมีแต่มันผู้เดียวที่โด่งดังทั่วแคว้นจบแดน...ท่านย่อมทราบว่าข้าพเ้าหมายถึงผู้ใด” ซันเจ้พูดเสียงเข้ม “มันอย่างไรเล่า!”
“ก็แล้วมันไหนล่ะ?” มันหมู มันเบคอนใครจะไปรู้?!
“ซื่อเม่ยเ้าไม่เคยได้ยินเื่ที่มันท้าพนันกับพ่อค้าแซ่ชาจนพ่อค้าร่ำรวยผู้นั้นสิ้นเนื้อประดาตัวรึ?ทุกคนล้วนว่ามันเป็ดั่งภูตผี ปรากฏตัวแล้วก็หายลับไม่มีผู้ใดจับได้ฝีมือการพนันของมันหาผู้ใดเปรียบ เล่นร้อยชนะร้อย!” ต้าไท่ไทกดเสียงให้เบากระซิบกระซาบกันสี่คน “หากจำกัดความมันในสามคำ ย่อมเป็สามคำว่า หล่อ-เลว-รวย!”
หล่อเลวรวยเลยเหรอ?นี่ผู้บุกรุกหรือพระเอกนิยายรัก?
“คนแบบนั้น...จะหมายเอาชีวิต...?”
“ใช่ เพราะหนงทังปฏิเสธจะพนันกับมัน!”
“กรี๊ด!!!”
เสียงหวีดร้องดังขึ้นด้านนอกซันเจ้พุ่งทะลุหน้าต่างออกไปที่ทางเดินทันที
“ผู้ใด?ปรากฏตัวออกมาต่อหน้าข้าพเ้าบัดเดี๋ยวนี้!” เธอท้าเสียงดัง แทบเท้าเธอมีแต่ร่างที่สลบไม่ได้สติของเหล่าคนใช้ต้าไท่ไทกับเอ้อไท่ไทเกาะตัวฉันไว้แน่นดันฉันไปอยู่ด้านหลังพวกเธอและใช้ร่างซ่อนฉันไว้การกระทำนั้นทำให้ฉันรู้สึกซาบซึ้งกับน้ำใจคนเพิ่งรู้จักกันอย่างมาก
รอบตัวเงียบกริบ ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าพวกเรากลั้นหายใจ แต่แล้ว
“ซันเจ้ ข้างหลัง!”ฉันร้องลั่น ซันเจ้ะโแผล็วถอยจากจุดที่ยืนอยู่ ตรงนั้นมีมีดเล่มหนึ่งปักคาไว้เธอลอยวืดเหมือนโหนสลิง แม่เ้า เคยเห็นแต่ในหนังไม่นึกว่าจะมีคนฝึกวิชาตัวเบามาให้เห็นจริงๆ!
“หากท่านเป็ชาวยุทธจักรก็จงออกมาสู้กันต่อหน้าอย่าได้หลบซ่อน” เธอท้า“หรือท่านเกิดหวาดผวาเราผู้เป็สตรีขาดการฝึกฝนจนมิกล้าแม้แต่จะออกมาจากกระดองเต่าน้อยๆของท่าน?”
ร่างสีดำะโตุ้บลงมาจากคานล้อมหน้าล้อมหลังซันเจ้ไว้ เธอเหงื่อตก ไม่คิดว่าศัตรูจะมีจำนวนมากมายอย่างนั้น
พอคนที่ดูเหมือนหัวหน้าให้สัญญาณพวกมันก็ตรงเข้าจับกุมตัวซันเจ้เธอปัดการโจมตีสองสามครั้งแรกได้แต่เพราะศัตรูมีจำนวนมากเกินไปจึงเสียท่า
“ซันเจ้!!!!”ฉันเผ่นพรวดออกทางหน้าต่าง ใช้ศีรษะโขกใส่ชายชุดดำคนหนึ่งเขาล้มกลิ้งเพราะไม่คิดว่าฉันจะโผล่มา
“จับพวกที่เหลือ” ตัวหัวหน้าสั่งและพวกนั้นก็พังประตูเข้าไปลากตัวอีกสองสตรีที่อยู่ภายในออกมาจัดการจี้จุดจนตัวแข็งจากหางตาเห็นซันเจ้โดนจี้จุดแล้วเหมือนกันแต่ปากยังขยับบอกให้ฉันหนีมือมากมายจับตัวฉันไว้ แต่ฉันสะบัดแล้ววิ่งป่าราบแบบไม่คิดชีวิต
“จับตัวยาโถว!”ได้ยินเสียงไล่หลัง ตามมาด้วยเสียงคนพุ่งปราดผ่านอากาศ มีหรือที่คนมีวิชาตัวเบาจะวิ่งช้ากว่าคนขาสั้นอย่างฉัน...?!
ตอนนั้นเอง มีบางอย่างพุ่งเฉี่ยวหน้าไปได้ยินเสียงลมวูบปะทะหูก่อนจะมีเสียงร้องโอดโอยดังมาจากข้างหลังฉันไม่หันหน้าไปมอง รีบวิ่งท่าเดียว ไม่รู้ว่าอีตาคุณชายอยู่ไหนแต่วิ่งๆไปเดี๋ยวก็เจอเองแหละวะ! ไม่รู้ว่าใครช่วยฉันไว้ แต่ถ้าวิ่งตรงไปต้องเจอตัวแน่!
“ว้าก!”ฉันสะดุดชายชุดนอนตัวเองเกือบล้ม ได้ยินเสียงฝีเท้าตามมาติดๆขณะหลับตาปี๋ยื่นแขนออกไปเตรียมรับแรงปะทะกลับมีอะไรบางอย่างรั้งร่างฉันไว้
“รีบไปไหน เสี่ยวเจ้”เสียงผู้ชายดังขึ้นเหนือหัว แต่ยังไม่ทันมองคนที่ช่วยฉันก็ดันถูกเขาหนีบไว้ใต้รักแร้ พาวิ่งหนีซะงั้น!