ความเงียบสงัดยามวิกาลของคฤหาสน์หลังงามมักจะให้ความรู้สึกสงบสุขเสมอ แต่มันไม่ใช่สำหรับคืนนี้... คืนที่หัวใจของผมเต้นกระหน่ำด้วยความหวาดหวั่นและฟุ้งซ่านจนไม่อาจข่มตาหลับลงได้
เสียงครางหึ่งๆ ของเครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนใหญ่ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท มันเป็เสียงเดียวที่ทำลายความเงียบงันในห้องกว้างที่ปราศจากเงาของภรรยา เกดโทรมาบอกั้แ่่เย็นว่าเธอมีงานดินเนอร์ธุรกิจสำคัญกับลูกค้ารายใหญ่ระดับวีไอพีที่โรงแรมหรูใจกลางเมือง และอาจจะกลับดึกมากหรือถึงขั้นเปิดห้องพักที่นั่นเพื่อคุยงานต่อให้เสร็จสิ้น ส่วนสองสาววัยใสอย่างมีนและเตยก็ขออนุญาตไปติวหนังสือเตรียมสอบและค้างคืนด้วยกันที่ห้องพักของเตยที่อยู่ทางฝั่งเรือนคนใช้ด้านหลังบ้าน
นั่นหมายความว่า... คืนนี้ คฤหาสน์หลังใหญ่โตโอ่อ่าแห่งนี้เหลือเพียงผม... และน้าอร
เพียงแค่คิดถึงชื่อของสตรีวัยสามสิบหกปีผู้มีศักดิ์เป็น้าสาวของภรรยา ขนกายของผมก็ลุกซู่ กระแสความตื่นเต้นและหวาดเสียวแล่นพล่านไปตามไขสันหลัง ภาพเหตุการณ์เมื่อ่สายของวันนี้ยังคงฉายซ้ำไปซ้ำมาในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง ข้อความข่มขู่จับผิดที่แฝงไปด้วยความนัยอันเร่าร้อน แววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา และััแ่เบาที่ลูบไล้ไปตามแผงอกของผม... ทุกสิ่งทุกอย่างยืนยันชัดเจนว่าน้าอรกุมความลับเื่ความสัมพันธ์สวาทระหว่างผมกับเด็กสาวทั้งสองเอาไว้ในกำมืออย่างสมบูรณ์แบบ
'รางวัลชิ้นใหญ่ๆ... ที่จะทำให้น้าพอใจจนลืมเื่เมื่อคืนนี้ไปให้หมด...'
น้ำเสียงกระซิบแหบพร่าของน้าอรยังคงดังก้องอยู่ในหู มันเป็คำขู่ที่น่าสะพรึงกลัว แต่ในขณะเดียวกัน มันกลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในส่วนลึกของความเป็ชายให้ตื่นตัวขึ้นมาอย่างน่าละอาย ผมพยายามข่มตาหลับ พยายามสวดมนต์ พยายามนึกถึงใบหน้าอันอ่อนโยนของเกด แต่ความพยายามทั้งหมดก็พังทลายลงเมื่อความรู้สึกเสียวซ่านที่รอยข่วนตรงต้นคอยังคงย้ำเตือนถึงความผิดบาปอันแสนหวาน
ผมพลิกตัวไปมาบนเตียงกว้างที่ว่างเปล่า ความอึดอัดรุ่มร้อนทวีความรุนแรงขึ้นจนทนไม่ไหว ในที่สุดผมก็ตัดสินใจผุดลุกขึ้นนั่ง เสยผมที่ปรกหน้าผากอย่างหัวเสีย ก่อนจะตวัดผ้าห่มออกจากตัวและก้าวเท้าลงจากเตียง ผมสวมเพียงกางเกงวอร์มขายาวสีเทาหลวมๆ ตัวเดียว ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อและแผงอกที่ชื้นไปด้วยเหงื่อแม้เครื่องปรับอากาศจะทำงานเต็มที่ก็ตาม
ผมเดินออกจากห้องนอน ทิ้งความสับสนวุ่นวายไว้เื้ั เป้าหมายคือห้องครัวชั้นล่าง หวังเพียงว่าน้ำเย็นจัดสักแก้วหรือนมอุ่นๆ สักถ้วยอาจจะช่วยบรรเทาความฟุ้งซ่านและทำให้ผมสงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง
ความมืดมิดครอบคลุมไปทั่วทั้งคฤหาสน์ มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาเป็ระยะ ผมเดินย่ำเท้าเปล่าลงไปตามขั้นบันไดหินอ่อน ความเย็นเยียบของพื้นกระเบื้องที่ััฝ่าเท้าช่วยเรียกสติสัมปชัญญะให้กลับคืนมาได้เล็กน้อย บรรยากาศรอบกายเงียบสงัดจนผมได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองอย่างชัดเจน
เมื่อก้าวเข้าสู่โซนห้องครัวขนาดใหญ่ ผมเอื้อมมือไปเปิดไฟดวงเล็กตรงเคาน์เตอร์บาร์ แสงไฟสีเหลืองนวลส่องสว่างขึ้นมาเพียงพอให้มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบๆ ผมเดินตรงไปที่ตู้เย็นบานใหญ่ เปิดประตูออกและหยิบขวดนมสดออกมา รินใส่แก้วทรงสูง ก่อนจะนำไปอุ่นในไมโครเวฟ
ระหว่างที่รอให้นมอุ่น ผมยืนพิงหลังกับเคาน์เตอร์หินอ่อน ปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปกับความเงียบงัน ทำไมเื่ราวถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้? ผมแต่งงานกับเกดด้วยความรัก เรามีชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ แต่ความลุ่มหลงและความ้าทางเพศที่อัดอั้นมานานกลับผลักดันให้ผมก้าวข้ามเส้นศีลธรรมไปสานสัมพันธ์กับเด็กสาววัยขบเผาะอย่างมีนและเตย และตอนนี้... ความลับที่คิดว่าปกปิดไว้อย่างมิดชิดกลับถูกเปิดโปงโดยผู้หญิงที่อันตรายที่สุดในบ้านหลังนี้
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณจากไมโครเวฟดังขึ้น ดึงสติของผมให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ผมเปิดประตูเตา หยิบแก้วนมที่อุ่นกำลังดีออกมาถือไว้ ความร้อนจากแก้วแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือ ช่วยคลายความหนาวเหน็บในใจไปได้บ้าง ผมยกแก้วขึ้นจิบ รสชาติหอมมันของนมสดไหลลื่นลงคอ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ดื่มด่ำกับความผ่อนคลายนั้น...
"นอนไม่หลับเหรอจ๊ะ... ภัทร..."
น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่ดังขึ้นแหวกความเงียบทำเอาผมสะดุ้งเฮือก แก้วนมในมือแทบจะร่วงหล่นลงพื้น ผมรีบหันขวับไปตามต้นเสียง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ตรงบริเวณประตูทางเข้าห้องครัว ร่างอรชรของผู้หญิงคนหนึ่งยืนพิงกรอบประตูอยู่ แสงไฟสลัวจากเคาน์เตอร์บาร์สาดส่องให้เห็นภาพที่ทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกึก
น้าอร... ในชุดนอนผ้าซาตินเนื้อบางเบาสีแดงเืหมูเข้ม...
ชุดนอนตัวนั้นมันสั้นเต่อจนแทบจะปิดบังความโค้งเว้าของสะโพกผายเอาไว้ไม่มิด เนื้อผ้าซาตินมันวาวแนบลู่ไปกับสัดส่วนอวบอัดของสาวใหญ่วัยสามสิบหกปี สายเดี่ยวเส้นเล็กจิ๋วรั้งอยู่บนลาดไหล่ขาวเนียน คอเสื้อคว้านลึกจนเผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มที่เบียดชิดกันเป็ร่องลึก ชวนให้สายตาต้องจดจ้องอย่างไม่อาจละไปไหนได้ ยิ่งไปกว่านั้น เนื้อผ้าที่บางเฉียบยังทำให้เห็นยอดประทุมถันที่ดันตัวเป็ตุ่มไตชูชันท้าทายสายตาอยู่รำไร ราวกับว่าเธอไม่ได้สวมใส่ชุดชั้นในซ่อนไว้เื้ัความบางเบานั้นเลย
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลำคอแห้งผากขึ้นมาฉับพลัน ภาพสตรีผู้ทรงเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้ามันช่างเย้ายวนและอันตรายเกินกว่าที่หัวใจอันอ่อนแอของผมจะรับไหว
"น้าอร... ยังไม่นอนอีกเหรอครับ?" ผมพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ควบคุมสายตาไม่ให้จ้องมองความอวบอัดที่แทบจะทะลักทลายออกมาจากชุดนอนตัวจิ๋วนั่น
น้าอรยิ้มมุมปาก เป็รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความร้ายกาจและเชิญชวน เธอค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้ามาหาผมอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าการเดินของเธอช่างสง่างามและเต็มไปด้วยจริตจะก้านของนางสิงห์สาวที่กำลังต้อนตะครุบเหยื่อ สะโพกกลมกลึงส่ายไหวไปมาตามจังหวะการก้าวเดิน ทำให้ชายกระโปรงชุดนอนเปิดเลิกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่องและต้นขาด้านในที่เนียนละเอียด
"น้าก็... นอนไม่หลับเหมือนกันจ้ะ..." น้าอรตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระซิบพร่า เธอเดินเข้ามาใกล้ผมจนได้กลิ่นน้ำหอมดอกไม้ราตรีที่หอมหวนและเย้ายวนใจ มันเป็กลิ่นที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวผมให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
เธอหยุดยืนอยู่ห่างจากผมเพียงแค่เอื้อมมือ สายตาคมกริบของเธอกวาดมองั้แ่ใบหน้าของผม ไล่ลงมาที่แผงอกเปลือยเปล่า และหยุดนิ่งอยู่ที่เป้ากางเกงวอร์มที่เริ่มโป่งพองขึ้นมาเล็กน้อยตามแรงอารมณ์
"นมอุ่นๆ น่าอร่อยจังเลยนะ... น้าขอชิมบ้างได้ไหมจ๊ะ?"
ก่อนที่ผมจะทันได้ปฏิเสธ น้าอรก็เอื้อมมือมาจับที่ข้อมือของผม ออกแรงดึงเบาๆ เพื่อรั้งแก้วนมเข้าหาตัวเธอเอง ผมยืนตัวแข็งทื่อ ปล่อยให้เธอโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสดประทับลงบนขอบแก้วตรงตำแหน่งเดียวกับที่ผมเพิ่งจะดื่มไป
น้าอรจิบนมอุ่นๆ เข้าไปอึกใหญ่ ก่อนจะผละริมฝีปากออก ปลายลิ้นเรียวเล็กสีชมพูตวัดเลียคราบนมที่ติดอยู่ตามริมฝีปากอย่างเชื่องช้าและยั่วยวน ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นสบตากับผม แววตาของเธอเต็มไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่แผดเผาจนผมแทบจะมอดไหม้
"อืม... หวานจังเลย... แต่ก็ยังสู้ความหวานของ 'ความลับ' ที่ภัทรซ่อนไว้ไม่ได้หรอกนะ..."
คำพูดของน้าอรเหมือนกับคมมีดที่กรีดลึกลงไปในแผลเดิม ผมหน้าซีดเผือด รีบดึงแก้วนมกลับมาถือไว้แน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก
"น้าอร... อย่าพูดแบบนี้เลยครับ ผม..." ผมพยายามจะหาคำแก้ตัว แต่สมองกลับตื้อตันไปหมด
"ทำไมล่ะจ๊ะ? กลัวใครมาได้ยินเหรอ? คืนนี้... มีแค่เราสองคนเท่านั้นนะ ภัทร..." น้าอรขยับกายเข้ามาประชิดตัวผมมากยิ่งขึ้น จนแผ่นหลังของผมชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์หินอ่อน ไม่มีทางให้ถอยหนีไปไหนได้อีกแล้ว
มือเรียวบางของน้าอรยกขึ้นมาััที่แผงอกเปลือยเปล่าของผม ปลายนิ้วของเธอเย็นเฉียบ แต่กลับทำให้ิัของผมร้อนวูบวาบราวกับถูกไฟลน เธอค่อยๆ ลากปลายนิ้ววนเวียนไปมารอบๆ ยอดอกของผมอย่างแ่เบาและหยอกเย้า
"รู้ไหม... ว่าน้าผิดหวังแค่ไหนที่เห็นรอยข่วนบนคอของภัทรเมื่อเช้านี้..." น้าอรกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากของเธออยู่ห่างจากใบหูของผมเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดลงบนผิวเนื้อ ทำให้ผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว "น้าอุตส่าห์เฝ้ามองภัทรมาตลอด... ชื่นชมในความหล่อเหลาและความเป็สุภาพบุรุษของภัทร... แต่นึกไม่ถึงเลยว่า... ภัทรจะซ่อนความเร่าร้อนและดิบเถื่อนเอาไว้เื้ัหน้ากากแสนดีแบบนี้..."
"น้าอร... ปล่อยผมเถอะครับ... ถ้าคุณเกดรู้เื่นี้..." ผมพยายามเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก พยายามเตือนสติทั้งตัวเองและหญิงสาวตรงหน้า
"พี่เกดเหรอ?" น้าอรหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน "พี่เกดน่ะเหรอจะรู้? ผู้หญิงที่เอาแต่บ้างาน สนใจแต่เื่ธุรกิจ จนละเลยหน้าที่ภรรยา... ปล่อยให้สามีหนุ่มที่กำลังกลัดมันต้องไปหาเศษหาเลยกับเด็กสาวในบ้าน... พี่เกดไม่มีสิทธิ์มารู้เื่นี้หรอกจ้ะ..."
คำพูดของน้าอรแทงใจดำผมอย่างจัง มันเป็ความจริงที่ผมพยายามจะปฏิเสธมาตลอด เกดมักจะยุ่งอยู่กับงานจนไม่มีเวลาให้ผม ชีวิตคู่ของเราเริ่มจืดชืดและขาดความตื่นเต้น นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมเผลอไผลไปกับความสดใสเย้ายวนของมีนและเตย
"หรือว่า... เด็กพวกนั้นมันตอบสนองภัทรได้ดีกว่าพี่เกดจ๊ะ? หืม..." น้าอรเลื่อนมือจากแผงอก ขึ้นไปลูบไล้ที่สันกรามของผมอย่างแ่เบา "แต่ภัทรรู้ไหม... ว่าเด็กเมื่อวานซืนพวกนั้นน่ะ... ไม่มีทางเทียบได้กับ 'ผู้ใหญ่' ที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนหรอกนะ..."
น้าอรจงใจเบียดร่างอวบอัดของเธอเข้าหาผม ความนุ่มหยุ่นของหน้าอกขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าซาตินบางเบากดทับลงบนแผงอกแกร่งของผมอย่างแแ่ ผมััได้ถึงความร้อนผ่าวและจังหวะการเต้นของหัวใจของเธอที่ประสานเข้ากับหัวใจของผม
ผมกลั้นหายใจ ร่างกายแข็งทื่อไปหมด สติสัมปชัญญะที่พยายามประคับประคองมาตลอดเริ่มแตกกระเจิง กลิ่นหอมเย้ายวนของน้ำหอม ััอันแสนรัญจวน และคำพูดที่กระตุ้นเร้ากิเลสตัณหา ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังหลอมละลายความต้านทานของผมให้พังทลายลงทีละน้อย
น้าอรไม่หยุดเพียงแค่นั้น เธอค่อยๆ เลื่อนมือต่ำลงมาเรื่อยๆ ลูบไล้ไปตามหน้าท้องแกร่งที่เต็มไปด้วยลอนกล้ามเนื้อ ก่อนจะหยุดชะงักอยู่ที่ขอบกางเกงวอร์มของผม
"น้าอร... อย่า..." ผมร้องห้ามเสียงสั่น พยายามจะยกมือขึ้นมาจับมือของเธอเอาไว้ แต่เรี่ยวแรงกลับหดหายไปเสียดื้อๆ
น้าอรไม่ฟังคำทัดทานของผม เธอล้วงมือผ่านขอบกางเกงวอร์มลงไปเบื้องล่าง ฝ่ามือเรียวนุ่มกอบกุมเข้ากับแก่นกายของผมที่กำลังตึงแข็งและขยายตัวอย่างเต็มที่ ััอันจาบจ้วงและช่ำชองของเธอทำให้ผมสะดุ้งสุดตัว หลุดเสียงครางเครือออกมาจากลำคออย่างไม่อาจกลั้นได้
"อึก... อ๊า..."
"ปากก็บอกว่าอย่า... แต่ตรงนี้กลับสู้มือจังเลยนะจ๊ะ... ภัทร..." น้าอรกระซิบชิดริมฝีปากของผม รอยยิ้มแห่งชัยชนะผุดขึ้นบนใบหน้าของเธอ เธอเริ่มขยับฝ่ามือรูดรั้งตัวตนของผมผ่านเนื้อผ้าของกางเกงชั้นในอย่างเชื่องช้าและหนักหน่วง
ความเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย ผมขบกรามแน่นจนเส้นเืที่ขมับปูดโปน พยายามต่อสู้กับแรงอารมณ์ที่กำลังปะทุขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
"น้าจะพิสูจน์ให้ภัทรเห็นเอง... ว่า 'รางวัล' ที่น้าเรียกร้อง... มันคุ้มค่ากับการที่น้าจะช่วยปิดปากให้สนิทขนาดไหน..."
น้าอรขยับฝ่ามือเร็วขึ้นและหนักหน่วงขึ้น ปลุกปั่นอารมณ์สวาทของผมให้พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ความอดกลั้นที่ผมพยายามสะกดกลั้นเอาไว้มาเนิ่นนานพังครืนลงมาอย่างไม่มีชิ้นดี ศีลธรรม ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ถูกโยนทิ้งไปในความมืดมิดของค่ำคืนนี้ เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนและความปรารถนาอันแรงกล้าที่เข้าครอบงำจิตใจ
ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นลง!
ผมทิ้งแก้วนมในมือลงบนเคาน์เตอร์อย่างไม่ไยดี ก่อนจะตวัดแขนแข็งแกร่งรวบเอวคอดกิ่วของน้าอรเข้าหาตัวอย่างดุดันและรุนแรง ร่างอวบอัดของเธอปะทะเข้ากับตัวผมอย่างจัง น้าอรหลุดเสียงอุทานออกมาด้วยความใ แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา เธอก็ยิ้มรับด้วยความพึงพอใจ
ผมไม่รอช้า โน้มใบหน้าลงไปบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างตะกรุมตะกรามและป่าเถื่อน เป็จูบที่เต็มไปด้วยความหิวกระหาย ความโกรธเกรี้ยว และความหลงใหลที่อัดอั้นมานาน ผมสอดแทรกปลายลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดรัดรึงกับลิ้นเรียวเล็กของเธอ ดูดดึงความหวานล้ำอย่างไม่รู้จักพอ น้าอรตอบรับจูบของผมอย่างเร่าร้อนไม่แพ้กัน เธอสอดสองแขนเรียวโอบรอบลำคอของผม ขยับกายเบียดเสียดเข้าหาเพื่อถ่ายทอดความปรารถนาที่ลุกโชน
เสียงจูบดูดดื่มดังสลับกับเสียงลมหายใจหอบกระเส่าดังก้องไปทั่วทั้งห้องครัวที่เงียบสงัด ความร้อนแรงที่ปะทุขึ้นระหว่างเราสองคนแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างจนมอดไหม้
ผมผละริมฝีปากออกเพียงเพื่อสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะช้อนอุ้มร่างอวบอัดของน้าอรขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย น้าอรตวัดเรียวขาทั้งสองข้างรัดรอบเอวสอบของผมเอาไว้แน่น สะโพกผายบดเบียดเข้ากับแก่นกายที่แข็งขืนของผมอย่างแนบชิด
สายตาของผมประสานกับสายตาของน้าอร มันเป็สายตาที่เต็มไปด้วยตัณหา ความคลุ้มคลั่ง และความยินยอมพร้อมใจที่จะก้าวล่วงเข้าไปในดินแดนต้องห้ามด้วยกัน
ผมอุ้มร่างของน้าอรเดินตรงไปยังซอกห้องเก็บของที่อยู่ติดกับห้องครัว ใช้เท้าเตะประตูให้เปิดออก ก่อนจะก้าวเข้าไปข้างในและใช้แผ่นหลังดันประตูให้ปิดลง
ปัง!
เสียงประตูห้องเก็บของปิดลงพร้อมกับล็อคอัตโนมัติ ตัดขาดเราสองคนออกจากโลกภายนอก ทิ้งไว้เพียงความมืดมิด ความเงียบสงัด และพายุสวาทอันร้อนแรงที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น...
ความลับต้องห้ามบทใหม่... ได้ถูกเปิดฉากขึ้นแล้ว... อย่างไม่อาจหวนกลับ!