พลิกชะตานาง

    อ้ายฉิงคนหลอกลวง

    ตอนนี้ทั้งเธอและพี่ซินหยูเข้ามานั่งในร้านอาหารอันดับ 1 ในเมืองเหอผิง


    "ร้านนี้ที่น้องอ้ายฉิงเลือก พี่เองก็มาบ่อยๆ บรรยากาศดีีมาก"


    ภายในร้านอาหารสุดหรูแห่งนี้ เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศที่ทั้งเงียบสงบและสง่างาม ทุกตารางนิ้วถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน ผสมผสานศิลปะร่วมสมัยกับกลิ่นอายของความคลาสสิก ผนังหินอ่อนสีครีมสลับทองแต่งแต้มด้วยกรอบรูปศิลป์แนวมินิมอล แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลด้านบนส่องลงมาเป็นประกายระยิบระยับ ละมุนตา ไม่จ้าเกินไป แต่พอให้ทุกอย่างดูอบอุ่นและมีมิติ


    โต๊ะอาหารถูกจัดอย่างประณีตด้วยผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาด ตัดกับชุดจานเซรามิกเนื้อละเอียด แก้วไวน์ใสสะอาด และช้อนส้อมเงินแท้ที่สะท้อนแสงแวววาว ดอกไม้สดสีอ่อนจัดวางในแจกันแก้วเล็กกลางโต๊ะ ส่งกลิ่นหอมบางเบาเคล้ากับกลิ่นอาหารชั้นเลิศที่ลอยมาเป็นระยะจากห้องครัวแบบเปิด


    เสียงเพลงแจ๊สบรรเลงคลอเบาๆ แทบไม่กลบรอยเสียงพูดคุยอย่างสุภาพจากแขกที่นั่งอยู่ตามโต๊ะต่างๆ บรรยากาศทุกมุมถูกห่อหุ้มด้วยความสงบ ผ่อนคลาย และเต็มไปด้วยเสน่ห์ของความประณีตในรายละเอียด


    บริกรในชุดสูทดำเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงา คอยให้บริการด้วยความสุภาพและมืออาชีพ ไม่มีสิ่งใดเร่งเร้า ทุกอย่างดำเนินไปอย่างนุ่มนวลและสง่างาม


    ที่นี่…ไม่ใช่แค่สถานที่รับประทานอาหาร แต่เป็นประสบการณ์ของรสนิยม และความพิถีพิถันของร้านที่ได้ครอบครองอันดับหนึ่งตลอดการของเมืองเหอผิง


    “น้องอ้ายฉิงอยากทานอะไรครับ ดูเมนูก่อน” มือแกร่งรับเมนูมาจากบริกรในชุดสูทยื่นส่งต่อให้หญิงสาวด้วยความใส่ใจ ก่อนจะหันไปกล่าวกับบริกรที่รอรับเมนูด้านข้างว่า


    “วันนี้มีเมนูอะไรแนะนำบ้าง" 


    “คุณชายอยากรับประทานเป็นอาหารประเภทไหนดีครับ เนื้อวัว เนื้อแกะ ปลา หรืออาหารประเภทซีฟู้ดดีครับ”


    “น้อยอ้ายฉิงรับประเภทไหนดีครับ ร้านนี้อร่อยทุกอย่าง”


    “พี่ซินหยูสั่งเลยคะ วันนี้อ้ายฉิงลืมหยิบกระเป๋าตังมาด้วย” ร่างบางตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ กระเป๋าสตางค์เธอหน่ะหรอ เธอเอามา.. แต่เธอแค่ไม่เอาลงรถ แล้วร้านนี้ที่เธอเลือกอ่ะหรอ ก็เพราะเธอรู้ว่ามันแพงที่สุดอย่างไรล่ะ 


    แถมแค่เธอทำเป็นหน้าเศร้า แล้วบอกว่าลืมกระเป๋าตังค์ คนอย่างคุณชายซินหยู ที่ชอบอวดเบ่งและโชว์พาวเวอร์กับสาวๆ ย่อมต้องออกปากที่จะเลี้ยงเองแน่นอน


    “ไม่เป็นไรเลย เรื่องแค่นี้เอง อีกอย่างพี่ก็บอกแล้วว่ามื้อนี้พี่จะเลี้ยงน้องอ้ายฉิงเอง”


    “น้องอ้ายฉิงสั่งได้เลยนะครับ ตามสบายเลย”


    “จะดีหรอคะ ให้อ้ายฉิงสั่งเอง หากอ้ายฉิงสั่งเยอะไม่รู้ด้วยนะคะ" รอยยิ้มน่ารักปรากฎบนใบหน้างามเพื่อส่งไปล่อลวงคนตรงหน้า


    “สั่งได้เลยครับ เรามันคนกันเองทั้งนั้น น้องอ้ายฉิงอย่าได้เกรงใจพี่”


    “งั้น….. อ้ายฉิงไม่เกรงใจแล้วนะคะ”


    “พี่ซินหยูจะมาเสียใจทีหลังไม่ได้แล้วนะคะ”


    เมื่อได้ยินเจ้ามือยืนยันและอนุญาตแล้ว ใบหน้าสวยหวานจึงไม่รอช้าหันไปกวาดตาไล่ดูแต่ละรายการอย่างตั้งใจ ท่ามกลางแสงไฟอบอุ่นที่สะท้อนลงบนหน้ากระดาษเคลือบเงา


    หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ยิ้มเล็กน้อยอย่าน่ารักก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ 


    “เริ่มด้วยซุปค่ะ…ขอเป็นซุปเห็ดทรัฟเฟิลอุ่น ๆ ไม่ต้องใส่ครีมมากเกินไปนะคะ อยากให้รสเห็ดชัดๆ และถ้าทำได้ รบกวนเสิร์ฟมาพร้อมขนมปังบาแก็ตกรอบนิดหน่อย แต่ด้านในยังนุ่มอยู่ค่ะ” เธอเว้นช่วงนิดหนึ่ง แล้วไล่สายตาต่อไปในเมนู


    “ส่วนจานหลัก…ขอเป็นเนื้อวากิวริบอาย ย่างแบบมีเดียมแรร์ค่ะ รบกวนให้เชฟย่างให้มีสีชมพูสวยตรงกลาง แต่ขอบด้านนอกขอให้มีความกรอบนิดหน่อย เสิร์ฟพร้อมมันบดเนียนๆ กับซอสไวน์แดงนะคะ แต่ขอซอสแยกข้างค่ะ อยากลองชิมเนื้อก่อนโดยไม่จิ้มอะไรเลย” เธอมองไปที่รายชื่อไวน์และยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย … หึหึ … ต้องเป็นไวน์ที่ราคาแพงที่สุดในร้านซิ


    “ไวน์ขอเป็นเรดไวน์ตัวที่แนะนำที่สุดของวันนี้ค่ะ ถ้าเป็นไวน์ฝรั่งเศสจากแคว้นบอร์กโดซ์ที่รสไม่ฝาดจนเกินไปจะดีมาก”


    บริกรจดทุกคำพูดอย่างตั้งใจ พร้อมพยักหน้าช้าๆ ก่อนที่เธอจะกล่าวเสริม


    “สุดท้ายค่ะ…ของหวาน ขอเป็นทีรามิสุ ถ้าใช้กาแฟเอสเปรสโซแท้ๆ และมาสคาโปเน่สดจะดีมาก ไม่ต้องโรยผงโกโก้เยอะเกินไปนะคะ ขอให้เนื้อครีมเนียน ไม่หวานจัดค่ะ”


    หญิงสาวปิดเมนูลงอย่างแผ่วเบา แล้วส่งรอยยิ้มละมุนให้บริกร


    “ทั้งหมดนี้ รบกวนด้วยนะคะ”


    “แล้วคุณชายต้องการรับอะไรดีในค่ำคืนนี้ครับ?”


    “เอาเหมือนกันสองที่ได้เลยก็ได้” เสียงชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามเอ่ยตอบคำบริการด้วยโทนเสียงทุ้มต่ำมีสเน่ห์


    “เอ่อ ใช่คะ … จัดเซ็ตแบบนี้ไปเสิร์ฟ ไว้ที่โต๊ะว่างๆ ซัก 10 โต๊ะด้วยนะคะ แล้วรบกวนบริกรไปตามบอดี้การ์ดของชั้นที่อยู่หน้าร้านให้มาทานด้วยคะ”


    บริกรโค้งศีรษะรับคำเบา ๆ ก่อนก้าวถอยออกไปอย่างเงียบงัน 


    “หวังว่าพี่ซินหยูคงจะไม่ว่าอะไรนะคะ”


    “อ้ายฉิงออกบ้านมาแต่เช้า บอดี้การ์ดของอ้ายฉิงก็คงจะหิวแล้ว”


    จะมาถามอะไรเขาตอนนี้ ในเมื่อเธอสั่งบริกรไปแล้ว จะให้ไปยกเลิกให้เขาดูกลายเป็นคนใจแคบหรอ ไม่เป็นไร เดี๋ยวพอเขาได้เธอมาไว้ในครอบครอง เขาก็จะได้เงินทอง และทรัพย์สินอย่างมหาศาลแล้ว เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไร ตอนนี้ ต้องทำให้เธอเห็นว่าเขาเป็นคนใจกว้างเอาไว้ก่อน 


    “ไม่เป็นไรเลยครับ น้องอ้ายฉิงนี่ช่างแสนดีจริงๆ มีความห่วงใยเผื่อแผ่ไปให้กับบอดี้การ์ดด้วย”


    “ก็ใช่ซิคะ พี่ๆ บอดี้การ์ดพวกนี้ อยู่ดูแลอ้ายฉิงมาตั้งแต่เด็กๆ”


    (ทีมบอดี้การ์ด : โถ่ คุณหนูที่น่ารักของเรา ห่วงใยเราด้วย)


    (อ้ายฉิง : มาช่วยกันถล่ม …. เอ้ยย .. มาช่วยกันกินเยอะๆ คะ)


    ผ่านไปสักพักอาหารทั้งหมดที่สั่งไปก็เริ่มทยอยนำขึ้นมาเสิร์ฟที่โต๊ะ บรรยากาศการรับประทานอาหารเป็นแต่อย่างราบรื่น โดยมีคุณชายซินหยูเป็นฝ่ายชวนพูดคุยเป็นระยะๆ 


    อ้ายฉิงเพลิดเพลินไปกับจานอาหารตรงหน้า แม้จะไม่ค่อยจรรณโลงใจกับผู้ที่ร่วมโต๊ะอยู่ก็ตาม แต่เมื่อเธอคิดถึงดอกเบี้ยที่เธอได้รับอยู่นั้น ริมฝีปากบางสวยก็อดที่จะยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้ แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ซินหยูเห็นแล้ว อดที่จะรู้สึกขนลุกขึ้นมาไม่ได้


    เมื่อมื้ออาหารทั้งหมดจบลง อ้ายฉิ่งวางส้อมที่ใช้ในการตักของหวานไว้ข้างจานทีรามิสุจานโปรด มือบางหยิบผ้ามาซับที่มุมปากเบาๆ อย่างสง่างาม


    “อิ่มไหมครับ น้องอ้ายฉิง”


    “นิดหน่อยคะ พี่ซินหยู”


    “ถ้าไม่อิ่ม น้องอ้ายฉิงสั่งเพิ่มได้เลยนะครับ”


    “อุ้ย… จะดีหรอคะ เกรงใจจัง”


    ซินหยูรู้สึกขึ้นมาตะหงิดๆ ว่าทำไมประโยคนี้ของเธอช่างให้ความรู้สึกคุ้นเคย ยังไม่ทันที่เขาจะคิดประมวลผลอะไรออกมา ก็ได้ยินเสียงสดใสขานเรียกบริกรเรียบร้อยแล้ว


    เอาเถอะอยากสั่งอะไรก็สั่ง ไว้เขาทบต้นทบดอกทีหลังก็ยังไม่สาย….


    “รับทุกเมนูที่อยู่ในร้านอย่างละ 50 ที่นะคะ แล้วไวน์ที่เหลือมี่ร้านทั้งหมดวันนี้ เราเหมาหมดเลย”


    “เมนูของหวานก็รับนะคะ ร้านของคุณของหวานอร่อยจริงๆ”


    “ยังมีพวกเครื่องดื่มเย็นต่างๆ อีก ก็อย่าลืมแยกน้ำแข็งไปส่งด้วยนะคะ”


    “อุ้ย… ลืมบอกไป ทุกอย่างสั่งกลับบ้านทั้งหมด”


    “แล้วรบกวนตามไปส่งให้ที่บ้้านตระกูลฟู่ตามโลเคชั่นที่ส่งให้นะคะ”


    …… เงียบ


    “เอ่อ… คุณหนูจะรับอย่างละกี่ที่นะครับ” 


    บริกรในชุดสูทสีดำอดที่จะถามกลับคุณหนูตรงหน้าไม่ได้ ว่าที่เขาได้ยินนั้นถูกต้องหรือเปล่า ด้วยการที่ร้านของเขาเป็นร้านอาหารอันดับ 1 ของเมืองเหอผิง เมนูอาหารแต่ละเมนูในร้านของเขาราคาไม่ใช่ถูกๆ การที่คุณหนูตรงหน้าสั่งแล้ว จะเปลี่ยนใจไม่เอาภายหลังจะทำให้ร้านเสียหายได้ เขาจึงจำเป็นจะต้องสอบถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ


    “50 ที่คะ รวมพวกไวน์ที่อยู่ในร้านทั้งหมดวันนี้ เมนูของหวานและเครื่องดื่มเย็นด้วยนะคะ”


    “ส่งที่บ้านตระกูลฟู่ค่ะ”


    “ได้ครับผมจะรีบดำเนินการและจัดส่งตามไปทันที… ทั้งสองจะเช็คบิลเลยไหมครับ”


    “ได้เลยคะ เราเช็คบิลเลย บริกรเก็บที่คุณชายตรงนี้ได้เลยนะคะ”


    “แล้วทำอาหารเสร็จแล้วอย่าลืมตามไปส่ง”


    “ขอบคุณมากๆ นะคะ พี่ซินหยูที่เลี้ยงอาหารอ้ายฉิง”


    “พี่ซินหยูนี่ใจดีสุดๆ ไปเลย”


    “อ้ายฉิงนึกขึ้นได้พอดี ว่าวันนี้อ้ายฉิงมีธุระสำคัญคงต้องขอตัวก่อน”


    “บายยยย นะคะ”


    ปากสวยสีชมพูดูสุขภาพดีพูดยาวเหยียดแบบไม่หยุดพัก เมื่อพูดจบร่างเพรียวสวยสมส่วนจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้นั่ง และเดินออกไปจากร้านพร้อมเสียงรองเท้าส้นสูง 


    ทิ้งให้ชายหนุ่มตรงหน้านั่งอย่างเหม่อลอยอยู่บนโต๊ะอาหารโต๊ะเดิม พร้อมด้วยบิลที่บริกรนำมาให้ที่กำไว้อยู่ในมือ 


    ดวงตาของชายหนุ่มไม่อยากที่จะเหลือบสายตามองบิลที่อยู่ในมือเลย เพราะเขารู้แน่ว่าอย่างไรจำนวนตัวเลขที่อยู่ในบิลนั้น คงเกินจำนวนเลข 6 หลักไปมาก…..


    (คนงานที่บ้าน : คุณหนูของเราช่างใจดี อุตส่าห์ซื้ออาหารร้านดังที่สุดของเมืองเหอผิงมาให้พวกเรา…โถ่ คุณหนูน้อยไม่น่าสิ้นเปลือง)