หลินกั๋วเซิ่งและจางเสี่ยวเสียทะเลาะกันรุนแรงจนบ้านแทบพัง ทำเอาหลินหงจวินลูกชายคนเล็กตกใจกลัวจนร้องไห้วิ่งแจ้นมาตามคนไปช่วยที่บ้านหลินกั๋วผิง
เวลานั้น หลินกั๋วผิง หลินกั๋วอัน และทิงเสวี่ยเพิ่งทานข้าวเย็นเสร็จ
ทิงเสวี่ยกำลังเก็บโต๊ะ ส่วนสองพี่น้องนั่งสูบบุหรี่พลางดูโทรทัศน์
พอเห็นหลินหงจวินร้องไห้จ้าเข้ามา ทิงเสวี่ยก็รีบถาม “เป็นอะไรไป?”
หลินหงจวินวิ่งไปหาหลินกั๋วผิง ทั้งร้องไห้ทั้งเขย่าแขนอารอง “อารอง รีบไปดูหน่อยครับ พ่อกับแม่ทะเลาะกันใหญ่โตแล้ว พ่อกำลังตีแม่อยู่”
ได้ยินแบบนั้นหลินกั๋วผิงก็นั่งไม่ติด หลินกั๋วอันทำท่าจะตามไปดูด้วย แต่หลินกั๋วผิงห้ามไว้ “พี่ใหญ่เป็นคนห่วงหน้าตา ฉันไปคนเดียวก็พอ แกอยู่เป็นเพื่อนเสียวเสวี่ยเถอะ”
หลินกั๋วอันพยักหน้า นั่งสูบบุหรี่ดูทีวีต่อ
ใจจริงทิงเสวี่ยอยากตามไปดูเรื่องสนุกด้วย แต่พ่อสั่งห้ามไว้ เธอเลยอดไป
ไม่นานหลินกั๋วผิงก็ไปถึงบ้านหลินกั๋วเซิ่ง สภาพบ้านเละเทะ ข้าวของกระจายเกลื่อน หลินกั๋วเซิ่งกำลังกดจางเสี่ยวเสียที่ยังคงด่าทอไม่หยุดลงกับพื้น แล้วขึ้นคร่อมแล้วระดมหมัดใส่ไม่ยั้งมือ
หลินกั๋วเซิ่งในตอนนี้ดูเหมือนสิงโตบ้าคลั่ง
นี่น่ะเหรอ พี่ใหญ่ผู้ซื่อสัตย์ที่ยอมเมียมาตลอดคนนั้น?
ถ้าไม่เห็นกับตา หลินกั๋วผิงคงไม่เชื่อเด็ดขาดว่าพี่ชายจะลงไม้ลงมือกับเมียได้
หลินหงจวินไม่กล้าเข้าไป ได้แต่นั่งยองๆ แอบดูอยู่ไกลๆ ข้างนอก หลินกั๋วผิงรีบพุ่งเข้าไปดึงตัวหลินกั๋วเซิ่งออกจากจางเสี่ยวเสีย “พี่! ทำบ้าอะไรเนี่ย?”
ฤทธิ์เหล้ายังคงพลุ่งพล่าน หลินกั๋วเซิ่งไม่ยอมหยุดง่ายๆ หันมาเล่นงานน้องชายที่เข้ามาห้าม “แกมาทำไม? เรื่องในครอบครัวฉัน แกอย่ายุ่ง แกเป็นใครมาสั่งสอนฉัน?”
หลินกั๋วเซิ่งไม่เพียงแค่ด่า แต่ยังพาลลงมือกับน้องชายด้วย หลินกั๋วผิงไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมารังแกง่ายๆแค่ปัดป้องไม่กี่ทีก็จับพี่ชายกดลงจนอยู่หมัด จากนั้นก็เรียกหลานชายเข้ามา “รีบไปเอาน้ำมาให้พ่อแกกินหน่อย ฉันจะพาเขาไปนอนข้างใน”
หลินกั๋วผิงประคองพี่ชายไปที่เตียง แล้วช่วยหลานป้อนน้ำให้ดื่ม
เมื่อแน่ใจว่าหลินกั๋วเซิ่งสงบลงแล้ว หลินกั๋วผิงจึงเดินออกมาข้างนอก จางเสี่ยวเสียลุกขึ้นมาแล้ว ใบหน้าบวมปูดเขียวช้ำไปหมด ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของผัวตัวดีอย่างหลินกั๋วเซิ่งทั้งนั้น
“พี่สะใภ้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่? พี่ใหญ่ดื่มไปเยอะขนาดไหน?” หลินกั๋วผิงรู้ดีว่าถ้าไม่เมาเละ พี่ชายไม่มีทางทำแบบนี้
ไม่ถามยังพอว่า พอถามปุ๊บจางเสี่ยวเสียก็ระเบิดอารมณ์ทันที “พี่แกมันคนเนรคุณ! ฉันหวังดีเตือนให้ดื่มน้อยๆ หน่อย เขาก็มาพาลใส่ พี่แกมันคนใจแคบ เห็นพวกแกพี่น้องลืมตาอ้าปากได้ก่อนก็พาลหงุดหงิด เลยมานั่งกินเหล้าย้อมใจ เจ้ารอง ถึงแกกับพี่แกจะคนละแม่ แต่ก็พ่อเดียวกัน ตอนนี้แกกับเจ้าสามลืมตาอ้าปากได้แล้ว แกจะไม่คิดฉุดพี่แกขึ้นมาบ้างเลยเหรอ? อย่างร้านซาลาเปานั่น แกจ้างคนนอกอย่างเมียเจ้าหลินกั๋วเจีย แต่ไม่จ้างพี่สะใภ้ตัวเอง พี่แกจะคิดยังไง? ชาวบ้านจะนินทาพวกเราสองผัวเมียว่ายังไง?”
หลินกั๋วผิงตอบเสียงเรียบ “พี่สะใภ้ เมื่อก่อนผมเคยแนะนำให้พี่ใหญ่ทำเหมือนเจ้าสาม ให้รับเหมาที่ดินรกร้างมาถากถางปลูกข้าว ปลูกพริกไทย หรือเกาลัด หรือไม่ก็เลี้ยงหมูเลี้ยงสัตว์ดู พี่สาวคนโตเขาก็เชื่อผม ไปรับเหมาที่มาหกไร่กว่า ตอนนี้ชีวิตก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เหรอ”
ทันใดนั้นเสียงโอ๊กอ้ากดังมาจากในห้องนอน หลินกั๋วเซิ่งอาเจียนแตก
จางเสี่ยวเสียที่เพิ่งโดนซ้อมมาหมาดๆ ย่อมไม่อยากเข้าไปดูดำดูดี ปล่อยให้มันอ้วกไป ให้ไส้ไหลออกมาเลยยิ่งดี
หลินกั๋วผิงเห็นท่าไม่ดีและคิดว่าตัวเองอยู่ต่อก็คงไม่เหมาะ จึงขอตัวกลับ
พอกลับถึงบ้าน ทิงเสวี่ยก็รีบวิ่งมาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “พ่อคะ ลุงกับป้าทะเลาะกันหนักไหม? แล้วทำไมถึงทะเลาะกันคะ?”
แม่หนูน้อยคนนี้ท่าทางจะชอบเรื่องชาวบ้านไม่ใช่เล่น
หลินกั๋วผิงถอนหายใจ “ลุงแกเมาแล้วอาละวาดน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”
ทิงเสวี่ยวิเคราะห์ “กินเหล้าคนเดียวแล้วเมาอาละวาดเนี่ยนะ ลุงนี่สุดยอดไปเลย! หนูเดาว่าลุงคงไม่ได้จู่ๆ ก็บ้าหรอก ต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ สงสัยจะโดนป้ากดขี่มานาน พอเหล้าเข้าปากเลยระเบิดออกมา เหมือนที่เขาว่ากันว่าที่ไหนมีการกดขี่ ที่นั่นย่อมมีการต่อต้าน”
หลินกั๋วผิง “...”
แม้ลูกสาวจะจ้อไม่หยุด แต่หลินกั๋วผิงก็ไม่ได้เล่าสาเหตุจริงๆ ให้ฟัง
จางเสี่ยวเสียไม่ใช่คนที่จะยอมเจ็บตัวฟรี แม้เธอจะข่วนหน้าหลินกั๋วเซิ่งจนลายเป็นทางยาวและเอาถ้วยชาปาใส่หัวเขาไปแล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกเสียเปรียบอยู่ดี ก็หลินกั๋วเซิ่งเป็นฝ่ายเริ่มก่อนนี่นา
ฉันเจ็บ ฉันไม่ยอม แล้วจะทำไง? จะตีคืนเหรอ... ไม่ล่ะ หนีกลับบ้านแม่ดีกว่า
ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเวลาโดนรังแก สิ่งแรกที่นึกถึงคือกลับบ้านเกิด เพื่อให้สามีหรือญาติสามีต้องบากหน้าไปง้อ
ถ้าสามีทำเกินกว่าเหตุ ก็อาจจะโดนน้องชายภรรยาที่รักพี่สาวรุมยำเอาได้
พอฟ้าสาง จางเสี่ยวเสียก็หอบผ้าหอบผ่อนกลับบ้านแม่ แถมหนีบหลินหงจวินไปด้วย
ประกาศกร้าวว่าจะหย่ากับหลินกั๋วเซิ่ง และจะไม่ให้เขาได้เห็นหน้าลูกชายอีกตลอดชีวิต
เมียไม่อยู่ ลูกไม่เห็น ข้าวเช้าไม่มีกิน แถมบ้านยังเละเทะดูไม่ได้ พอสร่างเมาแล้วหลินกั๋วเซิ่งก็ยิ่งรู้สึกเสียใจ!
บ่ายวันนั้น หลินกั๋วเซิ่งจัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วรีบไปบ้านพ่อตาแม่ยายเพื่อง้อเมียกลับบ้าน ทว่าจางเสี่ยวเสียมีหรือจะยอมกลับง่ายๆ ไม่ว่าเขาจะพูดดีหรือขอโทษยังไง เธอก็ไม่ยอม
ส่วนหลินหงจวินไม่อยากอยู่บ้านยาย เลยยอมตามพ่อกลับมา
ลูกชายกลับมาแล้ว แต่เมียยังไม่ยอมกลับ
ถ้าฉันกลับไปง่ายๆ ก็เข้าทางหลินกั๋วเซิ่งสิ ต้องดัดนิสัยให้เข็ดหลาบ ต่อไปจะได้ไม่กล้าหือกับฉันอีก ส่วนเรื่องที่ฉันลงไม้ลงมือกับเขานั้น... ถือว่าเจ๊ากันไป
เมียไม่อยู่ หลินกั๋วเซิ่งก็ไม่มีข้าวกิน ก่อนแต่งงานมีแม่เลี้ยงกับพี่น้องทำให้กิน หลังแต่งก็มีเมียทำให้
พอเมียไม่อยู่ ก็ต้องหอบลูกชายไปเกาะกินข้าวบ้านหลินกั๋วผิง
ใจจริงทิงเสวี่ยไม่อยากต้อนรับลุงขี้เมาคนนี้ แต่ในเมื่อพ่อไม่ว่าอะไร เธอก็ทำอะไรไม่ได้
อาหารเย็นบ้านหลินกั๋วผิงยังคงอุดมสมบูรณ์ มีต้มจืดเต้าหู้ผักกาดขาว ผัดถั่วงอกใส่หมู แตงกวาดองเครื่องเคียง แล้วก็หมั่นโถวลูกใหญ่กับซาลาเปาที่ขายไม่หมด
“เจ้ารอง ขอเหล้าหน่อย” ไม่เห็นเหล้าบนโต๊ะ หลินกั๋วเซิ่งก็เอ่ยปากขอ
ทิงเสวี่ยรีบพูดแทรกหลินกั๋วเซิ่ง “ลุงคะ ดื่มเหล้าแล้วเสียงานเสียการ อย่าดื่มเลยค่ะ”
หลินกั๋วเซิ่งปรายตามองหลานสาวอย่างรำคาญ “ผู้ใหญ่คุยกัน เด็กอย่าสอด”
ทิงเสวี่ย “...”
หลินกั๋วผิงไม่พอใจที่พี่ชายมาดุลูกสาวต่อหน้า จึงไม่ยอมเอาเหล้าดีๆ ออกมาให้กิน แต่เอาเหล้าเกรดต่ำสุดมาให้แทน
พอกระดกเหล้าไปได้ไม่กี่จอก หลินกั๋วเซิ่งก็เริ่มพ่น เริ่มจากด่าจางเสี่ยวเสียว่าไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ต่อด้วยการตัดพ้อโชคชะตาชีวิตตัวเอง ตั้งแต่กำพร้าแม่แต่เด็ก เรียนก็ไม่เก่ง ทำนาก็ไม่รุ่ง เป็นพี่น้องที่ห่วยแตกที่สุดในบ้าน บลาๆๆ สารพัดเรื่องบั่นทอนจิตใจ
ทิงเสวี่ยทนฟังไม่ไหว รีบกินข้าวให้เสร็จแล้วหนีเข้าห้องไปเปิดวิทยุฟัง
ผ่านไปชั่วโมงกว่า สองพ่อลูกถึงได้กลับไป
พอแน่ใจว่าพวกเขาไปแล้ว ทิงเสวี่ยก็ออกมาบ่น
“พ่อ อาสาม หนูว่าลุงเนี่ยเกินไปจริงๆ ตัวเอง ทำชีวิตพังเองแท้ๆ จะไปโทษใครได้ ฟังดูแล้วพาลโกรธพ่อกับอาสามไปด้วยนะเนี่ย” ทิงเสวี่ยอัดอั้นตันใจ ต้องระบายออกมา
หลินกั๋วผิงยิ้มแล้วตบไหล่ลูกสาวที่กำลังหน้ามุ่ย “ลุงของลูกไม่ใช่คนเลวร้ายหรอก แค่เหมือนที่ป้าสะใภ้ว่า ใจแคบไปหน่อย”
ทิงเสวี่ยแค่นเสียง “หนูว่าลุงขี้เกียจมากกว่า ตอนอาสามรับเหมาที่ดินรกร้าง พ่อก็ชวนแล้ว แต่เขากลับทำหูทวนลม พอเห็นบ้านเรากับบ้านอาสามรวยขึ้นก็มานั่งอิจฉา”
“พี่รอง ผมว่าพี่ลองกล่อมพี่ใหญ่อีกที ให้เขาลองรับเหมาที่ดินหรือเลี้ยงสัตว์ดู เขากับพี่สะใภ้ก็ไม่ใช่คนขี้เกียจ ถ้าตั้งใจทำ ชีวิตต้องดีขึ้นแน่” หลินกั๋วอันแม้จะไม่ชอบพี่ชายกับพี่สะใภ้คู่นี้ แต่ยังไงก็พี่น้องกัน เขาก็อยากให้พี่ชายมีชีวิตที่ดี
จางเสี่ยวเสียปักหลักอยู่บ้านแม่ไม่ยอมกลับ หลินกั๋วเซิ่งไปง้อถึงสามรอบ ยอมลงให้ทุกอย่างแล้ว แต่เธอก็ยังเล่นตัว
เมียไม่อยู่ ชีวิตความเป็นอยู่ของพ่อลูกก็ลำบาก พอถึงวันเสาร์ หลินหงเหมยกลับมาจากโรงเรียน
พอรู้เรื่องว่าแม่หนีกลับบ้านยายเพราะโกรธพ่อ เธอก็ไม่กล้าว่าพ่อ ได้แต่ช่วยหาทางออก “หนูว่าลองไปขอให้ป้าใหญ่หรืออารองไปช่วยพูดให้แม่กลับมาดีไหมคะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนมีย่าอยู่ ย่าไปตามทีเดียวแม่ก็กลับแล้ว”
หลินกั๋วเซิ่งเห็นด้วยกับความคิดลูกสาว วันนั้นเขาจึงบากหน้าไปหาหลินชุ่ยหง
คังคัง ลูกชายที่หลินชุ่ยหงยอมกัดฟันจ่ายค่าปรับก้อนโตเพื่อให้ได้มีเขาออกมา ตอนนี้อายุสองขวบแล้ว
เพราะต้องเลี้ยงลูกคนเล็ก หวังอวิ๋นเลยต้องออกจากโรงเรียน
สองปีมานี้ หลินชุ่ยหงกับสามีรับเหมาที่ดินรกร้างจากหมู่บ้านมาหกไร่ บนเขาปลูกพริกไทยกับเกาลัด ซึ่งยังไม่ให้ผลผลิต ส่วนที่ราบตีนเขาก็ปลูกพืชไร่
ตอนนี้ครอบครัวมีกันห้าคน ที่ดินทำกินส่วนตัวบวกกับที่รับเหมามา รวมๆ แล้วก็สิบกว่าไร่ สองผัวเมียทำงานตัวเป็นเกลียว นอกจากทำไร่แล้วยังเลี้ยงกระต่ายขนยาวด้วย
จากจุดเริ่มต้นที่มีแม่พันธุ์แค่ห้าตัว พ่อพันธุ์ตัวเดียว ขยายพันธุ์มาเรื่อยๆ จนตอนนี้มีเกือบยี่สิบตัวแล้ว ปีหนึ่งๆ ตัดขนขายได้เงินไม่น้อย และกำลังขยายกิจการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
พอมีลูกชายมาเติมเต็ม แรงกายแรงใจของหลินชุ่ยหงกับหวังเจี้ยนเซ่อก็ยิ่งมีไฟ
ส่วนหลินชุ่ยอิงก็ค้าขายแผ่นแป้งทอดต้นหอมจนฐานะดีวันดีคืน
ในบรรดาพี่น้องตระกูลหลินทั้งห้าคน มีแค่ครอบครัวหลินกั๋วเซิ่งที่ย่ำอยู่กับที่
เห็นพี่ๆ น้องๆ ได้ดีกันหมด แทนที่หลินกั๋วเซิ่งจะยินดี กลับยิ่งริษยา ทำไมคนอื่นถึงเจริญเอาๆ แต่บ้านเขากลับไม่ไปไหนสักที?
เขาเป็นถึงลูกชายคนโต ตามหลักแล้ว บ้านเขาควรจะมั่งคั่งที่สุดไม่ใช่หรือไง?