แสงแดดอ่อนๆ ยามสายลอดผ่านผ้าม่านทึบแสงเข้ามาในห้องนอนกว้างขวาง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยปลุกคนที่นอนซมอยู่บนเตียงคิงไซส์ให้ตื่นขึ้นมาได้ง่ายๆ
น้ำขิงรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งตัวราวกับมีหินก้อนใหญ่ทับไว้ เปลือกตาหนักจนแทบลืมไม่ขึ้น ความปวดร้าวแล่นพล่านไปตามข้อต่อและกล้ามเนื้อ ผสมกับอาการเจ็บระบมที่่ล่างและรอยช้ำตามตัว
ผลพวงจากบทลงโทษอันหนักหน่วงเมื่อคืน บวกกับการอดนอนทำงานติดต่อกันหลายวัน
“อือ...” เธอครางในลำคอ พยายามจะขยับตัวลุกขึ้น แต่ความเวียนหัวก็ตีกลับจนต้องทิ้งตัวลงนอนต่อ
“ตื่นแล้วเหรอ?”
เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยขึ้น แต่น้ำเสียงนั้นกลับดูนุ่มนวลผิดปกติ ไม่มีความเกรี้ยวกราดหรือออกคำสั่งเหมือนทุกที
น้ำขิงปรือตามองเห็นภาพลางๆ ของ อาจารย์หมออคินในชุดลำลองสบายๆ เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาวผ้าฝ้าย เขานั่งลงที่ขอบเตียง มือหนาเอื้อมมาอังที่หน้าผากของเธอ
“...ตัวร้อนจี๋เลย”
อคินพึมพำ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน แต่แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความกังวล
“39 องศา ...ผมไม่น่ารุนแรงกับคุณขนาดนั้นเลย”
ประโยคท้ายเขาพูดเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่น้ำขิงก็ััได้ถึงความรู้สึกผิดในน้ำเสียงนั้น
“ขิง... ปวดหัว...” เธอบอกเสียงแหบแห้ง
“นอนนิ่งๆ เดี๋ยวผมจัดการเอง”
อคินลุกหายไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาพร้อมกะละมังใบเล็กใส่น้ำอุ่นและผ้าขนหนูผืนนุ่ม เขาบิดผ้าหมาดๆ แล้วเริ่มเช็ดใบหน้าให้เธออย่างเบามือ เบาเสียจนเธอไม่อยากเชื่อว่านี่คือมือเดียวกับที่บีบคางเธอเมื่อคืน
“ผมจะเช็ดตัวลดไข้ให้ อาจจะหนาวหน่อยนะ แต่อดทนหน่อย”
เขาค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของเขาที่สวมให้เธอเมื่อคืนออก เผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยรักสีแดงช้ำเป็จ้ำๆ ทั้งที่คอ หน้าอก และหน้าท้อง หลักฐานความเอาแต่ใจของเขา
มือของอคินชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นรอยเ่าั้ เขาเม้มปากแน่น ถอนหายใจยาวเหยียด แล้วค่อยๆ ใช้ผ้าอุ่นลูบไล้ไปตามผิวของเธออย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังเช็ดทำความสะอาดเครื่องแก้วราคาแพงที่เปราะบางที่สุด
“เจ็บไหม?” เขาถามเสียงเครือ ขณะเช็ดผ่านรอยช้ำที่เนินอก
“นิดหน่อยค่ะ”
“...ขอโทษ”
คำขอโทษหลุดออกจากปากคนปากแข็ง
“ผมขอโทษนะน้ำขิง”
น้ำขิงมองหน้าเขาด้วยความตกตะลึง อาจารย์หมออคินผู้ไม่เคยก้มหัวให้ใคร กำลังขอโทษเธอด้วยสายตาที่เ็ป
“อาจารย์...”
“อย่าเพิ่งพูด เก็บเสียงไว้เถอะ” เขาตัดบทแต่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาเช็ดตัวให้เธอจนทั่วทุกซอกทุกมุม อย่างตั้งใจและสุภาพที่สุด ไม่มีแววตาของความหื่นกระหาย มีเพียงจิติญญาของหมอที่้ารักษาคนไข้คนโปรด
เมื่อเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอเสร็จ อคินก็ประคองเธอให้นั่งพิงหัวเตียง
“กินข้าวก่อน จะได้กินยา”
เขายกชามข้าวต้มกุ้งที่ส่งกลิ่นหอมฉุยมาถือไว้ ตักข้าวต้มขึ้นมาเป่าเบาๆ จนแน่ใจว่าไม่ร้อนเกินไป แล้วยื่นไปจ่อที่ปากเธอ
“อ้าปากเร็วเด็กดี”
น้ำขิงอ้าปากรับข้าวต้มรสกลมกล่อม ความอุ่นวาบแผ่ซ่านไปในท้องที่ว่างเปล่า เธอเคี้ยวตุ้ยๆ มองเขาตาแป๋ว
“อร่อยไหม?” เขาถาม
“อร่อยค่ะ... อาจารย์ทำเองเหรอคะ?”
“อืม... ก็พอทำได้บ้าง” เขาตอบเลี่ยงๆ หูแดงขึ้นเล็กน้อย “ปกติไม่ทำให้ใครกินหรอกนะ คุณเป็คนแรก”
น้ำขิงยิ้มออกมาบางๆ ทั้งที่ยังป่วย หัวใจที่ห่อเหี่ยวพองโตขึ้นมาทันที
เขานั่งป้อนเธอทีละคำ... ทีละคำ... เช็ดปากให้เมื่อเธอทำเลอะ คอยหยิบน้ำให้ดื่ม โดยไม่มีท่าทีรำคาญหรือเร่งรีบ เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าแต่น่าจดจำ
เมื่อกินยาเสร็จ ฤทธิ์ยาก็เริ่มทำให้น้ำขิงง่วงอีกครั้ง
“นอนซะ วันนี้ผมลาป่วยให้แล้ว ทั้งของคุณแล้วก็ของผม” อคินจัดหมอนให้เธอนอนราบลง
“อาจารย์ก็หยุดเหรอคะ?”
“อืม... จะให้ทิ้งคนป่วยไว้นอนซมคนเดียวได้ไง” เขาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้ถึงอก แล้วทิ้งตัวลงนอนตะแคงข้างๆ เธอ
“...ขิงกลัวอาจารย์จะติด”
“ช่างมันเถอะ เป็หมอรักษาตัวเองได้”
เขารวบตัวเธอเข้าไปกอดไว้หลวมๆ เพื่อให้ไออุ่น แต่ระวังไม่ให้โดนจุดที่เธอเจ็บ คางสากวางเกยบนกลุ่มผมนุ่มของเธอ มือหนาลูบหลังเธอเบาๆ เป็จังหวะกล่อม
“พักผ่อนเยอะๆ หายไวๆ นะครับ ผมสัญญาว่าครั้งหน้าจะไม่ดุ ไม่รุนแรงแบบนี้อีก”
น้ำขิงซุกหน้าเข้ากับอกกว้างสูดกลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวของเขา ความหวาดกลัวและความน้อยใจที่เคยมีมลายหายไปจนหมด เหลือเพียงความอบอุ่นที่โอบล้อมหัวใจ
เธอเพิ่งรู้ว่าเวลาที่เสือดุๆ กลายร่างเป็แมวขี้อ้อนและขี้หวง มันน่ารักขนาดนี้นี่เอง
“ฝันดีค่ะ... พี่หมอคิน” เธอกระซิบเรียกสรรพนามที่เขาเคยบังคับให้เรียกเมื่อคืน แต่ครั้งนี้เธอเต็มใจเรียกเอง
อคินยิ้มกว้างที่สุดในรอบปี เขาจูบขมับเธอเบาๆ หนึ่งที
“ฝันดีครับ ...ตัวแสบของพี่”